กวีประชาไท
ในบรรดาทุกข์ทั้งมวลที่ฉันมีอยู่ ให้ประตูทุกบานได้ขานแย้ม ในห้วงอับอารมณ์อันขื่นแซม ให้เติมแต้มตื่นหวังครั้งชีวิต ฯ
กวีประชาไท
สักวันจะลองเป็นบ้าละความปรารถนาฝันใฝ่เดิน เดิน ฉันจะเดินไปถึงไหนก็ให้รู้กัน
กวีประชาไท
* จุดดาวแดงแต่งกองทัพประชาไท
ในความมืดขับทะมึนขึ้นไขแสง
กาฬปักษ์ดักดานใกล้เปลี่ยนแปลง
แจ้งกระจ่างโดยตีนราษฎรเดิน
กวีประชาไท
โดยน้ำค้างเดื่อนฟ้า ผลัดละอองเกาะนิ่งแวววาวรอง ฉ่ำแล้งตามพื้นพุ่มพฤกษ์ผอง ผืนแผ่นลุกตื่นย่ำเยื้องแย้ง อย่างเช้าชื่นทวน ฯลฯ
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ฉันเอยฉันทลักษณ์
ยากยิ่งนักจะประดิษฐ์มาคิดเขียน
เป็นบทกวีงามวิจิตรสนิทเนียน
มิผิดเพี้ยนตามกำหนดแห่งกฎเกณฑ์
กวีประชาไท
สีคนรวมก่อขึ้น เป็นมา เล่าแลด้วยเชื่อถือศรัทธา แกร่งกล้าบริสุทธิ์ดุจมหา - กษัตริย์ พิศพึงกระทั่งทุกข์ทายท้า ต่อนี้หน้าหลัง ฯลฯ เสียงสีที่มีไซร้ ที่ขานไข ที่ใฝ่หวังจาก ๒๔๗๕ ครั้ง จากเหตุหวน ให้ปรวนแปร ฯ
กวีประชาไท
@ * " เส้นทางผู้ใดสร้างผู้นั้นวางเพื่อทางเขาทางร่วม คือ ทาง เ ราป ระ ชา ช น ผู้ใช้ทาง
กวีประชาไท
๑ สหาย..... ไม่เคยกลัวตายไม่กลัวเสียสละไม่มีแพ้แลชำนะ ไม่เสียดายในจังหวะที่ผ่านเลย
นกฟ้า
จิบชายามเช้า ฟังเรื่องเล่าที่ผ่านมาจากวันวาน และค่ำคืนที่ไม่เคยหลับไหล..
หัวใจเปี่ยมด้วยจินตนาการ ความคาดหวัง..และฝันสีควันจาง จาง ..
บ้านหลังนี้ ไม่ได้มีฉันเพียงลำพัง
เพื่อนพ้อง..แขกเหรือที่ผ่านไปมา สะดุดตา ..ด้วยภาพ ...โดนใจ จากสวนอักษร
ต่างแวะเวียนเยี่ยมชม..บ่นพึมพำ(เป็นตัวหนังสือ) วิจารณ์..มากมาย
ช่างเป็นบ้านหลังใหม่ที่น่ารัก เสียจริง
บ้านนกฟ้า--ชา--กานท์ ยินดีต้อนรับทุกท่าน ....
กวีประชาไท
ทำไม ถึง เรียกว่า ...
" วิกฤติเศรษฐกิจประชาธิปไตย"
พี่น้องเอ๋ย เป็นไปได้ยังไง?
ใครหนอทำให้เกิดวิกฤติ?
นาโก๊ะลี
กลับมามองท้องทุ่งกับฟ้ากว้าง พักจากการเดินทางระหว่างสมัยกลับมาจากแผ่นดินของเมืองไกล กลับมามองความเป็นไป-ฤดูกาลธรรมชาติแตกต่าง-มิแตกต่าง ยามแสงแรกส่องฟ้าสางโลกสถานในชีวิตมีหม่นเศร้ามีเบิกบาน เป็นอยู่นับกาลนานตลอดมามองดูคนในฐานะของธรรมชาติ ซึ่งล้วนมุ่งหมายมาตรวาดคุณค่ามีแส่ส่ายไหวเอนเป็นธรรมดา มีแข็งกร้าวก็ว่าประสาคนเห็นชีวิต เรียนชีวิต จากชีวิต เข้าใจถูกเข้าใจผิดก็สับสนเคลื่อนคลื่นความคมคิดอันวกวน สู่หนทางการสืบค้นของตนเองเหนื่อยไม่เหนื่อยหนักนักหรืออย่างไร รีบหรือรีบร้อนใจจนคร่ำเคร่งแม้ยามผ่านลานผ่อนพักดนตรีบรรเลง ก็ยังคล้ายรีบเร่งมิอาจได้ยินนั่นก็คงจะงามได้ตามประสา เมืองตึกเชื่อมดินฟ้า-ฟ้าแหว่งวิ่นยกภูเขามาแปรป่นทับแผ่นดิน แต่ชีวิตมิอาจสิ้นอยู่เพียงเท่านี้กลับมามองท้องทุ่งกับฟ้ากว้าง พบบางอย่างยังอยู่เคียงคู่วิถีในการแสวงหาทั้งหมดที่มี เป็นความงามความดีอันเดียวกันแมลงปอเกาะใบไม้ไหวในนา-น้ำ ชาวนาปักกล้าดำนาขณะนั้นนกกระยางแปรขบวนบิน-สัมพันธ์ นี่กำลังจะล่วงวันสู่ค่ำคืนอะไรคือความหมายของแมลงปอ เฝ้าดูรอยต่อระหว่างเรากับสิ่งอื่นใบไม้ไหวนกกระยางหญ้าเหยียดยืน กับท้องทุ่งทั่วทั้งผืน-ถึงดินฟ้าเห็นเราเห็นชีวิตเห็นสรรพสิ่ง เห็นเคลื่อนเห็นนิ่งเห็นปรารถนาเห็นโลกเห็นจักรวาลกาลเวลา เห็น ไม่เห็นปัญญาว่ากันไปแต่ได้เห็นเค้าโครงของความคิด ว่าระหว่างเล็กน้อยนิดกับยิ่งใหญ่ระหว่างนิรันดร์กับเสี้ยววินาทีใด ทั้งหมดนั้นคืออะไร...หนึ่งเดียวกันต่อการกลับมามองท้องทุ่งกับฟ้ากว้าง ก็พอเห็นก้าวย่างอันสร้างสรรค์พอได้พบสัมผัสอันสัมพันธ์ ที่เกื้อกูลก่อต่อฝัน แห่งชีวิต นาโก๊ะลี
กวีประชาไท
ไตรรงค์โบกพลิ้วปลิวไสว ประชาธิปไตยสง่าสงบ ยี่สิบสี่มิถุนาประชารบ หลายศพเซ่นสู่สมบูรณา ฯ