Skip to main content

ในการสัมมนาครบรอบ 70 ปีการปลดปล่อยและแบ่งแยกดินแดนเกาหลี และโครงการสันติทัศนศึกษา

 

อิม แจซอง (Im Jae-Seong) เขียนถึงเรื่อง Conscientious Objectors’ Movement for Anti-militarism ซึ่งน่าสนใจมาก เพราะสาธารณรัฐเกาหลีบังคับให้ชายเกาหลีทุกคนต้องเป็นทหาร แต่คนเกาหลีรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยรู้สึกว่าไม่ต้องการไปเป็นทหาร ไม่อยากไปฆ่าใคร พวกเขาเป็นคนรักสันติภาพ ต่อต้านการทำสงคราม ดังนั้น รัฐควรจะมีทางเลือกให้พวกเขา

 

ในบรรดาชาวเกาหลีที่ปฏิเสธการเป็นทหารอย่างกล้าหาญ และถูกพิพากษาให้ติดคุก 18 เดือน เช่นเดียวกับตัวของอิม เมื่อเขาพ้นโทษออกมา เขาเลือกเรียนสังคมวิทยาและเริ่มเล่าเรื่องเกี่ยวกับการเป็น CO ของเขาและคนอื่นๆ

 

อิมเล่าว่า ความเห็นกระแสหลักให้ความเห็นว่า พวก CO (Conscientious Objector) เป็นพวกอ่อนแอ ไม่รู้จักสำนึกว่าบ้านเมืองอยู่ในภาวะสงคราม 

 

ผลของคำอธิบายดังกล่าวทำให้ทหารกลายเป็นคนรักชาติ ขณะที่คนไม่ยอมเกณฑ์ทหารเพราะไม่อยากจะฆ่าใคร ไม่เห็นด้วยกับการต่อสู้ด้วยอาวุธกลายเป็นคนไม่รักชาติ

 

มีรายนึงถึงกับยอมเดินทางจากบ้านต่างจังหวัดมารณรงค์เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญในกรุงโซลทุกสุดสัปดาห์ เพื่อพิสูจน์ว่าการบังคับเกณฑทหารเป็นเรื่องขัดรัฐธรรมนูญ แต่บรรดาศาลยุติธรรมต่างต้องตัดสินตามแนวทางเดิมๆ ที่ศาลธรรมนูญตัดสินว่าการบังคับเกณฑ์ทหารเป็นสิ่งที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ พวกเขามีชะตากรรมอย่างเดียวกันคือติดคุก 18 เดือน

 

แย่ยิ่งกว่านั้น เขาไม่สามารถเป็นครูตามฝันได้ เพราะคนที่ต้องโทษอาญาไม่สามารถจะทำหน้าที่ครูได้ 

 

บรรดา CO ต่างๆ ยืนยันว่าการรักชาติไม่จำเป็นต้อง “รับใช้ชาติ” ด้วยการเป็นทหารอย่างเดียว แต่ควรจะมีช่องทางอื่นๆ ด้วย หรือรักชาติในทางอื่นๆ CO ยืนยันว่าควรจะมีทางเลือกอื่นให้พวกคนที่รักสันติ ไม่ชอบจับอาวุธ ไม่ชอบจับปืนเพื่อสังหารคนอื่น (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวเกาหลีเหนือก็เป็นคนชาติเดียวกัน)

 

แม้ว่าทางกระทรวงป้องกันชาติ (Ministry of National Defense หรือกระทรวงกลาโหม) ได้ประกาศนโยบายในเดือนกันยายน 2007 ว่าจะให้ทางเลือกอื่นแก่คนที่ไม่อยากจะรับใช้ชาติด้วยการเป็นทหาร แต่ให้เลือกรับใช้หรือบริการสังคมแทนการเกณฑ์ทหาร แต่นโยบายนี้ถูกยกเลิกไปในยุคประธานาธิบดี อีเมียงบัค (Lee Myoung Bak) ด้วยเหตุผลว่ายังไม่มีความเห็นสาธารณะที่สอดคล้องกัน

 

ทุกวันนี้มีพวก CO ถูกจำคุกกว่า 700 คน

 

รักชาติไม่จำเป็นต้องเป็นทหารจึงเป็นเรื่องท้าทายสังคมเกาหลีไม่มากก็น้อย

และก็ส่งผลถึงคำถามเรื่องคนรักชาติและการผูกขาดการรักชาติในบางสังคม

 

 

ขอเพิ่มหมายเหตุครับ : ผมนึกถึงกรณีทิดสึกใหม่ที่จบปริญญาโทจากธรรมศาสตร์ ถูกกระทำในข้อหาหนีทหารจนเสียชีวิตในค่ายทหาร ผู้ตายน่าจะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้มากกว่านี้ ถ้าไม่ถูกทำร้ายทารุณอย่างป่าเถื่อนจนเสียชีวิต ที่สำคัญ เขาเป็นลูกชายคนเดียวของแม่ผู้ชราคนหนึ่ง ชะตากรรมของสามัญชนแบบเขายากที่จะมีคนสนใจ เมื่อเทียบกับกรณีอุบัติเหตุบนโทลเวย์ที่เรารู้จักกันดีในกรณีแพรวา ที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยกระเหี้ยนกระหือถึงกับขอเป็นโจทก์ร่วมฟ้อง แต่กรณีมหาบัณฑิตของตัวเองถูกกระทำรุณแรงจนเสียชีวิต แทบจะไม่มีใครเอ่ยถึงเลย

 
วันนี้หากมีทางเลือกในการรักชาติที่เท่าเทียม ต้องสร้างระบบเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ และการจัดการที่อารยะกว่าปัจจุบัน
 

บล็อกของ บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ

บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
Today is the 5th year to commemorate the day that Abhisit Vejjajiva started cracking down the United front for Democracy against Dictatorship (UDD) camp site on Rajadamri. It started with the killing of Seh. Daeng or Gen. Kattiya Sawasdiphol.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ณ ประเทศแห่งหนึ่งที่เพิ่งจะพ้นจากยุคเผด็จการอันแสนเลวร้ายมา พวกเขาต้องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อแก้ปัญหาที่สะสมหมักหมมนานนับหลายปี
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ผมมักเอ่ยถึงเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วอยู่หลายครั้ง ด้วยความรู้สึกสามัญธรรมดาเหมือนกับหลายๆ คนที่เชื่อว่า วันเวลาแห่งความสุขช่างผ่านไปรวดเร็ว แ
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
บทนำจากนิตยสารวิภาษา ฉบับที่ 61(ในการเผยแพร่ครั้งนี้ มีการแก้ไขการสะกดชื่อคุณจำกัด พลางกูร จากคำนำวิภาษาฉบับที่ 61 ที่ผมเขียนผิดเป็น "กำจัด" ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ)
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
  คืนนี้หิมะโปรยลงมาตั้งแต่เย็น เป็นการฉลองวันคล้ายวันเกิดที่ห่างบ้านไม่น้อยทีเดียว แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะที่ผ่านมาก็เป็นแบบนี้ในหลายโอกาสเพราะวันคล้ายวันเกิดไม่มีอะไรต้องฉลองนอกเสียจากทบทวนชีวิตตัวเองว่าผ่านอะไรมาบ้าง 
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
วันก่อนผมให้สัมภาษณ์กับรายการทีวีรายการหนึ่งซึ่งพาดหัวข่าวอาจจะแรงไปบ้างนะครับ ผมมีความเห็นต่อเรื่องการแต่งตั้งเครือญาติมานั่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้ช่วยปฏิบัติงานดังนี้นะครับ
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
จากลิงค์และพาดหัวข่าวต่อไปนี้
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
 ตารางกิจกรรมนะครับForum on Human Rights and Everyday Governance in Thailand: Past, Present and Future Friday, March 6, 2015; 9 a.m.-5 p.m.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
เมื่อวานนี้ (21 กุมภาพันธ์) หิมะยังโปรยเป็นสายลงมาไม่หยุดตั้งแต่ยามบ่าย นี่เป็นพายุหิมะระลอกที่สี่ เพียงแต่คราวนี้ไม่ยาวนานเหมือนครั้งก่อนๆ ในยามที่หิมะตกมาเป็นละอองเย็นๆ ยิ่งต้องระวัง เพราะหากสูดเข้าไปมากๆ อาจมีอาการป่วยได้ พวกเราเอง รวมทั้งผมต่างก็มีอาการป่วยกันคนละเล็กคนละน้อย เพราะสภาพอากาศที
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ผมนั่งมองปุยหิมะที่พริ้วลงมาตามสายลมตาปริบๆ บางทีสายลมเกรี้ยวกราดพัดมันปลิวเป็นสาย เลื้อยไหลตามถนนและหลืบบ้าน บางทีมันอ้อยอิ่ง ค่อยๆ พริ้วลงมา แต่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด