Skip to main content
กวีประชาไท
เมื่อตะวันลาลับไปกับฟ้า           ในโลกหล้าเลื่อนลับคนหลับใหลเหล่าซากผีตีเกราะเสนาะใจ       มันมุ่งไปสูบเลือดจนเดือดดินผีโขมดโหดห่าพาผีปอบ            ผีเปรตชอบแลบเลียระริกลิ้นมีผีห่าผีโหดโคตรทมิฬ             ไม่สูญสิ้นอัปรีย์ผีนรก คันไถหักปักคันนาบ่าใส่แอก      ฝนเม็ดแรกร่วงหล่นก่นในอกรอยตีนเลียบเหยียบคันไถใจช้ำฟก ผีนรกรุมตะหวัดแย่งกัดกินหาบกระด้งคอนตะกร้าบนบ่าช้ำ   กระดูกตำสันหลังหายมลายสิ้นเหลือเศษซากชำรุดสุดอาจิณ     มันก็กินกัดแทะคอยและเล็ม วัวควายหายต้นไม้ตายไม่มีซาก  มันพาลากเปรตปากเท่ารูเข็มไส้ก็แห้งแรงก็ไร้ไม่เติมเต็ม       เคียวหนึ่งเล่มด้ามหักปักกลางนาเลือดเกรอะกรังซังหญ้าหนูนาแล่น เป็นหมื่นแสนเสพสุขเห็นสุขาเหล่าซากผีฉุดลากกระชากมา    อนิจจาชาวนาหมดสิ้นลม เสียงลิเกออกแขกแต่แรกเริ่ม    หมู่ผีห่าหน้าเดิมเห็นสู่สมเปลี่ยนคณะปะฉากเที่ยวเชิญชม อภิรมย์เสพสมพวกมันเอง พระสงฆ์สวดสาบส่งวิญญาณผี   ธรณีเลื่อนลั่นสนั่นไหวทิวธงธรรมนำพามาแต่ไกล        คือธงไทล้างชาติชาวนา...                                                                                    รัชนี รัตติกาล  
ชิ สุวิชาน
สองสามคืนผ่านไป ลูกชายไม่ได้มายุ่งกับพ่อ แต่คืนนี้ภายในบ้านไม้ไผ่ หลังคาตองตึงทรงปวาเก่อญอหลังเดิม ลูกชายถือเตหน่ากูมาอยู่ข้างพ่ออีกครั้ง “ลองฟังดูนะ ใช้ได้หรือยัง?” ลูกชายพูดจบเริ่มดีดเตหน่าและเปล่งเสียงร้องเพลงแบบไมเนอร์สเกลให้พ่อฟัง แต่ด้วยความตั้งใจมากไปหน่อยทำให้การเล่นบางครั้งมีสะดุดเป็นช่วงๆ แต่ลูกชายไม่ยอมแพ้และไม่ยอมหยุด เล่นและร้องให้พ่อซึ่งเป็นครูสอนเตหน่ากูให้เขาจนจบเพลง “ฮึ ฮึ ก็ดี เริ่มต้นได้ขนาดนี้ก็ไช้ได้” พ่อตอบเขาแบบยิ้มๆ “แล้วพ่อจะสอนอีกแบบหนึ่งได้หรือยัง?” เขามองหน้าพ่อ “อ๋อ ที่มาเล่นให้ฟังนี้ก็เพื่อให้รู้ว่าเล่นไมเนอร์ได้แล้ว จะขอเรียนแบบเมเจอร์ต่อว่างั้นเถอะ” พ่อรู้ทันเขา ลูกชายหันหน้าไปแม่และส่งยิ้มให้กัน
ก.ศ.
  ควักไส้หนีบไม้ปิ้ง สดจริงๆ ยิ่งย่างหอมเครื่องในล้างให้พร้อม บางตัวไข่อยู่ในพุงไม้นี้ยี่สิบบาท ตัวขาขาดแถมในถุงอย่าต่อเลยน้อลุง นี่กบทุ่งจับจากนาหายากและหาเย็น กว่าจะเป็นอาหารมาแต่เช้านั่งเข่าล้า ขาเป็นเหน็บเจ็บส้นตีนหมดนี้มีแปดไม้ กินไม่ได้ไม่ต้องวีนฝรั่งยังไทยจีน กินต่างกันมันทำไมไม่กินอย่ารังเกียจ กระฟัดเฟียด “กินได้ไง!”ไปเลย ลุงรีบไป ชักหมั่นไส้คนควงมากบ กบ เจ้าข้าเอ๊ย รีบซื้อเลยตามราคาเลือดตกอกฉี่ฉ่า พล่าแกงยำน้ำลายกระเซ็นฯ
kanis
กลับมาถึงบ้านแล้วจ้า...พี่น้องปลอดภัยดี...มีงานให้ลุยต่ออีกเพียบ......หัวหน้าทีมบอกวันเสาร์นี้ (28 มิถุนายน 2551 ) รมต.อุตสาหกรรมจะลงมาระยอง...อุตสาดีใจว่าจะมีข่าวชิ้นสำคัญรายงานเป็นข่าวแรกหลังจากกลับจากอบรม "นักข่าวพลเมือง" ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์พัทยา..ที่ไหนได้...ไม่รู้คุณสุวิทย์  กับคุณกิตติ (สุวิทย์  คุณกิตติ) กลัวม็อบมาบตาพุดหรืออย่างไร....ยกเลิกกำหนดการซะงั้น.....ขวัญอ่อนจริงจริ๊งทั่นรัฐมนตรี...อะนะ...ไม่มาหาเรา....เราพากันขึ้นไปหาทั่นก็ได้....จะได้เห็นกันว่า  หัวจิตหัวใจชาวบ้านที่อยู่กับมลพิษอุตสาหกรรมนั้น  ใหญ่กว่ารัฐมนตรีแค่ไหน...มาว่ากันถึงความประทับใจจากการเข้าค่ายอบรม "นักข่าวพลเมือง" ดีกว่า... ขอบคุณทางเวบประชาไท  ที่ได้ให้การอบรมแนวทางการเป็นนักข่าวพลเมืองกับพี่น้องประชาชนที่ทำงานขับเคลื่อนเรื่องสิ่งแวดล้อม และพลังงานในพื้นที่  มีประโยชน์อย่างมาก  ในการช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้กับชาวบ้านในการนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริงในพื้นที่  ขอให้กำลังใจกับทีมงานทุกๆคน  พวกคุณน่าชื่นชมมาก  ขอให้ทำเพื่อมวลชนต่อไป  ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ  สิ่งผิดพลาด ข้อผิดพลาดเรามีกันทุกคน ร่วมกันเรียนรู้  เพื่อก้าวไปสู่ความถูกต้อง ดีงามด้วยกัน....ขอบคุณพี่น้องทีมงานประชาไททุกคนจ้า...กนิษฐ์  พงษ์นาวินระยอง 26/6/51
สวนหนังสือ
 นายยืนยง    ชื่อหนังสือ : มาตุภูมิเดียวกัน ผู้เขียน : วิน วนาดร ประเภท : รวมเรื่องสั้น จัดพิมพ์โดย : สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรกเมื่อกันยายน 2550   ปี 2551 นี้รางวัลซีไรต์เป็นรอบของเรื่องสั้น สำรวจดูจากรายชื่อหนังสือที่ส่งเข้าประกวด ดูจากชื่อนักเขียนก็พอจะมองเห็นความหลากหลายชัดเจน ทั้งนักเขียนที่ส่งมากันครบทุกรุ่นวัย แนวทางของเรื่องยิ่งชวนให้เกิดบรรยากาศคึกคัก มีสีสันหากว่ามีการวิจารณ์หนังสือกันที่ส่งเข้าประกวดอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกค่าย ไม่เลือกว่าเป็นพรรคพวกของตัว อย่างที่เขาว่ากันว่า เด็กใครก็ปั้นก็เชียร์กันตามกำลัง นั่นไม่เป็นผลดีต่อผู้อ่านนักหรอก และก็ไม่เป็นผลดีกับนักเขียนด้วยเช่นกัน เพราะศักดิ์ศรีของนักเขียนมันมีอยู่ ส่วนการประชาสัมพันธ์หนังสือก็น่าจะปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติบ้าง
กอแก้ว วงศ์พันธุ์
ป๊ะซานอล ผู้สื่อข่าวอาวุโสในแวดวงสื่ออินโดนีเซีย ผู้เอื้ออารีต่อลูกหลานร่วมอาชีพ แม้ไม่ใช่คนในภาษาและสัญชาติเดียวกัน แต่ก็ให้ความช่วยเหลือแนะนำแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้เขียน แถมยังเอ็นดูเลี้ยงดูปูเสื่อผู้เขียนและเอื้ออาทรไปถึงเพื่อนร่วมทุนของผู้เขียนด้วย แต่วันนี้แวดวงสื่ออินโดไม่มีท่านเสียแล้ว แต่ทุกคนก็ยังจำคุณูปการที่ท่านทำไว้ให้กับวงการสื่อ ในวันนั้น จากตัวเมืองมารัง ท่านนำเราไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งเพื่อดูงานวิทยุชุมชนของหมู่บ้าน เพราะหลัง 1998 ภาคประชาชนเติบโตและเคลื่อนไหวสูงในอินโดนีเซีย มีการจัดตั้งกลุ่มสื่อภาคประชาชนขึ้นทั่วภูมิภาค วิทยุชุมชนก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ความเข้มข้นในการต่อสู้ขึ้นอยู่กับคณะผู้ก่อการ และสภาพปัญหาของหมู่บ้านนั้นๆ เราแวะเยี่ยมเยียนสองวิทยุชุมชน ต่างเมืองและห่างไกล ด้วยการเดินทางด้วยรถยนต์ถึงหนึ่งชั่วโมง ผู้เขียนต้องขออภัยด้วยวัยที่สูงขึ้นๆ ทำให้ลืมเลือนชื่อหมู่บ้านและวิทยุชุมชนทั้งสองแห่ง แต่ทว่ายังคงจำเรื่องราวของวิทยุชุมชนได้แม่นยำ ได้แต่ลงรูปให้ได้ชื่นชมกัน
อิทธิฤทธิ์ ประคำทอง
ผู้หญิง งูและลวดลายแห่งพรรณพฤกษา จะก่อเกิดเป็นเรื่องราวใดบ้างนอกเหนือจากความฝันรัญจวนถึงสิ่งที่ลี้ลับน่าหลงใหลดั่งคำบอกเล่าถึงนางไม้ที่อาจจะมีตัวตนจริงๆ หรือเป็นเพียงเงาร่ายลายลวงท่ามกลางพงตึกและป่าคอนกรีตอันร้อนระอุแห่งเมืองกรุง บ่ายวันหนึ่งเราจงใจเดินทางไปกลางซอยทองหล่อ ย่านที่มีร้านอาหารมีระดับ ร้านค้าหรูหรา และย่านการค้าในบรรยากาศที่ไม่คล้ายเดินอยู่ในเมืองไทยเท่าใดนัก เพื่อไปชมนิทรรศการภาพเขียนของนวลตอง ประสานทอง ในชื่องานสั้นๆ ว่า ‘NYMPH’
กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์
เราปั่นจักรยานไปเจอสตีฟที่ เดอ สลีฟปี้ เกกโก    ยามเช้าในโฮยอาน เหมือนกับยามเช้าในเว้ของเวียดนามวุ่นวายด้วยเสียงบีบแตรและการค้าจากโรงแรมถึงตลาดปลาและร้านขายรองเท้า ร้านขายรูปวาดและร้านขายหมวก รวมถึง เสื้อยืดที่มีดวงดาวสีเหลืองตรงหน้าอก มีให้ได้ซื้อหาเป็นของฝากสำหรับนักท่องเที่ยวสตีฟเป็นชาวอังกฤษ จากยอร์กเชียร์ เขาออกจากบ้านเกิดมาตั้งแต่วัย 24 ปีและอยู่ในเวียดนามเข้าปีที่ 40 เปิดเกกโก บาร์พร้อมกับเป็นไกด์นำนักท่องเที่ยวทัวร์โฮยอานนอกจาก บ้านหลังเก่าในโอลด์ ทาวน์ และบรรยากาศล่องเรือชมแม่น้ำเขาแนะนำว่า ชนบทโฮยอานไม่อะไรให้ดูมาก