Skip to main content

เมื่อฝนฟ้าตกตามฤดูกาล ท้องถนนของกรุงเทพสามารถเปลี่ยนเป็นท้องน้ำในยามฝนตกเพื่อให้รถเปลี่ยนเป็นเรือได้

เสียดายที่เมื่อฝนหยุดมันจะคืนสภาพกลายเป็นถนนอีกครั้ง
 
คุณชาย Error ท่านเปลี่ยนกรุงเทพให้เป็นนครแห่งความฝันและรับประสบการณ์แบบหลังสมัยใหม่ (postmodern experience) ได้สบายๆ

เมื่อฝนฟ้าไม่เป็นใจให้ใช้ชีวิตกลางแจ้ง ก็ต้องหากิจกรรมคลายเครียด ในคอลเล็คชั่นหนังที่ผมซื้อเอาไว้มากพอสมควรมีเรื่องที่ผมไม่คิดอยากดู แต่ได้ยินว่าเป็นหนังดี น่าสนใจ เมื่อราคาไม่แพงมากก็ซื้อเอาไว้ เผื่อจะได้ดู หนึ่งในนั้นคือเรื่อง Monsoon Wedding

หนังเล่าเรื่องการเปลี่ยนผ่านของสมาชิกครอบครัวขยาย จากเด็กสาวที่กำลังจะแต่งงาน หญิงสาวกำพร้าพ่อผู้มีอดีตฝังใจกับการถูกละเมิดโดยคนใกล้ชิด เด็กน้อยที่กำลังจะเข้าสู่วัยสับสนทางเพศ ไม่เว้นแม้แต่สาวใช้ในบ้าน

ว่าที่เจ้าสาวมีความลับของหัวใจเธอ ต้องพบกับทางแพร่ง ระหว่างยืนยันการสานสัมพันธ์กับคนรักที่มีครอบครัวแล้ว หรือแต่งงานว่าที่เจ้าบ่าวผู้ข้ามทะเลมาจากสหรัฐอเมริกา แต่ละตัวละครต่างมีปมลึกๆ ในใจที่คลี่คลายไปตามครรลองของมัน

เมื่อความลับหนักอกของว่าที่เจ้าสาวได้ผ่านการทดสอบแล้ว เธอเลือกที่จะบอกว่าที่เจ้าบ่าว แม้จะฉุนเฉียวในทีแรก แต่เมื่อเขาได้คิด เรื่องราวก็จบลงง่ายๆ

ส่วนหญิงสาวกำพร้าพ่อ ถูกกระทำในวัยเด็ก จนเธอรู้ว่านั่นคือแผลจากคนใกล้ตัว เธอเลือกเผชิญกับมัน

เรื่องราวสับสนอลหม่านไปพักใหญ่ แต่ก็เวียนกลับมาสู่ "happy ending" ได้ในที่สุด


ฉากที่ผมชอบกลับเป็นฉากนี้ ในภาพคือหนุ่มใหญ่ที่พบว่าตัวเองจัดงานแต่งให้คนนับร้อย แต่ไม่มีโอกาสจัดงานของตัวเอง เขาขอพบกับสาวรับใช้ในบ้าน และขอความรักจากหญิงสาวด้วยการตั้งช่อดอกไม้และขุดเทียนสว่างไสว ในมือถือหัวใจดอกไม้อันโต ขอความรักหญิงสาว

ฉากนี้ทำให้คิดถึงเรื่อง The English Patient ที่คิป ทหารหนุ่มชาวซิกข์ขอความรักพยาบาลสาว โดยพาเธอไปที่โบสถ์ที่มีภาพเขียนแสนงาม แต่ต้องจุดไฟให้สว่างไสวเสียก่อน หนุ่มซิกข์เอาเปลือกหอยทากมาทำประทีป แน่นอนว่าได้ใจพยาบาลสาวผิวขาวไปเต็มๆ ในยามที่ความเสี่ยงของชีวิตไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ความรักมักเกิดขึ้นรวดเร็วเสมอ
ใน Monsoon Wedding ก็มีความรักหลายคู่เบ่งบานฉ่ำฝนกันทีเดียว

คุ้มกับการนั่งหน้าจอนิ่งๆ สักสองชั่วโมง

บล็อกของ บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ

บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
เพื่อนฝูงหลายคนหัวเราะแกมสมเพชที่ผมอยู่บอสตันในยามหนาวเหน็บอย่างถึงที่สุด โดยเฉพาะพายุหิมะที่พัดผ่านมาให้เมืองทั้งเมืองจมอยู่ใต้กองหิมะนับเดือน
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ผมมาอยู่ที่นี่ได้สองเดือนกว่าแล้ว ขณะที่เพื่อนๆ มาอยู่ได้ราวครึ่งปี นาฬิกาและตารางชีวิตเราจึงต่างกันบ้างด้วยความผูกพัน ภาระที่แต่ละคนพึงมี
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
รัฐบาลนี้จะอยู่ค้ำฟ้ารึไง
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ประโยคหนึ่งที่ถูกสลักจารึกที่ชานปลายบันได บนทางเดินก่อนเข้าอนุสรณ์สถานลินคอล์น (Lincoln Memorial) ที่ซึ่งถือกันว่าเสมือนวิหารแห่งประชาธิปไตยอันเป็นที่ตั้งของรูปสลักอับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา สลักเอาไว้ว่า “ข้าพเจ้ามีความฝัน“ (I have a dream) ประโยคนี้เป็นบทเริ่มต้นของสุนทรพจน์ข
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผมต้องไปประชุมกับนักวิชาการที่ได้รับทุนฟุลไบรท์ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ปลายปีแบบนี้หลายคนเดินทางกลับบ้านหรือไปเที่ยวทางไกลกันมากมาย ทำให้คิดถึงเรื่องที่ผมเจอกับตัวเองเมื่อหลายปีก่อนระหว่างขับรถบนถนนสี่เลนจากนคร
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
หลังจากผมมาถึงเมืองเคมบริดจ์เป็นเดือน เริ่มจากการหาที่พัก ไปประชุมที่วอชิงตัน ดีซี หาซื้อเสื้อผ้ารับความหนาว รองเท้า จัดการเรื่องอาหารการกิน มีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ งานเอกสาร ตลอดจนตั้งสถานีทำงานที่บ้าน จนได้ห้องใต้หลังคาของบ้านอายุกว่าร้อยไป ห่างจาก Harvard University สองสถานีรถไฟใต้ดิน ก็เริ่มตั้งห
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ผมขออนุญาตเขียนบันทึกความจำเอาไว้นะครับ ในโอกาสที่ครบรอบหนึ่งปีของการก่อตั้งกลุ่มนักวิชาการและเครือข่ายประชาชนที่เรียกตัวเองว่า สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย หรือ สปป.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
บทความเก่าๆ เป็นรายงานสมัยเรียน ป.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ในรายงานวิจัยที่ผมเสนอต่อโครงการเมธีวิจัยอาวุโส ศ. รังสรรค์ ธนะพรพันธ์ุ ได้เขียนถึงเรื่องจุดเริ่มต้นและชีวิตทางการเมืองของธรรรมนูญฉบับนี้ ตลอดจนผลการใช้มาตรา 17 เอาไว้ดังนี้ ครับ
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ได้เคยเขียนบทนำวิภาษา 23 ไว้เมื่อปลายปี 2553 ไว้เกี่ยวกับเรื่องปฏิวัติวัฒนธรรม ดังนี้การปฏิวัติวัฒนธรรมที่กลายเป็นสินค้า