Skip to main content

ส่งกำลังใจให้พรรคเพื่อไทย คนเสื้อแดงทุกคน -- ได้เท่านี้ก็ดีแล้ว ค่อยๆ ไต่ขึ้นไปใหม่ อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าใครคือคนที่อยู่เคียงข้างคุณเสมอ ใครคือคนที่จิตใจมั่นคง ซื่อตรง -- 20 ปีที่ต่อสู้กันมา ผ่านความสูญเสียมาเท่าไร -- หากประวัติศาสตร์บอกเล่าเรื่องราวของคนที่ต่อสู้จนตายมากี่ยุคกี่สมัยโดยที่ไม่รู้วันไหนจะชนะ อย่างน้อยที่สุด วันนี้ประชาชนส่วนหนึ่งยังอยู่เคียงข้างพวกคุณตรงนี้

ฉันก็คงเขียนได้เท่านี้ จากนี้ก็คงก้มหน้าทำงานและทำมาหากินกันต่อไป

ขอบคุณสำหรับกฎหมายดีๆ หลายฉบับที่พวกคุณทิ้งไว้ให้ในสมัยที่แล้ว ขอบคุณสำหรับทุน ODOS สำหรับเยาวชนไทยได้ไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศ และODOS ทุนเรียนวิทยาศาสตร์ มันเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศเรา สิ่งเหล่านี้ไม่มีใครมองเห็น แต่เรื่องการโจมตีกลับประเดประดัง

กับเวลา 2 ปีที่พวกคุณได้มา และมีแต่คนบ่นว่าไม่ทำอะไร ทั้งที่ 3 เดือนแรกหมดไปกับการสรรหานายก พิธาไม่ถูกรับเลือกเพราะ สว.ไม่ยกมือ จนต้องมาฟอร์มวงกับ ภท. พรรคเล็กพรรคน้อย กว่าจะได้ตั้งรัฐบาล แต่เวลาอีกไม่กี่เดือนของเศรษฐาก็หมดไปกับการตั้งข้อหาเพื่อถูกสอย ต้องพยายามหาหลักฐานชี้แจง แต่สุดท้ายก็ไม่รอด -- 11 เดือนของ ออ. น่าจะเป็นการทำงานเป็นรูปเป็นร่างที่สุด แต่ก็เจอคลิป อังเคิล ที่ทุกฝ่ายรุมสกรัม แม้แต่พรรคที่เราเคยเชื่อว่าพวกเขาจะมีอุดมการณ์แบบวอลแตร์ "แม้ผมไม่เห็นด้วยกับคุณสักนิด แต่ผมจะปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของคุณ" แท้ๆ 

แต่วันที่รู้ทั้งรู้ว่าคำตัดสินไม่เป็นธรรม พวกเขาก็ย่ำคุณลงดิน

มาจนถึงวันที่ผู้นำอย่างทักษิณติดคุก

เราเห็นน้ำตาของพวกคุณ เรารับรู้ถึงความเจ็บปวดของทุกคน และรู้ว่ามันยากมากกับการพยายามจะฟื้นทุกอย่างให้กลับมา 

แต่ตราบลมหายใจยังมีและคุณเชื่อว่า ความถูกต้องจะดำรงอยู่ หรือหากจะไม่ดำรงอยู่ แต่ไม่ว่าอย่างไร พวกเราต้องดำรงอยู่ ต้องดำเนินไป ไม่ว่าจะยากลำบากสักเพียงไหน อย่างน้อยที่สุด ช่วงเวลาที่พวกเรามีชีวิตอยู่ เราเคยมีผู้นำที่คิดถึงประชาชนเป็นที่สุด คิดถึงความอยู่ดีกินดี คิดถึงการศึกษา อนาคตของเยาวชน คิดถึงภาพรวมเศรษฐกิจ ผลักดันธุรกิจรายเล็กรายน้อยให้ได้ลืมตาอ้าปาก ไม่ว่ากองทุนหมู่บ้าน สินค้าโอท็อป เกษตรกรรายย่อยได้พักหนี้หายใจหายคอ คนจนได้มีบ้านเอื้ออาทร ได้รถยนต์ คันแรก ได้อะไรๆ มากมาย ใครว่าไม่ดี แต่พวกรากหญ้าโง่ๆ พวกนี้แหละที่ได้ต่อลมหายใจให้ได้สูดลมหายใจยาวขึ้น ได้มีอยู่มีกินมากขึ้น

และอย่างที่สุด สำหรับสิทธิการรักษาดูแลสุขภาพที่เรียกว่า 30 บาททุกโรคยังคงดูแลคนไทยอยู่จนทุกวันนี้
แม้ว่าคนที่ผลักดันชีวิตให้พวกเราดีขึ้นต้องนอนคุก และคนอีกจำนวนมากยังสะใจ แต่ประเทศนี้ก็เป็นอย่างนี้ ประวัติศาสตร์มีคนดีๆ จำนวนมากที่ชีวิตหมกไหม้สูญสลายไปกับดินกับทรายแม้ปรารถนาดีชั่วชีวิต

ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร--
ขอภาวนาเพียงว่า ให้เขาได้ออกคุกเร็ววัน ได้พักผ่อน รักษาสุขภาพ  ปล่อยให้ประเทศไทยดำเนินของมันไป ใช้เวลาช่วงสุดท้ายสูดอากาศสะอาดๆ เข้าเต็มปอด ผ่อนลมหายใจช้าลง ปลด ปลง ปล่อยวาง และใช้ชีวิตให้มีความสุข ฉันหวังให้เขาเป็นเช่นนั้น

ส่วน ดร.เชน หากคือของจริง เราก็หวังว่า นโยบายดีๆ จะถูกผลักดันภายใต้ศักยภาพของพรรคที่พอมีในวันนี้

ขอบคุณอีกครั้งกับทุกสิ่งที่พวกคุณทำตลอดมา

จาก ประชาชนโง่ๆ ที่ถูกเรียกควายแดง ขี้ข้าทักษิณ พวกขายชาติ พวกเผาบ้านเผาเมือง พวกโง่ จน เจ็บ พวกที่อดทนเป็นเลิศ เราคือเพื่อนกันเสมอ

 

สร้อยแก้ว คำมาลา

 

 

บล็อกของ สร้อยแก้ว

สร้อยแก้ว
  นึกไม่ออกแล้วว่าเคยไปร่วมงานวันเด็กครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่พยายามนึก...ลูกก็ยังไม่มี หลานรึ ก็ไม่เคยได้พาไป เพราะไม่ค่อยได้อยู่บ้านงานวันเด็กครั้งสุดท้ายของตัวเองน่าจะเป็นตอนที่ยังเรียนอยู่ชั้น ป.๖ นั่นแหละ เพราะหลังจากนั้น พอขึ้นชั้น ม.๑ ความแก่แดดแก่ลมของฉันก็พลันให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นสาววัยรุ่นแล้ว ไม่ใช่เด็ก จึงไม่เคยไปวอแวงานวันเด็กอีก ไม่อย่างนั้น เค้าจะหาว่าเด็กจนปีใหม่นี้ฉันมีโอกาสไปนอนมองพระจันทร์กลางทุ่งนา มองฟ้าพร่างดาวเคลื่อนคล้อยข้ามคืนข้ามปีในช่วงปีใหม่ที่อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ก็เลยได้อยู่ยาวมาเรื่อยจนถึงงานวันเด็กของหมู่บ้าน
สร้อยแก้ว
นั่งดูบอลคู่นี้อย่างไม่ตั้งใจนัก เผอิญว่ากดรีโมทโทรทัศน์มาเจอเข้าพอดี เลยคิดว่าอยากจะเชียร์บอลไทยสักหน่อย ดูเวลาการแข่งขันตอนนั้นก็เข้าสู่นาทีที่เจ็ดสิบกว่าแล้ว ไทยนำอยู่ 2-1 ดูไปได้ไม่ทันไร ก็มาถึงจังหวะการกระโดดแย่งบอลกันกลางอากาศ นักเตะไทยเป็นฝ่ายกระโดดได้สูงกว่าและโดนลูกบอล แต่เมื่อเท้าแตะถึงพื้น นักเตะไทยวิ่งต่อ ส่วนนักเตะเลบานอนลงไปนอนกับพื้น เอากุมหัว ดิ้นอย่างเจ็บปวดสักพักเมื่อเขาลุกขึ้น สิ่งที่เห็นก็คือเลือดอาบหน้าและสองมือที่กุมเอาไว้ เลือดออกเยอะมากขนาดที่เห็นแล้วต้องเบะปาก ขณะที่เพื่อนร่วมทีมวิ่งมาดู นักเตะไทยเดินยิ้ม ยักไหล่ แพทย์สนามก็มาช้าเหลือเกิน เกมรึ…
สร้อยแก้ว
หลังการจากไปของพี่ปุ๋ย (นันทโชติ ชัยรัตน์) วันหนึ่งของต้นฤดูหนาว พี่แป๊ะ ภรรยาพี่ปุ๋ยก็มีดำริจะปลูกบ้านเป็นของตัวเองเสียที โดยพี่แป๊ะได้ซื้อไม้จากบ้านเก่าหลังหนึ่งไว้ ก่อนการเริ่มต้นปลูกบ้าน พี่แป๊ะจึงต้องหาคนมารื้อเอาไม้จากบ้านเก่าก่อน ซึ่งก็ได้น้องนุ่งแรงดีจากลุ่มน้ำมูนและหนุ่มในเมืองอย่างเอก และผู้อาวุโสแต่หัวใจวัยรุ่นอย่างพ่อถาหนึ่งในแกนนำปากมูน แห่งบ้านนาหว้า มาช่วยกันคนละไม้ละมือ
สร้อยแก้ว
(ขอความกรุณาสวมเสื้อขาว, สีฟ้า หรือสีที่ดูเหมาะสม ยกเว้นอย่าสวมเสื้อสีเหลืองหรือสีแดง เพราะจะทำให้แตกสามัคคี) ข้อความในวงเล็บนี้ทำเอาฉันอมยิ้มจนเกือบเผลอหัวเราะนี่คือจดหมายเชิญเดินเทิดพระเกียรติของชมรมผู้สูงอายุตำบลหารแก้วที่ประธานชมรมถึงกับควบมอเตอร์ไซค์แถดๆ มาหาพ่อถึงบ้าน
สร้อยแก้ว
 ฉันมีโอกาสไปร่วมงานรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ ๑๐ ปีนี้ เลยทำให้อดคิดไม่ได้ว่า รางวัล มีความหมายอย่างไรต่อชีวิตคนบ้าง ลองเปิดพจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถานดู เขาก็บอกว่ารางวัลคือ สิ่งของหรือเงินที่ได้มาจากความดี ความชอบ หรือความสามารถย้อนทบทวนตอนเด็กๆ รางวัลแรกของฉันมาจากการวิ่งได้ที่ ๓ จากการวิ่งแข่งกันสี่คน (เกือบไป!) โชคดีได้ขึ้นแท่นรับรางวัลกับเขา ยิ้มแก้มแทบปริ และเมื่อถึงบ้านก็รีบเอาสมุดดินสอมาให้พ่อกับแม่ดู
สร้อยแก้ว
ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ภาพของเพื่อนสนิทคนหนึ่งในวันที่เข็นรถเด็กที่มีเด็กหญิงวัยแปดเดือนนั่งยิ้มแฉ่งเดินเล่นยามเย็นนอกเมืองก็โผล่ขึ้นมาในห้วงคำนึงในวันฝนตก ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวกันเลยสักนิด เธอดูมีความสุขปลอดโปร่งใจดีเหลือเกิน เธอบอกฉันว่า แต่ก่อน เธอมองชีวิตแบบเอ็นจีโอ ใส่เสื้อผ้าฝ้าย ใช้ข้าวของอย่างประหยัด หน้าตาไม่แต่ง เธอเชื่อมั่นในวิธีคิดแบบนั้น ศรัทธาคนเหล่านั้น แต่วันเวลาก็ทำให้เธอเห็นว่าคนเหล่านั้นก็เป็นเพียงปุถุชนธรรมดาๆ เท่านั้น พวกเขาไม่ได้ดีอย่างที่เรามอบความศรัทธาให้ เธอไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงใช้ชีวิตตามแนวคิดอย่างนั้นได้อย่างเชื่อมั่นอยู่ตั้งหลายปี…
สร้อยแก้ว
สำหรับนักเขียน ยามคอมพิวเตอร์มีปัญหานับว่าเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว เพราะแต่ละวันไม่ว่ายังไงก็ต้องได้ลูบๆ เคาะๆ วันละนิดละหน่อยจนเคยชิน ครั้นเมื่อมันเกิดปัญหาขลุกขลัก แม้จะรู้สึกเซ็งๆ แต่ก็ต้องทนหอบหิ้วมันไปหาช่าง – คนที่เราคิดว่าเขารู้ดีกว่าเราแต่การเลือกช่างก็เหมือนการเลือกหมอรักษาอาการป่วยของเรานั่นแหละ หากยามใดเราไปเจอหมอที่วินิจฉัยโรคเราผิด จากที่ไม่ได้เป็นอะไรเลยแต่กลับบอกว่าเป็นโรคร้ายต้องผ่าตัดไปหลายยก เจ็บกาย เสียเวลา เสียเงิน เพื่อที่จะพบว่า ที่แท้เราไม่ได้เป็นอะไรเลย ความรู้สึกโกรธและไม่อาจทำใจยอมรับกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ…
สร้อยแก้ว
ชาวบ้านห้วยสะคามตื่นเต้น ใช้ไฟฟรี ประหยัดกันยกใหญ่! อยากให้พาดหัวข่าวแบบนี้ในหน้าหนังสือพิมพ์บ้างจัง แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กมากของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ขัดแย้งใหญ่หลวงของบ้านเมืองยามนี้ นโยบายอะไรๆ ของรัฐบาลก็ไม่ดีทั้งนั้น ในฐานะที่ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรมากเกี่ยวกับนโยบายประชานิยม แต่ว่าพอเข้าใจหัวจิตหัวใจของชาวบ้านตาดำๆ ซึ่งเวลาลงคะแนนเลือกตั้งเสียงของเขาก็มีค่าเท่ากับศาสตราจารย์หรือด๊อกเตอร์ในเมืองไทย เขาก็มองเห็นผลดีผลได้เท่าที่จับต้องได้ ไม่ต้องอ้างเอ่ยว่าเขาซื้อเสียงง่ายหรอก แต่เขาเห็นว่าเขาได้อะไรจากรัฐบาลชุดที่แล้ว (ยุคทักษิณ) เขาถึงเลือกและชอบ
สร้อยแก้ว
ภาพจาก http://www.blogth.com/blog/ddimg/uploadimg/20070514/093435918.jpgอาจไม่ต้องถึงขั้นเป็นคอบอล เป็นแค่ผู้นิยมกีฬาฟุตบอลก็คงต้องอยากดูเกมระหว่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กับเชลซีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมาว่าจะเป็นอย่างไร เปิดฤดูกาลของพรีเมียร์ลีก เชลซีเดินหน้าชนะทุกนัดเก็บมาได้เก้าคะแนนเต็ม เป็นการออกสตาร์ทที่สวยงามและทั้งนักเตะทั้งแฟนบอลเต็มไปด้วยความฮึกเหิม ขณะที่แชมป์เก่าอีกทั้งยังเป็นแชมป์ถ้วยฟุตบอลสโมสรยุโรปซะด้วย กลับเก็บมาได้เพียงสี่คะแนน แพ้บ้าง เสมอบ้าง จนแฟนๆ ชักใจคอไม่ดี แม้ฤดูกาลที่แล้วก็ออกสตาร์ทไม่ดีเหมือนกันแต่สุดท้ายก็ได้ถ้วย…
สร้อยแก้ว
โขงเจียมคือชื่ออำเภอหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี อันเป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นเมืองที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยามเพราะอยู่ทิศตะวันออกสุดของประเทศ และยังเป็นที่รู้จักอีกในฐานะที่มีแม่น้ำสายสำคัญของอีสานสองสายมาบรรจบคือแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง จุดที่บรรจบกันนั้นเรียกกันอย่างไพเราะว่า แม่น้ำสองสี โขงสีขุ่น มูลสีคราม (แต่ตอนนี้ขุ่นทั้งคู่ หากอยากเห็นมูลสีครามน่าจะเป็นช่วงหน้าแล้ง) โขงเจียมมีฐานะเป็นอำเภอ แต่อำเภอนี้เล็กเหมือนหมู่บ้าน ค่ำมาราวสักสองทุ่มก็เงียบแล้ว บางบ้านเข้านอน บางบ้านอาจจะยังนั่งพูดคุยกันอยู่หน้าบ้าน แต่คุยกันอย่างเงียบๆ ไม่กระโตกกระตาก สงบดีเหลือเกิน…
สร้อยแก้ว
ฤดูฝน นาพ่อสนเขียวไสวด้วยต้นข้าว ยามเช้าน้ำค้างชุ่มหญ้า ชุ่มพุ่มไม้ ครั้นเมื่อแสงแดดโผล่พ้นจากหมู่เมฆ ท้องนาสีเขียวยิ่งดูกระจ่างตา เหลียวมองรอบๆ แสนสบายตาสบายใจ เอ แล้วดอกอะไรกันหนอสีแดงขาว เป็นพุ่มไม้ใหญ่อยู่หน้าเถียงนาอีกแห่งนั่น ? เห็นแล้วก็อดคว้ากล้องเดินย่ำน้ำค้างบนคันนาไปหาดอกไม้นั้นไม่ได้ ไพจิตรเห็นก็วิ่งตามโดยทันใด เธอไม่ใส่รองเท้า ฉันบอกระวังหนาม ไพจิตรเงยหน้าขึ้นมองไม่ตอบอะไรนอกจากยิ้ม เธอทำให้ฉันอดคิดถึงครั้งหนึ่งเมื่อเราไปเที่ยวช่องเม็ก ด่านชายแดนลาวด้วยกัน
สร้อยแก้ว
ฉันถ่ายรูปไพจิตรไว้หลายรูปทีเดียว จนอดไม่ได้ที่จะเขียนถึงเธออีกครั้ง ด้วยความที่เธอบริสุทธิ์เหลือเกิน บ้านของไพจิตรอยู่ในหมู่บ้าน แต่เธอและครอบครัวมักชอบไปนอนเถียงนาที่มีวัว ควาย หมู หมา ไก่ เป็นเพื่อน ในหมู่บ้าน บ้านเรือนมักจะปลูกติดๆ กัน อันเป็นธรรมดาของสังคมหมู่บ้าน ซึ่งสมัยก่อน บ้านเรือนอาจปลูกไม่ชิดกันมากขนาดนี้ แต่เมื่อลูกหลานสร้างครอบครัวกันขึ้นมาใหม่ เริ่มปลูกบ้านหลังใหม่เพิ่ม ลักษณะหมู่บ้านจึงดูหนาแน่นขึ้น ครอบครัวของพ่อสนซึ่งรักความสันโดษเลยพากันไปนอนเถียงนาที่แสนจะเงียบสงบ อากาศเย็นสบาย และฉันก็มักไปนอนที่นั่นด้วยบ่อยๆ