ชีวิต มีชีวา เมื่อฉันมาสะเนพ่อง ตอนที่ 8 เราจะมาพบกันใหม่ โดย ณฐาภพ สังเกตุ

          พบเพื่อลา มาเพื่อจาก ผมลุกจากที่นอนออกมาทำธุระส่วนตัวก็เห็นน้องๆกำลังแต่งตัวถือหนังสือเตรียมตัวกันมาเรียน มันคงเป็นการตื่นมาเรียนที่แต่ละคนดูสดชื่นไม่เหมือนกับตัวเองสมัยเด็กๆที่โรงเรียนไม่ต่างอะไรจากกรงขังที่ตีกรอบสี่เหลี่ยมให้กับเราแต่สำหรับที่นี่โรงเรียนเหมือนบ้านของพวกเขา คุณครูเหมือนพี่ชาย พี่สาว ที่คอยดูแลน้องๆของพวกเขา เด็กๆแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง บ้างก็ทำกับข้าว บ้างก็ปัดกวาดเช็ด ถู บ้างก็ไปเปิดห้องเรียนบนอาคารที่ทำจากดิน ห้องเรียนไม่กว้างใหญ่นัก แต่ก็สร้างบรรยากาศน่าเรียนได้ดีทีเดียว ผมเดินสำรวจแต่ละห้องเรียนที่แยกสัดส่วนไว้อย่างชัดเจน มีห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องพักครู และห้องเรียนที่แยกแต่ละดับชั้นอย่างชัดเจน ที่นี่เปิดสอน ม.1 ถึง ม.6 แต่เปิดมาได้ 5 ปี เลยมีแค่ถึง ม.5 มีคุณครูทั้งหมดสี่คน คือ ครูซา ครูชาติ ครูเฟริน ครูไผ่ ทั้ง 4 ท่านเป็นครูที่น่ารักมากผมขอนับถือในความเป็นครูของทุกท่านได้เวลาแปดโมงเช้า เด็กๆรู้หน้าที่ของตนเองเดินไปหน้าเสาธงชาติไทยตั้งแถวครึ่งวงกลม ที่จริงการตั้งแถวแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะเพราะมันทำให้คนตัวเตี้ยไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ได้อยู่หน้าแถวตลอดอย่างที่ผมพบมาในสมัยที่ตัวเองเป็นนักเรียน เด็กๆตั้งใจร้องเพลงชาติกันสุดเสียง ธงชาติโบกสะบัดอยู่บนเหนือเสา เป็นสัญลักษณ์บอกว่าเราภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยในผืนแผ่นดินไทย เด็กๆสวดมนต์เสร็จครูชาติก็ทำหน้าที่ขึ้นพูดหน้าเสาธง ครูชาติสรุปประเด็นสำคัญให้เด็กฟังได้อย่างเข้าใจง่ายในเวลาเพียงแค่ไม่ถึงสามนาที หลังจากเคารพธงชาติเสร็จ ก่อนที่จะมาเริ่มเรียนกันที่นี่จะมีกิจกรรม จิตศึกษา(body scan)ที่ให้เราทุกคนมาล้อมวงกันทำสมาธิก่อนเริ่มเรียน ผมรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กับพวกเขาเราเริ่มจากหลับตานั่งสมาธิกันคนละสามนาทีพอลืมตามา ครูชาติก็จะหยิบยกประเด็นมาให้เด็กๆได้คิดกันโดยประเด็นวันนี้คือเรื่อง สุ จิ ปุ ลิ หัวใจนักปราชญ์ ที่แห่งนี้เขาจะสอนเรื่องนี้กันให้เด็กๆทุกคน โดยในกิจกรรมนี้เด็กๆทุกคนจะได้แสดงความคิดเห็นของตนเองและปิดท้ายกิจกรรมด้วยกันที่ครูชาติให้แขกผู้มาเยือนบอกความรู้สึกก่อนกลับซึ่งก็ทำเอาผมพูดไป รู้สึกใจหายไปตลอดเวลาที่ได้พูดแต่สำหรับพวกเขามันก็คงเป็นเรื่องที่คงเจอบ่อยครั้งกับการจากลาเช่นนี้เพราะก็คงมีแขกผู้มาเยือนที่นี่อยู่ตลอดและพวกเขาก็คงรับมือกลับความรู้สึกการจากลานี้ได้ดีแต่สำหรับผมมันไม่ใช่อย่างนั้น ผมพบเจอกับการจากลามาหลายต่อหลายครั้งในทุกๆที่ที่เราไป ทุกครั้งเราจะรู้สึกใจหายที่ต้องจากลากัน การจากลาที่เราพบเจอบ่อยครั้งมันไม่ได้ช่วยให้การจากลาในครั้งต่อไปง่ายขึ้นเลย ในครั้งนี้ก็เช่นกันผมก็ยังคงรู้สึกเช่นนั้น แต่ในครั้งนี้ผมกลับตอบตัวเองได้แล้วว่าอาการที่ต้องบอกลากันนี้ผมควรนิยามความรู้สึกนี้ว่าอย่างไรดี........

 

Kmyiwa in Suratthani 2018 (1) โดย นางสาวกฤษณ์มน แก้วจินดา

คำเตือน

การพยายามร้อยเรียงเรื่องราวมันคงจะชัดเจนจนสับสนมาก

อ่านประโยคเดียวงงไหมคะ?

ไม่ต้องพยายามเข้าใจอะไรให้มันง่ายหรอกค่ะ เดี๋ยวมันไม่สนุก ไปกันแบบงงๆกับคนงงๆดีกว่า

 

.

Pre-

ช่วงประมาณกลางเดือนตุลาคม 2561

ทริปสะเน่พ่อง โดย สุธามาศ สาดทอง(โม)

หลังจากที่นอนคิดเกือบทั้งคืนว่าเราจะเก็บกระเป๋าไปพื้นที่เรียนรู้ที่ไหนดี(จากยี่สิบกว่าตัวเลือกที่ทางโครงการ storytellers in journey มีให้) เราก็ได้คำตอบสุดท้ายแล้ว พรุ่งนี้โมจะไปเสน่พ่อง!

ชีวิต มีชีวา เมื่อฉันมาสะเนพ่อง ตอนที่ 9 ติดหล่มความรู้สึก โดย ณฐาภพ สังเกตุ

           คุณเคยเห็นเวลาที่รถติดหล่มไหม มันคงใช้เวลาอยู่นานเลยนะกว่าจะหลุดพ้นจากหล่มนั้นมาได้ คงต้องใช้ทั้งเวลาทั้งแรงและปัจจัยอีกหลายๆอย่างมากมายในการหลุดออกมา การจากลาจากใครสักคนก็เหมือนกัน ความรู้สึกของการจากลามันก็เหมือนรถที่ติดหล่มที่เมื่อติดลงไปแล้วก็ทำให้ความรู้สึกเราจมอยู่กับหล่มนั้นไปไห