Skip to main content
dinya
ตอนที่แล้วเล่าถึง “หลุมยุบ” หรือ Sinkhole ในต่างประเทศไปแล้ว คราวนี้มาดูหลุมยุบในบ้านเรากันบ้างนะคะ ย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตั้งแต่เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิเป็นต้นมา (2547) หลายคนบอกว่า มีข่าวหลุมยุบให้ฟังอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่รู้ว่ามีมากน้อยแค่ไหน มาดูตัวเลขที่กันดีกว่าค่ะ หลุมยุบในประเทศไทย ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา กรมทรัพยากรธรณีแจ้งว่า มี “หลุมยุบ” ที่ได้รับแจ้งและเข้าไปตรวจสอบแล้วถึง 53 หลุม ใน 16 จังหวัด แน่ะ ไม่นับรวมกับที่เราสังเกตไม่เห็น อยู่ลึกจนไม่มีใครพบ หรือ พบแล้วแต่ไม่ได้แจ้งนะคะ ในวันเดียวกับเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ คือ 26 ธันวาคม 2547 นั้น เกิดขึ้นพร้อมกันทีเดียว 19 จุด ส่วนใหญ่เกิดใน 4 จังหวัด คือ สตูล พังงา กระบี่ และตรัง บางส่วนเกิดในอ่าวไทยและจังหวัดเลย
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
ที่เห็นเห็นเป็นกันนั้นมิใช่                แต่ที่ลึกลงไปมิได้เห็นนั่นแหละคือความจริงสิ่งซ่อนเร้น     เป็นต้นตอเป็นธาตุแท้อันแน่ชัดที่เห็นเห็นเป็นเพียงแค่หน้ากาก        ที่เห็นเห็นเป็นแค่ฉากที่เขาจัดเป็นละครบทเก่าที่เขาคัด               นำมายัดเยียดหลอกเราทุกเช้าเย็นความเป็นจริงธาตุแท้แบอยู่ไหน       เขาซ่อนไว้-แต่ไม่ยากถ้าอยากเห็นลองดูสิ...ลองแตะต้องทองเขาเล่น   แล้วจะเห็นความเป็นจริงทุกสิ่งอันทองทั้งหมดของเขาอยู่ที่ไหน          เขาย่อมพลีชีวิตไว้ในที่นั่นทุกอณูธาตุแท้ย่อมยืนยัน               เพื่อยึดมั่น-อยู่ในกรอบการครอบครองและอำนาจที่เขามีอยู่ในมือ             มีหรือจะมิใช้ไว้คอยจ้องแสวงหาพูนเพิ่มเติมกองทอง           ให้ตัวเองกับพวกพ้องท้องเดียวกันที่เห็นเห็นจึงเป็นแค่หน้ากาก            เป็นเพียงฉากที่เขาจัดให้เราฝันเป็นเพียงเกมที่เขาเล่นฟาดฟัน         ด้วยเดิมพันเพื่อพวกเขาเข้าสภาทองทั้งหมดของเราอยู่ที่ไหน           ระวังไว้เขาจะออกมาค้นหาตามวิสัยหมาจิ้งจอกต้องออกล่า        สืบสันดานมาทุกยุคทุกผู้คนโอ้ ละหนอบ้านเมืองเรา...ไม่ว่าใครขึ้นไปก็เท่านั้น                  ไปแปรผันไปตวงตักเอามรรคผลเพื่อตระกูลเพื่อพวกพ้องพี่น้องตน      โดยการปล้นเอาจาก...คนยากไร้สังคมเราบ้านเมืองเราก็เท่านี้            ไม่ว่าดี เลว น้อยมาก มาจากไหนทั้งผู้นำผู้ตามเราน่าเศร้าใจ               เหมือนผลไม้เน่าทั้งสวน-ชวนอาเจียน. กระท่อมทุ่งเสี้ยว เชียงใหม่
นกพเนจร
ทุกชีวิตล้วนมีศักดิ์ศรีและคุณค่าเท่าเทียมกัน มันเป็นคำพูดงดงามที่ลอยลมมาจากสังคมอุดมคติ...ที่ไหนสักแห่งที่ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้ ลืมตาตื่น แล้วก้าวเดินออกนอกประตูให้ความจริงพุ่งชน ถ้าไม่พยายามหลอกตัวเองจนเกินงาม-ทุกชีวิตล้วนมีราคาไม่เท่ากัน โหดร้าย แต่เป็นจริง (ผมกำลังพูดถึงในกรณีของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘คน’ เท่านั้น ยังไม่ต้องนับรวมถึงหมู หมา กา ไก่ แมลงวัน ต้นชบา หรือมะขาม ‘คน’ ยังไม่พร้อมที่จะให้คุณค่าของสิ่งมีชีวิตประเภทอื่นเท่าเทียมกับตน) ผมเลี่ยงไม่ใช้คำว่า ‘คุณค่า’ หรือ ‘ศักดิ์ศรี’ เพราะผมเชื่อว่าทุกคนมีอยู่เท่ากัน แต่หากเป็นคำว่า ‘ราคา’ -คำที่ใช้ตีคุณค่าของบางสิ่งออกมาเป็นรูปตัวเลข-ผมก็พอจะยืนยันได้ว่าไม่เท่ากัน การได้เป็นนกลอยลมไปเห็น-ฟัง-เขียนตามแห่งหนต่างๆ ทำให้ผมเชื่อเช่นนั้น และเมื่อแต่ละชีวิตมี ‘ราคา’ ไม่เท่ากัน การให้ ‘ศักดิ์ศรี’ และ ‘คุณค่า’ ต่อชีวิตผู้คนจึงพลอยบิดเบี้ยวและไม่เท่ากันตามไปด้วย
แพร จารุ
ฉันได้เดินทางมายังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตั้งใจจะมาเที่ยวตามป่าเขาแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ   รัฐบาล โดยนายอำเภอ และอุทยานแห่งชาติ จัดให้มีงานบวชป่า และส่งมอบอาวุธปืน มีหนังสือจากหน่วยงานของรัฐมาถึงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในเย็นวันหนึ่ง มีเสียงพูดกันเบา จับใจความได้ว่า พวกเขากังวล เพราะพวกเขาไม่มีปืนจะไปมอบ ฉันฟังอย่างไม่เข้าใจ ไม่รู้พวกเขาว่าจะกังวลทำไม ไม่มีก็ไม่ต้องมอบ บอกไปว่าเราไม่มีก็จบ ก็ไม่มีจะเอามาจากไหน
คนไม่มีอะไร
          เมื่อวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2551 ถือว่าเป็นความโชคดีของชุมชนทับเขือ  และสมาชิกเครือข่ายองค์ชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด จังหวัดตรัง เนื่องจากมีแขกต่างเมืองมาเยือนถึงที่ หลายๆ คนอาจคาดไม่ถึง ว่าบุคคลท่านนี้มาถึงชุมชนเล็กๆ นี้ทำไม และหลายๆ คนก็กำลังคิดว่าเขาเป็นใครมาจากไหน                คุณริคาร์โด คาร์เรเร (Ricardo Carrere)  เป็นคนประเทศอุรุกวัย  หน้าที่การงานในตอนนี้เป็นผู้ประสานเครือข่ายป่าไม้เขตร้อนระดับโลก องค์กรนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1996 เป็นเวลานานถึง 12 ปี และเริ่มต้นที่ทำการเคลือนไหวที่ประเทศมาเลเซียเป็นประเทศแรก  ซึ่งริคาร์โดเชื่อว่า "เวลาพูดถึงป่าไม้  ไม่ได้หมายถึงต้นไม้แต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องรวมถึงชุมชนเข้าไปด้วย เพราะชุมชนต้องอยู่คู่กับป่า"             ริคาร์โดจะทำต่อสู้ภาคประชาชนในการเรียกร้องต่อสู้เรื่องป่า อย่างเช่นในทวีป แอฟริกา อเมริกาใต้ ซึ่งประชาชนทั่วโลกก็อยู่กับป่ามาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว แต่รัฐบาลเกือบทุกประเทศมิได้ตระหนักถึงตรงจุดนี้  แต่ที่รัฐบาลทำคือ การอนุญาตให้สัมปทานป่าไม้ การทำเหมืองแร่ และก็มีบริษัทเป็นนายทุนเข้ามา ซึ่งคล้ายๆ กับประเทศไทยในตอนนี้ เมื่อประมาณ 30 ปีที่ผ่านมารัฐบาลสนับสนุนให้ปลูกพืชเชิงเดียว สวนเดียว เช่นต้นปาล์มน้ำมัน และยางพารา เหมือนบ้านเราที่ช่วงหนึ่งรัฐบาลเองก็สนับสนุนให้ปลูกพืชเชิงเดียว เช่น บริเวณจังหวัดกระบี จังหวัดตรัง จนมาวันนี้ชุมชนพยามยามกลับไปทำอย่างเดิมคือปลูกพืชผสมหลายๆ อย่างเข้าไว้ในสวนเดียวกัน การเคลื่อนไหวเครือข่ายป่าเขตร้อนของริคาร์โด เขาเองก็ได้เรียนรู้จากชาวบ้าน ชาวบ้านรักษาป่าอย่างไร อยู่กับป่าอย่างไร และปกป้องป่าอย่างไร เป็นเวลาสิบกว่าปีที่เขาต้องเดินทางเรียนรู้เรื่องแบบนี้ สามารถที่จะผลักดันในเชิงนโยบายได้ ร่วมถึงเรื่องป่ายูคาร์ลิปตัสด้วยเช่นกัน ส่วนในประเทศไทยก็เป็นพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เขาจะศึกษาเรียนรู้ความเดือดร้อนของชาวบ้าน ว่าเดือดร้อนยังไง ปกป้องป่าแบบอย่างไร เมื่อปี 1998 ประมาณสิบที่ผ่านมาทางเครือข่ายการเคลื่อนไหวป่าเขตร้อนได้การรณรงค์ครั้งใหญ่ในกรณีการปลูกต้นปาล์มน้ำมัน  ต้นยูคาร์ลิปตัส และต้นยางพารา ไม่ให้รัฐบาลและประเทศทั่วโลกส่งเสริมในการการปลูก เพราะต้นไม้เหล่านี้เป็นพืชเศรษฐกิจ การเคลื่อนไหวขององค์กรนี้ต้องเข้าหาชาวบ้าน และชาวบ้านทั่วโลกพูดแบบเดียวกัน เรื่องเดียวกันกัน มีปัญหาเรื่องที่ดิน ขาดแคลนน้ำ ปัญหาวิถีการดำรงชีวิต ถูกทำลายบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ไม่มีที่ดินทำกิน  เช่นรัฐบาลสนับสนุนให้ปลูกต้นยูคาร์ลิปตัส เป็นต้นไม้ชนิดหนึ่ง แต่ไม่ใช่ป่าไม้ เพราะมันเป็นไม้เศรษฐกิจ รัฐบาลคล้ายๆ กับว่าต้องการปลูกป่าใหม่ หรืออีกกรณีหนึ่งก็ประกาศเป็นเขตอุทยานทับพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน และรัฐบาลก็ออกมากล่าวว่ารัฐบาลกำลังรักษาพื้นที่ป่าไม้ นี้เป็นสิ่งที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ทำให้ชาวบ้านต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิของตนเองในช่วงที่เศรษฐกิจไม้กำลังไปได้ดี รัฐบาลหลายๆ ประเทศก็พยายามที่จะออกมากล่าว "ป่าคือไม้" แต่ชาวบ้านคิดว่าป่าคือ "วิถีชีวิตของเขาทั้งหมด" รัฐบาลก็จะบอกว่าพวกชาวบ้านไม่มีความรู้เรื่องป่าหรอก ที่รู้มาก็เป็นความรู้ที่ผิดๆ กรมป่าไม้ก็จะกล่าวว่า กรมป่าไม้ต่างหากเป็นผู้ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับป่าไม้ทุกอย่าง ชาวบ้านอยู่ในป่า ชาวบ้านก็จะทำลายป่า การตัดสินใจก็ต้องอยู่ที่รัฐบาล รัฐบาลรักษาป่าได้ดีกว่าชุมชนริคาร์โดได้เรียนรู้เรื่องประเทศไทยก็ตอนที่เรียกร้องสิทธิ์ป่าชุมชนเมื่อหลายปีก่อน ได้รู้ว่าป่าคือชีวิตของชาวบ้าน  ในช่วงที่ชาวบ้านหรือชุมชนของประเทศไทยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก   ได้ลุกขึ้นมารณรงค์เรื่องต้นยูคาร์ลิปตัส ชาวบ้านในแถบนี้ทำการต่อสู้กับนโยบายของรัฐในตอนนั้น และเป็นประเด็นที่เขามาเยือนประเทศไทยในตอนนี้ เพราะชาวบ้านพยายามเรียกร้องป่าคืนมาริคาร์โดได้ลงพื้นที่ชุมชนทับเขือ องค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด จังหวัดตรัง ชุมชนทับเขือมีปัญเรื่องที่ทำกิน และได้รับการคุกคามจากนโยบายภาครัฐ ซึ่งตอนนี้พื้นที่แห่งนี้ถูกประกาศเป็นเขตอุทยานเขาปูเขาย่า เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมือปี พ.ศ. 2525 และถูกประกาศทับเป็นเขตรัษาพันธุ์สัตว์ โดยที่ชาวบ้านไม่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจ ในขณะชุมชนทับเขือเองก็กำลังระดมแนวคิดกำหนดรัฐธรรมนูญชุมชน สืบเนื่องจากที่ผ่านมาชุมชนได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ ทำให้วิถีชีวิตต้องลำบากมากขึ้นริคาร์โดได้ยินอย่างนี้ เขาก็พูดว่าชุมชนต้องเข็มแข็ง และเขาก็พูดติดตลกให้ฟัง "ชุมชนทับเขือรวยเนื่องจากในสวนเตืมไปด้วยอาหาร สามารถหากินได้โดยไม่ต้องซื้อ" ไม่เหมือนกับพวกที่นั่งเก้าสูงๆ ที่ต้องกินอาหารราคาแพงๆ คนเหล่านั้นคงอิจฉาชุมชนแห่งนี้ที่มีอาหารกินโดยไม่ต้องซื้อ เลยพยายามที่จะกดดั้นให้ชาวบ้านออกไปอยู่ที่อื่นๆคุณริคาร์โด ผู้แปล คุณจารุวรรณ แก้วมหานิล 
แสงดาว ศรัทธามั่น
(1) ธ ร ร ม ชา ติบ่า ยในห้วงฤดูฝนนี้ ณ "สุดสะแนน"ฟ้าครื้มเมฆ ใบไม้ไม่ไหวติง ผีเสื้อยังคงเริงรำร่อนดูดดื่มเกสรดอกไม้ ไก่แจ้บางตัวคุ้ยเขี่ยหาอาหาร บางตัวก็พักผ่อนไซร้ขนนอนหลับ แม่ไก่ที่นี่มีสามสี่ครอก งดงามนักน่าขำและงดงามไก่แจ้ครอกหนึ่งมีแม่สองตัวช่วยกันเลี้ยง ถาม "อ้ายฮวก"เจ้าของร้านสุดสะแนนเธอบอกว่า "แม่ไก่สองตัวช่วยกันฝัก" งดงามมากเลย... ผีเสื้อสีน้ำเงินบินมาเกาะที่แก้วน้ำฉันฉันนั่งอยู่ใต้ร่มไม้มะม่วงอันร่มรื่น มดแดงมาเกาะที่แขนฉันฉันค่อยๆจับเขาไปปล่อยเกาะที่ร่มมะม่วง
โอ ไม้จัตวา
คนสร้างบ้านให้ฉันเป็นเพื่อนของเพื่อนที่สร้างบ้านอยู่ในบริเวณเดียวกัน การเลือกคนสร้างบ้าน หรือผู้รับเหมา เป็นเรื่องชวนปวดหัว เนื่องจากร้อยเกือบทั้งร้อยของการสร้างบ้านล้วนมีปัญหากับผู้รับเหมา ไม่ว่าจะเรื่องรายละเอียด ความคิดเกี่ยวกับการใช้สอย ความงาม รวมไปถึงค่าใช้จ่าย หลายคนมีค่าใช้จ่ายบานปลายจากเหตุต่าง ๆ มีเสียงเตือนมากมายมาถึงฉันว่าผู้รับเหมามีเล่ห์กลในการทำให้เจ้าของบ้านต้องจ่ายเงินมากเกินความจำเป็น บางคนลดสเปควัสดุที่ใช้ ทำให้บ้านในฝัน กลายเป็นความจริงอันโหดร้ายในอนาคตได้ เราตัดสินใจลงเรือลำเดียวกับผู้สร้างบ้านผู้เป็นเพื่อนของเราคนนี้ เป็นความเชื่อใจแบบพนันหมดหน้าตัก ขณะที่ญาติพี่น้องของฉันมองด้วยความเป็นห่วง เหมือนฉันเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก เดินเข้าบ่อนคาสิโน ไปเล่นการพนันด้วยทรัพย์สินที่มีทั้งชีวิต ขนาดญาติกันยังเบี้ยว เธอเชื่อคนง่ายไปหรือเปล่า สิ่งสำคัญไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา ฉันเชื่อในมิตร
Carousal
ไปดูสามก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพเรือกันมาหรือยังคะ? ในความรู้สึกของฉัน สามก๊กเป็นพี่น้องกับหวัด กล่าวคือ ในขณะที่บ้านเมืองปกติสุข ทั้งสามก๊กและหวัด ต่างก็มีฐานลูกค้าสนับสนุนของตนเองเรื่อย ๆ ไม่มีว่างเว้น คนเราติดหวัดกันได้โดยไม่เลือกเวล่ำเวลาหากอดหลับอดนอนหรือทำงานหนักตากแดดตากฝนฉันใด สามก๊กก็เป็นวรรณกรรมที่ไม่ว่าใครก็ใคร ต้องหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน หยิบหนังขึ้นมาดู เพื่อดื่มด่ำกำซาบทั้งรสของภาษาและเนื้อหาที่ใครต่อใครเขาก็ว่าเป็นหนึ่งในแผ่นดินโดยไม่เลือกเวล่ำเวลาฉันนั้น หากนาน ๆ ครั้ง โรคที่เป็นในระดับนอนพักสามวันหายอย่างหวัดจะระบาดใหญ่ ทำให้คนล้มเจ็บล้มตายกันหลายพันหลายหมื่น ก็เช่นเดียวกับสามก๊ก ที่เมื่อครบรอบการฮิตเมื่อใด วรรณกรรมเรื่องนี้ก็จะถูกเฮโลสร้างออกมาเป็นการ์ตูนบ้าง หนังบ้าง เกมบ้าง หรือพิมพ์หนังสือใหม่บ้างโดยไม่มีการนัดหมาย ให้คนเฒ่าที่อยู่ทันการฮิตรอบที่แล้วปัดฝุ่นหยิบหนังสือมาอ่านใหม่ และให้เด็กรุ่นต่อไปที่ยังโตไม่ทันการฮิตรอบที่แล้วได้ทำความรู้จัก และหากแฟนรุ่นใหม่คนไหนเกิดติดอกติดใจเป็นพิเศษ ก็อาจพัฒนาการเป็นแฟนพันธุ์แท้สามก๊กรุ่นต่อไปในภายภาคหน้า และเนื่องจากนี่คือ ‘สุดสัปดาห์กับการ์ตูน’ เพราะฉะนั้น เราก็มาคุยกันเรื่องการ์ตูนสามก๊กกันดีกว่า
นาโก๊ะลี
ทั้งหมดล้วนปรารถนาสิ่งดีงาม กี่คำกี่ความแสวงหา ชั่วชีวิตที่ผ่านในกาลเวลา กี่ครั้งกี่คุณค่าที่คู่ควร เสพย์สุขซึ้งถึงสวรรค์ จะชั้นนี้ชั้นนั้นก็บางส่วน ขณะวิถีชีวิตเคลื่อนขบวน หรือไม่ยอมเรรวนสักบางคราว จะอยู่ในโลกไม่ใยดีโลก แสวงแต่โชคไม่ยอมเจ็บร้าว สำหรับยุคสมัยที่ยืดยาว เลือกเสี้ยวใดในเรื่องราวที่เป็นไป หากเราคือเสี้ยวส่วนของจักรวาล จึงเกี่ยวโยงตำนานอันยิ่งใหญ่ สัมพันธ์สรรพสิ่งโยงใย ทั้งหมดนั้นคืออะไรในความจริง ทั้งหมดนั้นอาจคือชีวิต เคลื่อนไหวไปทีละนิดไม่หยุดนิ่ง ไม่มีสิ่งใดหล่นหายหรือถูกทิ้ง ทั้งหมดล้วนเอื้ออิงกันและกัน ทั้งความคิดและจิตวิญญาณ คือปรากฏการที่ผกผัน เป็นกระบวนการมหัศจรรย์ ที่หล่อหลอมสร้างสรรค์โลกงดงาม และในความงดงามนั้นมีเลวร้าย ซึ่งขับค่าความหมายให้ไถ่ถาม ให้เคี่ยวครุ่นสืบค้นนิยาม เพื่อต่อเติมแต่งตามวิถีทาง วิถีท่าน วิถีเรา วิถีใคร อาจมีวิถีใดที่แตกต่าง เป็นปัจเจกภาพอันบอบบาง ตามความข้น จาง ของตัวตน ทั้งหมดนี้เพียงเป็นสภาวะ เกิดดับได้ทุกขณะตามเหตุผล จึงความสุขความทุกข์ของผู้คน ที่สุดล้วนแต่ตนดลบันดาล และนั่นย่อมไม่ใช่จุดหมาย เพราะภาวะทั้งหลายคือทางผ่าน คือทางก้าวไปสู่ปัญญาญาณ เพื่อหยั่งรู้จักรวาลอันจริงแท้
หัวไม้ story
นับแต่รัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้งเข้าสู่ตำแหน่ง การฟ้องร้องอันเนื่องมาจากการเมือง และการฟ้องร้องอันมีผลทางการเมืองก็ดาหน้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไทย และองค์กรอิสระ เสมือนเป็นโหมโรงสำหรับ ‘ตุลาการภิวัตน์’ ก็ไม่ปาน เพื่อเป็นหมุดหยุดพักสำหรับความสับสนในคดีที่เยอะแยะ อีรุงตุงนังกันอยู่ขณะนี้  "ประชาไท" รวบรวมคดีที่มีการฟ้องร้องกัน ภายใต้เงื่อนเวลาเริ่มต้นคือรัฐบาลชุดนี้ ให้ดูกันว่ายุคนี้ ศาลนั้น "งานเข้า" ขนาดไหน  
Cinemania
นพพร ชูเกียรติศิริชัย   “การที่ใครจะเป็น ‘modern’ (ทันสมัย) เขาคนนั้นก็จะต้องคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และพร้อมทุกเมื่อที่จะละทิ้งและตัดขาดจากของเก่าที่ดำรงอยู่ (tradition) และที่สำคัญ คือ พร้อมทุกเมื่อที่จะละทิ้งและตัดขาดจากตัวตนของตัวเองที่ดำรงอยู่ ถ้าตัวตนเป็น modern ก็ต้องพร้อมที่จะละทิ้งความเป็น modern ด้วยเหตุผลของความเป็น modern เอง”  “ในการจะเป็น modern มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเป็น postmodern หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ถ้าใครจะเป็น modern เขา หรือเธอคนนั้นก็จะต้องเป็น postmodern มิฉะนั้นแล้ว เขาก็ไม่สามารถเป็น modern ได้” (Jean-Francois Lyotard อ้างถึงใน ไชยันต์ ไชยพร.POSTMODERN : ชะตากรรมโพสต์โมเดิร์นในอุ้งมือนักปรัชญาการเมืองโบราณ.กทม.: หจก.ภาพพิมพ์, 2550 หน้า 41)  หากรถไฟ คือ ตัวแทนของความทันสมัย (modern) ที่จะนำพาผู้คนจากอดีตไปสู่อนาคต การที่คนกลุ่มหนึ่งมัววิ่งตามขบวนรถไฟ ก็อาจจะทำให้พวกเขาไม่สามารถไปสู่จุดหมายปลายทาง แต่ขณะเดียวกันการที่จะมัวหมกหมุ่นอยู่บนรถไฟ (modern) ก็ไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่าคนกลุ่มนั้นจะสามารถหาคำตอบให้กับชีวิตของพวกเขาเอง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางค้นหาจิตวิญญาณโดยสามพี่น้องตระกูลวิตแมน ในภาพยนตร์ The Darjeeling Limited  The Darjeeling Limited เป็นเรื่องราวของสามพี่น้องแห่งตระกูลวิตแมน ซึ่งปรารถนาที่จะใช้โปรแกรมการเดินทางไปยังอินเดีย เพื่อผสานรอยร้าวแห่งความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง
Hit & Run
ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง   แล้ววันสำคัญทางพุทธศาสนาก็วนเวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่งในรอบสองพันห้าร้อยห้าสิบเอ็ดปีหลังพระพุทธเจ้าเสด็จสู่นิพพาน เป็นความน่ายินดีที่รัฐไทยซึ่งประกาศตัวเป็นพุทธมามกะประกาศให้เป็นวันหยุดเพื่อแสดงความเคารพอย่างสำคัญและจะได้เปิดโอกาสให้ไปทำบุญทำทานกันตามธรรมเนียมประเพณี แต่สิ่งหนึ่งที่น่าเบื่อหน่ายพ่วงตามมากับบรรยากาศแบบนี้คือไม่สามารถไปหาซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาดื่มกินตามวิสัยได้ เนื่องจากเมื่อปีก่อนรัฐบาลคุณธรรมผลักดันจนมีกฎหมายมาบังคับ ทั้งที่เรื่องของศาสนาและแนวทางการปฏิบัติควรเป็นเรื่องของส่วนบุคคลเสียมากกว่า คนดื่มเหล้าบางทีอาจไม่ได้เลวกว่าคนกินมังสวิรัติ และก็ไม่อาจบอกได้เช่นกันว่าดีกว่า...ใช่หรือไม่ ??