Skip to main content

 

การย้ายเมือง
มักมีสาเหตุต่างๆ ที่สำคัญ  ดังเช่น  เมืองลำพูนในอดีต  ในปี พ.ศ. 1490  เมืองลำพูนได้เกิดโรคระบาดร้ายแรงคือ
“โรคห่า” หรืออหิวาตกโลก  ผู้คนล้มตายมากมาย  ผู้ที่ยังไม่ตายเห็นว่า  ถ้าอยู่ต่อไปอาจต้องเสียชีวิต  จึงพากันไปอยู่เมือง “สุธรรมวดี”  คือเมืองสะเทิม  ประเทศรามัญหรือมอญ  และยังระหกระเหินย้ายไปอยู่เมืองอื่นนานถึง 6 ปี  เมื่อทราบว่าโรคระบาดลดลง  จึงพากันกลับมาอยู่เมืองลำพูนดังเดิม


เวียงกุมกาม
พญามังรายสร้างเมืองกุมกามราว พ.ศ. 1837  แต่เวียงกุมกามน้ำท่วมอยู่ทุกปี  และล่มสลายเพราะน้ำท่วมครั้งใหญ่ระหว่างปี พ.ศ. 2101-2317  ซึ่งตรงกับพม่าปกครองล้านนา  พม่าปกครองล้านนานาน 210 ปี  แต่น่าแปลกมาก  ไม่มีการบันทึกน้ำท่วมเวียงกุมกามครั้งใหญ่  ทั้งที่เป็นเหตุการณ์ร้ายแรงมาก  ผลน้ำท่วมครั้งใหญ่  ทำให้เวียงกุมกามถูกฝังจมใต้ตะกอนดินจนยากฟื้นฟูได้  วัดต่างๆ  โบราณสถานสำคัญ  เจดีย์จมในดินลึกประมาณ 1.50 เมตรถึง 2 เมตร...ปัจจุบันเวียงกุมกามเป็นเมืองโบราณ  ตั้งอยู่ที่  ตำบลท่าวังตาล  อำเภอสารภี  จังหวัดเชียงใหม่

สุโขทัย
ถูกแทรกแซงจากอยุธยาที่เข้มแข็งกว่า  จนกลายเป็นหัวเมืองหนึ่งของอยุธยา  เป็นการสิ้นสุดการเป็นเมืองหลวงของสุโขทัย  มาถึงยุคกรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองหลวงบ้าง  ถูกพม่าโจมตีเผาทำลายจน
ย่อยยับในปี พ.ศ.2310  พระเจ้ากรุงธนบุรีกู้อิสรภาพได้ในปีเดียวกัน  แต่กรุงศรีอยุธยาเสียหายจนยากฟื้นฟูบูรณะใหม่ดังเดิม  จึงต้องย้ายมาสร้างกรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวง  กรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวงได้เพียง 15 ปี  ก็สิ้นสุดลง  พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้ย้ายเมืองหลวงจากรุงธนบุรี  เป็นกรุงเทพมหานครดังปัจจุบัน  สาเหตุเพราะกรุงธนบุรีมีแม่น้ำไหลผ่านกลาง  เปิดทางให้ข้าศึกเดินทัพเรือเข้าถึงกลางเมืองได้  ทั้งยังทำให้สองฝั่งเมืองติดต่อกันลำบาก  และกรุงธนบุรียังตั้งอยู่ริมตลิ่ง  น้ำจะเซาะตลิ่งพังไปเรื่อยๆ  อีกประการหนึ่งกรุงธนบุรีถูกขนาบด้วยวัดทั้งสองข้างขยายไม่ได้
 
กรุงเทพมหานคร
ในวันนี้  ปี พ.ศ. 2554(ต้นสิงหาคม-ราวต้นธันวาคม)   กรุงเทพฯน้ำท่วมหนักกว่าทุกปี  และมีท่าทีปริมาณน้ำหรือมวลน้ำจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต  กรุงเทพฯเป็นเมืองหลวงของไทยตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325  ในปีนี้มีอายุได้ 229 ปี  ปัญหากรุงเทพฯที่เยียวยายากคือ  ปัญหาน้ำท่วมขัง  ยิ่งในปีนี้  เกิดน้ำท่วมหนักเป็นประวิติการณ์  น้ำท่วมภาคกลางและขังเป็นเดือนๆ  กระทบความเป็นอยู่ของประชาชน  วงการธุรกิจ  การสัญจร  การสาธารณูปโภค (ถนน  ประปา  ระบายน้ำ  ไฟฟ้า 
การขนส่ง  โทรศัพท์  แก๊ส  เชื้อเพลิง  กำจัดขยะ  การสื่อสาร)   สุขภาพพลานามัยของประชาชน   ที่อยู่อาศัยเสียหาย  การเกษตร  โรคที่มากับน้ำท่วม  และอื่นๆ

มองดูประเทศเพื่อนบ้าน
ด้านตะวันตกอย่างพม่า  เมืองหลวงเดิมคือร่างกุ้ง  พม่าย้ายเมืองหลวงขึ้นไปทางเหนือ  ห่างออกไปราว 400 กิโลเมตร  ตั้งเมืองนอร์ปิดอร์เป็นเมืองหลวงใหม่  การย้ายเมืองหลวงครั้งนี้มีเหตุผลเนื่องจาก  เมืองร่างกุ้งคับแคบ  ประชากรเพิ่มมากขึ้น  และหนีที่ตั้งริมแม่น้ำ  เนื่องจากภาวะโลกร้อน  อีกประการหนึ่ง  ย้ายหนีการรุกรานของชาติตะวันตก  ป้องกันปิดอ่าว  เพราะเมืองร่างกุ้งตั้งอยู่บริเวณปากน้ำอิระวดี  ซึ่งอาจเกิดสงครามในอนาคต.
 
 
 

บล็อกของ ถนอมรัก เดือนเต็มดวง

ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  อ่านกวีนิพนธ์ ของโอมาร์ คัยยัม กวีชาวเปอร์เซียหรืออิหร่าน โดยแคน สังคีต แปลเป็นภาษาไทย ได้เนื้อหาเกี่ยวกับความรักว่า                                                     อันความรัก คืออะไร          ควรใคร่คิด          …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  เนาวรัตน์กวาดสายตา เข้าไปในตัวบ้านไม้ชั้นเดียว พื้นบ้านต่ำกว่าระดับถนนคอนกรีตเล็กน้อย   ข้างฝามีปฏิทิน มีรูปคณะซอ   มีรูปแม่จันทร์สม สายธารา   นั่งคู่กับผู้ชายวัยใกล้เคียงกัน   เนาวรัตน์คาดคะเนว่า คงเป็นครูคำผาย นุปิง ทั้งคู่อยู่ในชุดคนเมือง   ข้างหลังนั่งล้อมวง   สวมเสื้อหม้อฮ่อม ปี่ 3 คน ซึง 1 คน เนาวรัตน์มองดูที่หน้าบ้านริมถนน มีสิ่งก่อสร้าง คล้ายโรงครัวเล็กๆ   มีป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้าติดข้างฝา   บอกชื่อแม่จันทร์สม สายธารา   ที่อยู่  …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  เสียงปี่ผสมเสียงซึงดังขึ้น  รับกับเสียงผู้ขับซอ   เสียงปีและซึงผสมกลมกลืนมีทั้งหวานแหลมและนุ่มนวล   ก่อเกิดบรรยากาศความเป็นชาวเหนือขึ้นมาทันที   ผู้ขับซอชายนั่งขัดสมาธิ มือถือไมโครโฟนไร้สาย ผู้หญิงนั่งพับเพียบเคียงกัน หันหน้าอวดผู้ชม   ยามผู้ชายขับซอ   ผู้หญิงเอียงตัวไปมา มือไม้ขยับรับเสียงดนตรี   ทำนองดนตรีนั้นเนาวรัตน์ฟังไม่ออก เป็นเพลงอะไร สมัยเด็กๆเขาเข้าใจว่า คนเป่าปี่และคนดีดซึง คงเล่นเพลงเดียวตลอดงาน เพราะฟังทีไรก็เหมือนเดิมทุกที …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    เนารัตน์ข้าราชการบำนาญ นั่งเก้าอี้พลาสติกของวัด   ดูซอที่ตั้งเวทีข้างประตูวัด สถานที่ซอเป็นยกพื้นขึ้นสูงราวคอผู้ใหญ่ ปูพื้นด้วยไม้กระดาน ล้อมสามด้านด้วยไม้ไผ่ลำโตขนาดข้อมือเด็ก ด้านละ 2 ต้น คล้ายเชือกกั้นเวทีมวย อีกด้านมีบันไดพาด สำหรับให้คณะซอปีนขึ้นไป สถานที่ขับซอเรียกว่า “ผามซอ” พื้นจะปูด้วยเสื่อ ความจริงเนาวรัตน์ไม่อยากมาชมเท่าไร   อยากได้เรื่องราวเกี่ยวกับด้านบันเทิงของชาวเหนือ นำไปเขียนลงเวบเพื่อเผยแพร่ หรือส่งไปยังหนังสือที่เขาต้องการ...ในวัยเด็กย่าบอกว่า ซอสนุกมาก …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    ผู้ใหญ่บ้านได้พูดเสริมต่อจากเจ้าอาวาส “กรรมการวัด ได้มีการประชุมหารือกันก่อนแล้วแล้วรอบหนึ่ง มีเจ้าอาวาสเป็นประธาน คณะกรรมการวัด มีข้อคิดความเห็นว่า จะขอความร่วมมือร่วมใจจากศรัทธาญาติโยมทุกคน ช่วยกันบริจาคเงินเพื่อจัดงานบวช ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 โดยจะขอเก็บหลังคาละ 140 บาท เงิน 40 บาทจะเป็นค่าจัดทำอาหารกลางวัน  เลี้ยงศรัทธาทั้งหมู่บ้าน ส่วนอีก 100 บาท จะเป็นค่าทำบุญและค่าจ้างซอมาเล่นเฉลิมฉลอง จึงอยากถามหมู่เฮาชาวบ้านว่า  จะเห็นด้วยไหม ?” มีเสียงพึมพำอึงในวิหาร …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    เสียงเคาะลำโพงปลายเสาไฟฟ้า   ในหมู่บ้านทุ่งแป้ง   ดังขึ้น 3 ครั้ง แล้วมีเสียงพูด “ ฮัลโหล !   ฮัลโหล !   ครับ !   ขอประชาสัมพันธ์ วันนี้กินข้าวแลงแล้ว   เวลาประมาณ 1 ทุ่มเศษ   ขอเชิญทุกบ้านทุกหลังคาเรือน   มาประชุมพร้อมกันที่วัดทุ่งแป้งนะครับ มีหลายเรื่องที่จะประชุมหารือกัน   อย่าได้ขาดกันเน้อ   บอกต่อๆกันไปด้วยเน้อครับ...ขอขอบคุณครับ”
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
   
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
    ได้ยินเสียงหมอเรียก เราทั้งคู่รีบเข้าไป เห็นเจ้าเหมียวนอนตะแคงนิ่งเหมือนท่อนไม้ ลิ้นแดงเล็กห้อยคาปาก หมอบอกว่า เอาลิ้นมันคาปากไว้ หากลิ้นค้างในปากขณะมันสลบ ลิ้นอาจจุกปากหายใจไม่ออกอาจตายได้ มันจะสลบสัก 1 ชั่วโมง ลุงกับป้าช่วยกันอุ้มมันขึ้นรถ   วางมันบนเบาะหลังที่มีผ้าขนหนูรอง พอถึงบ้านอุ้มมันไปวางราบบนม้ายาวที่มีหมอนรอง ลิ้นยังคาปากเหมือนเดิม อดนึกไม่ได้ว่าตอนแมว
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
 
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  ผมมองผ่านทางเดิน ไปห้องครัว เห็นแมวต่างบ้าน เดินย่องเงียบกริบออกมา เจ้าตัวนี้มาขโมยอะไรกินบ่อยๆ ผมหมายตาจะเล่นงานมันหลายครั้ง แต่มันรอดปลอดภัยทุกที ไม่ทำร้ายอะไรมากมายหรอก จะหาไม้เล็กๆไม่ทันแล้ว เราก็นักฟุตบอล ใช้เท้าเคลื่อนไหวประจำ เตะได้ทั้งซ้ายขวา ไม่รู้จักศูนย์หน้าทีมโรงเรียนดังซะแล้ว จะหลบซ้ายขวาเจอหมด  ฮะฮ่า !..เสร็จแน่เจ้าเหมียว แมวขาวดอกลายเดินกลับออกมาใกล้ถึงมุมห้องแล้ว ผมโผล่พรวดออกไป มันตกใจยืนตลึง ผมส่งเสียงข่มขวัญ มันตั้งหลักได้ขยับวิ่งไปทางขวาแล้วแวบมาทางซ้าย …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
      พออากาศเริ่มเย็น เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว นกเอี้ยงที่เคยหายไป เริ่มกลับมาส่งเสียงแก๋ๆ ตามยอดต้นโพธิ์ข้างวัด ส่วนนกเขาอยู่ประจำถิ่นในหมู่บ้าน ฤดูไหนผมก็ยังเห็นนกเขาเสมอ เดินไปมาตามถนนบ้าง เกาะสายไฟบ้าง บ้านนี้นกเขามากจริงๆ คนแปลกหน้าเข้ามา จะได้ยินเสียงนกเขาคูระงมหมู่บ้าน คงนึกว่าหมู่บ้านนี้เลี้ยงนกเขา ความจริงไม่เห็นใครเลี้ยงนกเขาเลย มันเป็นนกที่หากินเอง ว่างจากหาอาหาร มันจะคูเสียงขับกล่อมผู้คนชาวทุ่งแป้ง ขณะผมพิมพ์หนังสือ ยังได้ยินเสียงคูทุ้มๆ มาจากทิศเหนือ ละแวกบ้านน้าบุญแว่วมา …
ถนอมรัก เดือนเต็มดวง
  แปรงฟันล้างหน้าเสร็จเรียบร้อย ผมกลับมายืนดูที่หน้าต่างดังเดิม ฝูงนกยางยังคงบินตามกันเต็มท้องฟ้า ไม่รู้จักหมดสิ้น อากาศเริ่มเย็น ลมเย็นพัดมาจากทุ่งหน้าบ้านเอื่อยๆ บอกสัญญาณย่างเข้าสู่ฤดูหนาว นกมากมายไม่รู้มันมาจากไหน มาไกลแค่ไหน บ้างว่ามันมาจากไซบีเรีย จีน มองโกล หิมาลัย มันเป็นนกปากห่าง  นกยาง ฯลฯ จำนวนเป็นแสนตัวทีเดียว สิ่งที่ตามมาคือโรคติดต่อ ต้องระวังไข้หวัดนก ที่มันนำมาฝากเจ้าของบ้าน