Skip to main content
ผมห่างหายจากการเขียนบล็อกประชาไทไปนาน เพราะมีภารกิจมากมายที่ต้องทำตามข้อผูกพัน และตามชะตากรรม โชคชะตาของชีวิต ทั้งส่วนที่ควบคุมได้ และส่วนที่เหนือการควบคุม
ชีวิตจึงวนเวียนกับเอกสาร การครุ่นคิด การรอคอย และความตื่นเต้นที่จะได้เริ่มชีวิตในสภาพแวดล้อมใหม่และเพื่อนร่วมร่วมงานใหม่
จึงอดคิดถึงห้วงเวลาอันเงียบเหงาและรอคอยในยามฤดูใบไม้ร่วง
ผมนิ่งและสดับเพลงของ แน็ท คิง โคล (Nat King Cole) และแปลความไว้ว่า
 
The falling leaves drift by the window
ใบไม้ร่วงผ่านหน้าต่าง
The autumn leaves of red and gold
ใบไม้แห่งฤดูใบไม้ร่วงสีแดงและดั่งทอง
I see your lips, the summer kisses
เห็นริมฝีปากเจ้า, คิมหันต์จูบลา
The sun-burned hands I used to hold
มือน้อยที่แดดเผานั้นข้าเคยกุม
Since you went away the days grow long
เมื่อเจ้าจากลา วันเวลาช่างยืดยาว
And soon I'll hear old winter's song
พลันที่ยินเสียงของเหมันต์
But I miss you most of all my darling
ข้าคะนึงหาเจ้าเป็นที่สุด
When autumn leaves start to fall
เมื่อใบไม้เริ่มลาร่วงในสรทฤดู
(https://www.youtube.com/watch?v=684eg6S8dCw#action=share)
 
ผมทานอาหารค่ำเมื่อวันก่อนกับอาจารย์ชาวญี่ปุ่นกับอาจารย์ที่เคารพรักอีกสองท่าน
ในร้านอาหารอินเดียมีบทสนทนามากมาย ทั้งชีวิต วิชาการ อาหาร ความปลอดภัย อนาคตบ้านเมืองและความรัก
ในห้วงหนึ่งของบทสนทนา ผมคิดถึงเวลาที่ได้พำนักในญี่ปุ่นอย่างเลี่ยงไม่ได้
เมื่อเหล่าใบไม้พลันเปลี่ยนสี
และเริ่มร่วงหล่นอย่างจริงจัง
ยามนี้ กลับคิดถึงชีวิตช่วงนั้นอย่างมาก
 
 

 

บล็อกของ บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ

บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
เพื่อนฝูงหลายคนหัวเราะแกมสมเพชที่ผมอยู่บอสตันในยามหนาวเหน็บอย่างถึงที่สุด โดยเฉพาะพายุหิมะที่พัดผ่านมาให้เมืองทั้งเมืองจมอยู่ใต้กองหิมะนับเดือน
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ผมมาอยู่ที่นี่ได้สองเดือนกว่าแล้ว ขณะที่เพื่อนๆ มาอยู่ได้ราวครึ่งปี นาฬิกาและตารางชีวิตเราจึงต่างกันบ้างด้วยความผูกพัน ภาระที่แต่ละคนพึงมี
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
รัฐบาลนี้จะอยู่ค้ำฟ้ารึไง
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ประโยคหนึ่งที่ถูกสลักจารึกที่ชานปลายบันได บนทางเดินก่อนเข้าอนุสรณ์สถานลินคอล์น (Lincoln Memorial) ที่ซึ่งถือกันว่าเสมือนวิหารแห่งประชาธิปไตยอันเป็นที่ตั้งของรูปสลักอับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา สลักเอาไว้ว่า “ข้าพเจ้ามีความฝัน“ (I have a dream) ประโยคนี้เป็นบทเริ่มต้นของสุนทรพจน์ข
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผมต้องไปประชุมกับนักวิชาการที่ได้รับทุนฟุลไบรท์ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ปลายปีแบบนี้หลายคนเดินทางกลับบ้านหรือไปเที่ยวทางไกลกันมากมาย ทำให้คิดถึงเรื่องที่ผมเจอกับตัวเองเมื่อหลายปีก่อนระหว่างขับรถบนถนนสี่เลนจากนคร
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
หลังจากผมมาถึงเมืองเคมบริดจ์เป็นเดือน เริ่มจากการหาที่พัก ไปประชุมที่วอชิงตัน ดีซี หาซื้อเสื้อผ้ารับความหนาว รองเท้า จัดการเรื่องอาหารการกิน มีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ งานเอกสาร ตลอดจนตั้งสถานีทำงานที่บ้าน จนได้ห้องใต้หลังคาของบ้านอายุกว่าร้อยไป ห่างจาก Harvard University สองสถานีรถไฟใต้ดิน ก็เริ่มตั้งห
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ผมขออนุญาตเขียนบันทึกความจำเอาไว้นะครับ ในโอกาสที่ครบรอบหนึ่งปีของการก่อตั้งกลุ่มนักวิชาการและเครือข่ายประชาชนที่เรียกตัวเองว่า สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย หรือ สปป.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
บทความเก่าๆ เป็นรายงานสมัยเรียน ป.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ในรายงานวิจัยที่ผมเสนอต่อโครงการเมธีวิจัยอาวุโส ศ. รังสรรค์ ธนะพรพันธ์ุ ได้เขียนถึงเรื่องจุดเริ่มต้นและชีวิตทางการเมืองของธรรรมนูญฉบับนี้ ตลอดจนผลการใช้มาตรา 17 เอาไว้ดังนี้ ครับ
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ
ได้เคยเขียนบทนำวิภาษา 23 ไว้เมื่อปลายปี 2553 ไว้เกี่ยวกับเรื่องปฏิวัติวัฒนธรรม ดังนี้การปฏิวัติวัฒนธรรมที่กลายเป็นสินค้า