เพื่อนๆ ของเม่งจื๊อ

21 July, 2015 - 16:39 -- Tistou

กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล

 

‘วัยหนุ่ม ข้าต้องการมีเพื่อนมากมาย

วัยกลางคน ข้าต้องการมีเพื่อนที่ดี

วัยชรา ข้าเพียงต้องการเป็นเพื่อนที่ดีของใครสักคน’

ประโยคเบื้องต้นหล่นลงบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นของครอบครัวข่าว TCIJ เมื่อนานมาแล้ว คนพูดบอกว่ามันเป็นคำพูดของเม่งจื๊อ จอมปราชญ์คนหนึ่งแห่งจีนโบราณ เนื้อคำคงไม่ตรงกันเป๊ะๆ แต่ใจความไม่น่าเพี้ยนไปเท่าไร (หรือถ้าเม่งจื๊อไม่เคยพูด ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ ผมจำเขามาอีกที)

มันกลายเป็นประโยคที่ผมชื่นชอบโดยพลัน พร้อมกับคิดฟุ้งไปไกลว่า ไม่เก๋าจริงคงพูดประโยคแบบนี้ไม่ได้ วิธีการเลือกเฟ้นและทำความเข้าใจสิ่งนามธรรมอย่างมิตรภาพ จำเป็นต้องใช้ต้นทุนด้านเวลา ชีวิต และหลายกรณียังต้องการบาดแผลประกอบบทเรียน ถ้อยคำ 3 ประโยคของเม่งจื๊อจึงช่วยสกัดผลึกจากวันวัยของเขาออกมาและช่วยประหยัดเวลาคนรุ่นหลังให้ไม่ต้องลองผิดลองถูกกันไปในความมืด

และวิธีการมีเพื่อนและเป็นเพื่อน 3 แบบข้างต้น ย่อมมีผลต่อวิธีการใช้ชีวิตชนิดเลี่ยงไม่ได้

...............

ผมมักเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนเหมือนระบบสุริยะ โดยมีตัวเราเป็นดาวฤกษ์อยู่ใจกลาง แล้วผู้คนต่างๆ ก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าสู่วงโคจรของระบบสุริยะของเราด้วยแรงดึงดูดอันลี้ลับ ดาวจำนวนหนึ่งกลายเป็นดาวเคราะห์หมุนวนอยู่รอบดาวฤกษ์ ไม่จากไปไหน ต่างจัดระยะห่างกันไปตามความเข้มข้นของแรงดึงดูด บางครั้งเหมือนไกลห่าง แต่แรงดึงดูดไม่จางลง

มากกว่ามากเป็นประเภทดาวหาง พุ่งผ่านมาตามเส้นทางชีวิตที่ต้องพานพบ บ้างทอประกายแก่กันและกัน บ้างเกื้อหนุนกันและกัน บ้างชิงชังกันและกัน บ้างเสาะหาประโยชน์จากกันและกัน ก่อนจะค่อยๆ ห่างหายไปตามเวลาและวิถีโคจรของแต่ละคน ฟูมฟายไปก็เท่านั้น เพราะเราต้องไม่ลืมด้วยว่า คนแต่ละคนล้วนมีระบบสุริยะของตนเองกันทั้งสิ้น

ผมเชื่อว่า บั้นปลายแล้ว โลกทัศน์และชีวทัศน์ของเรา (หรือบางทีอาจมีชะตากรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย) จะเป็นผู้จัดวางความสัมพันธ์และสร้างแรงดึงดูดกับคนรอบข้างโดยตัวมันเอง

...............

ในเวลาของเม่งจื๊อ การพบปะผู้คนมากมายเพื่อคบหาเป็นมิตรสหายมีข้อจำกัดต่างกับยุคสมัยของเรามาก เราสามารถมีเพื่อนได้นับพันคนผ่านเฟซบุ๊ค-อย่างน้อยก็ตามตัวอักษร ‘Friends’ จนมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมตกใจและกังขาว่าคนเราสามารถมีเพื่อนได้มากมายเพียงนั้นเชียวหรือ?

แต่ความไร้เดียงสานั้นก็ค่อยๆ บรรเทาเบาบางลง เมื่อค่อยๆ ตระหนักว่า เฟซบุ๊คอาจทำให้ใครๆ มีเพื่อนได้เป็นร้อยพัน แต่เทคโนโลยียังไม่เก่งกาจและละเอียดอ่อนพอจะเข้าใจความสัมพันธ์ของผู้คน ถึงที่สุดแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของมนุษย์เองว่าจะจัดวางผู้คนในเฟสบุ๊คไว้ ณ ตำแหน่งแห่งหนใดในโลกของความเป็นจริง

อีกทั้งมนุษย์ก็มีสิทธิขีดเขียนความหมายของมิตรภาพได้หลากหลาย มันไม่จำเป็นต้องโรแมนติกแบบคุณธรรมน้ำมิตรเช่นในนิยายจีนกำลังภายใน ซึ่งดูจะเป็นมิตรภาพในแบบความเป็นชายเสียมากกว่า ขณะที่มิตรภาพของเด็ก คนชรา คนพิการ เกย์ ผู้ชายข้ามเพศ นักบวช ฯลฯ อาจหลากหลายรูปแบบมากกว่านั้น

...............

การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีโซเชียล มิเดีย และสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรมที่ผันเปลี่ยนไป ไม่มากก็น้อย มันทำให้ความหมายของ ‘เพื่อน’ ‘เพื่อนที่ดี’ และ ‘การเป็นเพื่อนที่ดี’ แตกต่างไปจากอดีต

พูดก็พูดเถอะ ยุคสมัยที่การมีอยู่ของตัวตนของเราต้องพึ่งพาผู้อื่นมากกว่าตัวเราเอง เพื่อน เพื่อนที่ดี และการเป็นเพื่อนที่ดียังหมายถึงการกดไลค์ให้แก่กัน โดยไม่จำเป็นต้องรู้เนื้อหาของสิ่งที่ไลค์

พูดก็พูดเถอะ ยุคสมัยที่การมีเพื่อนถูกเรียกขานในอีกชื่อหนึ่งว่า คอนเน็กชั่น เพื่อน เพื่อนที่ดี และการเป็นเพื่อนที่ดียังหมายถึงการนำมาซึ่งประโยชน์โภชน์ผล วันใดที่หมดประโยชน์ ก็มักถูกเฉือดเฉือนทิ่มแทงจากข้างหลังจนเลือดอาบ

พูดก็พูดเถอะ ยุคสมัยอันเปราะบางทางอารมณ์และความเชื่อเช่นนี้ เพื่อน เพื่อนที่ดี และการเป็นเพื่อนที่ดียังหมายถึงการต้องเชื่อเหมือนๆ กันในชุดคุณค่าอะไรบางอย่าง ถ้าผิดจากนี้ ต่อให้มิตรภาพที่สร้างสมมาจะยาวนานเพียงใด มันจะล้มหายตายจากอย่างเฉียบพลัน และเพื่อนก็กลายเป็นปีศาจชั่วร้ายน่าขยะแขยงได้

...........

ผมไม่มีสิทธิ์และไม่กลั่นกล้าเพียงพอจะบอกได้ว่า เพื่อน เพื่อนที่ดี และการเป็นเพื่อนที่ดี ควรเป็นอย่างไร แต่ก็มีความเชื่อส่วนตัวเล็กๆ ว่า มันมีแก่นสารบางอย่างร่วมกันและน่าจะเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก แม้จะถูกกระทบกระทั่งจากยุคสมัย

มิตรภาพในสามช่วงเวลาของเม่งจื๊อต่างเรียกร้องบางสิ่งบางอย่างจากอีกฝ่าย เพียงแต่มิตรภาพในแบบที่สามอาจเรียกร้องเอาจากตัวเราเองมากกว่า อย่างไรก็ตาม ถ้าการเป็นเพื่อนที่ดีหมายถึงการกดไลค์ให้กันเยอะๆ การคาดหวังผลประโยชน์ การคิดและเชื่อเหมือนกัน ชื่นชมคนที่เพื่อนชื่นชม ชิงชังคนที่เพื่อนชิงชัง โดยไม่ต้องถามไถ่สาเหตุหรือสงวนพื้นที่บางส่วนของเราไว้เลย ผมเดาว่าไม่น่าจะใช่การเป็นเพื่อนที่ดีในความหมายของเม่งจื๊อ

แต่ถึงที่สุดแล้ว เราก็ทำอะไรไม่ได้หรอกครับ คนจะเกลียดกัน รักกัน นินทาว่าร้ายกัน มันก็เรื่องของเขา

ใครหลายๆ คนอาจไม่ได้มองเราเป็นเพื่อน ใครบางคนก็ไม่ได้มองเราเป็นเพื่อนที่ดี ทว่า สิ่งที่เราพอจะเหนี่ยวรั้งไว้ได้มากที่สุดคือการพยายามเป็นเพื่อนที่ดีของใครสักคน...แค่คนเดียวก็น่าจะพอ

หยุดบอกให้กูทำตามความฝันและมีความสุขซะทีเถอะ

9 April, 2018 - 16:24 -- Tistou

ตั้งแต่วัยรุ่นที่พอจะรับรู้ความเป็นไปของสังคมบ้าง ผมพบเจอ ‘วิธีคิด’ ในการใช้ชีวิตประมาณห้าหกชนิด ตั้งแต่สโลว์ไลฟ์ สโลว์ฟู้ด การกลับไปใช้ชีวิตเป็นชาวนา มินิมัลลิสม์ ฮุกกะ และล่าสุดที่ออกมาไล่เรี่ยกันคือลุกกะและอิคิไก แล้วยังมีการเผยแพร่ลัทธิความฝันแบบเข้มข้นของสื่อมวลชน สินค้า บริการ จนถึงโค้ช นัก

รัฐฆราวาสกับความกลัวอิสลาม

9 April, 2016 - 22:06 -- Tistou

กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล

 

วันนี้มีเหตุให้ไปร่วมวงแลกเปลี่ยน ถกเถียง ประเด็นการไม่นับถือศาสนา มีหลายบทสนทนาที่น่าสนใจเลยคิดว่าน่าจะนำมาแบ่งปันและถกเถียงกันต่อ

ดวงวิญญาณที่ไม่ได้ไปผุดไปเกิด

20 February, 2016 - 22:40 -- Tistou

กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล

ในหนังสือ 'SUM 40 เรื่องเล่าหลังความตาย' ของ David Eagleman มีอยู่ตอนหนึ่งกล่าวถึงสรวงสวรรค์ที่ดวงวิญญาณของบุคคลผู้มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ยังคงว่ายเวียนอยู่บนสรวงสวรรค์แห่งนั้น