บล็อกกาซีน ประชาไท
มาลำ
ฉันอายุสิบแปดปีในตอนที่เธอยังเป็นหนุ่มน้อยอายุสิบห้าใส่ชุดนักเรียนเทคนิค แบกกีต้าร์เดินผ่านบ้านพักของฉันและเพื่อนที่ฝึกงานในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ร่างผอมสูงของเธอปรากฎให้เห็นในตอนเช้า ก่อนพลบค่ำเธอกลับมาพร้อมกีต้าร์ตัวเดิม มีคนบอกฉันว่า เธอเป็นลูกชายหนึ่งในสองคนของป้าผู้ช่วยพยาบาลคนหนึ่งทำงานในห้องแลปของโรงพยาบาล เราได้แต่มองกันไปมาแล้วเงียบ วันคืนผ่านไป จนค่ำวันหนึ่งเธอส่งยิ้มมา ฉันทักเธอว่า ตกลงเป็นนักเรียนหรือนักร้อง เธอยิ้มหวานแล้วตอบเบาๆว่า ทั้งสองอย่างครับ
ฐาปนา
ดั้งเดิม ก่อนที่แต่ละบ้านจะมีเอกสารกรรมสิทธิ์ในบ้านและที่ดินของตัวเอง บ้านส่วนใหญ่ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “รั้ว” อย่างเป็นทางการ เพราะแต่ละบ้านในละแวกก็ล้วนพี่น้อง หรือนับไปนับมาก็ญาติกันทั้งนั้น อาจปลูกต้นไม้เป็นแนวให้บอกได้ว่าเป็นแดนใคร แต่จะถึงขั้นปักเสาขึงลวดหนาม หรือก่อกำแพงล้อมนั้นน้อยราย เพราะถือเป็นเรื่องสิ้นเปลืองเงิน เขตบ้านใครก็บ้านมัน ถึงไม่มีเอกสารสิทธิ์ ถึงไม่มีรั้วรอบขอบชิด ก็ไม่ก้าวก่ายกันอยู่แล้ว เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ใครคนหนึ่งเกิดอยากทำเอกสารสิทธิ์ที่ดินของตน จากที่เคยชี้นิ้วบอกว่านี่เขตใคร การออกเอกสารสิทธิ์ จะแสดงให้รู้ว่าเขตใครที่ว่านั้นอยู่ตรงไหนกันแน่ เมื่อลูกหลานเพิ่มมากขึ้น การจะแบ่ง จะซื้อจะขาย จำเป็นต้องมีกรรมสิทธิ์ที่ชัดเจน ถ้าทุกอย่างเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็นก็ไม่น่าจะมีอะไร แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นเพราะว่า คนที่ต้องการทำโฉนดนั้น ต้องการมากกว่าคนอื่น ใช้สิทธิ์มาก่อนได้ก่อน เอาเจ้าหน้าที่ที่ดินมาทำโฉนดก่อนใคร วางอาณาเขตตัวเอง ล้ำเข้าไปในแดนคนอื่น ไม่เพียงแค่นั้น ยังอาศัยเส้นสายที่มีติดต่อหน่วยราชการมาทำถนนคอนกรีตผ่านหน้าบ้านตัวเอง แต่อ้อมล้ำเข้าไปในแดนคนอื่น
โอ ไม้จัตวา
หลังจากอยู่ในดงข้อมูลอันบ้าคลั่งที่ไหลมาเทมา มองไปข้างหน้าเห็นแต่สถานการณ์ที่ใส่กุญแจปิดตายอย่าง “เอารัฐบาลสมัครออกไป” แต่รัฐบาลสมัครไม่ออก ถามว่าถ้าเอาออกไปแล้วจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อเลือกตั้งใหม่ยังไงก็แพ้อีก กุญแจลูกที่สองโยนออกมาบอกว่า “เปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองใหม่ จากหน้ามือซ้ายของประชาชนไปเป็นหลังเท้าขวาของอีกคน” ฟังจบแล้วก็รู้สึกว่าลูกกุญแจที่จะเปิดล็อคถูกโยนทิ้งลงทะเลความคิดอันกว้างใหญ่ *********************************
kanis
ชาวประมงบ้านฉาง..ตื่น...ผื่นเต็มตัวชาวประมงตำบลพลา บ้านฉาง ระยอง อาชีพดำเก็บหอยจอบ ตื่นตระหนกหลังขึ้นจากดำน้ำเก็บหอยจอบหาดพลา...พบผื่นขึ้นเต็มตัว หวั่นโดนสารพิษอุตสาหกรรมวันนี้ที่สำนักงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เลขที่ 113 ถนนยมจินดา ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง มีชาวบ้านตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง นำเอาภาพถ่ายภาพหนึ่งมาให้ เป็นภาพของชายคนหนึ่งที่เนื้อตัวมีแผลผื่นคัน เป็นปื้นๆทั้งตัว จากการสอบถามข้อมูลกับชาวบ้านที่นำภาพมาให้ คือนางจันทร์เพ็ญ ได้บอกเล่าว่า ภาพถ่ายนี้คือภาพของนายวินัย ณ รังษี อายุ 28 ปี เป็นชาวตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง มีอาชีพดำน้ำจับหอยจอบขายมาหลายปีแล้ว อยู่มาเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2551 นายวินัยได้ลงไปดำน้ำเก็บหอยจอบ พอขึ้นมาได้สักพักก็รู้สึกแสบคันตามเนื้อตามตัวอย่างมาก ปกติหากรู้สึกว่าไปโดนแมงกะพรุน หรือหอยบางชนิดที่ทำให้รู้สึกคัน ชาวประมงหรือชาวบ้านที่อยู่กับทะเลก็จะนำใบผักบุ้งทะเลมาขยี้ถูตัวก็จะหายไปได้ แต่นายวินัยบอกกลับรู้สึกคันอย่างมากเลยรีบกลับมาบ้านอาบน้ำล้างตัวฟอกสบู่ แต่อาการแสบคันก็ยังไม่หาย กลับมีรอยผื่นขึ้นเต็มตัวไปหมดไปหาหมอ หมอบอกแพ้น้ำทะเล จึงได้ติดต่อขอสัมภาษณ์นายวินัยทางโทรศัพท์ นายวินัยบอกรู้สึกแคลงใจมากว่า หมอวินิจฉัยผิดหรือเปล่า เพราะ มีอาชีพดำน้ำเก็บหอยจอบขายมาเป็นสิบปีแล้ว มีชีวิตอยู่กับทะเลรู้จักทะเลแถบมาบตาพุด บ้านฉางนี้ดี การที่หมอวินิจฉัยว่าแพ้น้ำทะเลไม่น่าเป็นไปได้ ทั้งนี้นายวินัยได้ตั้งข้อสังเกตว่า การที่อยู่ๆก็มีผื่นขึ้นตามเนื้อตัวของตนเองนั้น น่าจะเป็นที่คุณภาพน้ำทะเลมากกว่า เพราะไม่กี่ปีนี้เองที่รู้สึกว่า หอยจอบที่เคยจับได้มากมายสมัยก่อน เดี๋ยวนี้หายากขึ้น และน้ำก็มีความขุ่นมากขึ้นด้วย ระยะหลังๆมานี่เวลาขึ้นจากน้ำทะเลก็มักมีอาการคันอยู่บ้าง แต่อาบน้ำล้างตัวแล้วก็จะหายไป แต่มาเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านไปนี่เองที่เกิดผื่นคันและเป็นตุ่มไปทั่วตัว จนรู้สึกตกใจ สิ่งที่กลัวมากคือเรื่องของสารพิษเพราะไม่รู้ว่าในน้ำทะเลเดี๋ยวนี้จะมีสารพิษอะไรปนเปื้อนอยู่บ้าง เนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมจะมีการปล่อยน้ำจากกระบวนการผลิตลงสู่ทะเล และน้ำที่ปล่อยชาวบ้านก็ไม่รู้ว่ามีสารอะไรปนเปื้อนมาบ้าง ต่อกรณีที่เกิดขึ้นกับนายวินัย ได้สอบถามว่าคิดจะร้องเรียนไปยังหน่วยงานไหนหรือไม่ นายวินัยกล่าวว่าอาการที่เป็นก็เป็นมาหลายวันแล้วยังไม่หายเสียที ต้องหมดเงินหมดทองรักษาตัวเองไปเยอะแล้ว ลงทะเลดำเก็บหอยเหมือนก่อนก็ไม่ได้ ไม่มีรายได้เข้ามาครอบครัวก็ยากจน ไม่รู้จะไปเรียกร้องอะไรกับใคร " ผมอยากให้หน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมช่วยมาดูน้ำทะเลให้ที อยากให้ลองเอาน้ำทะเลแถบหาดพลา หาดน้ำริน บ้านฉางไปตรวจดูว่ามีสารพิษอะไรไหม เพราะแต่ก่อนไม่เคยมีปัญหา ระยะปี 2550 มานี่เริ่มเห็นว่าคุณภาพน้ำทะเลมันแย่ลง เกรงว่าต่อไปหากเกิดปัญหาหนักกว่านี้ คนเล็กคนน้อยอย่างผมคงหมดอาชีพทำมาหากินไปในที่สุด " นายวินัยกล่าวทิ้งท้าย
กวีประชาไท
เอาหัวใจฉันไปไว้ที่ไหนใครยึดไว้ ฤๅ ฉันเพียงฉงนไม่ชัดแจ้งแจ่มอารมณ์อันแปรปรนนึกเผยพ้นผุดผ่านม่านภวังค์ ฯลฯ ในเสี้ยวนึก ในหวั่น รำพันเผยระเรียดเหย หายเช้า แว่วเรือนหวังดั่งโลกเงียบ แว่วกังสดาลดังฟังนึกนี้อีกครั้งยามนั่งนอน ฯลฯ ลุกสัมผัสผืนร้าว ชีวิตร่ำดินเมืองแห้งลำนำกว่าผุดย้อนได้กินอยู่สืบถ่ายในนาครได้ถ่ายถอน ถือวาง รอยร่างไว้ ฯลฯ ในส่วนแห่งชีวิตเหนี่ยวชิดเกื้อข้างในหนั่นเลือดเนื้อละอองไหว ในน้ำค้างซึมซ่านละอองไอข้างในชื้นฉ่ำสายระรายยัง ฯลฯ แม้นหวังว้า หัวใจยังได้หวังอยู่คือยั้ง ภวังค์เกี่ยว ในเหนี่ยวรั้งรายนึกหรือ รอยผลึกแม้เกรอะกรังได้ทวนทั้ง เข็นฝ่าชีวาเชย ฯลฯ ข้างในแท้ พ่ายเผยหัวใจหวั่นถึงกี่กั้นพันธนา ฯ พันธะเอ๋ยข้างในเช้าค่ำดั่งน้ำค้างเปรยหยดไว้แย้มไหวระเหยข้างในแวว . ณรงค์ยุทธ โคตรคำ
Carousal
เมื่อสัปดาห์ก่อน เราไปทัวร์เอโดะ ยุคที่ญี่ปุ่นเริ่มเปิดประตูบ้านต้อนรับนานาอารยประเทศ กับจินหมอทะลุศตวรรษกันไปแล้ว สัปดาห์นี้ เรามาย้อนไปไกลยิ่งกว่านั้น สู่ญี่ปุ่นยุคที่ทั้งรุ่งเรืองด้วยศิลปะ และวรรณกรรม รวมทั้งยังเข้มข้นด้วยเรื่องราวการแก่งแย่งชิงดีทางการเมืองกับการ์ตูนเรื่องนี้กันเถอะค่ะ Ryo – the Miracle girl’s adventure
หัวไม้ story
หลังจากแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP) 2007 ได้รับอนุมัติไปเมื่อราวเดือนมิถุนายน 2550 ก็เป็นอันชัดเจนว่า นับจากนี้ไป 15 ปี ประเทศไทยมีแผนการสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซ 20 กว่าโรง โรงไฟฟ้าถ่านหิน 4 โรง (2,800 เมกกะวัตต์) โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 4 โรง (4,000 เมกกะวัตต์) มีทั้งที่ กฟผ.สร้างเองและการเปิดให้บริษัทเอกชนขนาดใหญ่ผลิตไฟฟ้า (IPP)ยังไม่นับรวมการรับซื้อไฟฟ้าจากเพื่อนบ้านอีกเป็นจำนวนมากด้วย แผนดังกล่าวถูกร่างขึ้นโดย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็นตัวหลัก ขณะที่มีเสียงเรียกร้องให้มีองค์กรอิสระขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะเพื่อจะได้วิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน นอกจากนี้กระบวนการทำแผนยังมีเสียงสะท้อนเกี่ยวกับปัญหาเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม เช่น การรับฟังความคิดเห็นครั้งใหญ่ๆ มีอยู่ไม่กี่ครั้ง และเป็นการอธิบายโดยวิทยากรมากกว่าจะรับฟังความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆ อย่างไรก็ตาม แม้แผนจะชัดเจน แต่พื้นที่ที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และโดยเฉพาะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซึ่งยังมีข้อถกเถียงชวนกังวลนั้น ยังไม่ได้ชี้ชัดว่าจะไปลงตรงไหน จนมาปีนี้ความชัดเจนค่อยๆ ปรากฏขึ้นว่ามีแนวโน้มจะเป็นพื้นที่เดิมที่เคยถูกวางไว้และพื้นที่ใกล้เคียง 000 หลังจากแผนพีดีพีอนุมัติ พื้นที่ที่จะตั้งโครงการโรงไฟฟ้าทั้งถ่านหิน และนิวเคลียร์ ยังเป็นเรื่องคลุมเครือ อาจเพราะรัฐเองก็กำลังประเมินแรงต้านในพื้นที่ว่ายังมีหนาแน่น กระทั่ง ‘ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์' อดีต รมว.พลังงานที่ดันพีดีพีฉบับล่าสุดสำเร็จก็ยังออกมาบ่นว่าว่ารัฐบาลขับเคลื่อนโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไปได้ช้า ขณะที่เวลาที่วางไว้ในแผนพีดีพีก็งวดเข้าทุกที ( "ปิยสวัสดิ์สับลดค่ากลั่น 10 ปีต้องผุดนิวเคลียร์" นสพ.ข่าวหุ้น 9 มิ.ย.51) ตามแผนแล้วโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 2,000 เมกกะวัตต์แรกต้องป้อนไฟสู่ระบบในปี 2563 และอีก 2,000 เมกกะวัตต์ที่เหลือจะตามมาในปีถัดมา นับเป็นเวลาที่รวดเร็วมากในการคิดและดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อาจเพราะไทยพยายามเร่งฝีเท้าให้ทันเวียดนาม ซึ่งถูกเล็งว่าเป็นคู่แข่งตัวฉกาจ เพราะเวียดนามก็เริ่มผลักดันโครงการนิวเคลียร์แล้ว แต่ขอเวลาศึกษาก่อน 15 ปี ขณะเดียวกันเวียดนามก็สำรวจพบแหล่งแร่ยูเรเนียมขนาดใหญ่ในประเทศเองด้วย สำหรับประเทศไทย ขณะนี้มีคณะทำงานขึ้นมา 5 ชุดเพื่อเตรียความพร้อมทั้งด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการประชาสัมพันธ์กับประชาชน นอกจากนี้ กฟผ.ยังเตรียมส่งหนังสือเชิญ 5 บริษัทต่างประเทศ ทั้งญี่ปุ่น สหรัฐ ฝรั่งเศส เข้าคัดเลือกเป็นที่ปรึกษาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยคาดว่าผลการศึกษาจะเสร็จภายใน 2 ปี อย่างไรก็ตาม นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ศึกษานโยบายพลังงานไทยมายาวนานให้ความเห็นว่า คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมเพื่อเตรียมความพร้อมการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ได้ทุ่มงบประมาณไปกว่า 100 ล้านบาท แบ่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ อาทิ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) สร้างความเข้าใจในเรื่องนี้แก่ประชาชน แต่ปัญหาคือ การดำเนินงานดังกล่าวยังไม่รอบด้าน มุ่งเน้นแต่การให้ความรู้ด้านนิวเคลียร์เท่านั้น ทั้งๆที่ประเทศไทยยังมีพลังงานทางเลือกชนิดอื่นๆ ( "ติงงบประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 100 ล้าน" เว็บไซต์ไทยรัฐ 2 ก.ค.51) ที่ผ่านมามีกลุ่มนักวิชาการและเอ็นจีโอเสนอแนวทางการปฏิบัติด้านพลังงานทางเลือกของประเทศไทยให้แก่กระทรวงพลังงาน แต่ดูเหมือนไม่ได้รับการตอบรับใดๆ จึงยังไม่มีบทสนทนาในเรื่องนี้เท่าไรนัก และน่าสนใจว่า เดชรัตน์และคณะก็กำลังจะพิมพ์หนังสือเรื่อง 10 สิ่งที่นิวเคลียร์พูดและไม่พูด เผยแพร่ในเดือนสิงหาคมนี้ เรียกได้ว่าแข่งกันทำความเข้าใจกับประชาชนเลยทีเดียว 000 ขณะที่เมื่อเร็วๆ นี้ นายกสมาคมนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย "ผศ.ดร.ปรีชา การสุทธิ์" ในฐานะประธานคณะกรรมการชุดศึกษาความปลอดภัยและคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า คาดว่าพื้นที่เดิมที่เคยเตรียมไว้จะถูกนำมาทบทวนอีกครั้ง โดยเฉพาะทะเลชายฝั่งตะวันตก หรือ "เวสเทิร์นซีบอร์ด" ที่เคยมีการศึกษาไว้แล้วไล่ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี เนื่องจากมีความลึกของทะเลและมีการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับเอาไว้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือในเขตภาคใต้ฝั่งตะวันตกดังกล่าวมี "แนวรอยเลื่อนระนอง" พาดผ่าน ตั้งแต่ประจวบฯ ชุมพร ระนอง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาพฤติกรรมของ "รอยเลื่อนระนอง" หลังเหตุการณ์ "สึนามิ" เมื่อ 3 ปีก่อนว่ามีการขยับหรือไม่ ซึ่งการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในปลายปีนี้ ( "โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ (จับกระแสพลังงาน)" เว็บไซต์แนวหน้า 30 พฤษภาคม 2551) ภาคใต้ตอนบนเป็นทำเลทองสำหรับโครงการโรงไฟฟ้า หรืออุตสาหกรรมหนักมาเนิ่นนาน และพร้อมๆ กันก็มีประวัติการต่อสู้คัดค้านของชาวบ้านในพื้นที่มาอย่างยาวนานด้วย โดยเฉพาะที่ประจวบคีรีขันธ์ ‘ทับสะแก'อีกอำเภอหนึ่งในจังหวัดประจวบฯ ก็เคยถูกเล็งไว้จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินชุดเดียวกับโรงไฟฟ้าบ่อนอก-บ้านกรูด (แห่งละ 700 เมกกะวัตต์) ซึ่งสุดท้ายทั้งบ่อนอก ทั้งบ้านกรูดถูกคัดค้านจนต้องพับโครงการไป ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าทับสะแกซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า คือ 2,000 เมกกะวัตต์ก็มีปัญหาการคอรัปชั่นของพนักงาน กฟผ. ในการซื้อที่ดิน 4,019 ไร่ โดยมีการทุจริตเป็นมูลค่า 800 ล้านบาท หรือ 40% ของมูลค่าทั้งหมดของโครงการ จนต้องหยุดชะงักไป แต่วันนี้โครงการโรงไฟฟ้าที่ทับสะแกกลับมาใหม่ และแว่วว่าอาจจะใหญ่กว่าเดิม 000 ปลายปี 2549 กฟผ.ได้ฟื้นโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทับสะแกขึ้นมาใหม่ พร้อมมีแผนจะขยายกำลังการผลิตจาก 2,000 เมกะวัตต์ เป็น 4,000 เมกะวัตต์ (5 โรง) คาดว่าจะใหญ่ที่สุดในเอเชีย นายสถาน ช่อระหงส์ ชาวบ้านทับสะแกให้ข้อมูลว่า ถึงแม้ชาวบ้านจะเกาะติด ตามเรื่องที่กระทรวงพลังงานจนทางกระทรวงยืนยันว่าไม่มีนโยบายสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ทับสะแก แต่ในทางปฏิบัติ กฟผ.ก็ยังคงเข้ามาทำการผลักดันโครงการในรูปแบบต่างๆ และสร้างความแตกแยกกับคนในชุมชน จนบางชุมชนถึงกับต้องไล่ฝ่ายมวลชนสัมพันธ์ของ กฟผ.ออกจากหมู่บ้านไป นอกจากนี้ยังมีประเด็นของการเปลี่ยนผังเมือง "สีเขียว" เป็น "สีน้ำเงิน" เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพราะปัจจุบันร่างผังเมืองรวมชุมชนทับสะแกที่โยธาและผังเมืองจังหวัดประจวบฯ ได้นำมาขอรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนครั้งที่ 1 ได้ระบุให้พื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทับสะแกของ กฟผ.เป็นสีเขียว เพราะเห็นว่าเป็นแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจเดิมของชุมชนที่เป็นเกษตร และมีทิศทางการเติบโตด้านการท่องเที่ยวอย่างเห็นได้ชัด อยู่ห่างจากชุมชนหนาแน่นเพียง 1,500 เมตร แต่ กฟผ.ยื่นขอให้เปลี่ยนสีผังเมืองจากสีเขียวเป็นสีน้ำเงินแทน โดยอ้างว่า การใช้ประโยชน์ที่ดินนี้เป็นส่วนราชการและเป็นพื้นที่สาธารณูปโภค เพราะ กฟผ.ตีความว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นสาธารณูปโภคของรัฐ ซึ่งเรื่องนี้ยังคงต่อสู้กันอยู่ โดยชาวบ้านในพื้นที่ยังคงรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็งเพื่อคัดค้านโครงการ คาดกันว่า โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่นี้จะเดินหน้าไปคู่กับการผลักดันให้พื้นที่ประจวบฯ เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์เหล็กแห่งชาติ เน้นการผลิตเหล็กครบวงจร ซึ่งก็กำลังผลักดันกันอยู่อย่างหนักหน่วงเช่นกัน 000 ด้านภาคตะวันออกและภาคกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมหนักมาอย่างยาวนานและหนาแน่น ยังคงมีความพยายามใส่โครงการเหล่านี้เพิ่มเติมเข้าไป เช่น ที่ระยองมีการขยายโครงการปิโตรเคมีระยะ 3 ซึ่งเป็นอภิมหาโครงการด้านปิโตรเคมี รวมไปถึงโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ส่วนที่ฉะเชิงเทรา สมุทรสงครามก็มีโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เช่นกัน แม้ระดับนโยบายจะผลักดันโครงการเหล่านี้ ภาคเอกชนเองก็กำลังรีบดำเนินการ ในส่วนของคนในพื้นที่ก็มีการรวมตัวกันคัดค้านอย่างเหนียวแน่นเรียกว่าระดมพลข้ามเขตข้ามจังหวัดกันแล้ว เช่น เมื่อ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา แกนนำกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าหลายแห่ง เช่น กลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าจังหวัดระยอง กลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าหนองแซง จ.สระบุรี กลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าบางปะกง กลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าราชบุรี กลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าเขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา ได้เดินทางมารวมตัวกัน เพื่อประชุมหารือแนวทาง และผนึกกำลังกันในการเคลื่อนไหวต่อต้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในแต่ละท้องที่ที่ประชาชนจะได้รับผลกระทบ หลังจากมีกระแสข่าวว่า สำนักงานนโยบายและแผน กระทรวงพลังงานเร่งรัดให้ สำนักงานนโยบายและแผน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เร่งพิจารณาอนุมัติ ผ่านอีไอเอ (EIA) ให้แก่โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าภาคเอกชน 4 แห่ง ได้แก่ โรงไฟฟ้าเสม็ดเหนือ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา โรงไฟฟ้าถ่านหิน ของกลุ่มบริษัทเครือเกษตรรุ่งเรือง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โรงไฟฟ้าราชบุรี และโรงไฟฟ้า จ.ระยอง ทำการก่อสร้างโรงไฟฟ้า 000 แนวโน้มการผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าทั้งหลายดูเหมือนจะเต็มไปด้วยอุปสรรค การเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ระดับนโยบาย ตั้งแต่จุดเริ่มต้นอาจหาจุดลงตัวยากลำบาก แต่น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าการต่อสู้กันในบั้นปลายที่มีแต่จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันกับทุกฝ่าย การแก้ปัญหาที่มีอยู่เดิม เช่น กรณีของแม่เมาะ มาบตาพุด ฯลฯ อาจเป็นเรื่องไม่ง่ายนักเพราะปัญหาสะสมหมักหมมมานาน แต่ก็น่าจะเพิ่มความมั่นใจให้ผู้คนที่กำลังจะเผชิญกับโครงการในรูปแบบเดียวกันได้ ยังคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่าโครงการมหึมาที่มีข้อถกเถียงกันเยอะแยะในทุกรายละเอียดนี้จะลงเอยอย่างไร ในพื้นที่ไหน ในภาวะที่ประชาชนหัวแข็งขึ้นเรื่อยๆ และไม่ยอมให้ "ผู้เชี่ยวชาญ" ผูกขาดอำนาจการกำหนดนโยบายแล้ว
การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์
ราศีเมษ Aries (13 เมย.-13 พค.) ไพ่ใบแรกของคุณสัปดาห์นี้ 7 ดาบค่ะ ในรอบสัปดาห์นี้ขอให้คุณระมัดระวังเรื่องเกี่ยวกับการโจรกรรม ทรัพย์สินสูญหาย หรือเหตุจากเรื่องลับๆ เร้นๆ การใช้กลยุทธ์เทคนิคพลิกแพลงต่างๆ ด้วยค่ะ แต่ในบางคนอาจหมายถึงวิธีการแก้ปัญหา หรือเอาตัวรอดจากบางสถานการณ์ด้วยวิธีที่ไม่มีใครคาดคิด...แต่ได้ผลความรัก ความสัมพันธ์ 5 ถ้วยค่ะ มีความผิดหวังเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้นนะคะ หรือได้อะไรมาก็ไม่สมหวังดั่งใจ มีปัญหาความสัมพันธ์ มีเรื่องเสียใจกับคนรัก มีเหตุให้ถอนใจบ่อยๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรมากค่ะ สถานการณ์การเงิน ราชินีเหรียญ โอกาสดีค่ะ หากคุณทำงานก็จะได้รับผลตอบแทนที่ดี หรือมีปัญหาก็จะมีผู้ให้ความช่วยเหลือ หมายถึงสถานการณ์ทางการเงินที่ราบรื่นค่ะ ธุรกิจ การงาน 6 คทา ความสำเร็จกำลังจะมาถึงค่ะ ผลการสอบ การแข่งขันต่างๆ คุณจะโชคดี แต่งานใดที่เริ่มทำในตอนนี้ก็รอไปหน่อยนะคะ อีกนาน คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The High Priestess รักซ้อนซ่อนเร้น หรือเรื่องที่ฝังอยู่ในใจลึกๆ การแบ่งแยกจากกันของสมองและจิตใจ ความรู้สึกที่คลุมเครือ
Hit & Run
เมื่อหนุ่มน้อย "สี TOA" เขียนจดหมายถึง "ศรีบูรพา" ว่าด้วยความสับสนและอคติต่ออุดมการณ์สื่อ
Cinemania
นพพร ชูเกียรติศิริชัย บางครั้งผมก็รู้สึกเบื่อหน่ายที่จะต้องหอบสัมภาระมากมายเข้าไปในโรงภาพยนตร์ปัจจุบันผมแอบสงสัยว่าเหตุใดความสุขในการชมภาพยนตร์แบบเมื่อครั้งยังเป็นเด็กจึงสูญหายไป จนเมื่อมีโอกาสชมภาพยนตร์เรื่อง ‘สะบายดีหลวงพระบาง'จึงทำให้ผมรับรู้ว่าแท้จริงแล้วความสุขในวัยเด็กของผมไม่ได้หายไปไหน แต่หนังสือ ตำรา คำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ผมแบกเอาไว้ในสมองต่างหากที่บดบังความสุขแบบที่เราคุ้นเคย
สุมาตร ภูลายยาว
สำเนียงภาษาอีสานจากหนังเรื่อง ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ฉุดให้ผมคิดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับหนังขึ้นมาอีกครั้ง ผมตั้งใจเอาไว้หลายครั้งแล้วว่า อยากจะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับผู้คน ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ซ่อนอยู่ในเนื้อในหนังอันเป็นเรื่องราวที่ผู้กำกับหนังคนนั้นๆ ต้องการอยากให้เราเห็น ฉากทุกฉากที่ปรากฏอยู่ในหนังแทบทุกเรื่อง ล้วนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือความจงใจที่ผู้กำกับต้องการอยากให้เราเห็นในสิ่งที่เขาเห็น เขาจึงได้ใส่มันเข้าไปในหนัง หลังจากดู ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ จบ ผมก็มานั่งนึกว่าตัวเองได้ดูหนังอะไรบ้างที่พูดถึงแม่น้ำโขง หรือมีชาวโขงเข้าไปโลดเล่นอยู่บนจอสีขาวในโรงหนัง หากเป็นหนังที่พูดถึงเรื่องราวแม่น้ำโขงโดยตรงนั้น เรื่องแรกคงหนีไม่พ้น ‘ทองปาน’ หนังกึ่งสารคดีที่ถูกจัดสร้างขึ้นมาเมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อน