Skip to main content

ผมนั่งมองปุยหิมะที่พริ้วลงมาตามสายลมตาปริบๆ บางทีสายลมเกรี้ยวกราดพัดมันปลิวเป็นสาย เลื้อยไหลตามถนนและหลืบบ้าน บางทีมันอ้อยอิ่ง ค่อยๆ พริ้วลงมา แต่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด 

นับเป็นครั้งที่สามแล้วที่มีพายุหิมะและสะเทือนบ้านเมืองถึงขั้นต้องหยุดเรียน หยุดการเดินรถไฟใต้ดินและห้ามจอดรถราบนถนน เมืองทั้งเมืองสงบเงียบ ประชาชนได้รับการเตือนให้อยู่ในอาคารที่พักอาศัย ขณะที่เมืองกำลังสาละวนแก้ปัญหาการสะสมของหิมะที่พัดมาอย่างต่อเนื่อง ในวันเสาร์ 14 กุมภาพันธ์ตอนบ่ายสี่โมง หิมะก็ล่องลอยลงมาอย่างหนาตา ถมชั้นของหิมะก่อนหน้านี้และหนาจนมองไม่เห็นอะไรนอกจากท้องฟ้าขาวโพลน อุณหภูมิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ บางช่วงในกลางดึกลดลงเหลือ -19 ถึง  -20 องศาเซลเซียส ซึ่งผมไม่อยากคิดเลยว่าหากออกไปข้างนอกจะเป็นอย่างไร เพราะมันมีสิ่งที่เรียกว่า wind chill effect เข้ามาประกอบ ทำให้อุณหภูมิลดลงอีกราว 10 องศา จากที่-19 ก็เป็น รู้สึกจริงๆ ว่าอุณหภูมิ -29 เป็นต้น

หิมะสวยงามก็จริง โรแมนติคก็จริง แต่ไม่ใช่สิ่งที่น่ารื่นรมย์ถ้ามันมากไป ถึงมากที่สุด

ที่มันกระทบมากคือการใช้ชีวิตปกติที่พวกเรา (นักวิชาการไทย) พยายามทำ เช่น อาจารย์พิชญ์กับอาจารย์อรัญญาพยายามไปเรียนให้ได้มากที่สุดตามตาราง แต่ยามหิมะตกหนักแบบนี้ ทั้งนักศึกษาและผู้สอนต่างก็ต้องวางตารางการสอนชดเชย

แม้ผมจะไม่มีตารางเรียน เพราะเป็นนักวิจัยอาคันตุกะที่มาระยะสั้น หากเข้าเรียนแล้วไม่อยู่ครบช่วงนอกจากจะเสียมารยาทแล้ว ยังจะพาลทำงานที่ค้างคาอยู่ให้สำเร็จได้ยาก เพราะการเรียนที่นี่คือการเรียนจริงๆ โดยเฉพาะการเรียนวิชาสัมมนาชั้นบัณฑิตศึกษา ที่อาจารย์ทั้งสองคนต่างตั้งใจเรียนจนผมอายทุกครั้ง

ส่วนผมเอง พยายามไปนั่งทำงานในหอสมุดที่ห้องอ่านหนังสือขนาดใหญ่ เพราะอากาศอบอุ่นและแสงสว่างพอกับความต้องการ เก้าอี้และโต๊ะนั่งมีขนาดพอดีไม่ทรมาน แต่เหมือนฟ้าดินไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่

การอุดอู้อยู่ในห้องทั้งวันนอกจากจะเปลืองไฟแล้ว ยังทำให้ผมต้องนั่งเก้าอี้ที่ทำให้ปวดหลังได้ ผมจึงพยายามออกมาทำงานที่ห้องสมุดหรือห้องทำงานที่มหาวิทยาลัย นอกจากจะได้เจอเพื่อนแล้ว ยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ อีกด้วย

หากเบื่อมากๆ ที่ฮาร์วาร์ดยังมีพิพิธภัณฑ์ที่เก็บของชั้นดีเอาไว้มากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์ศิลปะ ที่รวบรวมเอางานชิ้นเอกเอาไว้ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่มีฟอสซิลไดโนเสาร์ สัตว์ต่างๆ มากมาย พิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยา  เป็นต้น แม้จะมีพิพิธภัณฑ์จำนวนหนึ่งที่ไม่เปิดให้เข้าชม เช่น พิพิธภัณฑ์ Zoology ที่เข้าใจว่าสงวนให้นักศึกษา นักวิจัย แต่นี่สะท้อนหลักการสำคัญของการเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลกว่าทุกอย่างมีไว้เพื่อการเรียนรู้ที่ต้องอาศัยเสรีภาพเป็นเนื้อนาบุญให้ความรู้นั้นงอกงาม

สิทธิพิเศษเล็กๆ น้อยที่ผมมีคือการเชิญแขกเข้าชมได้ฟรีหนึ่งคน ดังนั้น ผมมักจะหน้าบานเป็นพิเศษเมื่อมีเพื่อนมาเยี่ยม (ซึ่งไม่มาก) และได้พาพวกเขาไปดูสิ่งต่างๆ ที่ชุดสะสมของมหาวิทยาลัยที่เก็บรักษาและสะสมไว้อย่างดีเยี่ยม

ต้องอธิบายเพิ่มว่า ผมเองมาในช่วงท้ายของภาคการศึกษา Fall 2014 และเป็นช่วงวันหยุดคริสตมาส หยุดปีใหม่ กว่าจะเปิดก็ค่อนเดือนมกราคม แถมเจอพายุหิมะแบบนี้ กิจกรรมการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยก็สะเทือนไปมาก

อาจารย์พิชญ์เปรยให้ผมได้ยินบ่อยๆ ว่า มหาวิทยาลัยเค้ามีไว้สอนหนังสือ (หมายถึงมีไว้เพื่อการเรียนการสอนและแสวงหาความรู้) เพราะฉะนั้น ฮาร์วาร์ดไม่ได้ปิดพร่ำเพรื่อ และอาจารย์นักศึกษา (เท่าที่ได้เจอ) ก็ไม่ได้ยินดีกับภัยธรรมชาติแบบนี้เท่าไหร่นัก 

นี่ไม่รวมถึงการใช้ชีวิตของพวกเราที่ต้องตุนอาหารการกินเผื่อเอาไว้หลายๆ วัน

ที่ต้องเตรียมไว้หลายวัน ไม่ได้กลัวอดอยากแต่อย่างใด แต่เป็นวิถีชีวิตปกติของเราที่กินเร็วๆ ง่ายๆ เพื่อเอาเวลาไปทำงาน อ่านหนังสือ นั่งเรียน (เวิ่นเว้อนิดหน่อย) ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของพวกเราก็คือการไปกินติ่มซำในตลาดเยาวราชของเมืองในวันเสาร์ที่เราจะได้กินของที่เราไม่ได้ปรุงเองบ้าง (ฮา) 

แต่การมีภัยภิบัติอย่างนี้ ทำให้ร้านรวงต้องปิดตามๆ กัน กระทั่งการขนส่งสาธารณะอย่างรถเมล์ รถไฟใต้ดินก็ต้องหยุด บางสายมีบริการ แต่ต้องจอดเป็นช่วงๆ เพื่อให้ผู้โดยสารไปต่อรถบัสเป็นต้น

สภาพอย่างนี้จึงต้องเตรียมอาหารไว้เผื่อเหตุฉุกเฉินกว่านี้ และต้องย้ำอีกว่าเมืองบอสตันก็เคยเป็นเป้าหมายการก่อการร้าย ดังที่เกิดกรณีการวางระเบิดระหว่างการแข่งขันบอสตันมาราธอนเมื่อเดือนเมษายน ปี 2013 เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นเรื่องตลกขบขันอะไรนัก

ในช่วงที่ผ่านมาพวกเราก็ได้พูดคุยกันเรื่องการจัดกิจกรรมวิชาการมาบ้าง เพิ่งมีโอกาสได้ประชุมพร้อมหน้าพร้อมตากันเมื่อวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ว่าเราจะจัดกิจกรรมทางวิชาการกัน สำหรับโครงการไทยศึกษา และผมเองจะเป็นผู้พูดคนแรกของภาคการศึกษานี้

นอกจากนี้ยังจะมี workshop แบบวงปิดเรื่องสื่อใหม่กับการปฏิวัติสังคมในเอเชีย ที่คิดกันเอาไว้ตั้งแต่คริสตมาสปีก่อน 

ขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้ พายุหิมะก็กำลังตกอย่างต่อเนื่อง จะว่าไปก็คือตั้งแต้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

แน่นอนครับ โรแมนติดมากๆ ในท่ามกลางหิมะ มองไปนอกหน้าต่างไม่มีอะไรเลย นอกจากปุยหิมะขาวๆ 

โรแมนติคโคตรๆ

โชคดีที่เมื่อวานนี้ คือวันที่ 16 กุมภาพันธ์เป็นวันประธานาธิบดีที่ประกาศเป็นวันหยุดและมีการลดราคาสินค้าในหลายๆที่ ที่สำคัญคือหิมะหยุดตกให้คนออกไปสูดอากาศนอกบ้าน แม้แดดจะแรงมากๆ แต่อุณหภูมิก็อยู่ที่ -9 ถึง -16 (นี่ยังไม่ได้บวกกับ wind chill effect อีกนะครับ) 

 มาวันนี้เว้นว่างยามเช้า แต่สายบ่ายลงมา ถึงตอนนี้ยังตกอย่างต่อเนื่อง

หิมะมากขนาดไหน ผมเอารูปสถาบันเพื่อนบ้านมาให้ดูครับ จากข่าวก็คือ MIT ใช้วิธีเกรดหิมะเป็นกองจนได้ภูเขาสูงในแคมปัส ที่แม้ว่าตำรวจจะห้ามคนเข้าไปเล่น แต่ก็มีคนไปเล่นสกี และเลื่อนหิมะกันอย่างไม่กลัวเกรง 

วัยอย่างผมนี้ก็ได้แต่มองครับ

(ภาพประกอบจากข่าว http://www.bostonglobe.com/metro/2015/02/13/residents-students-are-climbing-alps-mit/ETPjPwziCiYbhEgjeR6XRO/story.html)

 

บล็อกของ บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ

บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
Today is the 5th year to commemorate the day that Abhisit Vejjajiva started cracking down the United front for Democracy against Dictatorship (UDD) camp site on Rajadamri. It started with the killing of Seh. Daeng or Gen. Kattiya Sawasdiphol.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ณ ประเทศแห่งหนึ่งที่เพิ่งจะพ้นจากยุคเผด็จการอันแสนเลวร้ายมา พวกเขาต้องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อแก้ปัญหาที่สะสมหมักหมมนานนับหลายปี
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ผมมักเอ่ยถึงเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วอยู่หลายครั้ง ด้วยความรู้สึกสามัญธรรมดาเหมือนกับหลายๆ คนที่เชื่อว่า วันเวลาแห่งความสุขช่างผ่านไปรวดเร็ว แ
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
บทนำจากนิตยสารวิภาษา ฉบับที่ 61(ในการเผยแพร่ครั้งนี้ มีการแก้ไขการสะกดชื่อคุณจำกัด พลางกูร จากคำนำวิภาษาฉบับที่ 61 ที่ผมเขียนผิดเป็น "กำจัด" ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ)
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
  คืนนี้หิมะโปรยลงมาตั้งแต่เย็น เป็นการฉลองวันคล้ายวันเกิดที่ห่างบ้านไม่น้อยทีเดียว แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะที่ผ่านมาก็เป็นแบบนี้ในหลายโอกาสเพราะวันคล้ายวันเกิดไม่มีอะไรต้องฉลองนอกเสียจากทบทวนชีวิตตัวเองว่าผ่านอะไรมาบ้าง 
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
วันก่อนผมให้สัมภาษณ์กับรายการทีวีรายการหนึ่งซึ่งพาดหัวข่าวอาจจะแรงไปบ้างนะครับ ผมมีความเห็นต่อเรื่องการแต่งตั้งเครือญาติมานั่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้ช่วยปฏิบัติงานดังนี้นะครับ
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
จากลิงค์และพาดหัวข่าวต่อไปนี้
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
 ตารางกิจกรรมนะครับForum on Human Rights and Everyday Governance in Thailand: Past, Present and Future Friday, March 6, 2015; 9 a.m.-5 p.m.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
เมื่อวานนี้ (21 กุมภาพันธ์) หิมะยังโปรยเป็นสายลงมาไม่หยุดตั้งแต่ยามบ่าย นี่เป็นพายุหิมะระลอกที่สี่ เพียงแต่คราวนี้ไม่ยาวนานเหมือนครั้งก่อนๆ ในยามที่หิมะตกมาเป็นละอองเย็นๆ ยิ่งต้องระวัง เพราะหากสูดเข้าไปมากๆ อาจมีอาการป่วยได้ พวกเราเอง รวมทั้งผมต่างก็มีอาการป่วยกันคนละเล็กคนละน้อย เพราะสภาพอากาศที
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ผมนั่งมองปุยหิมะที่พริ้วลงมาตามสายลมตาปริบๆ บางทีสายลมเกรี้ยวกราดพัดมันปลิวเป็นสาย เลื้อยไหลตามถนนและหลืบบ้าน บางทีมันอ้อยอิ่ง ค่อยๆ พริ้วลงมา แต่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด