กวีประชาไท
โลกทัศน์ของข้ามืดบอดอยู่ในปากท้องและศักดิ์ศรีเหมือนว่าหนักอึ้งในทุก ๆ วลีที่จะเอื้อนเอ่ยถึง...ลมรำเพยก็เคลื่อนห่าง..ไกลออกไปแต่ข้างในนี้สิ – มีรอยรุ่มร้าวลึกก่ายทับซับซ้อน
กวีประชาไท
คลี่กระดาษประเทศนี้ เป็นไฉน คนแต่ละคนไย ซ่านซ้อน เหมือนล้อเล่นซ่อนไย จับจ่อ จรดฤๅ โครง เก่า กร่อน ผุ ย้อน ยิ่งล้ำหยั่งเหลือ ฯลฯ
กวีประชาไท
เธอตายในเดือนกุมภาเวลาตะแบกบานเต็มต้นลมหวนระรานกลีบบางร้าวรนที่สุดร่วงหล่นบนวิถีเดินทาง
กวีประชาไท
เสียง อิ่มอดอ่อนล้า โรยแรง
ลือ เล่าความจำแฝง เหลื่อมเร้น
เสียง ลือเล่าตายแหง เสร็จส่ง เรื่องฤๅ
เล่า เจื่อนเก้อหน้าเฟ้น เก่าพร้อมใหม่หยิม ฯลฯ
กวีประชาไท
แล้วดอกจานบ้านนาก็ร่วงหล่น จากแล้งฝนผ่านพ้นสู่เหน็บหนาว
แสงตะเกียงดวงน้อยก็ดับยาว สายลมหนาวพาความเศร้ายังบ้านนา
นกฟ้า
ไอหนาวใต้แดดอุ่น สองความรู้สึกสองสัมผัส
อุ่นและหนาวปะปนกันไป
เพราะในยามหนาว ไอแดดจะมีความหมายยิ่งนัก
เป็นเช่นนั้น เพราะความต่าง ย่อมมีความหมายต่อกันในบางเวลา
คนที่แตกต่าง รักที่แตกต่าง
ทำให้ชีวิตมีลำดับขั้น
กวีประชาไท
ยุคเยื้องกรายย่ำเท้า หนาวลึก สารสื่อเร่งรู้สึก ท่ารู้ ความเป็นอยู่ด้านนึก ตกดิ่ง แล้วฤๅ เรียกว่าต่างกลุ่มกู้ ชาติเชื้อชนผอง ฯลฯ
กวีประชาไท
โบยตีฉันเถิดความทรงจำ
บัดนี้, ฉันยอมจำนนต่อทุกสิ่งแล้ว
ต่อวิญญาณอันพ่ายพังกับความฝันในเวิ้งแล้ง
ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าในดินทราย