Skip to main content

ประโยคหนึ่งที่ถูกสลักจารึกที่ชานปลายบันได บนทางเดินก่อนเข้าอนุสรณ์สถานลินคอล์น (Lincoln Memorial) ที่ซึ่งถือกันว่าเสมือนวิหารแห่งประชาธิปไตยอันเป็นที่ตั้งของรูปสลักอับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา สลักเอาไว้ว่า “ข้าพเจ้ามีความฝัน“ (I have a dream) ประโยคนี้เป็นบทเริ่มต้นของสุนทรพจน์ของ ดร. มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (Martin Luther King, Jr.) เพราะมันถูกบรรจงสลักเอาไว้ ณ จุดที่เขาเคยยืนกล่าวปาฐกถาในวาระที่เรียกว่า March on Washington เพื่อหยุดยั้งการแบ่งและกีดกันอันเนื่องมาจากสีผิว ในวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 1963 (พ.ศ. 2506) มีผู้สนับสนุนกว่าสองแสนห้าหมื่นคน 

 

ณ ที่นี้ ดร. คิง ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่สำคัญและมีชื่อเสียงมากที่ที่สุดในชีวิตของเขาชื่อว่า “ข้าพเจ้ามีความฝัน” อันมีความตอนหนึ่งว่า

 

“…ข้าพเจ้ามีความฝัน ความฝันที่มีรากอยู่บนความฝันแบบอเมริกัน ว่าวันหนึ่งชาตินี้จะยืนขึ้นและธำรงอยู่บนหลักการของศาสนา พวกเรายืนหยัดในสัจจะที่ชัดแจ้งโดยตัวมันเองว่า มนุษย์ทุกคนถูกสร้างขึ้นมาให้เท่าเทียมกัน...”

 

ก่อนจะถึงสุนทรพจน์ชิ้นสำคัญนี้ ดร. คิง ผ่านการต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมือง (civil rights movement) ของสหรัฐอเมริกามาไม่น้อย เขาเป็นนักเทศน์เมื่ออายุเพียง 25 ปี ก่อนจะเรียนจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยบอสตัน (Boston University) ในปีถัดมา 

ในเวลานั้นเองเขาเริ่มมีบทบาทในการต่อสู้เพื่อบอยคอตรถบัส ของเมือง Montgomery รัฐอัลบามา ที่ยึดการแบ่งแยกที่นั่งบนรถสาธารณะตามสีผิวอย่างเคร่งครัด การแบ่งแยกนี้เดินมาถึงวันที่ 1 ธันวาคม 1955 นางโรซา ปาร์คส์ (Rosa Parks) เนื่องจากเธอปฏิเสธคำสั่งของคนขับรถให้เธอสละที่นั่งให้คนผิวขาวและย้ายไปนั่งในแถวที่นั่งสำหรับคนผิวสีจนทำให้เธอถูกจับและกักขัง 

สิ่งที่เกิดขึ้นกับโรซ่า ปาร์คส์เป็นกรณีที่สร้างความไม่พอใจจากชาวผิวดำมากที่สุด ชาวผิวดำทำการบอยคอตโดยไม่ขึ้นรถเมล์ เดินทางไปทำงานไปไหนมาไหนด้วยการเดินยาวนานถึง 385 วัน (ข้อมูลบางแห่งก็ว่า 381 วัน) ส่งผลสะเทือนอย่างมากต่อขบวนการสิทธิพลเมืองและนำไปสู่การสิ้นสุดการแบ่งแยกสีผิวตามกฎหมายในที่สุด

แม้กรณีของโรซา ปาร์คส์จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนผิวดำและคนผิวขาวผู้รักความเป็นธรรมหันมาใส่ใจเรื่องสิทธิพลเมืองและการแบ่งแยกกีดกันสีผิว แต่ดูเหมือนว่าการแบ่งแยกกีดกันอันเนื่องมาแต่สีผิวยังไม่ได้หยุดลง สิ่งสำคัญที่พึงพิจารณาก็คือความหมายของการแบ่งแยกกีดกันสีผิวคือการปฏิเสธคุณค่าของความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันจากภูมิหลังทางสังคมการเมืองและสีผิว 

ดร. คิง ได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมืองอยู่ไม่น้อย ดังจะเห็นได้จากการที่บ้านของเขาถูกปาระเบิดระหว่างการรณรงค์บอยคอตรถบัส แต่กระนั้นเขาก็ยึดแนวทางสันติวิธีไม่ใช้ความรุนแรง ต่างไปจากกลุ่มอื่นๆ ที่เห็นว่าสันติวิธีไม่ใช่ทางออก เช่น พวก Black Panther 

ในที่สุด ดร. คิงตัดสินใจรณรงค์เพื่อสิทธิพลเมืองครั้งใหญ่ด้วยการเดินเข้าสู่กรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันที่ 28 สิงหาคม 1963 

เขาได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพในขณะที่อายุเพียง 35 ปีวันที่ 14 ตุลาคม 1964 นับเป็นผู้รับรางวัลที่อายุน้อยที่สุด ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ 

ดร. คิงกล่าวสุนทรพจน์ในโอกาสนี้ว่า

 

“…ผมรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในห้วงเวลาที่ชาวนิโกร 22 ล้านคนในสหรัฐอเมริกากำลังง่วนอยู่กับการต่อสู้เพื่อจะยุติห้วงยามแห่งความอยุติธรรมที่ยาวนานและมืดมิดอันเนื่องมาจากเชื้อชาติ

ผมรับรางวัลนี้ในนามของขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมือง ซึ่งกำลังเคลื่อนไหวด้วยการตัดสินใจที่มีภยันตรายและความเสี่ยงเพื่อจะสร้างยุคสมัยแห่งเสรีภาพและกฎแห่งความยุติธรรม

แม้ในยามนี้ เมื่อวานก็ยังเกิดเหตุการณ์ในเมืองเบอร์มิงแฮม รัฐอัลบามา ลูกหลานของเราที่กำลังเรียกร้องเพื่อภราดรภาพ ถูกตอบรับด้วยสายฉีดน้ำดับเพลิง สุนัขตำรวจ หรือกระทั่งความตาย

ในฟิลาเดลเฟีย มิสซิสซิปปี คนหนุ่มสาวกำลังหาหนทางที่จะสร้างหลักประกันในสิทธิที่จะเลือกตั้งกลับถูกทำร้ายอย่างป่าเถื่อน บ้างก็ถูกสังหาร

เฉพาะเมื่อวานนี้ ในรัฐมิสซิสซิปปีเพียงรัฐเดียว โบสถ์กว่า 40 แห่งถูกวางเพลิง เพียงเพราะว่าให้ที่พำนักพักพิงแก่คนที่ร่วมต่อต้านการแบ่งแยกสีผิว ผมสนใจว่าการหารือและลดปัญหาความยากจนอันเป็นเรื่องที่ทำให้พี่น้องของผมทุกข์ทรมานและถูกพันธนาการเข้ากับการเป็นบันไดขั้นต่ำสุดในการพัฒนาเศรษฐกิจ

หลังจากที่ได้ไตร่ตรองแล้ว ผมสรุปว่า รางวัลที่ได้รับนี้ เป็นการรับแทนขบวนการเคลื่อนไหวที่ยึดถือหลักการไม่ใช้ความรุนแรงว่าเป็นคำตอบของคำถามทางการเมืองและศีลธรรมที่สำคัญในยุคสมัยของเรา เป็นความจำเป็นที่มนุษย์ต้องเอาชนะการกดขี่และความรุนแรง โดยไม่ใช้ความรุนแรงและการกดขี่ในแบบเดียวกัน...”

 ดร. คิง มีบทบาทสำคัญในการต่อต้านสงครามเวียดนามและร่วมต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจในปี ค.ศ. 1968 แต่ในวันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 1968 เขาถูกยิงเสียชีวิตในขณะที่อายุได้เพียง 39 ปีเท่านั้น

แผ่นป้าย ณ จุดที่ ดร. คิงกล่าวสุนทรพจน์ข้าพเจ้ามีความฝันนั้นได้รับการติดตั้งเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 2013 ในวาระครบรอบ 40 ปีของเหตุการณ์เดินสู่วอชิงตัน ดีซี เพื่อเรียกร้องสิทธิพลเมือง โดยมีคนเข้าร่วมนับพันคน ในบรรดาคนที่มีชื่อเสียงนั้นรวมถึงอดีตประธานาธิบดีจิมมี่ คาร์เตอร์ อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ประธานาธิบดีบารัค โอบามาและครอบครัวของ ดร. คิง

นับถึงวันนี้ ผ่านไปกว่าสี่สิบปี แต่สุนทรพจน์ของ ดร. คิง ทั้งจากเรื่องข้าพเจ้ามีความฝันกับสุนทรพจน์ในการรับรางวัลโนเบลยังก้องกังวานถึงปัจจุบัน และดูเหมือนเรื่องสิทธิพลเมืองยังเป็นปัญหาในระดับเส้นประสาท (nerve) ของประเทศนี้ไปอีกนาน

 

หมายเหตุ: ข้อมูลเรื่องการจราจลในเมืองเฟอร์กูสันเก็บความจากรายงานข่าวของ ccn.com, ข้อมูลเรื่อง ดร. คิง มาจาก wikipedia บางส่วน และสุนทรพจน์ในโอกาสรับรางวัลโนเบลจาก http://www.nobelprize.org/nobel_prizes/peace/laureates/1964/king-acceptance_en.html

 

 

 

 

 

 

 

บล็อกของ บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ

บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
Today is the 5th year to commemorate the day that Abhisit Vejjajiva started cracking down the United front for Democracy against Dictatorship (UDD) camp site on Rajadamri. It started with the killing of Seh. Daeng or Gen. Kattiya Sawasdiphol.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ณ ประเทศแห่งหนึ่งที่เพิ่งจะพ้นจากยุคเผด็จการอันแสนเลวร้ายมา พวกเขาต้องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อแก้ปัญหาที่สะสมหมักหมมนานนับหลายปี
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ผมมักเอ่ยถึงเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วอยู่หลายครั้ง ด้วยความรู้สึกสามัญธรรมดาเหมือนกับหลายๆ คนที่เชื่อว่า วันเวลาแห่งความสุขช่างผ่านไปรวดเร็ว แ
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
บทนำจากนิตยสารวิภาษา ฉบับที่ 61(ในการเผยแพร่ครั้งนี้ มีการแก้ไขการสะกดชื่อคุณจำกัด พลางกูร จากคำนำวิภาษาฉบับที่ 61 ที่ผมเขียนผิดเป็น "กำจัด" ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ)
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
  คืนนี้หิมะโปรยลงมาตั้งแต่เย็น เป็นการฉลองวันคล้ายวันเกิดที่ห่างบ้านไม่น้อยทีเดียว แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะที่ผ่านมาก็เป็นแบบนี้ในหลายโอกาสเพราะวันคล้ายวันเกิดไม่มีอะไรต้องฉลองนอกเสียจากทบทวนชีวิตตัวเองว่าผ่านอะไรมาบ้าง 
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
วันก่อนผมให้สัมภาษณ์กับรายการทีวีรายการหนึ่งซึ่งพาดหัวข่าวอาจจะแรงไปบ้างนะครับ ผมมีความเห็นต่อเรื่องการแต่งตั้งเครือญาติมานั่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้ช่วยปฏิบัติงานดังนี้นะครับ
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
จากลิงค์และพาดหัวข่าวต่อไปนี้
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
 ตารางกิจกรรมนะครับForum on Human Rights and Everyday Governance in Thailand: Past, Present and Future Friday, March 6, 2015; 9 a.m.-5 p.m.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
เมื่อวานนี้ (21 กุมภาพันธ์) หิมะยังโปรยเป็นสายลงมาไม่หยุดตั้งแต่ยามบ่าย นี่เป็นพายุหิมะระลอกที่สี่ เพียงแต่คราวนี้ไม่ยาวนานเหมือนครั้งก่อนๆ ในยามที่หิมะตกมาเป็นละอองเย็นๆ ยิ่งต้องระวัง เพราะหากสูดเข้าไปมากๆ อาจมีอาการป่วยได้ พวกเราเอง รวมทั้งผมต่างก็มีอาการป่วยกันคนละเล็กคนละน้อย เพราะสภาพอากาศที
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ผมนั่งมองปุยหิมะที่พริ้วลงมาตามสายลมตาปริบๆ บางทีสายลมเกรี้ยวกราดพัดมันปลิวเป็นสาย เลื้อยไหลตามถนนและหลืบบ้าน บางทีมันอ้อยอิ่ง ค่อยๆ พริ้วลงมา แต่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด