จดหมายถึงคุณคาวี

มาริยา มหาประลัย

20080507 สวรรค์เบี่ยง

ปล. คาวีเป็นชื่อพระเอกในละครตบจูบเรื่อง “สวรรค์เบี่ยง” ทางช่อง 3 ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้

สวัสดีค่ะ คุณคาวี

พักนี้มีข่าวข่มขืนขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์กันพรึ่บพรั่บ ราวกับคนในบ้านเมืองของเราร่วมแรงแข็งขัน (และแข่งขัน) กันข่มขืนเป็นเมกะโปรเจ็กต์ ตั้งแต่รุ่นเด็กประถมยันอาจารย์มหาวิทยาลัย ดูแล้วชวนห่อเหี่ยวละเหี่ยใจเสียฉิบ

ไม่ยักเหมือนเวลาดูคุณคาวีข่มขืนเลยนะคะ ดูแล้วได้ความบันเทิงเริงเมืองปนโรแมนติค

ก็แหม…เวลาพูดถึงคนร้ายข่มขืนผู้หญิงทีไร ใครๆ ก็นึกถึงแต่ผู้ชายตัวดำๆ ไว้หนวดเครารุงรัง หน้าเถื่อนๆ ยืนดักอยู่ตามซอกตึก เหม็นกลิ่นเหล้าคุ้งเคล้ากลิ่นเหงื่อปนกลิ่นคาวปลาตามตัว...อี๋!!! เหม็นสาปความจน! ไม่เหมือนคุณคาวีนี่คะ ขาวตี๋รวยหล่อหอเจี๊ยะน่าหม่ำซะขนาดนั้น อุ๊ย! เขิน...

ชีวิตคุณคาวีนั้นเล่าก็น่าสงสารยิ่งนัก พ่อก็ไม่รัก เลยมีปมเป็นคนขาดความอบอุ่น ขวางโลก แสดงความรักไม่เป็น ต้องหาทางออกด้วยการข่มขืนผู้หญิง อะไรไม่ได้ดั่งใจเป็นได้อาละวาดฟาดงวงฟาดงาใส่ ต๊าย! หล่อแต่เลวนะคะเนี่ย!   

แต่ถึงคุณจะโง่สมกับเป็นพระเอกละครไทยขนาดนี้ แต่ยังไงเสียทั้งนางเอกและคนดูก็รักและพร้อมจะเข้าใจคุณเสมอว่าที่คุณทำไปก็เพราะความแค้น อีหรอบเดียวกับที่ประคบประหงมความเข้าใจให้เพื่อนของคุณ อย่างคุณหฤษฎิ์จาก “จำเลยรัก” คุณพินิจนัยจาก “ลิขิตกามเทพ” และจากอีกสารพัดละครไทย  

ตัดภาพฉับมาที่ข่าวแรงงานต่างด้าวข่มขืนหญิงไทย ข่าวมอเตอร์ไซค์รับจ้างกระชากสวาทนักศึกษา ฯลฯ ไม่ยักกะเห็นคนจะพยายามค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของอาชญากรรมดังกล่าว นอกจากโดยด่วนสรุปว่าเป็นคนหื่นห่าเป็นสันดาน แทนที่จะพยายามใช้โอกาสนี้เข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริง และนำสาเหตุที่แท้จริงนั้นมาใช้ป้องกันและแก้ไขการข่มขืนได้ต่อไป

“เป็นผู้หญิงอย่าแต่งตัวโป๊ อย่าเดินในที่เปลี่ยวๆคนเดียว” คือคาถาสามัญประจำบ้านที่เราใช้กันตลอด คุณคาวีและพระเอกละครจอมข่มขืนอีกหลายคนฟังแล้วคงหัวเราะก๊าก เพราะนางเอกที่คุณข่มขืนกันไม่เห็นต้องลงทุนแต่งตัวโป๊กันสักนาง คุณก็ข่มขืนได้ แถมต่อให้คุณเลวต่อเธอแค่ไหน สุดท้ายเธอก็รัก แหม...ไม่ต้องเรียน MBA ก็รู้ว่าการลงทุนของคุณคุ้มค่ายิ่งกว่ากักตุนเงินดอลลาร์เพื่อเก็งกำไรเมื่อปี ‘40!

ต๊าย! แล้วนี่สมมติผู้หญิงสวยและชอบแต่งตัวเซ็กซี่ถูกข่มขืน แปลว่าหล่อนสมควรแล้วที่จะโดนกระทำระยำตำบอนใช่ไหมคะ! แปลว่าหล่อนหาที่เองใช่ไหมคะ! แปลว่าการข่มขืนผู้หญิงแต่งตัวโป๊เป็นความชอบธรรมใช่ไหมคะ! ชิมิเคอะ!!!

คนเขาชอบโทษกันว่าผู้หญิงเราแต่งตัวโป๊เพราะรับสื่อตะวันตกมาก แล้วที่ผู้ชายไทยชอบข่มขืนผู้หญิงนี่เพราะรับสื่อบ้านตัวเองมากไปไหมคะเนี่ย!

แต่แหม...จะว่าแต่ผู้ชายก็คงไม่ถูก เพราะละครที่ผลิตขึ้นมาให้พระเอกข่มขืนนางเอกเนี่ย คนแต่งก็นักเขียนผู้หญิง แถมคนดูคนอ่านคนชอบก็ผู้หญิง เอ๊ะ! คิดแล้วงงว่าตกลงผู้หญิงอยากโดนข่มขืนกันรึไง คุณคาวีงงเหมือนดิฉันไหมคะ  

ฟากหนึ่งเราบอกว่าการข่มขืนเป็นสิ่งเลวทรามต่ำช้า แต่อีกฟากหนึ่งเราก็ติดละครที่พระเอกข่มขืนนางเอกกันอย่างงอมแงม เมื่อไรหนอคุณภาคย์จะปล้ำดาวพระศุกร์ อุ้ย! วันนี้โกโบริจะปล้ำอังศุมาลินแล้วต้องรีบกลับบ้านไปดูคนโดนเอา เปิดไปหน้าข่าวบันเทิงในหนังสือพิมพ์เราก็อ่านเบื้องหลังการถ่ายทำฉากพระเอกปล้ำนางเอก ฯลฯ

ก็ไม่แปลกหรอกที่คนดูจะชอบคุณ คนคัดนักแสดงเขาอ่านเกมขาดจะตายไป ก็ทั้งบรรดานักแสดงชายที่มาเล่นบทพระเอกจอมข่มขืนน่ะ ล้วนแต่เป็นผู้ชายที่มีภาพลักษณ์อบอุ่น น่าซบกันทั้งนั้น คนที่ดูอบอุ่นลงตัวเป็นผู้ชายในฝันอย่างเคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ หรือมาร์ท กฤษฎา พรเวโรจน์แบบนี้มาข่มขืนผู้หญิงมันคง “น่าดู” และทำให้การข่มขืนดู “เบา” กว่าให้คนดูเห็นกรรมกรตัวดำเมื่อมมาข่มขืนเยอะ อู๊ย! แค่คิดว่าเป็นพี่เคนดิฉันก็ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วค่า!  

แถมพระเอกที่ชอบข่มขืนนางเอกแต่ละคนก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ลากมากดีมีอันจะกินทั้งนั้น ใครกันหนอไปจินตนาการว่าผู้ร้ายข่มขืนคนน่ะต้องจน ต้องขี้ยา ขี้เมา และขี้เอาเสมอไป ไม่จริ๊ง! ดิฉันขอขึ้นเสียงสูงเถียงสุดขาดใจดิ้น ไอ้ครั้นเรื่องไหนพระเอกติดเกาะกับนางเอกสองต่อสอง อู๊ย! โรแมนติคค่ะ! เนื้อแนบเนื้อ มีเพียงหาดทราย ทะเล สายลมและสองเราเอากันเคล้าเสียงคลื่นครืนๆ ต๊าย! อะไรก็ดูจะเป็นใจเสียจริง ขนาดจะข่มขืนกันทั้งทียังโรแมนติคเลยค่ะ! คิดดูสิคะ หลังแนบทรายยังไง้...ยังไงก็โรแมนติคกว่าโดนหลังแนบพงหญ้าหรือดงอ้อยอย่างในข่าวเห็นๆ

ต๊าย!...เขายังเรียกฉากพระเอกข่มขืนนางเอกว่า “เลิฟซีน” เชียวนะคะ คุณคาวีช่วยตอบให้ดิฉันหายข้องใจหน่อยสิคะว่า คนโดนข่มขืนนี่มันเลิฟกันยังไง(ฟะ)!

คุณคาวีว่าสังคมไทยเรานี่เสพติดการข่มขืนหรือเปล่าคะ แต่แหม...ครั้นจะรังเกียจการข่มขืนก็ชิงชังเฉพาะการที่คนที่ “วรรณะ” ต่ำกว่าเรามาข่มขืน เช่น คนที่ฐานะต่ำกว่ามาข่มขืนเรา เดี๋ยวเนื้อตัวเราจะแปดเปื้อนความจน ผู้หญิงแต่งตัวโป๊น่ะเหรอคะ โดนไปเถอะค่ะ กิ๊วๆ! สมน้ำหน้ากะลาหัวเจาะ! แต่ถ้าคนรวยๆ หล่อๆ อย่างคุณคาวีมาข่มขืนเราน่ะเหรอคะ ไม่ค่ะ...ไม่มีปัญหาค่ะ อย่าค่ะ...อย่าช้า! กำลังโรแมนติค!!!   

ก็ไม่แปลกหรอกนะคะถ้ามีเด็กมีคุณคาวีเป็นไอดอล โตขึ้นอยากเป็นพระเอก จะได้ข่มขืนนางเอกได้ง่ายๆ ดิฉันว่ามันก็สมเหตุสมผลอยู่มิใช่น้อย

แต่หนูจ๋า เป็นพระเอกอย่างเดียวไม่พอหรอกลูก คุณพี่มาริยาคนสวยขอเสริมว่าต้องเป็นพระเอกที่รวยด้วยนะจ๊ะ จะได้ข่มขืนนางเอกได้ทั้งอย่าง “ชอบทำ” และ “ชอบธรรม” ดังนั้น ส่วนถ้าเห็นผู้หญิงแต่งตัวโป๊ล่ะก็ปล้ำแม่งเลย ส่วนน้องผู้หญิง จำไว้นะคะว่า โดนทั้งทีต้องเอาให้รวยหน่อย เปลี่ยนพรหมจรรย์ให้เป็นทุนเลยค่ะหนูขา!   

ขอเกทับกันล่วงหน้าเลยค่ะว่า คุณคาวีได้ตกกระป๋องแน่ เพราะต่อไปสวรรค์เบี่ยงของคุณคงเอียงกะเท่เร่สู้สังคมของฉันไม่ได้ ความเน่ามันคนละชั้นกันย่ะ! 

ความเห็น

Submitted by sornchai on

เขียนได้สนุกดี เขียนอีกเรื่อยๆนะครับ ที่ผมสนใจก็คือจริงๆแล้วคนที่ชอบเสพการข่มขืนในทีวีนี้ อาจจะไม่ใช่เพราะเขาชอบที่จะโดนข่มขืนในชีวิตจริงเสมอไปนะครับ ต้องไม่เอามาสับสนกัน อาจจะมีสาเหตุอื่นๆที่ทำให้เขาไปสับสนระหว่างการกระทำชำเรา กับความโรแมนติก หรือเป็นเพราะสังคมสมัยนี้มันมีกรอบเกณฑ์อะไรมากเหลือเกิน การได้เห็นการหลุดกรอบ แหกกฏเสียบ้างในเรื่องที่เกี่ยวกับเพศเป็นสิ่งที่สะใจผู้ชมอยู่ลึกๆ เพราะในชีวิตจริงทำไม่ได้หรือเปล่า ก็คงจะมีที่ว่างให้ถกกันอีกมากน่ะครับ

Submitted by แฟนละคร on

กฤษณา เขียนนะคะ ไม่รู้ว่าแกคิดอะไรตอนเขียนเรื่องนี้ แล้วผู้สร้างก็ไม่รู้คิดอะไร หรือยากสะท้อนอะไร

การขาดรักของสองพ่อลูกก็ดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
หนังเรื่องนี้ถ้าจะมีดีก็ตรงที่นางเอกสวย

สังคมไทยเสพติดความรุนแรงและหมกหมุ่นอยู่ในเรื่องเพศ

Submitted by มน. on

เย้ ได้อ่านของคุณมาริยาแระ
ติดตามนะคะ

ตั้งแต่ตอนที่มาแต่งงานกันเถอะว่ะค่ะ น่ะค่ะ
ตัวหนังสือมีรสจัดดีค่ะ นึกถึง คำ ผกาหน่อยๆ แต่ก็ไม่ใช่แฮะ

ชอบเนื้อหา ชัดเจน ตรงประเด็นดีค่ะ

Submitted by ท่านโอยาชิโร่ on

ไอ่ไข่ปลาคาวีนี้ถ้ามาแถวหมู่บ้านฉันล่ะก็
.
.
.
.
.
.
.
เละแน่
(Nice Boat !!)

Submitted by Koonging on

ชอบเข้ามาอ่านของคุณมาริยามากเลยค่ะ จริงๆแล้วก็ชอบดูนะค่ะคาวีนะ แต่ก็ชอบแนวคิดที่นำเสนอ ติดตามอ่านมาตั้งหลายเรื่องแล้วตั้งแต่เรื่องของการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์

จริงๆแล้วไม่ได้เป็น Faminista เท่าไหร่หรอกค่ะ แต่คุณมาริยาเป็นเหมือนตัวแทนของผู้หญิงไทยสมัยนี้ได้อย่างดี....

เขียนอีกนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

Submitted by มารารี on

สังคมเราเสพติดการข่มขืนจริงๆค่ะ
วันไหนมีข่าวก็ลงพาดหน้าหนึ่งเรียกน้ำย่อยตัวเบ้อเร่อ
พลิกอ่านข้างในก็มีรายละเอียดต่างๆนานาเท่าที่จะบรรยายได้
แล้วเรารังเกียจข่าวพวกนี้มั้ย? ก็เห็นหนังสือพิมพ์พวกนั้นประกาศอยู่ว่ายอดขายเป็นอันดับหนึ่ง

กลับมาบ้านตอนเย็นก็มานั่งลุ้นว่าพระเอกกะนางเอกมันจะได้กันเมื่อไหร่
พระเอกละครทำอะไรก็ไม่ผิด (ตั้งแต่สมัยนางทาส)
ไอ้ความคิดอย่างนี้มันก็ฝังลงไปในคนดูทั้งหญิงชายแหละค่ะ

จะไปหวังอะไรมากกับสื่อเมืองไทย
ในเมื่อไอ้เรื่องสร้างสรรค์คนส่วนใหญ่เค้าก็ไม่อยากจะดูกันนี่นา
ก็ทำไอ้ที่มันอยากดูน่ะแหละให้มันดูกันเข้าไป
จะได้ขายโฆษณาได้เยอะๆ มีตังค์มาทำเรื่องต่อไปให้ได้ดูกันต่อ..

สบายใจกันทั้งคนทำคนดู

Submitted by ไม่มีมายา on

ฉันเห็นด้วยกะ"มารารี" แค่เนี๊ยก็พอแล้วมิต้องสาธยายให้มั๊ก

Submitted by Madame Hluhlee on

โอ๊ย! มันสสสสส์ จริงๆค่ะ คุณมาริยา เขียนได้มั่กๆๆ จะติดตามอ่านเสมอ

Submitted by นกเอี้ยงนครเจดีย์ on

เลิฟซีน....กับ...ข่มขืน....มันต่างกันตรงไหน คนโง่แบบผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก จริง ๆ แล้วไม่เคยนิยมกับละครช่อง 3 หรือช่องไหนก็ตาม เพราะว่ามันแลดูเว่อร์เกินกว่าเหตุ โดยเฉพาะละครของไก่(วรายุทธ) ทำไมมีแต่พวกไม่เต็มเพศทำละคร แล้วคนดูที่นั่งเฝ้ากันหน้าสลอนน่ะจะได้รับอะไรบ้าง....จะไม่พิกลพิการตามละครไปด้วยหรือ...สาธุชนที่เจริญแล้วทั้งหลาย สติน่ะ....สติ...ขอย้ำอีกครั้งว่ายังมีกันอยู่ไหม....ไม่มีเหตุมีผลอะไรเลย นอกจากความบันเทิง ความมันส์ในอารมณ์....และพวกเยาวชนก็เอาไปเลียนแบบ...ยังไม่เข้าใจว่ามันมีประโยชน์ตรงไหน นอกจากคนทำรายการรวย.....ครับ รวยเละ......การ์ตูนญี่ปุ่นที่หลอกเด็กน่ะยังสอดแทรกความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประกอบด้วย ทำให้เด็กมีจินตนาการทางความรู้...ไม่ใช่จินตนาการว่าจะข่มขืนแบบไหนถึงจะโรแมนติก....ไม่ได้ต่างกันหรอกครับระหว่างกรรมกรข่มขืนแม่ค้า กับพระเอกข่มขืนนางเอก...ต่างกันแค่แต่งตัวสวยงามผิดกัน....แถมกรรมกรติดคุกส่วนพระเอกน่ะไม่รู้จักติดคุกหรอกครับ....พวกเซ็นเซ่อร์นะระวังจะโดนข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่นะครับ....เอวังก็มีด้วยประการนี้

Submitted by มาริยา มหาประลัย on

ขอบคุณทุกท่านมากค่ะ

แหม...รู้สึกว่าเรตติ้งบทความชิ้นนี้จะดีเหลือเกิน ติดละครกันทั้งนั้นเลยชิมิเคอะ!!!

ถึงคุณนกเอี้ยงนครเจดีย์...นั่นสิคะ เลิฟซีนกับข่มขืนต่างกันตรงไหน แต่ไหงคุณพี่นกเอี้ยงไพล่ไปด่าเกย์ว่าคนไม่เต็มเพศได้ล่ะคะนั่น

ถึงคุณ Maddame Hluhlee... Thank you very much

ถึงคุณไม่มีมายา...เหมือนข้างบนค่ะ คือขอบคุณมาก ดิฉันเลียนแบบคุณบ้าง ฮ่าๆ :P

ถึงคุณมารารี...อ๊ายส์!!! ฉันมาเจอพี่น้องที่พลัดพรากจากกันตั้งแต่แรกคลอดที่นี่หรือนี่ ดูชื่อเราสองคนสิคะ! ว่าแต่ดิฉันมหาประลัย ของคุณมหาอะไรดีคะ

ถึงคุณท่านยาอิชิโร่...ขอบคุณที่มาเมนท์ให้เสมอค่ะ ว่าแต่ "เละแน่" นี่เละยังไงคะ ฮ่าๆ :P

ถึงคุณมน....รักกันหนาพากันหนีของจริงเลยนะคะเนี่ย ขอบคุณมากค่ะ

ถึงคุณแฟนละคร...นั่นสิคะ ทำไมนางเอกโดนตบ โดนถีบขนาดนั้น ทำไมยังสวยได้ตลอดเวลาทุกลีลาทุกนาที ปากฉ่ำเลือดฝาดได้เองเพราะโดนตบมั้งคุะเนี่ย ไม่ต้องใช้ลิปสติก! เริ่ดค่ะนางเอกไทย!

ถึงคุณ Sornchai... ขอบคุณมากค่ะ ดิฉันก็สงสัยเหมือนกันค่ะว่าทำไม้...ทำไมนถึงชอบดูการข่มขืนออกอากาศกันนัก

และขอบคุณทุกท่านที่มาอ่านนะคะ

มาริยา มหาประล

เพศวิถีมีชีวิต : การเปลี่ยนแปลงจากภายใน อะไรที่ท้าทายเรา?

จากที่ข้อเขียนเรื่องเพศวิถีมีชีวิตทั้งหมดที่ได้กล่าวมานั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การวางความคิด เรื่องการเปิดใจคุยเรื่องเพศของตนเอง เรื่องความหลากหลายในรักและความสัมพันธ์ ความรักต่างเพศนิยม เรื่องกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นความพยายามที่จะมาสรุปในตอนท้ายของบทความนี้ว่า หากเราจะคุยเรื่องเพศวิถีจากมุมมองภายในจากชีวิตของเรานั้น เพื่อสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายในตัวเอง อะไรที่เป็นความท้าทายที่จะนำไปสู่การจุดประกายให้แต่ละคนได้กลับมาสำรวจ ตั้งคำถาม และสร้างการเรียนรู้เรื่องต่างๆ เหล่านี้ได้โดยอาศัยทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกของแต่ละคน

เพศวิถีมีชีวิต : เพศวิถีของวัยรุ่นในวันที่โลกหมุนเปลี่ยน

โลกเปลี่ยนแปลงไปทุกขณะ ความสัมพันธ์ทางเพศของมนุษย์มีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ในสังคมสมัยก่อน เช่น ในภาคเหนือ การจีบสาวของคนล้านนาจะมีการค่าว (คล้ายลำตัดของภาคกลาง) ตอบโต้กันไปมา การจีบกันต้องให้เกียรติผู้หญิงเป็นคนเลือกคู่ หรือหากจะแต่งงานก็ต้องมีการใส่ผี คือการวางเงินสินสอดจากฝ่ายชายเพื่อบอกกับผีปู่ผีย่าของฝ่ายหญิงให้ทราบว่าจะคบกันแบบสามีภรรยา

เพศวิถีมีชีวิต: เคารพในความหลากหลาย รักเลือกได้อย่างมีศักดิ์ศรี

ความคิด ความเชื่อเรื่องเพศที่หล่อหลอมเรามาว่า ควรมีชายกับหญิงเท่านั้นที่คู่กัน สิ่งนี้เป็นความคิด ความเชื่อที่ฝังหัวเรามาตลอดจนเราไม่ได้ตั้งคำถามกับตัวเองเลยว่าทำไมเราจึงต้องรักเพศตรงข้าม และการที่เรารักเพศเดียวกันนั้นจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งไม่ได้เชียวหรือ

เพศวิถีมีชีวิต: ชีวิตทางเพศ เริ่มคุยจากตัวเอง

สำหรับชีวิตส่วนตัวแล้ว ผมเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งที่เติบโตมาท่ามกลางการเลี้ยงดูของแม่และพี่ๆ ที่ส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้หญิง เห็นการทำงานของผู้หญิงที่ “ศูนย์เพื่อน้องหญิง” จ.เชียงราย เห็นความเข้มแข็งในการทำงานของแม่ของพี่ๆ แต่ละคนแล้ว ทำให้ผมเห็นว่าความเป็นหญิง ความเป็นชาย แท้จริงแล้ว ทุกคนก็สามารถทำอะไรได้เหมือนกัน แต่ทว่าการเลี้ยงดูหล่อหลอมของสังคมกลับบอกว่าแบบนี้ผู้หญิงควรทำ แบบนี้ผู้ชายควรทำ

เพศวิถีมีชีวิต: การเปลี่ยนแปลงจากภายใน

เปิดใจเรียนรู้ประสบการณ์ภายในตน

ผมเริ่มต้นทำงานในประเด็นเรื่องเพศ ตอนอายุน้อยๆ จากวันนั้นมาวันนี้ ระยะเวลาหลายปี ที่อยู่บนเส้นทางนี้ได้เจออะไรหลายอย่าง ได้เรียนรู้ ประสบการณ์ทำงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบทบาทหน้าที่ใด ความรับผิดชอบแบบไหน องค์กรระดับชุมชนหรือเครือข่ายก็ตาม งานต่างๆ เหล่านี้ทำให้ได้ทำประโยชน์ต่อตนเองและคนอื่นไปพร้อมๆ กัน

ผมไม่อาจเรียกตัวเองได้อย่างเต็มปากว่าเป็นคนทำงานเพศวิถี เพราะเข้าใจว่าเรื่องเพศวิถีนี้มีอะไรหลายอย่างที่ต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และไม่อาจจะบอกได้ว่าตัวเองเป็นนักพัฒนาสังคม เพราะบ่อยครั้งก็ยังมีคำถามเกิดขึ้นมากมายกับตัวเองว่าที่ว่าเป็นนักพัฒนาสังคมนั้น แน่นอนว่าเราต้องทำประโยชน์เพื่อคนอื่นๆ ที่กำลังเผชิญกับปัญหา เผชิญกับความทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า หรือแม้แต่เรื่องสื่อและโลกาภิวัตน์