Skip to main content

หลายวันมานี้ผมหมกมุ่นกับเรื่องนิรโทษกรรมจนลืมไปว่าคนจำนวนมาก "ข้าม" เรื่องนิรโทษกรรมไป "ล้มรัฐบาล" กันแล้ว

อันที่ค้างคาใจผมก็คือเหตุใดคนจำนวนมากจึงเลือกเน้นการคัดค้านไปเรื่อง "การโกงชาติ" มากกว่าการสูญเสีย "ชีวิตคน"

นี่เป็นคำถามทางปรัชญาและทางศีลธรรมของสังคมมนุษย์แทบทุกสังคมที่มีอารยะ

 

ระหว่างการโกงกับการฆ่า อะไรสำคัญกว่าและสร้างความเสียหายมากกว่า?

 

ในบางสังคมที่เจริญแล้วอย่างอังกฤษ ก็มีคำถามว่าชนชั้นนำของอังกฤษถูกฝึกฝนอย่างไร

 

 

ในวิทยาลัยอีตัน ตั้งคำถามว่า ในปี ค.ศ. 2040 มีการจราจลบนท้องถนนของลันดั้นหลังจากที่บริเท่นขาดแคลนน้ำมันอันเป็นผลจากวิกฤตการณ์น้ำมันในตะวันออกกลาง ผู้ประท้วงโจมตีอาการสาธารณะ ตำรวจเสียชีวิตหลายคน ผลที่ตามมาก็คือรัฐบาลได้ใช้กองทัพจัดการกับผู้ชุมนุมประท้วง หลังจากนั้นสองวันการประท้วงต่างๆ ถูกหยุดยั้ง แต่มีผู้ประท้วงเสียชีวิต 26 ศพโดยกองทัพ หากท่านเป็นนายกรัฐมนตรีจงเขียนคำกล่าวสุนทรพจน์เพื่อแถลงต่อชาติเพื่ออธิบายว่า เหตุใดจึงใช้กองทัพต่อต้านผู้ชุมนุมประท้วงที่รุนแรง (violent protesters) จึงกลายเป็นทางเลือกเดียว และเป็นวิธีการที่จำเป็น (necessary) และถูกต้องทางศีลธรรม (moral)

 

ข้อสอบชิงทุนของโรงเรียนนี้น่าสนใจในหลายประการ 

เพราะแม้ผู้ชุมนุมจะใช้ความรุนแรง แต่เบื้องต้นต้องใช้ตำรวจปราบจราจลก่อน 

แต่โจทย์นี้เหมือนว่านายกรัฐมนตรีมีทางเลือกอื่น แต่เขาเห็นว่าต้องใช้กองทัพเข้าจัดการผู้ชุมนุมที่ใช้ความรุนแรง

และต้องแถลงต่อชาติด้วยว่ามีเหตุผลเรื่องความจำเป็นในการใช้กองทัพที่ใช้อาวุธสงคราม และแสดงเหตุผลที่ถูกต้องทางศีลธรรมเพื่อ justify การกระทำของตน

หากการกระทำนั้นเป็นไปเพื่อเหตุผลแห่งรัฐ raison d'état อันเป็นเหตุผลเพื่อการเมืองโดยแท้ในฐานะที่เป็นผู้ปกครองหรือรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหลุดจากพื้นที่ของความเปิดเผย ความยุติธรรมหรือกระทั่งความสัตย์ซื่อ (a purely political reason for action on the part of a ruler or government, especially where a departure from openness, justice, or honesty is involved.) [2]

คำอธิบายก็ไม่มาก อ้างเรื่องความมั่นคง ดูเหมือนจะไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับคุณค่าทางศีลธรรมใดๆ

ในคำถามจึงบังคับให้ตอบเรื่องความรับผิดชอบทางศีลธรรม (moral) นอกเหนือจากความจำเป็นแห่งรัฐ

 

น่าสนใจที่คำถามนี้ถูกมองหลายแนวทาง มันถูกถามเมื่อปี ค.ศ. 2011, ครูใหญ่ตอบว่ามันถูกตั้งคำถามจากบริบทของอังกฤษจากเหตุการณ์ในลอนดอน และเป็นส่วนที่ถูกดึงจากหนังสือเรื่อง The Prince ของ Niccolo Machieavelli

 

กลับมาในกรณีสังคมที่ที่เรา "ตื่นรู้" เรื่องศีลธรรมกันมาอย่างกว้างขวางในรอบสองสัปดาห์นับแต่ ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมสุดซอยเหมาเข่งผ่านสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2556 ก็มีการต่อต้านอย่างกว้างขวางราวกับเตรียมการไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองผู้มีศีลธรรมทั้งหลายและสถานศึกษา รวมทั้งฝ่าย นปช. และคนเสื้อแดง สอดประสานกับนักวิชาการ (รวมทั้งผมด้วยที่บอกว่าถ้าผ่าน ร่าง พ.ร.บ. นี้ถือว่าเลือดเย็นมาก ข่าวสดฉบับวันจันทร์ 4 พ.ย. 2556)

แต่ไปๆ มา คนที่ค้านส่วนใหญ่ละเลยเรื่องชีวิตมนุษย์ แต่หันมาเน้นเรื่องการโกงชาติ ซึ่งด้านหนึ่งผมเห็นด้วยว่าควรทำคุณทักษิณกลับมาพิจารณาคดี และเปิดโอกาสให้ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางวิธีปกติ

 

ที่เสียความรู้สึกมากๆ และเพื่อนคนอื่นๆ ก็ฝากมาบอกผมว่าเสียความรู้สึกมากกับผมที่ไม่ร่วมกับขบวนการต้านโกงแห่งชาติอันสอดประสานทั่วทุกหนแห่ง (?) เพราะสิ่งที่ผมเห็นว่าสำคัญกว่าก็คือเรื่องการตายของคนกว่าร้อยศพนี่แหละ

ซ้ำร้าย คนที่ออกไปยืนแถวหน้าเรื่องต้านโกง ก็คือคนที่ถูกกระบวนการยุติธรรมกล่าวหาว่าพัวพันกับความตายของคนนับร้อยในฐานะผู้สั่งการ

โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง ไปดูคำสั่งศาล ไปดูรายงานข้อเท็จจริง ไปดูศพคนตาย ย้อนไปดูอาชีพความเป็นอยู่ของคนเจ็บคนตายสิ ว่าเขาเป็นใคร?

เป็นผู้ก่อการร้ายชุดดำอย่างที่พวกเขาถูกกล่าวโทษกระนั้นหรือจึงต้องถูกสังหารกลางถนน กลางวันแสกๆ

 

ในทางพุทธศาสนา เรามีศีล 5 กำกับ ง่ายๆ

ข้อแรก ปาณาติปาตา เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ เราจักถือศีลโดยเว้นจากการเบียดเบียนชีวิต คือเว้นจากการฆ่า หรือสนับสนุนการฆ่าทั้งปวง

ข้อสอง อทินฺนาทานา เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ เราจักถือศีลโดยเว้นจากการเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้

ข้อสาม กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ เราจักถือศีลโดยเว้นจากการประพฤติไม่เหมาะสมทางเพศ

ข้อสี่ มุสาวาทา เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ เราจักถือศีลโดยการเว้นการกล่าวเท็จ

ข้อห้า สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี สิกฺขาปทํสมาทิยามิ เราจักถือศีลโดยเว้นจากการบริโภคสุรายาเมาอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท

 

ชาวพุทธผิวเผินอย่างผมเชื่อว่า ศีลข้อแรกศีลห้านี่แหละมีความสำคัญมากที่สุด หรืออย่างน้อยก็ต้องพอๆ กับข้ออื่นจึงประกอบเป็นเบญจศีล [3]

ไปถามใครๆ ก็ได้ว่าทำไมพระพุทธองค์จึงเอาไว้ในลำดับต้น แต่ทำไม บรรดาผู้มีศีลธรรมทั้งหลายจึงหันไปเน้นเรื่องโกง ซึ่งเป็นศีลข้อสอง

 

หรือจะเป็นเพราะความเชื่อที่ว่า "ฆ่ากันเอง ชายชุดดำ จัดมาฆ่ากันเองแล้วก็นิรโทษกรรมกันเอง" อย่างนั้นหรือ?

หลักกาลามสูตร [4] ก็เตือนเอาไว้

ที่เขียนมานี้ ก็เพื่อเตือนความจำว่าผู้มีศีลธรรมทั้งหลายได้กล่าว "ความจริง"​รอบด้านพอหรือไม่หนอ? พึงสดับ

และผมยินดีที่ต่อมศีลธรรมของท่านกลับมาทำงานอีกครั้งหลังจากปี 2553

ทราบมาว่าหลายท่านถือโอกาสสองวันนี้พักรบเพื่อไปทอดกฐินผ้าป่าเอาบุญ กระทั่งพึ่งพาไสยศาสตร์

แต่ถ้าจะให้ดีเมื่อไปสมาทานศีลห้ากันอีกรอบแล้ว กลับมาใช้สติตรองสักหน่อยไหมครับ?

 

[1] http://www.newstatesman.com/politics/2013/05/eton-scholarship-question-how-british-elite-are-trained-think

[2] http://www.oxforddictionaries.com/definition/english/raison-d'état

[3] http://th.wikipedia.org/wiki/เบญจศีล

[4] http://th.wikipedia.org/wiki/กาลามสูตร

บล็อกของ บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ

บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
Today is the 5th year to commemorate the day that Abhisit Vejjajiva started cracking down the United front for Democracy against Dictatorship (UDD) camp site on Rajadamri. It started with the killing of Seh. Daeng or Gen. Kattiya Sawasdiphol.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ณ ประเทศแห่งหนึ่งที่เพิ่งจะพ้นจากยุคเผด็จการอันแสนเลวร้ายมา พวกเขาต้องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อแก้ปัญหาที่สะสมหมักหมมนานนับหลายปี
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ผมมักเอ่ยถึงเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วอยู่หลายครั้ง ด้วยความรู้สึกสามัญธรรมดาเหมือนกับหลายๆ คนที่เชื่อว่า วันเวลาแห่งความสุขช่างผ่านไปรวดเร็ว แ
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
บทนำจากนิตยสารวิภาษา ฉบับที่ 61(ในการเผยแพร่ครั้งนี้ มีการแก้ไขการสะกดชื่อคุณจำกัด พลางกูร จากคำนำวิภาษาฉบับที่ 61 ที่ผมเขียนผิดเป็น "กำจัด" ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ)
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
  คืนนี้หิมะโปรยลงมาตั้งแต่เย็น เป็นการฉลองวันคล้ายวันเกิดที่ห่างบ้านไม่น้อยทีเดียว แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะที่ผ่านมาก็เป็นแบบนี้ในหลายโอกาสเพราะวันคล้ายวันเกิดไม่มีอะไรต้องฉลองนอกเสียจากทบทวนชีวิตตัวเองว่าผ่านอะไรมาบ้าง 
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
วันก่อนผมให้สัมภาษณ์กับรายการทีวีรายการหนึ่งซึ่งพาดหัวข่าวอาจจะแรงไปบ้างนะครับ ผมมีความเห็นต่อเรื่องการแต่งตั้งเครือญาติมานั่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้ช่วยปฏิบัติงานดังนี้นะครับ
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
จากลิงค์และพาดหัวข่าวต่อไปนี้
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
 ตารางกิจกรรมนะครับForum on Human Rights and Everyday Governance in Thailand: Past, Present and Future Friday, March 6, 2015; 9 a.m.-5 p.m.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
เมื่อวานนี้ (21 กุมภาพันธ์) หิมะยังโปรยเป็นสายลงมาไม่หยุดตั้งแต่ยามบ่าย นี่เป็นพายุหิมะระลอกที่สี่ เพียงแต่คราวนี้ไม่ยาวนานเหมือนครั้งก่อนๆ ในยามที่หิมะตกมาเป็นละอองเย็นๆ ยิ่งต้องระวัง เพราะหากสูดเข้าไปมากๆ อาจมีอาการป่วยได้ พวกเราเอง รวมทั้งผมต่างก็มีอาการป่วยกันคนละเล็กคนละน้อย เพราะสภาพอากาศที
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ผมนั่งมองปุยหิมะที่พริ้วลงมาตามสายลมตาปริบๆ บางทีสายลมเกรี้ยวกราดพัดมันปลิวเป็นสาย เลื้อยไหลตามถนนและหลืบบ้าน บางทีมันอ้อยอิ่ง ค่อยๆ พริ้วลงมา แต่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด