Skip to main content

 

26 สิงหาคม 2553
ได้ไปหาคุณวิจิตร ไชยวัณณ์ อดีตนักหนังสือพิมพ์คนเมือง โดยผมขับรถไปหาคุณลุงวิจิตรที่บ้านห้วยน้ำขาว ตำบลบ้านยางคราม อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ บ้านนี้อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศวร์ไปอีกราว 5 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นเรือนไม้ใต้ถุนโล่ง อยู่ด้านซ้ายมือ ตรงข้ามสนามกีฬาพอดี คุณลุงอายุ 86 ปีแล้ว ท่านบอกผมด้วยสีหน้าปรกติว่า ลุงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากระยะสุดท้าย อีก 3 ปีจะตาย  พอจบคำพู  ผมค่อยผ่อนลมหายใจยาว ไม่น่าเชื่อคนที่รู้ว่าตนเองกำลังใกล้ตายจะมีทีท่าปรกติ  บอกเรื่องร้ายแรงเหมือนเรื่องปรกติธรรมดา   ภรรยาคุณลุงอายุได้ 85 ปี คุณลุงวิจิตรบอกผมอีกว่า ภรรยาสุขภาพไม่ค่อยดี ต้องนอนพักตอนกลางวันนานๆ อีกไม่นานคงตามคุณลงไป  เราพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องราวเชียงใหม่ได้อดีต ท่านความจำดีมาก พูดถึงประวัติวังบัวบาน ที่เล่าลือกันครั้งอดีตว่า  หญิงสาวสวยชาวเหนืออกหัก จึงไปโดดน้ำสังเวยรักขม พูดถึงการทำป่าไม้ภาคเหนือของบริษัทชาวอังกฤษ พูดถึงบ้านเดิมของคุณชรินทร์ นันทนาคร นักร้องเพลงลูกกรุงชาวเชียงใหม่   พูดถึงการเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในเชียงใหม่ และอีกมากมายที่น่าสนใจ 
 
ผมขอดูหนังสือพิมพ์คนเมือง
ฉบับรายวันครั้งอดีต ราคาฉบับละ 1 บาท ท่านบอกว่ามีคนขอยืมแล้วไม่คืน ไปตามหาแล้ว ปรากฏว่าคนยืมหนังสือเสียชีวิต ถามลูกหลานเขาตอบว่า งานศพชุลมุนวุ่นวาย ไม่รู้หนังสือพิมพ์คนเมืองฉบับรายวัน ที่เย็บติดกันแล้วเข้าเล่มทำปกเรียบร้อยอยู่ที่ไหน ความหวังของผมที่ต้องการรู้เรื่องราวทางเหนือในอดีตก็วูบลง แม้ผมจะมีหนังสือเกี่ยวกับทางเหนือหลายเล่ม แต่ก็อยากค้นหาข้อมูลหลายๆทาง คุณลุงวิจิตรพูดต่อเหมือนจุดไฟความหวังให้สว่างวาบขึ้น ท่านว่า แต่มีหนังสือพิมพ์คนเมืองฉบับรายเดือน ราคาฉบับละ 5 บาท  เย็บติดกัน 6 เดือนหรือ 6 ฉบับ รวบรวมเป็นเล่มใหญ่ ทำปกแข็งแรง ผมว่าดีๆครับ ขอดูหน่อยเถอะ  ท่านลุกขึ้นพาร่างกายที่ผอมอ่อนแรง เดินช้าๆ เข้าไปยังห้องเล็กๆ คล้ายห้องครัว ใกล้กับที่เรานั่งคุยใต้ร่มไม้ ผมรีบตามไปยืนรอที่หน้าประตู ไม่กล้าเข้าไปดูท่านค่อนข้างหวง ท่านหันหลังกลับมาพร้อมหนังสือปกแข็ง 2 เล่ม ปกอ่อนเล่มบางอีก 1 เล่มยื่นให้ ผมก้มหัวรีบยกมือไหว้อย่างนอบน้อม 
 






เรามานั่งคุยกันต่อ ผมพลิกดูหนังสือคนเมืองเล่มบางๆ ท่านบอกว่า นี่เป็นเล่มแรก เป็นเล่มปฐมฤกษ์ของหนังสือพิมพ์คนเมืองรายเดือน หน้าปกบอกเดือนกรกฎาคม 2497 หน้าปกเป็นรูปคุณสุชีรา ศรีสมบูรณ์ หรือสมบูรณ์ ศรีบุรี นางสาวไทย ปี พ.ศ. 2497 และรองนางสาวถิ่นไทยงาม ปี พ.ศ. 2496  มีคำกล่าวขวัญกันว่า เป็นนางสาวไทยที่สวยที่สุดในยุคโบราณ  ท่านผู้อ่านดูรูปที่แนบมาซิครับส่วนหนังสือปกแข็งอีก 2 เล่มนั้น เล่มแรกเป็นหนังสือพิมพ์คนเมืองเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน 2498 เล่มที่สองเป็นหนังสือพิมพ์คนเมืองเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม 2498  เล่มหนึ่งประกอบด้วยหนังสือพิมพ์คนเมือง 6 เล่ม ผมขออนุญาตคุณลุงวิจิตรนำไปถ่ายเอกสารเรียบร้อย แต่ไม่ได้ถ่ายทุกหน้านะครับ เพราะเล่มหนึ่งหนาราว 180 หน้าทีเดียว เลือกถ่ายเฉพาะเรื่องราวที่เราสนใจ  ส่วนหนังสือพิมพ์คนเมืองรายเดือนฉบับแรก ประจำเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2497 ผมถ่ายไว้ทั้งเล่ม...อยากให้ผู้สนใจได้อ่านมากครับ.
 
 
 

 

บล็อกของ ถนอมรัก เดือนเต็มดวง

ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  อ่านกวีนิพนธ์ ของโอมาร์ คัยยัม กวีชาวเปอร์เซียหรืออิหร่าน โดยแคน สังคีต แปลเป็นภาษาไทย ได้เนื้อหาเกี่ยวกับความรักว่า                                                     อันความรัก คืออะไร          ควรใคร่คิด          …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  เนาวรัตน์กวาดสายตา เข้าไปในตัวบ้านไม้ชั้นเดียว พื้นบ้านต่ำกว่าระดับถนนคอนกรีตเล็กน้อย   ข้างฝามีปฏิทิน มีรูปคณะซอ   มีรูปแม่จันทร์สม สายธารา   นั่งคู่กับผู้ชายวัยใกล้เคียงกัน   เนาวรัตน์คาดคะเนว่า คงเป็นครูคำผาย นุปิง ทั้งคู่อยู่ในชุดคนเมือง   ข้างหลังนั่งล้อมวง   สวมเสื้อหม้อฮ่อม ปี่ 3 คน ซึง 1 คน เนาวรัตน์มองดูที่หน้าบ้านริมถนน มีสิ่งก่อสร้าง คล้ายโรงครัวเล็กๆ   มีป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้าติดข้างฝา   บอกชื่อแม่จันทร์สม สายธารา   ที่อยู่  …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  เสียงปี่ผสมเสียงซึงดังขึ้น  รับกับเสียงผู้ขับซอ   เสียงปีและซึงผสมกลมกลืนมีทั้งหวานแหลมและนุ่มนวล   ก่อเกิดบรรยากาศความเป็นชาวเหนือขึ้นมาทันที   ผู้ขับซอชายนั่งขัดสมาธิ มือถือไมโครโฟนไร้สาย ผู้หญิงนั่งพับเพียบเคียงกัน หันหน้าอวดผู้ชม   ยามผู้ชายขับซอ   ผู้หญิงเอียงตัวไปมา มือไม้ขยับรับเสียงดนตรี   ทำนองดนตรีนั้นเนาวรัตน์ฟังไม่ออก เป็นเพลงอะไร สมัยเด็กๆเขาเข้าใจว่า คนเป่าปี่และคนดีดซึง คงเล่นเพลงเดียวตลอดงาน เพราะฟังทีไรก็เหมือนเดิมทุกที …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    เนารัตน์ข้าราชการบำนาญ นั่งเก้าอี้พลาสติกของวัด   ดูซอที่ตั้งเวทีข้างประตูวัด สถานที่ซอเป็นยกพื้นขึ้นสูงราวคอผู้ใหญ่ ปูพื้นด้วยไม้กระดาน ล้อมสามด้านด้วยไม้ไผ่ลำโตขนาดข้อมือเด็ก ด้านละ 2 ต้น คล้ายเชือกกั้นเวทีมวย อีกด้านมีบันไดพาด สำหรับให้คณะซอปีนขึ้นไป สถานที่ขับซอเรียกว่า “ผามซอ” พื้นจะปูด้วยเสื่อ ความจริงเนาวรัตน์ไม่อยากมาชมเท่าไร   อยากได้เรื่องราวเกี่ยวกับด้านบันเทิงของชาวเหนือ นำไปเขียนลงเวบเพื่อเผยแพร่ หรือส่งไปยังหนังสือที่เขาต้องการ...ในวัยเด็กย่าบอกว่า ซอสนุกมาก …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    ผู้ใหญ่บ้านได้พูดเสริมต่อจากเจ้าอาวาส “กรรมการวัด ได้มีการประชุมหารือกันก่อนแล้วแล้วรอบหนึ่ง มีเจ้าอาวาสเป็นประธาน คณะกรรมการวัด มีข้อคิดความเห็นว่า จะขอความร่วมมือร่วมใจจากศรัทธาญาติโยมทุกคน ช่วยกันบริจาคเงินเพื่อจัดงานบวช ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 โดยจะขอเก็บหลังคาละ 140 บาท เงิน 40 บาทจะเป็นค่าจัดทำอาหารกลางวัน  เลี้ยงศรัทธาทั้งหมู่บ้าน ส่วนอีก 100 บาท จะเป็นค่าทำบุญและค่าจ้างซอมาเล่นเฉลิมฉลอง จึงอยากถามหมู่เฮาชาวบ้านว่า  จะเห็นด้วยไหม ?” มีเสียงพึมพำอึงในวิหาร …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    เสียงเคาะลำโพงปลายเสาไฟฟ้า   ในหมู่บ้านทุ่งแป้ง   ดังขึ้น 3 ครั้ง แล้วมีเสียงพูด “ ฮัลโหล !   ฮัลโหล !   ครับ !   ขอประชาสัมพันธ์ วันนี้กินข้าวแลงแล้ว   เวลาประมาณ 1 ทุ่มเศษ   ขอเชิญทุกบ้านทุกหลังคาเรือน   มาประชุมพร้อมกันที่วัดทุ่งแป้งนะครับ มีหลายเรื่องที่จะประชุมหารือกัน   อย่าได้ขาดกันเน้อ   บอกต่อๆกันไปด้วยเน้อครับ...ขอขอบคุณครับ”
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
   
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    ได้ยินเสียงหมอเรียก เราทั้งคู่รีบเข้าไป เห็นเจ้าเหมียวนอนตะแคงนิ่งเหมือนท่อนไม้ ลิ้นแดงเล็กห้อยคาปาก หมอบอกว่า เอาลิ้นมันคาปากไว้ หากลิ้นค้างในปากขณะมันสลบ ลิ้นอาจจุกปากหายใจไม่ออกอาจตายได้ มันจะสลบสัก 1 ชั่วโมง ลุงกับป้าช่วยกันอุ้มมันขึ้นรถ   วางมันบนเบาะหลังที่มีผ้าขนหนูรอง พอถึงบ้านอุ้มมันไปวางราบบนม้ายาวที่มีหมอนรอง ลิ้นยังคาปากเหมือนเดิม อดนึกไม่ได้ว่าตอนแมว
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
 
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  ผมมองผ่านทางเดิน ไปห้องครัว เห็นแมวต่างบ้าน เดินย่องเงียบกริบออกมา เจ้าตัวนี้มาขโมยอะไรกินบ่อยๆ ผมหมายตาจะเล่นงานมันหลายครั้ง แต่มันรอดปลอดภัยทุกที ไม่ทำร้ายอะไรมากมายหรอก จะหาไม้เล็กๆไม่ทันแล้ว เราก็นักฟุตบอล ใช้เท้าเคลื่อนไหวประจำ เตะได้ทั้งซ้ายขวา ไม่รู้จักศูนย์หน้าทีมโรงเรียนดังซะแล้ว จะหลบซ้ายขวาเจอหมด  ฮะฮ่า !..เสร็จแน่เจ้าเหมียว แมวขาวดอกลายเดินกลับออกมาใกล้ถึงมุมห้องแล้ว ผมโผล่พรวดออกไป มันตกใจยืนตลึง ผมส่งเสียงข่มขวัญ มันตั้งหลักได้ขยับวิ่งไปทางขวาแล้วแวบมาทางซ้าย …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
      พออากาศเริ่มเย็น เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว นกเอี้ยงที่เคยหายไป เริ่มกลับมาส่งเสียงแก๋ๆ ตามยอดต้นโพธิ์ข้างวัด ส่วนนกเขาอยู่ประจำถิ่นในหมู่บ้าน ฤดูไหนผมก็ยังเห็นนกเขาเสมอ เดินไปมาตามถนนบ้าง เกาะสายไฟบ้าง บ้านนี้นกเขามากจริงๆ คนแปลกหน้าเข้ามา จะได้ยินเสียงนกเขาคูระงมหมู่บ้าน คงนึกว่าหมู่บ้านนี้เลี้ยงนกเขา ความจริงไม่เห็นใครเลี้ยงนกเขาเลย มันเป็นนกที่หากินเอง ว่างจากหาอาหาร มันจะคูเสียงขับกล่อมผู้คนชาวทุ่งแป้ง ขณะผมพิมพ์หนังสือ ยังได้ยินเสียงคูทุ้มๆ มาจากทิศเหนือ ละแวกบ้านน้าบุญแว่วมา …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  แปรงฟันล้างหน้าเสร็จเรียบร้อย ผมกลับมายืนดูที่หน้าต่างดังเดิม ฝูงนกยางยังคงบินตามกันเต็มท้องฟ้า ไม่รู้จักหมดสิ้น อากาศเริ่มเย็น ลมเย็นพัดมาจากทุ่งหน้าบ้านเอื่อยๆ บอกสัญญาณย่างเข้าสู่ฤดูหนาว นกมากมายไม่รู้มันมาจากไหน มาไกลแค่ไหน บ้างว่ามันมาจากไซบีเรีย จีน มองโกล หิมาลัย มันเป็นนกปากห่าง  นกยาง ฯลฯ จำนวนเป็นแสนตัวทีเดียว สิ่งที่ตามมาคือโรคติดต่อ ต้องระวังไข้หวัดนก ที่มันนำมาฝากเจ้าของบ้าน