บล็อกกาซีน ประชาไท
กิตติพันธ์ กันจินะ
กิตติพันธ์ กันจินะ บางทีแล้วการที่เราออกมาทำกิจกรรมเพื่อสังคมนั้น มันก็มีรูปแบบที่หลากหลายแตกต่างกันไปตามบริบทของการทำงานและพื้นที่สภาพแวดล้อม ซึ่งนั่นล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการทำงานของกลุ่มคนที่มากมายหลายประเภทเฉกเช่นดอกไม้ในสวนน่ายล ท่ามกลางบรรยากาศสังคมอมยิ้มไม่ออกเช่นนี้ เยาวชนคนหนุ่มสาวก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่เข้าไปอยู่ในบริบทของความย้อนแย้งขัดเกลาเราเขาเช่นนี้ กล่าวคือมีทั้งเยาวชนที่เห็นด้วยกับแนวทางของซีกพันธมิตร และเยาวชนที่ไม่เห็นด้วยก็มีมาก ส่วนกลุ่ม “สองไม่เอา” นั่นก็มีไม่น้อย ทว่า กลุ่มที่ดูจะมีคือ “กรูไม่เอาสักอย่าง” เสียอีกที่มีเยอะ
Carousal
พร้อมที่จะเจาะเวลาหาอดีตไปกับการ์ตูนเรื่องต่อไปกันหรือยังคะ? ในจำนวนการ์ตูนแนวเจาะเวลาหาอดีตที่ยังคงวางแผงต่อเนื่องอยู่ในขณะนี้ เรื่องที่ฉันสนใจและชอบมากที่สุดก็คือเรื่องนี้ละค่ะ Jin หมอทะลุศตวรรษ ผลงานของ Motoka Myrakami ซึ่งจัดจำหน่ายในรูปแบบภาษาไทยโดย Nation Edutainment Jin หมอทะลุศตวรรษ เป็นเรื่องราวของหัวหน้าศัลยแพทย์ แผนกศัลยกรรมสมองของโรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัยโทโตะ มินาคาตะ จิน ในคืนที่เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้น จินกำลังทำหน้าที่แพทย์เวรดึกอยู่ในโรงพยาบาล เขาได้รับคนไข้นิรนามรายหนึ่งซึ่งตำรวจไปพบขณะนอนหมดสติอยู่ในสวนสาธารณะเข้าแผนกฉุกเฉิน จากบาดแผลที่หน้าผาก คณะแพทย์ได้ทำ CT scan เพื่อตรวจสมอง และพบว่า นอกจากเลือดคั่งที่เยื่อหุ้มสมองชั้นนอกซึ่งเป็นสาเหตุของการหมดสติตามที่ได้ตั้งสมมติฐานไว้แล้ว ยังพบเนื้องอกในต่อมไพเนียลอีกด้วย
หัวไม้ story
< พิณผกา งามสม > เมื่อชาวนาอยากจะพูดให้คุณเข้าใจปี 2545 ชาวบ้านปากมูลเลือกที่จะเดินทางทั่วอิสานเพื่อสื่อสารทางตรงไปยังบรรดาเพื่อนระดับชาวบ้านเพื่อให้เข้าใจว่าทำไมพวกเขาจึงต้องต้านเขื่อนเพราะพวกเขาไม่ได้พื้นที่ในสื่อกระแสหลักที่มักนำเสนอข่าวแบบจุดพลุ แล้วก็เลือนหายไป นั่นจึงทำให้พวกเขาออกเดิน เดินเพื่อสื่อสารทางตรง ไม่ต้องผ่านสื่ออีกต่อไป แน่นอนว่าชาวบ้านปากมูลต้องเดินทางวันละกว่า 10 กิโลเมตร ค่อยๆ เดินไปเพื่อแสดงนิทรรศการ และพูด แบบปากต่อปาก พวกเขาไม่ได้เดินมาที่ทำเนียบรัฐบาลหลังจากได้บทเรียนยาวนานจาก 99 วันหน้าทำเนียบ ชาวบ้านบางคนบอกว่า เขาต้องการความเข้าใจจากเพื่อนร่วมชาติมากกว่า เพราะหากเพื่อนร่วมชาติเข้าใจความทุกข์ของเขา เมื่อนั้น เขาคงพูดให้รัฐบาลเข้าใจง่ายขึ้น
Hit & Run
จิรนันท์ หาญธำรงวิทย์ แถลงการณ์ ฉบับที่ 0.17 จากประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย รักหมา รักแมว รักสิ่งแวดล้อม จนอาจลืมรักเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน (ไปบ้าง) เนื่องด้วยประเทศไทยอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ต่างคนต่างก็ออกแถลงการณ์แสดงความเห็นต่อปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นอุบัติการณ์ ประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย รักหมา รักแมว รักสิ่งแวดล้อม จนอาจลืมรักเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน (ไปบ้าง) (ป.ป.ช.ผ.ร.ช.ร.ป.ช.ต.ร.ม.ร.ม.ร.ส.ว.ล.) จึงเห็นว่า ควรออกแถลงการณ์กับเขาบ้าง โดย ป.ป.ช.ผ.ร.ช.ร.ป.ช.ต.ร.ม.ร.ม.ร.ส.ว.ล. มีข้อสังเกตต่อการออกแถลงการณ์ ดังนี้
Music
ช่วงที่ผ่านมาผมขอลาพักจากการเขียนคอลัมน์ไปชั่วคราว ไม่ได้ลากิจ และยังไม่ได้ลาออกจากการเขียนคอลัมน์แน่นอน เพียงแต่หลบจากความเหนื่อยล้าจากหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อไปเติมพลังให้ตัวเองเท่านั้นในช่วงที่พักจากการเขียนคอลัมน์ไป ก็คิดว่าจะลองหลบมุมสงบ ๆ อยู่ ปิดหูปิดตาตัวเองจากสิ่งรอบข้างดูสักพัก … แต่แล้วก็ไม่สำเร็จ ในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมามีข่าวบางอย่างที่ทำให้ผมต้องรู้สึกถึงความย่ำแย่ น่าเบื่อหน่ายไม่รู้จบของประเทศที่ผมอยู่อีกครั้งจริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่ง (ซึ่งสื่อบางแห่งดูจะพยายามแปลงให้เขากลายเป็นเพศอื่นอยู่เสมอ…ซึ่งผมว่าเขาคงไม่เดือดร้อนอะไร) เขาไม่ได้เป็นคนดีอะไรนักหนา แต่ก็ไม่ได้เป็นคนเลวขนาดที่ว่าเห็นแล้วต้องเบือนหน้าหนี เขาเป็นมนุษย์คนหนึ่งอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ที่บังเอิญมีโอกาสสวมสูทออกทีวีให้พวกท่านได้หาเรื่องด่าอยู่เสมอเท่านั้นสิ่งที่ทำให้ผมหงุดหงิดคือ เขาถูกรังแกด้วยเรื่องที่ฟังดูขำขันเหลือเกินในโลกที่ Freedom of Speech ควรจะเป็นของประชาชนได้แล้ว เป็นการใช้อำนาจรัฐเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายที่ไม่ใช่รัฐบาล แต่ไม่เห็นมีใครออกมาวิจารณ์พวกนี้ในพื้นที่สาธารณะบ้าง การวิจารณ์รัฐบาล (ที่แม้จะมาจากการเลือกตั้ง) เป็นเรื่องดี ขณะเดียวกันต้องไม่ลืมว่าโครงสร้างอำนาจรัฐมันมีมากกว่ารัฐบาล มันยังมีผู้ที่คอยออกมาโจมตี ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายแค้นหรือพวกขุนนางกังฉินทั้งหลาย ซึ่งพวกหลังนี้รอดพ้นการวิพากษ์วิจารณ์ไปได้ทุกครั้งเป็นเรื่องธรรมดาในวงการนี้ที่มีแพ้มีชนะ ท่ามกลางผู้คนที่ต้องสูดกลิ่นเน่าเหม็นของมันต่างรู้เรื่องนี้ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่ถูกรังแกไล่ต้อนจนมุมโดยพวกขุนนางอำนาจนิยมจะแพ้พ่ายเสมอไป เพราะปลาบางตัวมันทำเบ่งใหญ่ได้แต่ในหนองน้ำเล็ก ๆ ที่มันคิดว่านั่นเป็นทั้งโลกของมันแล้ว แต่ไม่รู้หรอกว่าเมื่อหนองน้ำเล็ก ๆ นั่นกลายเป็นบึงใหญ่ขึ้นมา มันอาจจะต้องเจอปลาอีกกี่ตัวที่ใหญ่กว่ามันโดยไม่ต้องเบ่ง
Cinemania
< นพพร ชูเกียรติศิริชัย > หากพูดถึงประเทศจีน คุณนึกถึงอะไร? กังฟู, ก๋วยเตี๋ยว, หมีแพนด้า,มังกร, ลูกท้อ,ซาลาเปา, ปรัชญาลัทธิเต๋า และภูเขาสูงหน้าตาแปลกๆ หากสิ่งเหล่านี้คือคำตอบของคุณ นั่นก็หมายความว่า คุณพร้อมแล้วที่จะไปสัมผัสกับภาพยนตร์ ‘KUNG FU PANDA’ หรือในชื่อภาษาไทยว่า ‘กังฟูแพนด้า จอมยุทธพลิกล็อค ช็อคยุทธภพ’ ผมไม่แน่ใจว่าหมีแพนด้าถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของ ‘มิตรภาพ’ ระหว่างประเทศจีน กับประเทศอื่นๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ บทบาทความเป็น ‘ทูตสันติภาพ’ ของหมีแพนด้า ในบัดนี้ได้ถูกนำเสนอผ่านจอภาพยนตร์ฮอลีวู้ดไปเป็นที่เรียบร้อย
การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์
จุดเด่นของชาวราศีเมถุน เรื่องความแปรปรวนค่ะ (ฮา) การมี 2 บุคลิกอยู่ในตัว หรือมีความขัดแย้งในตัวเองสูงมาก อย่างแรก คุณเป็นคนฉลาดสุดๆ มีรอยหยักในสมองที่ลึกเอ๊า ลึกเอา ไม่ว่าจะทำ จะเรียน หรือไม่เรียน ไม่ทำอะไรสักอย่าง คุณก็เป็นคนน่าทึ่งในสายตาคนอื่นอยู่ดี อีกอย่างคือคุณเป็นคนมีพรสวรรค์ในการใช้ภาษาค่ะ จะเป็นวัจนะภาษา หรืออวัจนะภาษา จะด่าหรือชม ไฟแลบ เอ๊ย! คุณก็ทำได้ยอดเยี่ยมครือๆ กัน แต่สำหรับความขัดแย้งอย่างที่บอกไปนั้น ก็คือในจิตใจคุณเอง อาจจะเพราะเป็นคนฉลาดมากๆ ก็ได้ จึงยากที่ใครจะเดาใจคุณออก แม้แต่ตัวคุณเอง (อ้ะ ยังไงกันคุณนี่!) พยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวไม่ได้ฉันใด ก็พยากรณ์ความรู้สึกนึกคิดคุณได้ยากฉันนั้น บางครั้ง หน้าตาและท่าทีของคุณดูราวจะอ่านง่ายเหมือนตัวหนังสือที่เด็กเขียน แต่เอาเข้าจริงๆ มันอาจจะโย้เย้จนมึน ไม่รู้ว่าคุณกำลังต้องการหรือคิดอะไร ไม่ใช่เรื่องแปลกค่ะ หากคน 10 คน จะบอกว่าคุณไม่เหมือนที่แต่ละคนเจอเลยสักกะคน! คนนึงว่าคุณน่ารัก ฉลาด แต่ก็ไร้เดียงสา อีกคนว่าคุณนะเหรอ โหย ร้ายสุดๆ แม่มด (พ่อมด) ละไม่ว่า อีกคนว่าคุณเนี่ยเซ็กซี่ๆ ทันสมัย อีกคนบอก โห คร่ำครึจะตายไป ฯลฯ ดูเอาเถิด แต่ละคนเห็นคุณเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับท่าทีที่คุณหันให้เขาเห็น แต่ที่แน่ๆ คุณนั้นอ่านใจทุกคนที่อยู่ต่อหน้าคุณถูกหมด (แต่อาจจะทำหน้าซื่อตาใส ฉันไม่รู้นะ ฉันไม่รู้นะ) จุดเด่นสุดท้าย คุณเป็นคนมีความเป็นเด็กในตัวสูงมาก บางคนติดข้องอยู่กับวัยเยาว์ ทั้งเรื่องร้ายหรือดี คุณมีแนวโน้มชอบความสนุกสนาน บันเทิง แต่สมาธิสั้น ปักใจอะไรได้ไม่นาน ที่เป็นตัวคุณสุดๆ อีกอย่างคือ ตีสีหน้าเก่ง พูดอย่างใจอย่าง ปากเงียบใจพูด ปากพูดใจเงียบ ประมาณนั้นค่ะ นั่นย่อมหมายถึงคุณสามารถทำให้คนอื่นเอ็นดูหรือเกลียดชังคุณก็ได้ตามใจต้องการ!!
ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
คนที่เป็นคนดีและทำแต่สิ่งที่ดีงามที่เรามักจะเรียกกันว่าคนดีมีศีลธรรม เป็นคนที่ใครๆเขาก็รักก็ชอบ เพราะคนที่ค่อนข้างหาได้ยากแบบนี้ ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร และมักกระทำแต่สิ่งที่ดีงามทั้งต่อตัวเองและผู้อื่นอยู่เสมอ แต่ก็น่าเป็นห่วง คนดีมากมายหลายคนที่มีความเชื่อว่า การเป็นคนดีมีศีลธรรม หรือเป็นผู้ที่ยืนหยัดอยู่ในฝ่ายธรรมะอย่างเคร่งครัดแล้ว ท่านจะต้องเป็นผู้ชนะความเลวร้าย และแคล้วคลาดจากภัยอันตรายทุกอย่างในโลกนี้ เหมือนยาขนานเดียวที่รักษาโรคได้ทุกโรค ซึ่งเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อและเกินจริง และไม่เคยเป็นจริงถึงขนาดนี้ แต่ก็ยังมีคนเชื่อ-ในการเป็นคนดีมีศีลธรรมแบบโรแมกติกนี้มิใช่น้อย ทั้งๆที่การมีอยู่ของคนดีมีศีลธรรมนั้น ก็ไม่ได้แตกต่างจากการมีอยู่ของสรรพสิ่งใดๆในโลกนี้ นั่นคือ จะดำรงอยู่อย่างมั่นคงในคุณค่าของตัวเอง หรือง่อนแง่นคลอนแคลน ย่อมขึ้นอยู่กับสภาพของสิ่งแวดล้อมจะกำหนดให้เป็นเช่นใด
ก.ศ.
คุณป้าสองคนนี้ทำให้ฉันคิดถึงแม่ เมื่อตอนเด็กๆ ในฤดูร้อน แม่มักจะแต่งตัวมิดชิดประมาณนี้ ประกอบไปด้วยหมวก เสื้อแขนยาว ผ้าถุงกรอมเท้า หิ้วถุงพะรุงพะรังเพื่อปั่นจักรยานไปซื้อของในเวียง บ้านเราเรียกตัวอำเภอว่า “เวียง” เรียกคนในอำเภอว่า “คนเวียง” และเรียกตัวเองว่า “คนบ้านไกล” สมัยนั้น ระยะทางสัก 5 กิโลเมตร ให้ความรู้สึกว่าไกลสัก 50 กิโลเมตร เพราะเราต้องใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะปั่นไปถึง ก่อนไป ต้องใช้เวลาอีกค่อนชั่วโมงในการตัดเล็บ หวีผม ทาแป้ง แต่งตัว ฯลฯ แหม เป็นธรรมดาของการไปช็อปปิ้งนิ :-) วันไปเที่ยวตลาดนัดสันป่าตอง ฉันเห็นคุณป้าสองคนนี้หิ้วของกัน พลางปรึกษาหารือ มองทางนู้นทางนี้ ฯลฯ แต่ดูจากลักษณะไม่รู้ว่าเพิ่งมาถึงหรือกำลังจะกลับบ้านแล้ว การไปซื้อข้าวของของคนไกลบ้าน มักจะด้วยเหตุผลของการไปซื้อหาสิ่ง “ใช้สอย” หรือของ “จำเป็น” ในการดำรงชีวิต ในช่วงวัยรุ่น ฉันเคยขบคิดหัวแทบแตก หาความแตกต่างของคำว่า “การดำเนินชีวิต” กับ “การดำรงชีวิต” ยิ่งเวลาจ่ายเงินซื้ออะไรแต่ละอย่าง มักจะถามตัวเองเสมอว่า “มันจำเป็นต้องซื้อแค่ไหน” (ทำเองได้เปล่าว้า) ทุกวันนี้ เรามีซูเปอร์มาเก็ตและศูนย์สินค้ามากมายใกล้บ้าน แต่ละห้างมีแอร์เย็นฉ่ำ แต่งตัวยังไงก็ได้ จะซื้ออะไรก็ได้ ขอแค่มีเงินเท่านั้น แต่ฉันก็ยังชอบถามตัวเองอยู่ว่า “มันจำเป็นต้องซื้อแค่ไหน” (ทำเองได้เปล่าว้า) สงสัยจะยังเป็นคนบ้านไกล (รึเปล่าว้า)
ชิ สุวิชาน
“ตั้งสายได้แล้ว วิธีการเล่นล่ะ?” ลูกชายกำลังไฟแรงอยากเรียนรู้ “ใจเย็นๆ ก่อนอื่นต้องฝึกร้องเพลงให้ได้ก่อน ถ้าร้องเพลงไม้ได้ จำทำนองเพลงไม่ได้ จะเล่นได้ไง” พ่อค่อยๆสอนลูกชาย “เอางี๊ เดี๋ยวพ่อจะสอนเพลงพื้นบ้านง่ายๆที่ผู้เฒ่าผู้แก่ชอบร้อง ชอบเล่นและชอบสอนเด็กบ่อยๆ ซักสองสามท่อนนะ” แล้วพ่อก็เริ่มเปล่งเสียงร้องและให้ลูกชายร้องตามที่ละวรรค
กวีประชาไท
ลอยเคว้ง-เห่คว้างกลาง’เลลมเพลมพัด-พัดหวนระลอกสลับรับคลื่นครวญแห่-เห่กล่อมหวนคลื่นลมฯ
สวนหนังสือ
นายยืนยง ชื่อหนังสือ : นกชีวิต ประเภท : กวีนิพนธ์ จัดพิมพ์โดย : สำนักพิมพ์ในดวงใจ พิมพ์ครั้งแรกเมื่อมีนาคม 2550 ผู้เขียน : เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ เคยสังเกตไหมว่าบางครั้งบทกวีก็สนทนากันเอง ระหว่างบทกวีกับบทกวี ราวกับกวีสนทนากับกวีด้วยกัน ซึ่งนั่นหาได้สำคัญไม่ เพราะความรู้สึกเหล่านั้นไม่ได้หมายถึงการแบ่งแยกระหว่างผู้สร้างสรรค์ (กวี) กับผู้เสพอย่างเรา ๆ แต่หมายถึงบรรยากาศแห่งการดื่มด่ำกวีนิพนธ์ เป็นการสื่อสารจากใจสู่ใจ กระนั้นก็ตาม ยังมีบางทัศนคติที่พยายามจะแบ่งแยกกวีนิพนธ์ออกเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ เป็นกวีฉันทลักษณ์ เป็นกวีไร้ฉันทลักษณ์ อย่างไรก็ตามจะเป็นที่น่าชื่นชมยินดียิ่ง หากการนั้นเป็นไปเพื่อศึกษาอย่างถ่องแท้ หาใช่เพื่อเป็นการกีดกัน กั้นแบ่ง