หลังจากฟังข้อถกเถียงเรื่อง "การบังคับใส่เครื่องแบบนักศึกษาเข้าเรียน" มาพักหนึ่งและตรวจข้อสอบไปหลายเล่ม ผมสังเกตเห็นว่ามีความเข้าใจผิดสำคัญบางอย่างในหมู่นักศึกษาทั่วไป
คือเข้าใจว่า การใส่เครื่องแบบ/แต่งกายชุดนักศึกษาเหมือนกันหรือเป็นแบบแผนเดียวกัน = ความเสมอภาค
จริงหรือ? ใช่แน่หรือ?

sameness/uniformity
ลองคิดดูดี ๆ มันไม่จริงและไม่ใช่นะครับ!
ในแง่ concept, Equality ไม่ได้เท่ากับ Sameness/Uniformity
เวลาเราเรียกร้องให้คนเราเท่ากัน ไม่ได้แปลว่าคนเราจะเท่ากันได้ทุกคนต้องเหมือนกันเสียก่อนด้วย เช่น ทำอาชีพเดียวกัน แต่งกายเหมือนกัน นับถือศาสนาเหมือนกัน มีอุดมการณ์หรือจุดยืนการเมืองเหมือนกัน มีเพศเดียวกัน มีภูมิลำเนาหรือเชื้อชาติหรือพูดภาษาตรงกัน ฯลฯ
แต่แปลว่าทุกคนถูกปฏิบัติต่อโดยสมมุติเสมือนหนึ่งว่าพวกเขาเท่าเทียมกัน โดยไม่คำนึงถึงซึ่งอาชีพ, เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย, ศาสนา, ความเชื่อทางการเมือง, เพศที่แตกต่างกันไปของพวกเขา ฯลฯ ตอบข้อสอบถูก ก็ได้เกรดได้คะแนนเท่ากัน ไม่ใช่ว่าคะแนนจะต่างกันไปตามเพศ, ศาสนา, เชื้อชาติ, ภาษา, ภูมิลำเนา, เครื่องแต่งกาย, สีหรือค่ายอุดมการณ์ทางการเมือง ฯลฯ

Equality ตรงข้ามกับ Inequality (ไม่ใช่ Sameness)
ส่วน Sameness/Uniformity ตรงข้ามกับ Difference (ไม่ใช่ Inequality)
แปลว่าคนเราไม่เหมือนกัน (เช่น แต่งกายต่างกัน) ก็เท่ากันได้
และก็แปลด้วยว่าต่อให้คนเราเหมือนกัน (แต่งกายเหมือนกัน, เพศเดียวกัน, ถือศาสนาเดียวกัน, มีเชื้อชาติเดียวกัน, พูดภาษาเดียวกัน, ฯลฯ) ก็ไม่เสมอภาคกันได้
อย่าหลงผิด, ผิดฝาผิดตัว

equality for all who are different
สิ่งที่พึงปรารถนาไม่ใช่ "ให้คนเราเหมือนกันหมด จะได้เท่ากัน" (เอาเข้าจริง ถึงเหมือนกันก็ไม่เท่ากันได้) แต่คือ "แตกต่างแต่เท่ากัน" (เพราะมันคนละเรื่อง) หรือ "แตกต่างกันได้โดยไม่ต้องกลัว" ต่างหาก (Different but equal or To be different without fear.)

same nation but unequal
บล็อกของ เกษียร เตชะพีระ
เกษียร เตชะพีระ
ด้วยความระลึกถึงจาก "พวกดอกเตอร์สมองบวมบนหอคอยงาช้างทั้งหลาย" ต้องสู้กับทักษิณด้วยระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ทำลายระบอบประชาธิปไตย ต้องเอาชนะทักษิณด้วยการชนะใจเสียงข้างมาก ไม่ใช่ต่อต้านเสียงข้างมาก
เกษียร เตชะพีระ
คำปราศรัยของคุณสุเทพ ณ กปปส.บ่ายวันนี้ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ คือคำประกาศของขบวนการการเมืองแบบสู้รบของเสียงข้างน้อยที่ปฏิเสธความเสมอภาคทางการเมืองและการปกครองโดยเสียงข้างมาก
เกษียร เตชะพีระ
ว่าด้วย "ระบอบทักษิณ" ในสถานการณ์ปฏิวัติโค่นล้ม "ระบอบทักษิณ" ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.)
เกษียร เตชะพีระ
ด้วยเงื่อนไขเวลา สถานที่ แกนนำและประเด็นชนวนที่ต่างออกไปบ้าง ม็อบเทพเทือกปัจจุบันกับม็อบพันธมิตรฯเมื่อปี 2549 + 2551 ละม้ายเหมือนกันเป็นพิมพ์เดียวทั้งในแง่....
เกษียร เตชะพีระ
"เสียงข้างน้อย" ที่ศาลรัฐธรรมนูญพูดถึงว่าต้องปกป้องไว้จากอำนาจเสียงข้างมากนั้น ไม่ใช่เสียงข้างน้อยธรรมดาในระบอบประชาธิปไตย แต่คืออภิสิทธิ์ชนส่วนน้อยในระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบที่ได้อำนาจอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นและเหนือเสียงข้างมากมาจากการรัฐประหารและรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยอำนาจรัฐประหารนั้น
เกษียร เตชะพีระ
กลุ่มอาการม็อบไทย ๆ ในปัจจุบัน: Thai Mob SyndromeOverpoliticization --> Political Fanaticism & Instant Political Awakening --> Lack of Political Experience and Patience
เกษียร เตชะพีระ
บทความ “A Sea of Dissent: nonviolent waves in China” ของ Michael Caster นักวิจัยและเคลื่อนไหวอิสระผู้เน้นศึกษาเรื่องความขัดแย้งและสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะในเอเชีย ได้ประมวลข้อมูลและวิเคราะห์การเคลื่อนไหวมวลชนระยะใกล้ในจีนไว้อย่างน่าสนใจ ผมขอนำมาเล่าต่อบางส่วนดังนี้
เกษียร เตชะพีระ
สิ่งที่พึงปรารถนาไม่ใช่ "ให้คนเราเหมือนกันหมด จะได้เท่ากัน" (เอาเข้าจริง ถึงเหมือนกันก็ไม่เท่ากันได้) แต่คือ "แตกต่างแต่เท่ากัน" (เพราะมันคนละเรื่อง) หรือ "แตกต่างกันได้โดยไม่ต้องกลัว" ต่างหาก (Different but equal or To be different without fear.)
เกษียร เตชะพีระ
บทสัมภาษณ์ ควินติน สกินเนอร์ นักวิชาการด้านประวัติความคิดการเมืองชาวอังกฤษสำคัญที่สุดคนหนึ่งในปัจจุบันต่อประเด็นเกี่ยวกับงานค้นคว้าประวัติความคิดเรื่องเสรีภาพและ เสรีนิยมของตะวันตกตลอดชีวิตของเขาโดยภาพรวม แนวคิดมหาชนรัฐ, มาเคียเวลลี, ฮ๊อบส์, การปฏิรูปศาสนา, เชคสเปียร์, มิลตัน, คาร์ล มาร์กซ จนถึงเอ็ดเวิร์ด สโนว์เด็น เป็นต้น
เกษียร เตชะพีระ
ว่าด้วย "เจ็ดไม่พูด"(ชีปู้เจียง) แคมเปนอุดมการณ์ล่าสุดของพรรคคอมมิวนิสต์จีน คุณค่าสากล, เสรีภาพการพูดและพิมพ์โฆษณา, สิทธิพลเมือง, ประชาสังคม, ความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน, กระฎุมพีข้าราชการ และความเป็นอิสระของฝ่ายตุลาการ