Skip to main content

คิดถึงภาพความทรงจำที่ผ่านมากว่ายี่สิบปีแล้ว ยังไม่มีวันลืม 

เหตุการณ์ไฟไหม้ชุมชนแออัด(สลัม)คลองเตย (ชุมชนร่มเกล้า) เหตุเกิดในช่วงหัวค่ำ ผมกับเพื่อนๆเดินฝ่าฝูงคนที่หอบหิ้วข้าวของหลบหนีออกมา

เราฝ่าเข้าไป ...

พวกเราพยายามทุกวิถีทางในการดับไฟที่โหมไหม้

ผู้อาวุโสที่สุดในกลุ่มกำหนดแผนจ่ายงานในฉับพลัน

คนในพื้นที่ที่มีประสบการณ์ ป่ายปีนขึ้นไปรื้อหลังคา ฝา และวัสดุที่เป็นเชื้อไฟต่างๆทิ้งลงมาไม่ให้ไฟไหม้ลามขยายวง ส่วนที่มีแรง มีใจ แต่ยังไม่มีประสบการณ์ ก็ช่วยขนย้ายคนและข้าวของมีค่าออกจากพื้นที่เสี่ยง

พวกเราระดมสรรพภาชนะที่มี ตั้งแต่โอ่งถัง จนถึงถ้วยชามตักลำเลียงน้ำจากท่อส่งน้ำและสุดท้ายก็กระโจนลงในคลองน้ำครำไม่เกรงเศษแก้วที่จะบาดเท้า ตักน้ำขึ้นมาราดรดเพื่อราแรงไฟ

เสียงลูกหมาร้อง มันติดอยู่ในกองไม้ขนาดใหญ่ที่ไฟกำลังลาม เราต่างก็พยายามเข้าไปช่วย แต่สุดท้ายชีวิตน้อยๆก็สังเวยให้กับพระเพลิง และผิวหน้าของพวกเราแห้งเกรียมจากความร้อน

ทั้งมิตรสหาย คู่อริ ทั้งคนรู้จักและที่ไม่เคยรู้จัก ต่างร่วมระดมแรงต่อสู้กับพระเพลิงด้วยพละกำลังที่มี จนไฟมอดลงเหลือแต่พื้นที่โล่งกว่้าง ที่เคยเป็นอดีตที่อาศัยของคนจน

พวกเราสิ้นเรี่ยวแรง ถลอกปอกเปลือก ฝ่าเท้าได้บาดแผลจากเศษแก้วในคลองน้ำครำ สำลักควัน ...ฯลฯ

ใช่..พวกเราพ่ายแพ้ให้กับอำนาจอันยิ่งใหญ่ เราช่วยลดความสูญเสียได้น้อยมาก

แต่สิ่งที่ผมเชื่อว่ามันเป็นเหตุให้เราหลับตาลงได้ก็คือ อย่างน้อยพวกเราได้"ต่อสู้"แม้ว่าสุดท้ายเราจะ"พ่ายแพ้"

ผมหวังว่าสิ่งนี้จะอยู่กับเราไปตราบจนสิ้นอิสรภาพหรือสิ้นสุดที่ความตาย

 

https://www.facebook.com/sarayut.tangprasert/posts/777079529002867

 

 

บล็อกของ gadfly

gadfly
เห็นมีเรื่อง พ่อ-ลูก ซึ้งบ้างไม่ซึ้งบ้าง ฮาบ้างไม่ฮาบ้าง คิดถึงคนที่ไม่มีพ่อ หรือคนที่พ่อไม่ค่อยมีดีอะไรให้อวดนัก แล้วเลยไพล่ไปนึกถึงพี่สุรพล จึงขออนุญาตรำลึกถึงความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่หนึ่งที่ผมสามารถทำได้เพียงเฝ้ามอง
gadfly
จากกรณีของ อ.สายพิณ จนถึงกรณีของ อ.ลลิตา รวมแล้วน่าจะประมาณกว่าสองทศวรรษ เวลาสองทศวรรษสำหรับบ้านเมืองอื่น ผมเชื่อว่าสถานการณ์ การรับรู้ ทัศนะคติ หรือโครงสร้างทางการเมือง-วัฒนธรรม ของพวกเขาน่าจะเปลี่ยนไปเยอะแล้ว แต่สำหรับบ้านเมืองของเรา ผมเชื่อว่ารูปแบบความขัดแย้ง ปรากฎการณ์อาจเปลี่ยนไปบ้าง แต่โดยแก่นแท้แล้วยังคงเหมือนเดิม