Skip to main content
องค์ บรรจุน
องค์ บรรจุนวงดนตรีพื้นเมืองของแต่ละชาติย่อมมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง แต่กระนั้นวงดนตรีที่อยู่ในภูมิภาคใกล้เคียงกัน ไม่ว่าพม่า มอญ ไทย ลาว เขมร ย่อมมีความคล้ายคลึงกันเพราะต่างได้รับอิทธิพลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะดนตรีมอญกับไทยมีความใกล้เคียงกันมาก ทั้งเครื่องดนตรีและทางดนตรี เหตุเพราะไทยรับเอาอิทธิพลของดนตรีมอญมาไม่น้อย ในเมืองไทยจึงมีเพลงมอญเก่าแก่หลงเหลืออยู่มากมาย เช่น แประมังพลูทะแย กชาสี่บท ดอมทอ ขะวัวตอฮ์ เมี่ยงปล่ายหะเลี่ย เป็นต้น [1] รวมทั้งครูเพลงมอญในเมืองไทยยังได้มีการแต่งเพลงไทยสำเนียงมอญขึ้นมาอีกมากมาย เช่น มอญรำดาบ มอญดูดาว (เพลงประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) มอญอ้อยอิ่ง มอญแปลง มอญนกขมิ้น กราวมอญรำ เป็นต้น และสิ่งที่โดดเด่นของดนตรีมอญ คือ วงปี่พาทย์มอญ อันเป็นที่นิยมมาทุกยุคทุกสมัยปี่พาทย์มอญ "ดนตรีเสนาะ ศิษย์ครูเจิ้น" จังหวัดปทุมธานี
Carousal
เคยมีบ้างสักครั้งไหมในชีวิตของคุณ ที่คิดว่าหากสามารถนำชีวิตของบุคคลผู้เป็นที่รักกลับคืนมาจากความตายได้ แม้ต้องขายวิญญาณจองตัวเองให้กับปิศาจก็จะทำ?หากถือว่าพระเจ้าคือกฎเกณฑ์แห่งความถูกต้องอันเป็นนิรันดร์ และปิศาจคือผู้ต่อต้านที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อโค่นล้มความถูกต้องนั้น สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ก็คือเครื่องมือชิ้นสำคัญที่ปิศาจใช้นำทางไปสู่ความสำเร็จ...มนุษย์เป็นผู้ที่อัดแน่นด้วยความอ่อนแอ ฉงนสงสัย และความไม่แน่นอน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะเปิดถ่างช่องว่างแห่งศรัทธา เพียงแค่ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่าง ระหว่างพระเจ้าที่อยู่ไกลและเต็มไปด้วยปริศนา กับปิศาจที่อยู่ใกล้และเป็นฝ่ายเข้าอกเข้าใจในตัวมนุษย์แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่ใช่ความคลางแคลงหรือความสูญสิ้นศรัทธาหรอกที่ปิศาจใช้เป็นไม้ตาย อาวุธที่ร้ายแรงที่สุดที่ปิศาจใช้ทำสงครามกับพระเจ้าโดยผ่านมือของมนุษย์ ก็คือสิ่งเดียวกันกับที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่มนุษย์ และมีโองการให้มนุษย์มอบมันให้แก่กันและกันนั่นเองสิ่งนั้นคือความรัก
หัวไม้ story
  หัวไม้ story - คือ ภาคต่อของรายการทีวีอินเทอร์เน็ต ‘สมาคมหัวไม้' ที่เป็นคล้ายๆ บทบรรณาธิการของกอง บก.ประชาไท เกิดจากการพูดคุย ถกเถียง วิวาทะ เกี่ยวกับเรื่องราวที่น่าสนใจของความเป็นไปในสังคมรอบตัว และอยากจะเน้นย้ำให้ผู้อ่านประชาไทได้รับรู้ไปพร้อมกัน ทุกๆ สัปดาห์ จากนั้นจะมีการรายงานความคืบหน้าในประเด็น ‘หัวไม้' อีกครั้งหนึ่ง ผ่านพื้นที่ของ ‘หัวไม้ story' ในส่วนของบล็อกกาซีน-ประชาไท (ปลายสัปดาห์)  หากย้อนดูปรากฏการณ์การเคลื่อนขบวนของประชาชนออกมาแสดงพลังขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาลไทยรักไทย ที่ผ่านมานับแต่การเริ่มต้นเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรครั้งแรก การเคลื่อนไหวของพันธมิตรอบสองนี้ นับว่าเป็นจังหวะก้าวที่คุ้นเคยยิ่ง โดยเริ่มการเปิดโปงและเรียกร้องความโปร่งใสในกรณีจำเพาะเจาะจง จากนั้นจึงขยายมูลความผิดออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งนำไปสู่การต่อต้านรัฐบาลไทยรักไทยในฐานะที่เป็นระบอบทักษิณ ด้วยข้อหาอุกฉกรรจ์ คือ ไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำลายพุทธศาสนาด้วยกรณีสังฆราช 2 องค์ คอร์รัปชั่นอย่างมโหฬารชนิดที่เมืองไทยไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน แม้เมื่อเทียบกับยุคเผด็จการ ทั้งกรณีเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดในสนามบินสุวรรณภูมิ (CTX) ขายชาติโดยเอาทรัพย์สินของชาติไปขายในนามของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ไหนจะเป็นสำนึกเห็นแก่ได้ไม่ยอมเสียภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปให้กองทุนสัญชาติสิงคโปร์อีกเล่าเรื่องราวครั้งนั้นจบลงที่การรัฐประหาร ดังที่เราท่านรู้ๆ กันดี ครานี้ พันธมิตรฯ เริ่มอีกครั้ง หลังจากที่ดูเหมือนว่าระบอบทักษิณจะเป็นเชื้อชั่วไม่ยอมตาย และกลายพันธุ์มาในรูปแบบใหม่ที่ไม่รู้จะดื้อยากว่าเก่าหรือเปล่า โดยพรรคนอมินีอย่าง พลังประชาชน นำโดยผู้นำพรรคอย่างนายสมัคร สุนทรเวช โดยพันธมิตรระบุความผิดพลาดของรัฐบาลสมัครที่ทำให้ต้องออกมารวมตัวกันอีกครั้งได้แก่ 1. มีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี และฝ่ายนิติบัญญัติที่มีประวัติด่างพร้อย และมีมลทิน อันเป็นการจงใจหยามเหยียดเกียรติภูมิของประเทศ และดูถูกศักดิ์ศรีของคนในชาติ2. มีการเร่งรัดในการโยกย้ายข้าราชการเพื่อแทรกแซง และตัดตอนกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโยกย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้พ้นจากคดีความที่มีความเกี่ยวพันกับระบอบทักษิณ3. มีการโยกย้ายข้าราชการตำรวจเพื่อล้างแค้นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตแกนนำอดีตพรรคไทยรักไทย และแกนนำพรรคพลังประชาชนให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ ไม่เว้นแม้แต่ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อันเป็นสัญญาณการสร้าง "รัฐตำรวจ" ให้กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่งเพื่อปูทางสร้างฐานให้กับ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พี่ภรรยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้มาเป็นผู้คุมดูแลรัฐตำรวจในอนาคตอันใกล้4. มีการดำเนินการโยกย้ายข้าราชการอย่างอุกอาจสำคัญๆ เช่น เลขาธิการองค์การอาหารและยา (อย.) และอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์อย่างไร้เหตุผล อันเป็นการกระทำการโยกย้ายใช้อำนาจแบบเผด็จการทุนนิยมสามานย์อย่างโจ่งแจ้ง ดังที่เคยปรากฏมาแล้วเหมือนในอดีตในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่อดีตนายกรัฐมนตรีกุมอำนาจตัดสินใจสั่งการแต่ผู้เดียว ทำลายระบบคุณธรรม ก่อให้เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรง บริหาร สั่งราชการ และตัดสินใจในการดำเนินการใดๆ ขึ้นอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรแต่เพียงผู้เดียว5. มีการแทรกแซงสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี โดยการยิงสัญญาณก่อกวนเพื่อปิดกั้นข้อมูลข่าวสารไม่ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และเป็นลักษณะของการก่อการร้ายสากล และยังให้เคเบิลทีวีท้องถิ่นในหลายพื้นที่งดการถ่ายทอดรายการจากสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวีเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารและข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งที่ตรงไปตรงมา6. รัฐบาลได้จุดประเด็นดำเนินนโยบายบ่อนเสรีสร้างอบายมุขเหยียบย่ำศีลธรรม เป็นการจงใจที่จะทำลายรากเหง้าและฐานรากวัฒนธรรมและศีลธรรมอันดีงามของสังคมไทย เพื่อแลกกับผลประโยชน์มหาศาลเฉพาะหน้า ทำลายแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่บัญญัติเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยไม่ใส่ใจกับการล่มจมของประเทศชาติสลายในอนาคต7. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สื่อสารมวลชนต่างประเทศเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม และมีเป้าหมายกลับมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างชัดเจน ตลอดจนมีการพาดพิงไปถึงสถาบันอันสำคัญของประเทศว่าเป็นตัวการอยู่เบื้องหลังนี่คือภาคต่อเนื่องของพันธมิตรฯ และชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้นเป็นเป้าหมายอันใหญ่ที่พันธมิตรต้องการจะหยุดแบบถอนรากถอนโคน ดังที่ปรากฏในแถลงการณ์พันธมิตรฯ ที่ออกมาในปี 2549
Hit & Run
ภาพันธ์ รักษ์ศรีทองตั้งใจจะพักเรื่องการเมืองที่กำลังร้อนขึ้นหลังวันที่ 28 มี.ค.นี้ เลยหลบไปแถวแม่น้ำเพื่อให้ลมเย็นๆ กับสายน้ำที่ชุ่มฉ่ำๆ ไหลมาชโลมให้ชื่นจิตชื่นใจ แต่ไปจนถึงริมฟังแม่โขง กลับมาไม่วายร้อนรุ่มใจดังเดิม ไม่ใช่เพราะดื่มไปหลายกลมจนตัวร้อน แต่ได้ไปฟังข่าวแว่วๆ มาแล้วท่าทางไม่ค่อยจะดี....วันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมาเป็น ‘วันหยุดเขื่อนโลก' และตรงกับงานบุญ 100 วัน คุณมด ‘วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์' ที่ ตำบลพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี หลังไปร่วมงาน เลยไปอีกหน่อยเป็นอำเภอโขงเจียม ติดแม่น้ำโขง ได้ดูแม่น้ำอันกว้างใหญ่สมใจ แต่ชาวบ้านที่งานบุญคุณมดเล่าให้ฟังว่า หลังท่านสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีไทยไปเยือนประเทศลาวแล้ว ดูเหมือนจะจับมือปลงใจกันเตรียมสร้างฝายห้วยกุ่มกั้นแม่น้ำโขงที่สำคัญคือ เขาบอกว่าจะสร้างฝายแต่สูงถึง 18 เมตร ดูท่าขนาดมันน่าจะใหญ่โตกว่าเขื่อนปากมูลเสียอีก !!!
การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์
ราศีเมษ Aries (13 เมย.-13 พค.)                ไพ่ใบแรกของคุณสัปดาห์นี้ 6 คทาค่ะ ชัยชนะที่ใกล้มาถึงค่ะ หากคุณทำงานการใดคั่งค้าง ความสำเร็จกำลังรออยู่นะคะ แต่ถ้าเริ่มต้นทำอะไรในช่วงนี้ รอนิดค่ะ ช้าๆ ได้ของงามๆ :-)ธุรกิจ การงาน    ราชาดาบ ดาบขึ้นมาเพียบๆ แบบนี้ บอกได้เลยว่าอาทิตย์นี้คุณจะเจอเรื่องหนักหน่อยค่ะ แต่มองในแง่ดีคือ จงประเมินสถานการณ์ให้ชัดให้ที่สุด แล้วจัดการสิ่งต่างๆ ด้วยความเด็ดขาด จงเข้มแข็งกับสิ่งที่ต้องเลือกหรือตัดสินใจ สิ่งต่างๆ ไม่ง่ายสำหรับคุณ แต่ก็นั่นล่ะค่ะ คนอื่นก็ไม่ง่ายเหมือนกันแหละน่าสถานการณ์การเงิน  8 ดาบ ยังเป็นไพ่ใบเดิมเหมือนสัปดาห์ที่แล้วค่ะ สถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก อาจเจอปัญหาที่โอบล้อมเข้ามา ดิ้นหนีได้ยากเหลือเกิน บางเรื่องคุณไม่ได้เป็นคนก่อ ก็ต้องไปชดใช้หรือแก้ปัญหา ซึ่งแล้วก็ยังแก้ไม่ได้ ไพ่ใบนี้เปิดขึ้นมาก็คงต้องอดทน รอจังหวะ และให้สถานการณ์คลี่คลายไปทีละนิดค่ะความรัก ความสัมพันธ์  ราชินีดาบ สงสัยในความสัมพันธ์จะเหนื่อยนิดนะคะ มีเรื่องต้องทำความตกลง ตัดสินใจร่วมกัน บางเรื่องต้องตัดสินใจขั้นเด็ดขาดด้วยนะ บางคนอาจได้พบคู่มีลักษณะของคนกร้าวและแกร่ง แต่ก็นั่นล่ะ คือเนื้อแท้ของตัวตน ดูผิวเผินเหมือนเข้ากันไม่ได้ แต่ยาวนานไป อาจจะเป็นคนที่คุณอยู่ด้วยนานที่สุด!คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น 9 ถ้วยค่ะ อาจมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องรักซ้อนซ่อนเร้น สิ่งที่อำพราง ไม่เปิดเผยต่อสังคมหรือผู้คน การเก็บงำความในใจ ซึ่งทั้งหมดนี้ อาจนำปัญหาที่คาดไม่ถึงมาให้คำแนะนำจากไพ่ Judgement คุณจะได้รับโอกาสใหม่ในการแก้ไขบางสิ่งที่เคยผิดพลาด (หรือทำไปแล้วไม่ชอบใจ) ในอดีตที่ผ่านมา โอกาสนี้มีความหมายต่อคุณมาก จงตระหนักถึงผลลัพธ์ที่คุณจะได้ และใช้โอกาสนั้นให้ดีที่สุดค่ะ
พันธกุมภา
มีนาถึง พันธกุมภาจุดหมายปลายทาง การเดินทางธรรมของเธอครั้งนี้อยู่ที่วัดป่าสุคะโต ที่...ซึ่งฉันไม่เคยไป หากหลายคนอยากไป ก็คงไม่ได้คิดถึงเรื่องการเดินทาง หากมักนึกถึงปลายทาง และในที่สุด...แม้รู้ว่าเธออาจจะเดินทางถึงวัดป่าสุคะโตแน่นอน เธอก็น่าจะเรียนรู้ระหว่างทางดังที่เธอเล่าให้เราฟังฉันเคยพูดถึงเรื่องความกลัวระหว่างการเดินทาง “ในความกลัว” มาก่อนแล้ว ด้านหนึ่งฉันนึกเสมอว่า คนธรรมดาทั่วไปอย่างฉัน ร่ำเรียนมาด้วยวิธีคิดแบบมีเป้าหมาย โดยไม่สนใจระหว่างทาง หรือกระบวนการเรียนรู้ก่อนที่จะถึงเป้าหมาย ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว “ระหว่างทาง” เป็นสิ่งสำคัญมาก อาจจะมากกว่าเป้าหมายด้วยซ้ำไปจากนักเรียนมัธยมสู่การเรียนมหาวิทยาลัย เป้าหมายอาจจะอยู่ที่การเรียนจบ การรับปริญญา ปริญญาบัตร หรือการได้เกียรตินิยม ความหมายของการเรียน มันอยู่ที่ปริญญาหรือการเรียนได้ที่หนึ่งเท่านั้นหรือ สำหรับใครหลายคนขอเพียงแค่เรียนจบ ขอเพียงแค่สอบได้ เหล่านี้ล้วนเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ บางคนขอจบแบบมีเกียรตินิยมควบคู่มาด้วย นี่เองที่เป็นเป้าหมาย สิ่งนี้หรือคือคุณค่าของการศึกษา
นาโก๊ะลี
จอมยุทธผู้หนึ่งกล่าวกับขุนศึกผู้ท้อแท้ทอดอาลัยต่อการศึกและการฆ่าฟันในสมรภูมิที่ยังไม่สิ้นศึกว่า      “ท่านสามารถเลือกได้ว่าท่านจะใช้กระบี่เพื่อปกป้องหรือเพื่อทำลาย”  ด้วยคำพูดนี้ ขุนศึกก็กลับสู่สมรภูมิอีกครั้ง ชายหนุ่มปกาเกอะญอเล่าเรื่องการเรียนดาบว่า  เมื่อเริ่มเรียน ทุกคนเข้าไปอยู่ร่วมกันในป่า ผู้เรียนทุกคนต้องร่วมพิธีกรรมบางอย่าง นั่นก็คือการเรียนรู้กันและกัน สืบค้นความเมตตาในใจ เปิดเผยตัวตนของตัวเองต่ออาจารย์และเพื่อน ปลดเปลือยตัวเอง เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรียนวิถีดาบ ในกระบวนการเรียนรู้นั้นห้ามคนนอกเข้าไปเพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้ไว้วางใจกันและกัน  บางคนเมื่อเข้าไป ด้วยพกความแค้นบางอย่าง และหวังว่าความรู้เชิงดาบจะทำให้เขาสามารถต่อสู้  แต่เมื่อเวลาผ่านไป จวบจนการเรียนจบลง พวกเขาพบว่า ทุกคนกลายเป็นคนใจเย็น และเปี่ยมไปด้วยความสุขุม และเมตตา  อาจารย์ของจอมยุทธเมื่อแรกสอนวิชากระบี่ กล่าวกับศิษย์ว่า ความหมายของกระบี่คือความรัก  ความเมตตา นัยหนึ่งของการฝึกกระบี่ก็คือการเจริญเมตตาภาวนา และที่สุดของวิชากระบี่ คือการทำให้กระบี่กับตัวเราเป็นสิ่งเดียวกัน  กระบี่หาใช่สิ่งของภายนอก แต่มันคือแขนที่ยาวขึ้นของเราจอมยุทธหนุ่มกล่าวว่า  เมื่อเขาฝึกยุทธ เขาพบว่า มันคือการฝึกฝนขัดเกลาภายใน พร้อมกับการส่งเสริมดูแลสุขภาพร่างกาย  นั่นเองเขาพบว่า มีความปรารถนาใหม่และงดงามก่อเกิดขึ้นช้าๆ ในใจ  นั่นก็คือความปรารถนาที่จะช่วยเหลือผู้คน  บัดนั้นเขาพบว่า ในศิลปะการต่อสู้ทั้งหลายนั้น หากมันเป็นไปในทางที่ดีงามแล้วไซร้ ศิลปะการต่อสู้ทั้งหมดก็คือการเจริญเมตตาภาวนานั่นเอง“ท่านสามารถเลือกได้ ว่าท่านจะใช้กระบี่เพื่อปกป้องหรือเพื่อทำลาย”รูปแบบของอาวุธ รูปแบบของกระบี่ของวันนี้อาจเปลี่ยนไป  เมื่อทอดตามองออกไปในมือของผู้คนทั้งหลายต่างก็ถืออาวุธอยู่ในมือ เช่นนั้นหรือเปล่า...มั้ง....  ในมือของบางคนคือ ปากกา ถ้อยคำ  ในมือของบางคนคือดนตรี ในมือของบางคนคือกองกระดาษที่เรียกว่ากฎหมาย ในมือของบางคนคือเงิน  หรือในมือของบางคนมันคือนามธรรมที่จับต้องไม่ได้  เราอาจเรียกสิ่งเหล่านั้นว่า อำนาจ  หรืออาจคือตำแหน่งหน้าที่ การงาน ชาติตระกูล หรืออะไรต่อมิอะไร..... ในมือของผู้คน หรือกระทั่ง ปืน แต่ทั้งหมดนั้นมันขึ้นอยู่กับว่าท่านจะใช้อาวุธที่อยู่ในมือ เพื่อปกป้องหรือเพื่อทำลาย
ภู เชียงดาว
เหมือนว่าอดีตกำลังกวักมือเรียกหาเหมือนว่าปัจจุบันกำลังคลี่เผยความลับอยู่เบื้องหน้าฉันรู้สึกตื่นเต้น อยากก้าวย่างไปบนทางสายนั้น ถนนความหวังและความใฝ่ฝันภูเขาลูกนั้นที่ฉันคุ้นเคย แม่น้ำสายนั้นที่ฉันฝันถึงป่าไม้ผืนนั้นยังตรึงไว้ในดวงตากับสายลมเริงร่า กลางทุ่งหญ้าสีทอง แหละนั่นตะวันเจิดจ้า กับท้องฟ้าสีฟ้าเบิกบานสดใสเพราะโลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่เพราะโลกใบนี้ยังไม่โหดร้ายเกินไปนักฉันจึงออกเดินทาง ไกลแสนไกลไปตามหาความฝันอันกว้างใหญ่ไปค้นหาความหวังใหม่ไม่รู้จบเพราะโลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่เพราะโลกใบนี้ยังไม่โหดร้ายเกินไปนักฉันจึงศรัทธา คิดและฝัน...ฉันจึงออกเดินทาง....ชายคนหนึ่งเดินทางเพื่อบอกเล่าถึงความงดงามคือความหมายของชีวิต ผ่านบทกวีในห้วงคำนึงขบถโรมานซ์ ในทุกที่ที่มีความเคลื่อนไหวของคนทุกข์คนยากอยู่อย่างลำบากในสังคมชนชั้น เยี่ยงที่เป็นมานับผ่านถึงเวลา 5 ปี พ.ศ.2545 ถึง พ.ศ.นี้ ชายคนเดียวกัน ได้เก็บบันทึกเหตุการณ์ สะสมเรื่องราวในยามห้วงคำนึง ไว้ด้วยภาพที่ผ่านการกดชัตเตอร์นับครั้งไม่ถ้วน มิเพียงเพื่อความสนุกสนานหรือความสวยงาม หากยังย่อขยายความเคลื่อนไหวของผู้คนในสังคมขณะหนึ่ง ผ่านกล้องถ่ายรูปพกพา ไว้ในเนื้อที่ฟิล์ม มากกว่า 50 ม้วน แล้วล้างอัด คัดสรรเนื้อหา จนเหลือเพียง 50 ภาพ นำเสนอโดย ‘แสงดาว ศรัทธามั่น’ กวีล้านนาอิสระขอเชิญชมผลงาน ‘ภาพถ่ายแสงดาว ศรัทธามั่น’วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม 2551 เวลา 18.00 นาที เป็นต้นไปณ ร้านสุดสะแนน ถนนห้วยแก้ว อ.เมือง จังหวัดเชียงใหม่กำหนดการสังสรรค์มิตรสหาย17.00 น. เชิญเข้าชมภาพถ่ายและสั่งจองภาพ18.30 น. คำต่อคำ-ก่อนกดซัตเตอร์ /อ.ประมวณ เพ็งจันทร์ ร่วมสนทนา ดำเนินรายการโดย พี่อ้อย ชุมชนคนรักษ์ป่า และน้องแอน ละครชุมชน19.00 น. ฟรีคอนเสิร์ตกวี-ดนตรี และบทเพลงแสงดาว อาทิ บุศ Family, โจ้ รังสรรค์ ราศีดิบ,สุวิชานนท์ รัตนพิมล,ชิ สุวิชาญ,ตุ๊ก บราสเซอรี่,สุดสะแนน ฯลฯจัดโดย กลุ่มนักเขียนเชียงใหม่ (ภาคีกวี นักเขียน ศิลปิน ภาคเหนือ) ร่วมกับ ร้านสุดสะแนน ร้านหนังสือร้านเล่า ร้านลูกช้างนานามีเดียเซ็นเตอร์ และชมรมวรรณศิลป์ มช. และอีกหลายความเคลื่อนไหวหมายเหตุใครมีภาพถ่ายอ้ายแสงดาว พกติดตัวมาโชว์ในงานได้นะครับสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.089-8505025    
กฤนกรรณ สุวรรณกาญจน์
 ‘FREE TIBETAN’08.30 น. - 19 มีนาคม 2551อากาศหน้าสถานทูตจีน ริมถนนรัชดาร้อนสุดขีด พนักงานกทม.บนรถบรรทุกน้ำสีเขียวปล่อยน้ำออกจากสายพลาสติกกลมเทาพุ่งกระจายฟูฝอยเพื่อทำความสะอาดฟุตบาธตามปกติเวลาทำงาน ไล่เรื่อยมาจากแยกพระรามเก้า-อสมท.-ฟอร์จูน ทาวน์-แยกศักดิ์เสนา ก่อนจะหยุดกึกที่หน้าสถานฑูตจีนเพราะเห็นกลุ่มคน กลุ่มใหญ่ชูป้ายกระดาษ กางผืนธงชาติรูปร่างแปลกตา อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน“ประท้วงนี่หว่า” อย่างเห็นเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนกับเวลาทำงาน เขาขับรถผ่านไปไม่หันมามอง...ตำรวจนำกำลังมากั้นแผงเหล็กหน้าสถานฑูตตั้งแต่เช้าแล้ว แดดสายเริ่มทวีความร้อนสุดขีดขึ้นทุกขณะ ช่างภาพและนักข่าวทำหน้าที่ของตนเองอย่างขมักเขม้น กลุ่มที่ใช้ชื่อว่า เครือข่ายเสรีทิเบต ชูแผ่นป้ายและร้องตะโกนให้รัฐบาลจีนคืนอิสระภาพให้แก่ชาวทิเบต ให้รัฐบาลไทยบอยคอตการเข้าร่วมกีฬาโอลิมปิด เอ๊ย...โอลิมปิก พร้อมกับแสดงออกในทางการเมืองระหว่างประเทศว่า ‘จะเข้าข้างใคร’จีน ! หรือ ทิเบต !นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช จะเข้าข้างใคร ?
แสงดาว ศรัทธามั่น
สารคดี : เคยคิดบ้างไหมว่า ตัวเองเป็นคนเสียสละ ?ว นิ ดา : (นิ่งคิดครู่หนึ่ง) ...เรื่องนี้ไม่ค่อยคิดเท่าไร ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกัน ไม่ใช่เรื่องว่าใครคนใดคนหนึ่งต้องเสียสละ คนอื่นเขาก็เสียสละ คนที่ทำงานกับเราเสียสละทุกคน จริงๆแล้ว ชาวบ้านเป็นผู้เสียสละ เขาถูกขับไล่ ถูกเวณคืนเพื่อสร้างเขื่อน ไม่อย่างนั้นเราก็ไมมีน้ำ ไม่มีไฟฟ้าใช้ เรามีโอกาสมากกว่า เราก็ช่วยเขา มีแรงพอจะช่วยเขาได้ เราก็ช่วย ดิฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นผู้เสียสละไม่ได้คิดว่าเป็นนักบุญ หรือ แม่พระ และก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นหญิงเหล็ก คนอื่นเขาเหล็กกว่าดิฉันเยอะดิ ฉั น เ ป็ น ค น ธ ร ร ม ดา  เ พี ย ง แ ต่ ดิ ฉั น เ ป็ น ค นไ ม่ย อ ม แ พ้ ไ ม่ ย อ ม จำ น น ง่า ยๆ  เ ท่า นั้ น "** ตอนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ ในนิตยสารสารคดี
กิตติพันธ์ กันจินะ
ใครจะไปรู้ว่าเทคโนโลยีบางอย่างจะทำให้เราไม่พลาดการสื่อสารที่สำคัญได้จริงๆ เรื่องเกิดเมื่อวันหนึ่ง, ขณะที่ผมกำลังออนไลน์โปรแกรมแชทยอดนิยมนั้น พี่ต้าร์ (วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ แห่งกลุ่ม Y-ACT) ก็ได้เข้าโปรแกรมออนไลน์ MSN จากในค่ายแห่งหนึ่ง ณ สวนแสนปาล์ม นครปฐม ซึ่งเป็นการอบรมนักศึกษาอาชีวศึกษากว่า 30 สถาบัน  “อยากดูป่ะ” พี่ต้าร์ถามและได้เปิดโปรแกรมวิดีโอออนไลน์ขึ้นมาผมตอบว่าอยาก – สักพัก ภาพเคลื่อนไหวของเพื่อนๆ พี่ๆ ได้ปรากฏออกมา และมีภาพของเพื่อนๆ เยาวชนที่เข้าร่วมค่ายกำลังทำกิจกรรมอย่างสนุกสนานผมถามพี่ต้าร์ว่ามาทำอะไรกัน?พี่ต้าร์ บอกว่า “วันนี้น้องอาชีวะกว่า สามสิบสถาบัน จากกลุ่มโรงเรียน จตุจักร ชัยสมรภูมิ ธนบุรี และสวนหลวง ร.9 ได้มาจัดกิจกรรมโครงการ คาราวานความดี อาชีวศึกษาพัฒนาสังคม ซึ่งจะอบรมกันสามวันเลยนะ จากวันที่ 4 ถึงวันที่ 6 มีนาคม เลยแหละคุณเต้า”  
ที่ว่างและเวลา
สัมภาษณ์-เรียบเรียง : บัณฑิต เอื้อวัฒนานุกูลรศ.ดร.กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมณ์ เคยเป็นอาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความเชี่ยวชาญภาษาทิเบต ทำวิจัยเรื่องทิเบตมานานนับ 10 ปี เคยเดินกราบอัษฎางคประดิษฐ์ (เดิน 3 ก้าว ก้มกราบ 1 ครั้ง) บนเส้นทางของนักแสวงบุญอันเก่าแก่ทุรกันดาร ณ เขาไกรลาสเป็นระยะทางกว่า 80 กม. ปัจจุบันเป็นประธานมูลนิธิพันดารา (Thousand Stars) ซึ่งเป็นองค์กรสร้างการแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องพุทธศาสนาแบบวัชรยานในสังคมไทย และยังคงเดินทางไปทิเบตอยู่เสมอมิว เยินเต็น บวชเรียนใต้ร่มกาสาวพัตร์ของพุทธศาสนาวัชรยานในบ้านเกิดที่ทิเบตมานาน 27 ปี เป็นผู้ติดตาม อ.กฤษดาวรรณ ในการเดินเท้าแสวงบุญบนเขาไกรลาส ปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิพันดาราอาจารย์กฤษดาวรรณมิวเยินเต็ม