บล็อกกาซีน ประชาไท
อิทธิฤทธิ์ ประคำทอง
หากเลือกได้เราอยากจะให้ในพื้นที่ของชีวิตเติมเต็มด้วยสิ่งใด? เสื้อผ้าอาภรณ์สวยๆ งามๆ เงินทอง ความสมบูรณ์พูนสุขทางวัตถุหรือการอิ่มเต็มในจิตใจ... มีเพียงคำถามแต่ไม่มีปลายทางของคำตอบ เพราะว่าการแสวงหาความหมายในชีวิต ว่าในชีวิตหนึ่งหนึ่งคนเราเกิดมาเพื่อค้นหาหรือเสาะแสวงหาสิ่งใดมาเติมเต็มให้กับชีวิตตัวเอง ล้วนเป็นปรัชญาและเป้าหมายสูงสุดประการหนึ่งในการเกิดมามีชีวิตของคนเราทุกคน
กอแก้ว วงศ์พันธุ์
แค่ตั้งชื่อก็สะดุ้งเอง แต่แน่ใจว่าต้องใช้ชื่อนี้ เพราะเหตุเกิดที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี ค.ศ. 1946 ค่ะ เป็นกลุ่มทหารปฏิวัติหรือกลุ่มกบฎ นำโดย Gusti Ngurah Rai นายทหารผู้ก่อตั้ง กองทัพปลดปล่อยอิสรภาพจากการรุกรานของประเทศอาณานิคมดัทช์ และญี่ปุ่น เมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นถอนทัพออกจากบาหลี ก็เป็นโอกาสให้ดัทช์ เจ้าอาณานิคมเก่าเข้ามาครอบครองบาหลีอีกครั้ง โดยครั้งนี้ต้องการรวมบาหลีเข้ากับอินโดนีเซีย ทหารและประชาชนชาวบาหลี ซึ่งมาจากทั่วทั้งเกาะบาหลี จึงพร้อมใจกันเข้าต่อสู้กับกองทัพดัทช์ ผู้ซึ่งมีกองกำลังพร้อมอาวุธทันสมัย แต่ทหารบาหลีมีเพียงอาวุธของชาวญี่ปุ่น และไม้ไผ่อาบยาพิษเข้าต่อสู้ เพื่อปกป้องอธิปไตยของตนเอง และสละชีพเพื่ออิสรภาพในวันนั้น 20 พฤศจิกายน 1946 วันเดียวถึง 1,372 ราย พร้อมแม่ทัพ Ngurah Rai ในวัยเพียง 29 ปี
คนไม่มีอะไร
เป็นกิจกรรมที่เราช่วยกันสร้าง เป็นช่วงเวลาที่เรามีความสุข มีความทุกข์ แต่ก็อยากทำอะไรให้สังคมบ้าง ในฐานะเป็นหนึ่งในสังคม
kanis
ชาวบ้านรอบโรงไฟฟ้า IRPC ระยอง เรียกร้องการปฏิรูป EIA ใหม่ เมื่อวันนี้ 2 กรกฎาคม 2551 เวลา 18.00 น. ณ. ศาลาฟุ้งขจร หมู่ที่ 1 ตำบลตะพง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ได้จัดการประชุมหารือ ระหว่าง ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยนายกองค์การบริหารส่วยตำบลตะพง และตัวแทนหน่วยราชการปลัดอำเภอเมืองระยอง กับชาวบ้านโดยรอบเขตประกอบการนิคมไออาร์พีซี ประกอบด้วย ประชาชนในตำบลบ้านแลง ตำบลนาตาขวัญ ตำบลเชิงเนิน ตำบลตะพง และ เขตเทศบาลนครระยอง จำนวน 300 คน เรื่องโครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซ กำลังผลิต 220 เมกกะวัตต์ ที่ไออาร์พีซีกำลังมีการจ้างให้บริษัทที่ปรึกษาลงพื้นที่ทำประชาพิจารณ์ กับประชาชนในพื้นที่ และไออาร์พีซีเองก็ระดมจัดพาแกนนำชาวบ้านไปทัวร์โรงไฟฟ้าที่สระบุรี ซึ่งการทำประชาพิจารณ์ และการพาคนไปทัวร์โรงไฟฟ้าได้ก่อให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัย และความสับสนในการให้ข้อมูลที่เป็นจริง ทั้งนี้นายสุทธิจึงได้นัดหมายชาวบ้าน และทางตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนหน่วยราชการในอำเภอเมืองระยอง มาร่วมหารือหากลไกในการจะเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการจัดทำ EIA ใหม่ และทำความเข้าใจที่ถูกต้องต่อกระบวนการจัดทำประชาพิจารณ์ ประชาชนโดยรอบพื้นที่ตั้งโครงการโรงไฟฟ้าของบริษัทไออาร์พีซี ไม่ได้ติดใจในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซ แต่ติดใจ สงสัย และเคลือบแคลงต่อกระบวนการจัดทำ EIA กระบวนการจัดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ จึงได้เสนอขอให้มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ที่เป็นเวทีใหญ่ โดยการเชิญผู้ได้รับผลกระทบ ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มเข้าร่วม เช่น ประชาชนโดยรอบโครงการโรงไฟฟ้า ตัวแทนจากกรมควบคุมมลพิษ ตัวแทนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนักวิชาการ สื่อมวลชน เพื่อช่วยกันระดมความคิดและให้ข้อมูลที่รอบด้านต่อประชาชน และชุมชน ซึ่งการจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ที่อยู่โดยรอบโครงการโรงไฟฟ้าของไออาร์พีซีที่ยังคงเสนอให้จัดเวทีรับฟังเป็นเวทีขนาดใหญ่ มีคนเข้าร่วมอย่างหลากหลายกลุ่มในครั้งนี้ ถือเป็นกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาตรา 67 อย่างแท้จริง สมควรที่โครงการขนาดใหญ่ที่จะสร้างในพื้นที่ทุกพื้นที่ในประเทศไทยต้องจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนแบบเปิดกว้างนี้ให้เป็นแบบอย่าง นายสุทธิ อัชฌาศัย กล่าวทิ้งท้าย
ชาน่า
"อันชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนพิกลนัก" คำกล่าวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 ที่พวกเรารู้จักกันดีและเห็นด้วยในความหมายของประโยคนี้กันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร อย่าบอกนะว่าคนอ่านคอลัมน์ของชาน่าไม่ชอบเพลง ถ้าชอบก็แล้วแต่ว่าใครจะถนัดแนวไหน โดยส่วนตัวของชาน่าฟังได้ทุกแนวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแนวตะเข็บชายแดน หรือเด็กแนว เด็กหยาม (วัยรุ่นสยาม) เพื่อชีวิต ลูกทุ่ง ลูกกรุง สากล ฟังได้ไม่เลือกแต่ก็ขึ้นอยู่กับกาละและเทศะ กะอารมณ์อีกทีหนะฮ่ะ เพลงหลายเพลงแต่งจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้น แต่งจากแรงบันดาลใจ หลายเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง ทุกเหตุการณ์ ทุกอารมณ์ ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ ปรุงแต่งทำนอง เนื้อร้องให้เข้าเป็นจังหวะจะโคลน โดน ๆ จึงไม่แปลกที่เพลงเก่า เพลงใหม่จะโดนใจคนฟัง ไม่ว่าเพลงนั้นจะพึ่งแต่งขึ้นเมื่อวานหรือผ่านหูตั้งแต่แรกเกิด
ชนกลุ่มน้อย
วจีเอ่ยเอื้อนออกไปอาจมิใช่ดังใจรู้สึกหากแต่เราคงดำเนินต่อข้ามผ่านกาลคืนค้นหาแรกก้าวจากเริ่มต้นจนพลันหายไปในอากาศพยายามเข้าใจ...จะดำรงอยู่อย่างมีเราอย่างไร ณ ที่นั้นสบเข้าไปนัยน์ตาเธอมิใช่ใครเลยที่ฉันรู้จักดื่มด่ำความงงงันอันว่างเปล่าด้วยสำนึกที่แสนเปลี่ยวเหงาณ บัดนี้ สำหรับฉัน บางคำผุดขึ้นมาอย่างง่ายดายซึ่งฉันรู้ว่ามิมีความหมายมากมายหากเปรียบเทียบกับคำกล่าวเมื่อฅนรักได้สัมผัสเธอมิอาจรู้ว่าสิ่งใดที่ทำให้ฉันรักในเธอและฉันเองก็มิอาจรู้ว่าเธอรักสิ่งใดในความเป็นฉันอาจเป็นภาพของใครบางฅนที่เธอคาดหวังตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฉันมิอาจเสแสร้งใดใด ด้วยรู้ว่าแสนเปลี่ยวเหงาและใกล้ถึงจุดท้ายสุดแห่งความรู้สึกที่เราต่างรับรู้นานเท่าไหร่ที่ฉันหลับใหลนานเท่าไหร่ที่ฉันล่องลอยกับความเปลี่ยวเหงาข้ามผ่านกาลคืนนานเท่าไหร่ที่ฉันอยู่ในฝันที่อาจเป็นจริงหากฉันเพียงหลับตาและพยายามทั้งหมดใจเพื่อเป็นใครฅนหนึ่งฅนนั้นของเธอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฉันมิอาจเสแสร้งใดใด ด้วยรู้ว่าแสนเปลี่ยวเหงาและใกล้ถึงจุดท้ายสุดแห่งความรู้สึกที่เราต่างรับรู้นานเท่าไหร่ที่ฉันหลับใหลนานเท่าไหร่ที่ฉันลอยล่องอย่างเปลี่ยวใจผ่านกาลคืนนั้นนานเท่าไหร่ที่ฉันคงดำเนินต่อไปเพื่อเข้าถึงยามอรุณรุ่งข้ามผ่านเสียงกระซิบ และแสงที่แปรเปลี่ยนณ ที่ที่เราต่างเอนกายเคียงข้าง
กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์
ผ่านไปครึ่งทริปส์ จากกรุงเทพฯถึงเวียดนามภาคกลาง เว้ ดานังและโฮยอาน กับการเดินทางในฐานะแบ็กแพ็คเกอร์ เรากำลังวางแผนขึ้นเหนือ ฮานอย ซาปา และหมู่เกาะกั๊ตบาในอ่าวฮาลอง ก่อนจะจบทริปส์แล้วบินกลับเมืองไทย จากสนามบินนอยไบ ในฮานอย ...
คนไม่มีอะไร
ไม่ทราบว่าในโลกใบนี้มีคนเหมื่อนเราหรือเปล่า เพราะว่าการที่จะเราตั้งใจจะทำอะไรสักอย่าง แต่ก็มีอุปสรรค์เกิดขึ้นตลอด อย่างเช่นเรื่องบล็อก ทำอยู่สองวันแล้ว ไม่มีเครืองมือก็พยายามโหลดขึ้น พอมีแล้วอัพไม่ได้อีก บ้างทีก็ตลกตัวเอง บางที่ก็เศร้าเวลาโหลด พอเราคลิกไปดูผล ผลออกมามันยังไม่ขึ้นให้สักที่
เดี
kanis
ขนมไทย...เชื่อว่าเด็กวันรุ่นไทยสมัยนี้คงแทบไม่รู้จักชื่อและหน้าตาของขนมไทยโบร่ำ โบราณ ที่พอดีว่าได้ไปเจอมาจากเวบ WWW.TEENEE.COM เห็นว่าน่าสนใจเลยนำมาฝากันที่นี่ ขอบคุณเวบ WWW.TEENEE.COM มา ณ ที่นี้ด้วยจ้า............................................... ........................................................กนิษฐ์ พงษ์นาวิน2/07/51
วาดวลี
๑. จะมี อะไรบ้าง ยั่งยืน ? กลางวัน กลางคืน แดด ฝน ลม หนาว มนุษย์ สมมุติ ชั่วคราว ว่าเรา ครอบครอง เพื่อ "ของเรา" ๒. ไยแย่งโอบกอดอนาคต แล้วเอ่ยกล่าวโทษวันเก่า ไยถก ไยเถียง เรื่องเงา ที่ลาลับ ล่วงกับ ดวงตะวัน
รวิวาร
ฝนมาเพียงไม่กี่ฝนเท่านั้น กิ่งสักโล้นโกร๋นก็ผลิใบกว้าง สีเขียวถูกเทระบายลงแทนสีแดง วันเว้นวันฟ้าหม่นมัว สีเทาดำปื้นเหมือนหมึกฉาบลงบนเมฆในท้องฟ้าก่อนซัดซ่าลงมาเป็นสายน้ำสีขาว เราจ้างคนมาขุดบ่อลึกลงไปอีกเมื่อปลายเมษาฯ ค่าแรงสำหรับตาน้ำใหม่คิดตามอัตราชนชั้นกลางในหมู่บ้าน (แพงกว่าปกติ) เพียงสัปดาห์ผ่าน ฝนกลับกระหน่ำลงมา บ่อเล็ก ๆ ของเราไม่เคยแห้งอีกเลย จากนั้น ลืมๆ เลือนๆ ไปบ้าง แล้วสวนกว้างก็เขียวขจีด้วยพงหญ้า เหมือนที่ภูเขา เรือกสวน ไร่นาและท้องทุ่ง ในตลาดและเพิงหญ้ารายทาง หน่อไม้แรกของปีขาวผ่อง เห็ดเผาะอ่อนๆ เยี่ยมหน้ามาในกรวยใบตองตึง ตามอย คนเลี้ยงวัวที่พาเสียงกระดึงกังวานผ่านหน้าบ้านยามย่ำค่ำของฤดูหนาวหายเข้าไปในขนัดสวนใกล้ ๆ แกกลับออกมาอีกครั้งพร้อมเห็ดตับเต่าถุงใหญ่ ค่ำคืน แมงเม่า แมงมันพากันบินมาตอมดวงไฟ แมงจอนหรือแมงกระชอนเล็บคมตัวใหญ่ก็กระโดดมากับเขาด้วย เหล่านี้เอง อาหารแผ่นดิน สายฝนปลุกโลกให้ตื่น เรียกมวลธาตุส่งพลังชีวิตให้แก่พืชพรรณ ปลุกอึ่งอ่าง กบ เขียด และสัตว์จำศีลออกมาจากใต้พิภพ ถึงเวลาเริงร่าแล้ว น้ำทิพย์จากฟ้ามีของบำรุง ต่อให้รดน้ำต้นไม้ทุกวันก็สู้ความอุดมสมบูรณ์จากสายฝนไม่ได้
ภู เชียงดาว
‘ลุ่มน้ำแม่ป๋าม’ ถือว่าเป็นลุ่มน้ำสาขาหลักที่สำคัญของแม่น้ำปิงอีกสายหนึ่งของอำเภอเชียงดาว ที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้เลย เมื่อย้อนทวนขึ้นไปบนความสลับซับซ้อนของต้นกำเนิดน้ำแม่ป๋าม หรือที่หลายคนเรียกกันว่า ตาน้ำ จะพบว่าอยู่บริเวณชุมชนบ้านแม่ปาคี ต.สันทราย ของ อ.พร้าว ก่อนจะลัดเลาะไหลอ้อมตีนดอยผาแดง ลงสู่หุบห้วยบริเวณบ้านป่าตึงงาม โดยมีสายน้ำย่อยอีกสายหนึ่ง คือน้ำแม่ป๋อย ได้ไหลมารวมกับน้ำแม่ป๋ามตรงสบน้ำบ้านออน ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว นอกจากนั้นยังมีลำน้ำแม่มาดอีกสายหนึ่ง ซึ่งมีขุนน้ำอยู่บริเวณป่าเชิงดอยบ้านปางโม่ ก็ได้ไหลมาสมทบกับน้ำแม่ป๋าม แล้วค่อยไหลผ่านหมู่บ้านแม่ป๋าม ก่อนไหลรวมลงไปบรรจบกับแม่น้ำปิงที่อ้อมผ่านบ้านปิงโค้ง ว่ากันว่า อนุภาคของลุ่มน้ำแม่ป๋ามนี้ได้ครอบคลุมพื้นที่หลายหมู่บ้านในตำบลปิงโค้ง และเนื่องจากพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ป๋ามเป็นพื้นที่ที่มีฐานทรัพยากรความอุดมสมบูรณ์ ผู้คนแถบนี้จึงมีการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ป๋ามมาโดยตลอด แน่นอน ลุ่มน้ำแม่ป๋าม จึงมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของผู้คนพื้นเมืองหลายชนเผ่าโดยคนในลุ่มน้ำได้ร่วมรักษาป่า ดูแลสายน้ำ มีการจัดการทรัพยากรมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดการป่าไม้ในรูปแบบป่าชุมชน การจัดการน้ำด้วยระบบเหมืองฝาย และการใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อทำการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ รวมไปถึงการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ มีวิถีชีวิตที่ผูกพันอยู่ธรรมชาติกันมานานเนิ่นหลายชั่วอายุคน