Skip to main content

แม้จะเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่อากาศที่นี่ยังคงเย็นอยู่บ้าง ในคืนที่ผ่านมาอากาศเย็นสบาย เมื่อเราซื้อของจากซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆ ที่พัก เราเดินกลับบ้านได้สบายๆ

หลังอาหารเช้า เราออกไปเดินเล่นโดยนั่งรถบัสไปย่านมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ซึ่งเรียกได้ว่าทั้งแถบเป็นพื้นที่ของมหาวิทยาลัยที่กินอาณาบริเวณถึงรอบทะเลสาบบางส่วน เมื่อรถเมล์แล่นผ่านคณะเกษตรศาสตร์ที่มีโรงนาเก่าแก่เป็นสัญลักษณ์ อาจารย์ยุกติพาผมลงรถเมล์จากมุมที่ใกล้วิทยาลัยแพทย์และสาธารณสุขเพื่อเดินไปชมโบสถ์แห่งหนึ่งที่ออกแบบโดยแฟรงค์ ลอยด์ ไรท์ (Frank Loyd Wright) สถาปนิกชื่อดังที่ส่งอิทธิพลต่อสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในยุคหลัง เรียกได้ว่ามองจากข้างนอกก็เห็นชัด โดยลักษณะการออกแบบที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติให้มากที่สุด มีวัสดุบางอย่างที่มาจากท้องถิ่น มีโทนสีเข้ากับภูมิทัศน์โดยรอบ ที่สำคัญมีขนาดพอเหมาะ ไม่ใหญ่โตเกินงาม แต่ก็ไม่เล็กเกินไปสำหรับการใช้สอย โบสถ์แห่งนี้เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียสตางค์ (แต่รับบริจาคได้) พวกเราเดินเข้าไปบริเวณที่ศรัทธาทั้งหลายจะมาสวดภาวนากัน เพดานมีขนาดไม่สูงมาก บางคนบอกว่าอาจเพราะตัวสถาปนิกไม่สูงมาก ชายคาของโบสถ์ต้องเตี้ยลง ขณะที่บางคนเห็นว่าเพราะเขาต้องการให้คนแสดงความเคารพยำเกรงต่อพื้นที่ของพระเจ้า หากมองจากภายนอกก็เห็นความงดงามตามแบบนิยมของสถาปนิก เมื่อเดินออกจากโบสถ์

เราเดินตามทางเล็กๆ ผ่านสนามกีฬา มองออกไปจากถนนเส้นนี้ไปทางซ้ายราวสักหนึ่งกิโลเมตร จะเห็นหอพักนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาอยู่ลิบๆ อาจารย์ยุกติบอกว่าเคยใช้ชีวิตที่หอฝั่งโน้นและเดินไปปิคนิคริมทะเลสาบบ่อยๆ 

เราเดินผ่านสนามกีฬาและบริเวณชุมชนเก่าของอินเดียนแดง อาจารย์ยุกติเล่าว่าน่าจะมีหลุมศพใต้เนินดินที่เป็นรูปนกอินทรี เพราะการขุดค้นหลายแห่งก็พบหลักฐานมากมาย เนินดินรูปนกนี้อยู่ใต้แนวต้นโอ๊คเก่าแก่ ชวนให้ฝันและจินตนาการได้มากมาย เนินแห่งนี้อยู่ใกล้กับทะเลสาบและย่านหอพัก ซึ่งผมชอบมาก เพราะมีห้องที่สามารถมองเห็นวิวทะเลสาบได้

ระหว่างที่เราเดินผ่านเนินอินเดียนแดงนี้ ผมได้ยินเสียงเหมือนกระดาษถูกขยำ แต่เมื่อฟังไปก็คล้ายๆ เศษแก้วแตกเล็กๆ เบาๆ จึงชักงง ทีแรกผมคิดว่าเป็นเสียงลม เราจึงมองหาต้นเสียง และพบว่ามันคือเสียงของน้ำในทะเลสาบจับตัวเป็นแผ่นน้ำแข็งที่กำลังละลายและแตกออกจากกัน บวกกับแรงลมพัดยิ่งที่ให้เกิดเสียงน้ำแข็งกระทบ แตกตัวออก

เราเดินขึ้นไปบนเนิน ไปชมห้องเรียนและที่ทำงานของอาจารย์ยุกติที่ใช้ห้องทำงานของอาจารย์แคทเธอรีน บาววี (บอกแล้วว่าอาจารย์ยุกติใช้อาจารย์ที่ปรึกษาคุ้มมาก) ตึกอาคารที่นี่เก่าแก่ มีภูมิของการเป็นสถานศึกษาชั้นนำ มีการสร้างของใหม่โดยไม่ทิ้งรากเดิม นี่เองกระมังที่มหาวิทยาลัยใหม่แกะกล่องไม่มีแต่ถวิลหาและทดแทนด้วยการสร้างอาคารรูปแบบย้อนยุค

จากเนินดินหน้าอาคารบริหาร เรามองไปเห็นอาคารที่ทำการรัฐอยู่เบื้องล่าง เป็นแกนของการศึกษาและการปกครอง สื่อสะท้อนวิธีคิดทางสถาปัตยกรรมที่พยายามเชื่อมโยงความหมายทางสังคมและเส้นทางความสัมพันธ์ เหมือนให้ความรู้คอยควบคุมกำกับฝ่ายการเมืองและการบริหาร

เมื่อเดินเลาะลงมาจากเนินสูง เราเห็นอาคารหอจดหมายเหตุขนาดใหญ่และมีสโมสรของมหาวิทยาลัยที่ชมวิวทะเลสาบได้ ที่สโมสรมีอาหารอร่อยหลายอย่าง แต่ยังไม่ได้เวลาขายเบียร์ เลยกินไอติมคนละก้อน เราหมายตาเบียร์และรายการอาหารเอาไว้ก่อนจะมุ่งหน้าไปที่ทำการรัฐ

บนท้องถนนวันนี้ดูเงียบเหงาและคึกคัก เพราะทีมบาสเก็ตบอล Badger ของมหาวิทยาลัยกำลังลุ้นเข้าสู่รอบชิง เราเลยไปร้านขายของที่ระลึกของมหาวิทยาลัย ผมซื้อพวงกุญแจและของเล็กๆ ที่พอใส่กระเป๋าเดินทางได้มาฝากเพื่อนๆ เสียดายไม่ได้ซื้อเสื้อสีแดงสดที่มีตรามหาวิทยาลัย เพราะผมแอบหวังลึกๆ ว่าสักวันคงได้มาอีก

บนถนนไปที่ทำการรัฐมีร้านค้า ร้านกาแฟเล็กๆ ตามประสาย่านมหาวิทยาลัย เลยไปเป็นอาคารเก่าแก่ที่ผันมาเป็นอาคารแสดงศิลปะของเมืองน่าสนใจมาก เสียดายไม่มีเวลามากนัก จึงเดินเลยไป ก่อนจะถึงที่ทำการรัฐมีพิพิธภัณฑ์ทหารผ่านศึกอยู่มุมถนน มีการจัดแสดงที่หน้าต่างน่าสนใจมากๆ เมื่อข้ามถนนไปจะพบกับเทพีแห่งความก้าวหน้าเป็นประติมากรรมรูปสตรีรูปร่างสมส่วนใส่เสื้อคลุมยาว มือขวาผายไปข้างหน้าสมชื่อ Forward เป็นที่ระลึกจากงาน Columbian Exposition เมื่อ ค.ศ. 1893 เอามาตั้งไว้ที่หน้าอาคารที่ทำการรัฐ

ผมแอบแปลกใจที่เราสามารถเดินเข้าไปชมที่ทำการรัฐโดยไม่ต้องตรวจบัตร หรือแลกบัตรให้ยุ่งยาก แน่นอนว่ามีคนพลุกพล่านพอสมควรแม้จะเป็นวันหยุด ในอาคารมีสัญลักษณ์ของเสรีภาพ ความยุติธรรม การปกครองหรือรัฐบาล และอำนาจในการตรากฎหมายแสดงไว้เด่นชัดอยู่บนยอดโดม ยืนยันว่าอำนาจในประเทศนี้เป็นของประชาชน มีความชอบธรรมมาจากประชาชนเท่านั้น

เมื่อเดินย้อนกลับมาจากอาคารที่ทำการรัฐ ก็ได้เวลาเปิดขายเบียร์ที่สโมสรพอดี เราลิ้มรสเบียร์ไปพลางถกเถียงเรื่องมหาวิทยาลัยไทยกับการดื่มแอลกอฮอล์ ที่ผมเขียนในบทนำวิภาษาฉบับที่ 63 ว่า การที่มีสโมสรขายเหล้าเบียร์ในมหาวิทยาลัยนั้น มี

 

“... หลักการพื้นๆ ของเรื่องที่ว่าคือ มหาวิทยาลัยพึงสอนให้นักศึกษาตระหนักรู้ด้วยตัวเองถึงขีดจำกัดในการดื่มแบบ “เข้าสังคม” และรู้จักรับผิดชอบตัวเอง มากกว่าใช้วิธีการบังคับและสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แบบของเรา...”

 

อากาศกำลังเย็นสบาย คนกำลังตื่นเต้นที่จะเชียร์บาสเก็ตบอลทีมแบดเจอร์ เราเห็นหนุ่มสาวเกาหลี จีนและชาวอเมริกันเข้ามาดื่มเบียร์แล้วคุยกันสนุกสนานจนความรู้สึกที่ว่าสปริงเบรคทำให้เมืองเงียบเหงานั้นหายไปในที่สุด

บนแก้วพลาสติกที่ใส่เบียร์มีข้อความว่า “Wisconsin Union: Experiences for a Lifetime”

ชีวิตเรามีความสุขได้ง่ายๆ เพียงมีมิตรสหายที่สามารถดื่มกินพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเช่นนี้

เราดื่มประสบการณ์ชีวิตข้างทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ในมหาสมุทรของความรู้

ก่อนจะมุ่งหน้ากลับบ้านในค่ำคืนนี้

บล็อกของ บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ

บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
Today is the 5th year to commemorate the day that Abhisit Vejjajiva started cracking down the United front for Democracy against Dictatorship (UDD) camp site on Rajadamri. It started with the killing of Seh. Daeng or Gen. Kattiya Sawasdiphol.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ณ ประเทศแห่งหนึ่งที่เพิ่งจะพ้นจากยุคเผด็จการอันแสนเลวร้ายมา พวกเขาต้องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อแก้ปัญหาที่สะสมหมักหมมนานนับหลายปี
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ผมมักเอ่ยถึงเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วอยู่หลายครั้ง ด้วยความรู้สึกสามัญธรรมดาเหมือนกับหลายๆ คนที่เชื่อว่า วันเวลาแห่งความสุขช่างผ่านไปรวดเร็ว แ
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
บทนำจากนิตยสารวิภาษา ฉบับที่ 61(ในการเผยแพร่ครั้งนี้ มีการแก้ไขการสะกดชื่อคุณจำกัด พลางกูร จากคำนำวิภาษาฉบับที่ 61 ที่ผมเขียนผิดเป็น "กำจัด" ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ)
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
  คืนนี้หิมะโปรยลงมาตั้งแต่เย็น เป็นการฉลองวันคล้ายวันเกิดที่ห่างบ้านไม่น้อยทีเดียว แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะที่ผ่านมาก็เป็นแบบนี้ในหลายโอกาสเพราะวันคล้ายวันเกิดไม่มีอะไรต้องฉลองนอกเสียจากทบทวนชีวิตตัวเองว่าผ่านอะไรมาบ้าง 
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
วันก่อนผมให้สัมภาษณ์กับรายการทีวีรายการหนึ่งซึ่งพาดหัวข่าวอาจจะแรงไปบ้างนะครับ ผมมีความเห็นต่อเรื่องการแต่งตั้งเครือญาติมานั่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้ช่วยปฏิบัติงานดังนี้นะครับ
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
จากลิงค์และพาดหัวข่าวต่อไปนี้
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
 ตารางกิจกรรมนะครับForum on Human Rights and Everyday Governance in Thailand: Past, Present and Future Friday, March 6, 2015; 9 a.m.-5 p.m.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
เมื่อวานนี้ (21 กุมภาพันธ์) หิมะยังโปรยเป็นสายลงมาไม่หยุดตั้งแต่ยามบ่าย นี่เป็นพายุหิมะระลอกที่สี่ เพียงแต่คราวนี้ไม่ยาวนานเหมือนครั้งก่อนๆ ในยามที่หิมะตกมาเป็นละอองเย็นๆ ยิ่งต้องระวัง เพราะหากสูดเข้าไปมากๆ อาจมีอาการป่วยได้ พวกเราเอง รวมทั้งผมต่างก็มีอาการป่วยกันคนละเล็กคนละน้อย เพราะสภาพอากาศที
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ผมนั่งมองปุยหิมะที่พริ้วลงมาตามสายลมตาปริบๆ บางทีสายลมเกรี้ยวกราดพัดมันปลิวเป็นสาย เลื้อยไหลตามถนนและหลืบบ้าน บางทีมันอ้อยอิ่ง ค่อยๆ พริ้วลงมา แต่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด