Skip to main content

การเดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่นในฐานะคนต่างชาติผู้ได้รับสิทธิในการทำงานในญี่ปุ่นนั้นมีความยุ่งยากไม่น้อย ตั้งแต่การไปแจ้งย้ายออกจากเมืองที่พำนักอาศัย ผมต้องไปสำนักงานของเมืองเพื่อไปแจ้งย้ายออก และคืนบัตรต่างด้าวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเวลาออกจากสนามบินที่ท่าเรือหรือสนามบิน นอกจากนี้ผมยังต้องปิดบัญชีธนาคารออมทรัพย์ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากไม่น้อย เนื่องจากต้องรอการตัดบัญชีที่ผมใช้จ่ายบางรายการ รวมทั้งการทำเรื่องลางานจากมหาวิทยาลัยฯ เนื่องจากมหาวิทยาลัยจะปิดระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2558 ถึงวันที่ 6 มกราคม 2559 แต่กำหนดการเดินทางเดิมของผมคือวันที่ 31 ธันวาคม ซึ่งทำให้ผมตัดสินใจเดินทางออกจากญี่ปุ่นก่อนกำหนด ดังนั้นต้องลางานและเตรียมเอกสารต่างๆ เช่น เรื่องคืนบัตรผ่านเข้าออกมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นบัตรผ่านเข้าหอพักด้วย บัตรถ่ายเอกสารและกุญแจหอพัก กุญแจห้องทำงาน ตลอดจนบัตรประกันสุขภาพ ที่ต้องคืนให้มหาวิทยาลัย ตลอดจนการทำความสะอาดห้องพักและห้องทำงานให้อยู่ในสภาพเดิมเหมือนวันแรกที่ผมเข้ามา โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานวิเทศสัมพันธ์และสถาบันวิจัยมาร่วมตรวจสอบด้วย

เอาเข้าจริงๆ แล้ว การทำความสะอาดห้องทำงานไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ แต่การจัดการสมบัติพัส สถานนั้นเป็นเรื่องยุ่งยาก เช่น ผมต้องทำความสะอาดห้องพักและภาชนะจาน ชาม ช้อนและหม้อหุงข้าว แล้วนำไปคืนสำนักงานธุรการของสถาบันวิจัย แต่เครื่องปรุงอาหาร ภาชนะบางส่วน สบู่ ยาสระผมที่เหลืออยู่นั้นก็สร้างภาระไม่น้อย ผมใช้วิธีรบกวนเพื่อนนักวิชาการที่หอพักว่าจะขออนุญาตส่งผ่านสิ่งของเหล่านั้นให้รวมไปถึงผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ซึ่งทำให้ผมคลายความกังวลไปไม่น้อยเพราะเพื่อนๆ รับดูแลต่อ

ผมจัดไฟล์เอกสารและหนังสือจำนวนหนึ่งเพื่อจะส่งกลับบ้าน ใช้เงินไปหลายพันบาท แต่ก็ย่อมดีกว่าแบกไปสนามบิน ที่เหลือก็คือส่วนที่ต้องทิ้งตามประเภทของขยะ

ในวันเดินทางออกเนื่องจากเป็นเวลาเช้ามืด หากผมจะออกจากหอพักในเช้าวันนั้นน่าจะยุ่งยากมาก เพราะต้องรบกวนผู้ดูแลหอเพื่อคืนกุญแจและบัตรประจำตัว ผมตัดสินใจจองโรงแรมเพื่อพักในคืนก่อนเดินทางเพื่อจะได้ย้ายออกในยามบ่ายของวันก่อนเดินทาง ก็นับว่าตัดปัญหานี้ไปในที่สุด

ทั้งหมดนี้คือความยุ่งยากของการจัดการ

แต่เมื่อถึงคืนสุดท้ายในญี่ปุ่นที่ตัดสินใจมาพักโรงแรมก่อน ค่ำคืนนี้อาจารย์ติ๊ดที่มาศึกษาปริญญาเอกที่สถาบัน GRIPS ยอมเดินทางออกจากโตเกียวมาย่านคิชิโจจิเพื่อร่วมทานอาหารมื้อค่ำคืนสุดท้ายในโตเกียวกับผม เราเลือกร้านง่ายๆ หลังสถานี ก่อนจะไปดื่มเบียร์ในบาร์แบบพื้นๆ ใกล้ๆ สถานี เราสนทนากันหลายเรื่อง ผมนึกถึงตัวเองในคืนวันที่เรียนอยู่ในโฮโนลูลู แล้วพยายามถ่ายทอดประสบการณ์ที่น่าจะเป็นประโยชน์ เป็นความห่วงใยในฐานะเพื่อนร่วมวิชาชีพที่ผ่าน ช่วงเวลาอันยากเย็นและสนุกสนานมาแล้ว และตื่นเต้นแทนอาจารย์ติ๊ดมากๆ ที่จะใช้ชีวิตที่นี่อีกพักใหญ่ๆ ขณะที่ผมต้องเดินทางกลับบ้านเกิดเมืองนอนแล้ว

เสียดายที่ผมต้องตื่นเช้า จึงต้องจำกัดการดื่มกินและเวลาสนทนาลง  

......

เมื่อเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมผมเดินลากกระเป๋าสองใบกับเป้หนึ่งใบเดินไปตามถนน ลมหนาวของโตเกียวพัดเบาๆ เหมือนจะบอกลา ผมรู้สึกโล่งใจมากๆ เมื่อเดินทางมารอรถบัสที่สถานีรถแอร์พอร์ตบัสไปสนามบินฮาเนดะในราวตีห้าครึ่ง ตั๋วรถบัสราคา 1230 เยน รถเคลื่อนออกจากย่านคิชิโจจิที่ผมพักในคืนสุดท้าย ขณะที่แสงอาทิตย์เริ่มสว่างขึ้น เมืองโตเกียวในช่วงเกือบสี่เดือนในความทรงจำของผมเป็นเมืองที่มีอะไรให้ค้นหามากมาย และเป็นช่วงเวลาที่มีคุณภาพได้ทำงานวิชาการและพบปะผู้คนมากมาย ผมคิดถึงเพื่อนชาวญี่ปุ่นและออสเตรเลียที่เคยร่วมวงสนทนาและดื่มกิน คิดถึงการเดินทางในอคิตะและเกียวโต สักวันคงได้กลับมา

จนกว่าเราจะพบกันอีก

บล็อกของ บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ

บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
เพื่อนฝูงหลายคนหัวเราะแกมสมเพชที่ผมอยู่บอสตันในยามหนาวเหน็บอย่างถึงที่สุด โดยเฉพาะพายุหิมะที่พัดผ่านมาให้เมืองทั้งเมืองจมอยู่ใต้กองหิมะนับเดือน
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ผมมาอยู่ที่นี่ได้สองเดือนกว่าแล้ว ขณะที่เพื่อนๆ มาอยู่ได้ราวครึ่งปี นาฬิกาและตารางชีวิตเราจึงต่างกันบ้างด้วยความผูกพัน ภาระที่แต่ละคนพึงมี
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
รัฐบาลนี้จะอยู่ค้ำฟ้ารึไง
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ประโยคหนึ่งที่ถูกสลักจารึกที่ชานปลายบันได บนทางเดินก่อนเข้าอนุสรณ์สถานลินคอล์น (Lincoln Memorial) ที่ซึ่งถือกันว่าเสมือนวิหารแห่งประชาธิปไตยอันเป็นที่ตั้งของรูปสลักอับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา สลักเอาไว้ว่า “ข้าพเจ้ามีความฝัน“ (I have a dream) ประโยคนี้เป็นบทเริ่มต้นของสุนทรพจน์ข
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผมต้องไปประชุมกับนักวิชาการที่ได้รับทุนฟุลไบรท์ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ปลายปีแบบนี้หลายคนเดินทางกลับบ้านหรือไปเที่ยวทางไกลกันมากมาย ทำให้คิดถึงเรื่องที่ผมเจอกับตัวเองเมื่อหลายปีก่อนระหว่างขับรถบนถนนสี่เลนจากนคร
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
หลังจากผมมาถึงเมืองเคมบริดจ์เป็นเดือน เริ่มจากการหาที่พัก ไปประชุมที่วอชิงตัน ดีซี หาซื้อเสื้อผ้ารับความหนาว รองเท้า จัดการเรื่องอาหารการกิน มีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ งานเอกสาร ตลอดจนตั้งสถานีทำงานที่บ้าน จนได้ห้องใต้หลังคาของบ้านอายุกว่าร้อยไป ห่างจาก Harvard University สองสถานีรถไฟใต้ดิน ก็เริ่มตั้งห
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ผมขออนุญาตเขียนบันทึกความจำเอาไว้นะครับ ในโอกาสที่ครบรอบหนึ่งปีของการก่อตั้งกลุ่มนักวิชาการและเครือข่ายประชาชนที่เรียกตัวเองว่า สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย หรือ สปป.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
บทความเก่าๆ เป็นรายงานสมัยเรียน ป.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ในรายงานวิจัยที่ผมเสนอต่อโครงการเมธีวิจัยอาวุโส ศ. รังสรรค์ ธนะพรพันธ์ุ ได้เขียนถึงเรื่องจุดเริ่มต้นและชีวิตทางการเมืองของธรรรมนูญฉบับนี้ ตลอดจนผลการใช้มาตรา 17 เอาไว้ดังนี้ ครับ
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ได้เคยเขียนบทนำวิภาษา 23 ไว้เมื่อปลายปี 2553 ไว้เกี่ยวกับเรื่องปฏิวัติวัฒนธรรม ดังนี้การปฏิวัติวัฒนธรรมที่กลายเป็นสินค้า