มุมมืดของประชาธิปไตย (ตอนที่ 1)

 

เผ่า นวกุล

ณ ประเทศสารขัณฑ์การพยายามค้นหามุมมืดหรือข้อเสียของประชาธิปไตยเพื่อนำมาสร้างความชอบธรรมให้แก่รัฐบาลนอกระบบเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทุกเมื่อเชื่อวันโดยเฉพาะจากเหล่าผู้สนับสนุนผู้มีการศึกษาที่อาศัยอยู่กลางเมืองทั้งหลาย การปฏิบัติในลักษณะเดียวกับประเทศสารขัณฑ์นี้สามารถเห็นได้บ่อยครั้งในประเทศที่ด้อยพัฒนาหรือกำลังพัฒนาในสังคมโลกปัจจุบัน อย่างไรก็ตามหากเราทำการศึกษางานที่กล่าวถึงมุมมืดของประชาธิปไตยของนักวิชาการตะวันตกจะเห็นได้ว่ามีลักษณะที่ต่างกันคือ การกล่าวถึงมุมมืดของประชาธิปไตยของนักวิชาการตะวันตกนั้นเพื่อจะให้เห็นถึงปัญหาและหาทางหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นมากกว่าใช้เพื่อค้นหามุมมืดเพื่อนำมาสร้างความชอบธรรมแก่รัฐบาลอันมาจากวิธีการที่ไม่มีความชอบธรรม

ผู้เขียนสนใจอย่างยิ่งในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงกับประชาธิปไตย ความสนใจมิได้เกิดขึ้นเพื่อนำมาสร้างความชอบธรรมแก่รัฐบาลนอกระบบแต่ศึกษาเพื่อให้มองเห็นถึงปัญหาและหาทางหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และดูเหมือนว่างานของ Michael Mann เรื่อง the Dark Side of Democracy คงจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่ชี้ให้เห็นถึงการพยายามสะท้อนให้เห็นภาพความรุนแรงของปัญหาที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้น

ศาตราจารย์ Michael Mann แห่ง University of California ให้ความสำคัญกับความอันตรายที่เกิดขึ้นจากการพยายามอ้างความเป็นเจ้าของรัฐของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในดินแดนเดียวกัน สิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งนโยบายการกำจัดชาติพันธุ์ (Ethnic Cleansing) ดังจะเห็นตัวอย่างใน อาเมเนียร์ เยอรมัน กัมพูชา ยูโกสลาเวียและรวันดา เป็นต้น ซึ่งสำหรับ Mann แล้วกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศเหล่านี้เปรียบเสมือนเป็น the Dark Side of Democracy หรือ มุมมืดของประชาธิปไตย

Mann เริ่มต้นแสดงเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน หมู่บ้าน Belanica ใน Kosovo โดยกล่าวถึงครอบครัวหนึ่งซึ่งประกอบด้วยสามีคือ Izet และ ภรรยาคือ Batisha และลูกของพวกเขา วันหนึ่งในขณะที่พวกเขานั่งอยู่ในครัวมีทหารชาวเซิร์บประมาณ 5-6 คนเข้ามาในบ้านและถามว่า “Where are your children? หลังจากนั้น Batisha เล่าว่า เหล่าขุนทหารเริ่มทุบตี Izet จนตัวลงไปกองที่พื้น ในขณะที่พวกเขากำลังเตะสามีเธออีกทางหนึ่งเหล่าขุนทหารก็เรียกร้องเงินและข้อมูลเกี่ยวกับลูกของพวกเขา ในขณะที่ Izet ยังคงกองอยู่ที่พื้น เขาเงยหน้ามามองเหล่าทหารทันใดนั้นเองเขาก็ถูกยิงสามนัดเข้าที่หน้าอก ในขณะเดียวกันเหล่าทหารผู้ชั่วร้ายก็ถอดเอาแหวนแต่งงานของ Batisha ออกจากนิ้ว

Batisha ถูกเตะเพื่อไล่ให้ออกไปจากบ้านพร้อมด้วยลูกชายวัย 10 ขวบของเธอ เหล่าขุนทหารทำการเผาบ้านของเธอ ในช่วงเวลานั้นร่างกายของเธอไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ราวกับเป็นอัมพาต เธอยืนตากฝนโดยในขณะนั้นเธอไม่มีซึ่งบ้าน สามีและทรัพย์สมบัติใดๆ มีเพียงแต่เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่เท่านั้น ท้ายที่สุดเธอถูกนำตัวขึ้นรถบรรทุกของคนแปลกหน้า หลังจากนั้นลูกสาวของ Batisha พบแม่ของเขาในค่ายผู้อพยพที่ทางตอนเหนือของแอลเบเนีย ไม่มีใครเข้าใจถึงความเจ็บปวดนี้นอกจาก “พระเจ้า”

Mann กล่าวว่า หากเปลี่ยนชื่อของคนและสถานที่จะเห็นได้ว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นเกือบทั่วทุกมุมโลกตลอด 1-2 ศตวรรษที่ผ่านมาทั้งในออสเตรเลีย อินโดนีเซีย อินเดีย รัสเซีย เยอรมัน ไอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา บราซิล Mann ชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือสิ่งที่เรียกว่า "การกำจัดชาติพันธุ์" ซึ่งเป็นหนึ่งในปีศาจร้ายในโลกสมัยใหม่นี้

โปรดติดตามตอนต่อไป.......