Skip to main content

ผมเคยเขียนงานชุด จริยธรรมของการพบพาน (The Ethics of Encounter) เอาไว้เมื่อหลายปีก่อน เพื่อนำเสนอสิ่งที่เป็นไปได้ในสถานการณ์ของการเชิญหน้า ว่าในการปะทะสังสรรค์กันของมนุษย์กับคนแปลกหน้าย่อมเกิดภาวะพิเศษ ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามหรือสันติภาพก็ได้ หลายปีมานี้ผมพบว่าปัญหาหนึ่งของสังคมไทยก็คือการปะทะกับโดยไม่คำนึงถึงการดำรงอยู่ของ "คนอื่น" บังเอิญช่วงนี้ได้อ่านงานของ Jared Diamond เลยอยากเล่าอะไรให้ฟังครับ ตอนพิเศษนี้ยังไม่มีข้อสรุปนะครับ แค่อยากเล่าให้ฟังครับ

ในรูปที่เห็นชายคนหนึ่งร้องไห้อย่างหวาดกลัวมีเรื่องเล่าว่า เมื่อนักสำรวจทีม Leahy-Dwyer patrol ในปี 1931 จากออสเตรเลียไปสำรวจที่สูงของนิวกินีได้เผชิญหน้ากับชนเผ่าพื้นเมือง ชาวเผ่าซึ่งตัดขาดจากโลกภายนอกและไม่มีความรู้ใดเกี่ยวกับโลกภายนอก โดยเฉพาะเรื่องคนขาวจากยุโรป ชายคนหนึ่งทรุดตัวร้องไห้อย่างหวาดกลัวที่ได้เห็นคนขาวและมีการบันทึกภาพนั้นเอาไว้

เมื่อได้มีการสำรวจความทรงจำของชาวเผ่าเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นมีคำบอกเล่าว่า 

"เมื่อคราวนั้น, คนที่โตกว่า (ชี้ไปที่ชายชราสองคน)--ซึ่งพวกเขาแก่มากตอนนี้--เพิ่งจะเป็นหนุ่ม, ยังไม่มีเมีย พวกเขายังไม่โกน (ผม) เป็นช่วงที่คนขาวมา...ผมกลัวมาก ผมไม่รู้ว่าจะคิดยังไงดี  และร้องไห้อย่างไม่รู้ตัว พ่อจึงฉุดแขนพาผมไปซ่อนตัวหลังพงหญ้าคูไน พ่อยืนขึ้นแอบมองที่คนขาว...เมือคนขาวจากไป, ชาวเรานั่งล้อมวงและพัฒนาเรื่องเล่า ชาวเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกคนขาว ชาวเราไม่ได้ไปไหนไกลๆ ชาวเรารู้แต่ด้านนี้ของภูเขา และเราเชื่อว่าพวกเราเป็นพวกคนเป็น ชาวเราเชื่อว่าเมื่อคนตายผิวคนตายจะเปลี่ยนเป็นขาวซีดและเดินทางไปยัง "ที่นั่น" --ที่ของคนตาย เมื่อคนแปลกหน้า (คนขาว) มาถึง ชาวเราว่ากันว่า "อ้อ คนขาวไม่ใช่คนของโลกนี้ (โลกของคนเป็น) อย่าฆ่าพวกเขาเลย--คนขาวเป็นญาติพี่น้องที่ตายไปแล้วและร่างเปลี่ยนเป็นผิวขาวซีดและกลับมา" (Diamond, 2012: 58)

จะพูดได้ไหมว่าเขามอง "คนอื่น" ว่าเป็นญาติ

 

 

Jared Diamond. 2012. The World Until Yesterday: What Can We Learned from Traditional Socities?. New York: Allen Lane.

บล็อกของ บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ

บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
เพื่อนฝูงหลายคนหัวเราะแกมสมเพชที่ผมอยู่บอสตันในยามหนาวเหน็บอย่างถึงที่สุด โดยเฉพาะพายุหิมะที่พัดผ่านมาให้เมืองทั้งเมืองจมอยู่ใต้กองหิมะนับเดือน
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ผมมาอยู่ที่นี่ได้สองเดือนกว่าแล้ว ขณะที่เพื่อนๆ มาอยู่ได้ราวครึ่งปี นาฬิกาและตารางชีวิตเราจึงต่างกันบ้างด้วยความผูกพัน ภาระที่แต่ละคนพึงมี
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
รัฐบาลนี้จะอยู่ค้ำฟ้ารึไง
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ประโยคหนึ่งที่ถูกสลักจารึกที่ชานปลายบันได บนทางเดินก่อนเข้าอนุสรณ์สถานลินคอล์น (Lincoln Memorial) ที่ซึ่งถือกันว่าเสมือนวิหารแห่งประชาธิปไตยอันเป็นที่ตั้งของรูปสลักอับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา สลักเอาไว้ว่า “ข้าพเจ้ามีความฝัน“ (I have a dream) ประโยคนี้เป็นบทเริ่มต้นของสุนทรพจน์ข
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผมต้องไปประชุมกับนักวิชาการที่ได้รับทุนฟุลไบรท์ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ปลายปีแบบนี้หลายคนเดินทางกลับบ้านหรือไปเที่ยวทางไกลกันมากมาย ทำให้คิดถึงเรื่องที่ผมเจอกับตัวเองเมื่อหลายปีก่อนระหว่างขับรถบนถนนสี่เลนจากนคร
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
หลังจากผมมาถึงเมืองเคมบริดจ์เป็นเดือน เริ่มจากการหาที่พัก ไปประชุมที่วอชิงตัน ดีซี หาซื้อเสื้อผ้ารับความหนาว รองเท้า จัดการเรื่องอาหารการกิน มีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ งานเอกสาร ตลอดจนตั้งสถานีทำงานที่บ้าน จนได้ห้องใต้หลังคาของบ้านอายุกว่าร้อยไป ห่างจาก Harvard University สองสถานีรถไฟใต้ดิน ก็เริ่มตั้งห
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ผมขออนุญาตเขียนบันทึกความจำเอาไว้นะครับ ในโอกาสที่ครบรอบหนึ่งปีของการก่อตั้งกลุ่มนักวิชาการและเครือข่ายประชาชนที่เรียกตัวเองว่า สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย หรือ สปป.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
บทความเก่าๆ เป็นรายงานสมัยเรียน ป.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ในรายงานวิจัยที่ผมเสนอต่อโครงการเมธีวิจัยอาวุโส ศ. รังสรรค์ ธนะพรพันธ์ุ ได้เขียนถึงเรื่องจุดเริ่มต้นและชีวิตทางการเมืองของธรรรมนูญฉบับนี้ ตลอดจนผลการใช้มาตรา 17 เอาไว้ดังนี้ ครับ
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ได้เคยเขียนบทนำวิภาษา 23 ไว้เมื่อปลายปี 2553 ไว้เกี่ยวกับเรื่องปฏิวัติวัฒนธรรม ดังนี้การปฏิวัติวัฒนธรรมที่กลายเป็นสินค้า