ยุกติ มุกดาวิจิตร: แด่ผู้คงแก่เกรียน

วันนี้เปิดห้องเรียนวิชามานุษยวิทยาภาษาด้วยการคุยสืบเนื่องกับบทเรียนเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เรื่อง "ภาษากับความคิดและโลกทัศน์" มีวิดีโอในยูทูปที่น่าสนใจสองเรื่อง เรื่องหนึ่งว่าด้วยหมอสอนศาสนาที่ถูกชนพื้นเมืองในป่าอะเมซอนแปลงให้กลายเป็นนักมานุษยวิทยาภาษา วันนี้เปิดอีกเรื่องว่าด้วยการเห็นสีที่จำกัดของคนต่างวัฒนธรรมที่มีมโนทัศน์เรื่องสีต่างกัน (เอาไว้วันหลังมาเล่าแล้วกันครับ)

เรื่องที่อยากเล่าตอนนี้คือ บทเรียนจากนักศึกษาที่อธิบายคำในพจนานุเกรียนที่น้า Art Bact' เอามาแปะไว้ในกลุ่ม "ต่อปาก..." แถมน้าแบ่คยังแนะนำคำว่า "วทน" ผมงงอยู่คืนหนึ่งเต็มๆ เพราะไม่ได้อยู่ในโลกออนไลน์มากเท่าเขามาก่อน (มีนักศึกษาอีกคนมาอธิบายให้ใน ฟบ แต่ผมไม่ได้อ่านก่อนเข้าห้องเรียน)

ในห้องเรียนวันนี้ นักศึกษาคนหนึ่งอธิบายอย่างยืดยาวว่า (ใครรู้แล้วทนอ่านไปแล้วกันครับ) "เรื่องทั้งหมดเกิดในโลกของทวิตเตอร์ค่ะ พวกเกรียนหมั่นไส้ วทน. อาจารย์รู้จักไหมคะ คนที่ทำหนังสือ อด. อ่ะค่ะ เขาชอบทวิตอะไรเลี่ยนๆ ประเภท 'วันนี้ฉันตื่นนอนขึ้นมา อาบน้ำ แล้วบรรลุธรรม' แบบ 'อิ้วอม' น่ะค่ะ...

"พวกนั้นก็ตามเกรียนเขาในทวิตเตอร์ วทน. สักพัก วทน.ทนไม่ได้ ก็ไล่บล็อคพวกมาเกรียนไปทั่ว บลาๆๆ..." (ใน "ดราม่าแอดดิค" น่าจะมีรายละเอียด) คำนี้ก็เลยเป็นที่เข้าใจกันทั่ว" ตามความหมายในพจนานุเกรียนว่า 

@wthn [censored] - ใช้เพื่อกิจการแซะ แล้วโดนบล็อคโดนอัตโนมัติเท่านั้น
[ตัวอย่าง] ใครไม่โดน วทน บล็อคนี่โคตรไม่อินดี้

นักศึกษาแนะให้ลองเปิดอีกคำหนึ่งคือ "ดงบังวงแตก" ผมนี่งงไปเลย ลองดูครับว่าหมายถึงอะไร แต่เมื่ออ่านคำแปลแล้ว ก็ไม่เข้าใจหรอก ถ้าไม่ได้อยู่ในโลก "เกรียน"

ผมชอบพจนานุเกรียนในหลายๆ มิติด้วยกัน แง่หนึ่ง ผมว่าโลกปัจจุบันมันแปลกแยกแตกต่างห่างเหินจริงๆ แต่มันไม่ใช่ในความหมายแย่หรอก ผมมองว่ามันปกติธรรมดา เพราะโลกปัจจุบันมันสร้างความเชื่อมต่อแบบใหม่ๆ เกิดสังคมใหม่ๆ ที่ไม่จำเป็นที่ใครทุกคนจะต้องรู้จักเข้าใจทุกเรื่องของคนที่เรารู้จักไปเสียทุกอย่าง นักศึกษาผมเข้าใจสิ่งเดียวกับที่น้าแบ่คเข้าใจเป๊ะ ทั้งๆ ที่เขาไม่รู้จักกันมาก่อนเลย

อีกแง่หนึ่ง ผมนึกเลยเถิดไปถึงเรื่องโลกทัศน์กับภาษา ภาษาน่าจะเชื่อมโยงกับโลกทัศน์จริงๆ เพราะแม้แต่คนที่อยู่ในโลกของภาษาเดียวกัน ก็ยังไม่สามารถเข้าใจกันได้ด้วยชุดคำศัพท์ที่แยกย่อยชุมชนภาษาลงไปมากขนาดนี้ และแม้ว่าจะรู้คำเหล่านั้น แต่ถ้าไม่มีการอธิบายความหมายเชิงบริบทที่ยืดยาว ก็คงไม่มีทางเข้าใจกันได้ง่ายๆ

อีกอย่าง พจนานุเกรียนเปิดโอกาสให้ใครก็ร่วมบัญญัติศัพท์เกรียนได้ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพจนานุเกรียนมีใครคอยควบคุมการบัญญัติคำใหม่อย่างไรหรือไม่ แต่หากเราค้นคำที่ไม่มีในพจนานุเกรียน เขาก็จะขึ้นแบบฟอร์มให้กรอก เป็นการแนะนำคำศัพท์ใหม่ๆ นี่หากจะไม่ถึงกับนับว่าเป็นการทำลายเอกสิทธิ์ในการบัญญัติศัพท์ ก็ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการบัญญัติศัพท์จากผู้ใช้ภาษาเองได้ ไม่เหมือนพจนานุกรมของสถาบันทรงเกียรติบางแห่ง

ขอให้ชาวเกรียนจงเจริญภาษา มีปัญญาสร้างคำใหม่ๆ ให้ครูภาษาไทยต้องเวียนเกล้า กันไปอีกยาวนาน

ขอบคุณน้าแบ่คที่แนะนำ http://pojnanukrian.com/


เผยแพร่ครั้งแรกใน
:Yukti Mukdawijitra

ความเห็น

Submitted by น้ำลัด on

ขอบคุณครับสำหรับพจนานุเกรียน
แต่ลองดูแล้วส่วนใหญ่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี
เหมือนเปิดดิคอังกฤษแปลเป็นอังกฤษ
สงสัยคงเป็นภาษาไทยคนละมิติกันแน่ๆ

อย่างคนสมัยสุโขทัยสมัยอยุธยา
ก็คงคุยกับคนสมัยนี้ไม่รู้เรื่องกัน
ความหมายของคำศัพท์อะไรต่างๆนานา
มันแปรเปลี่ยนความหมายกันไปหมด

อย่าง "ดงบัง" งี้
ไอ้ผมนี่ก็ไม่เคยรู้เรื่องวงนักร้องของเกาหลี ก็ไม่รู้หรอกมันเป็นวงไหน
ส่วนวัยรุ่นมันก็รู้ของมันไปหมด ว่าอะไรกำลังเกิดอะไรกำลังแตก

ส่วนผมก็คงรู้จักแค่ว่า "ดงบัง" เป็นชื่อหมู่บ้านในปราจีนบุรี
มีอาชีพเพาะพันธุ์ไม้ขายเป็นส่วนใหญ่ และมี "ไม้ล้อม" ขายจำนวนมาก
แล้วยังมีกลุ่มชุมชนทำวัตถุดิบสมุนไพรส่งให้รพ.อภัยภูเบศร์อีกด้วย

ยุคหนึ่งวัยรุ่นฮิตดาราญี่ปุ่นอาโนเนะ
ต่อมากลายมาเป็นเกาหลีเฉยเลย
เคยมีเอฟโฟร์ไต้หวันฮิตในระยะเวลาสั้นๆ
แต่สู้เกาหลีไม่ได้ มาแรงอย่างต่อเนื่อง
และเกาหลีก็ตั้งใจทำกันเป็นล่ำเป็นสัน
ก็ไม่แน่นะ ต่อไปอุตสาหกรรมบันเทิง
อาจจะเลื่อนไถลไปประเทศอื่นๆอีกก็ได้ใครจะรู้

ดูอย่างดาราฮ่องกงชื่อดัง
ยังไปแต่งงานกันที่ภูฏาน
อะไรๆมันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
คนเราบางส่วนมันไม่ชอบความจำเจนะผมว่า

จึงมีคนอยากจะแหกกฎเกณฑ์ของสังคมกันมากขึ้น
ถ้าหากฎเกณฑ์นั้นมันเลี่ยนๆ
จะมีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผล
มันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ

จะว่าไม่มีเหตุผลก็ไม่เชิง
ยังไงๆก็ต้องมีเหตุผลหลักอยู่หนึ่งเหตุผลเสมอ
เหตุผลหลักที่ว่าก็คือ "ก็กูชอบของกูอ๊ะ"

ยุกติ มุกดาวิจิตร: คนหน้าใหม่ของการเมืองไทย

การยุบพรรคอนาคตใหม่อย่างที่สาธารณชนและแม้แต่นักกฎหมายเองก็เห็นว่าไม่สมเหตุสมผลทั้งในทางกฎหมายและในทางการเมือง และความเหลวแหลกของกลไก เกม และสถาบันการเมืองในขณะนี้ คือเงื่อนไขเฉพาะหน้าที่ทำให้เยาวชนจำนวนมาก ซึ่งเป็นคนหน้าใหม่ของการเมืองไทย ในหลายพื้นที่กระจายไปทั่วประเทศ ลุกขึ้นมาแสดงออกทางการเมืองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนนับตั้งแต่มีความขัดแย้งรอบใหม่ในกลางทศวรรษ 2540 เป็นต้นมา 

ยุกติ มุกดาวิจิตร: ยุบพรรคอนาคตใหม่จะสร้างการแตกร้าวรอบใหม่

วินาทีที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ความสำคัญไม่ใช่ว่าพรรคการเมืองหนึ่งถูกยุบไปหรอก แต่ความสำคัญอยู่ที่ว่า ผู้มีอำนาจกำลังสร้างความแตกร้าวครั้งใหม่ที่พวกเขาอาจจะพบปฏิกิริยาโต้ตอบที่ไม่เหลือเศษซากอะไรให้กอบกู้โลกเก่าของพวกเขากลับมาได้อีกต่อไป