chonklumnoi's picture

<p>เป็นอีกนามปากกาหนึ่งของเขา- -นักเขียนรางวัลลูกโลกสีเขียว ในนาม "หญ้าน้ำ ทุ่งขุนหลวง" หรือ "สุวิชานนท์ รัตนภิมล" และอีกหลายนาม ผู้เป็นทั้ง กวี นักดนตรี นักเดินทาง และนักเขียนที่มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องในห้วงขณะนี้ เขาเป็นหนุ่มใต้ที่เติบโตมากลางสวนยาง เป็นนักกรีดยาง</p> <p>ทว่าครั้นเติบโตเติบใหญ่ วิถีกลับพลิกผันให้เขาออกย่ำย่างท่องทางไกล จากใต้จรดเหนือ ไต่ตามขอบตะเข็บชายแดน เขาเรียนรู้วิถีของคนเล็กๆ ที่เผชิญชีวิตบนผืนแผ่นดินที่ร้องไห้ สัมผัสโลกที่ทุรนทุราย และเขาสัมผัสกับพรมแดนใจของคนเหล่านี้อย่างรู้รส รู้ลึกอย่างยิ่ง</p> <p>ทุกวัน เขายังใช้รูปแบบชีวิตที่เงียบง่าย แต่ไม่เคยหยุดนิ่งซ้ำๆ รอยเดิม เดินทาง เขียนหนังสือ เขียนเพลง ร้องเพลง เลี้ยงลูก บางห้วงเราอาจพบเห็นเขาพาตัวเองออกไปปลอบปลุกใจผู้คนที่กำลังเรียกร้องและโหยหาความหวัง ความงาม ความดี เสรีภาพ ภราดรภาพ และสันติสุข.</p>

บล็อกของ chonklumnoi

พายุน้ำแข็งกลางป่าสนในวัน "ผีไปแต่งงาน"

ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี ที่ผมตระเวนท่องไปตามป่าเขาในภาคเหนือ ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะเผชิญหน้าจริงๆ กับพายุลมแรงที่หอบน้ำแข็งมาด้วย จนติดตรึงอยู่ในพายุน้ำแข็ง ไม่เห็นทางข้างหน้าและไม่เห็นทางข้างหลัง ขยับไปไหนไม่ได้ ราวกับทุกอย่างตกอยู่เหนือการควบคุม นอกจากยอมรับสภาพแล้วจำนนกับความเป็นไป

เขียนถึง "พ้อเลป่า" หลังวันหลับพักผ่อนชั่วนิรันดร์

วันที่ 8 มีนาคม 2552 ผมนั่งเคียงข้างพ้อเลป่า ก่อนเดินทางกลับ ผมบอกว่า อีกสองสามอาทิตย์จะเข้ามาเยี่ยมอีกครั้ง เวลาผ่านไปสามอาทิตย์กว่า ตรงกับวันที่ 2 เมษายน 2552 พ้อเลป่าก็จากไปจริงๆ

ผมไปถึงบ้านแม่แฮคี้ตอนบ่ายแก่ๆวันต่อมา บ้านไม้ริมถนนมีคนจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่บนบ้าน ไล่เรียงอออกมานอกประตูบ้าน ผู้เฒ่ากวีแห่งแม่แฮใต้จากไปจริงๆ รูปวางถ่ายไว้บนโลงไม้ รูปสูบไปป์ที่คุ้นเคย พร้อมดอกไม้สัญลักษณ์ของความอาลัย

ตัวหนังสือ พ้อเลป่า



 

เมื่อฉันเริ่มจำความได้ ฉันเที่ยวเล่นกับพวกเพื่อนๆ ฉันรู้ว่า แม่เป็นคนทอเสื้อให้ฉันใส่ ฉันดีใจมาก ฉันสวมเสื้อตัวนั้นแล้วเดินนำหน้าคนอื่นๆ เวลานั้นฉันรู้สึกว่า ใบหน้าของตัวเองเต็มอิ่มไปด้วยความร่าเริงยินดี

โอบกอด

 ไม่มองซ้ายขวาหน้าหลัง  เดินเข้าไปหาแล้วโอบกอด  
"ได้กลิ่นมั้ย" ผมถาม
"เหมือนน้ำมัน" เขาตอบ
"ใช่  ในตัวเขามีน้ำมัน" ..
 บทสนทนาระหว่างโอบกอด  เป็นเช่นนี้จริงๆ

กลับมาจากอ่านบทกวี "ผู้ชายเรียนรู้จากป่าและดอกไม้" ให้อา 'รงค์ วงษ์สวรรค์ในคืนก่อนบินไกล

เสาร์ 14 มีนาคม 2552 เวลา 3 ทุ่ม 45 นาที ห้องเงียบ มีพยาบาลและเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานสามสี่คน เขาเข้าไปยืนใกล้ๆแล้วถามหาชื่อ หนึ่งในนั้น ชี้ไปยังเตียงใกล้ๆ เขาแทบไม่เชื่อสายตา เขาแทบจำไม่ได้ เขาเข้าไปกราบไหว้

มองร่างสงบนิ่ง เขาพยายามมองทุกส่วนที่จะมองเห็น เสียงเครื่องมือเป็นตู้สี่เหลี่ยมดังส่งเสียงช่วยชีวิต และเส้นกราฟวิ่งไปมา เขาเห็นตัวเลขหน้าปัด ข้างบน 80 ข้างล่าง 40 มองไปยังเตียงอื่น ร่างที่ทอดอยู่บนเตียงแทบไม่ต่างกัน หรือเขาเข้ามาในช่วงเวลาผู้ป่วยพักผ่อน

เหตุเกินๆ กับฝันถึงแผ่นดินน่าอยู่


ห่างออกมาจากหมู่บ้านหนองเต่าไม่กี่โค้งถนน พลันปรากฎรถกระบะสีเลือดหมู
หัวทิ่มหัวตำต้นไม้ข้างทาง ในสภาพชวนให้ตกใจ คือหัวทิ่มลงไปในหุบเหว หากต้นไม้ไม่กั้นไว้ มันคงกลายเป็นกระป๋องบุบบิบอยู่ก้นเหวเป็นแน่


น่าดีใจอยู่อย่างเดียว ดูทุกคนปลอดภัย หญิงลูกสองในชุดเสื้อผ้าปกาเกอะญอ ชายวัยกลางคนกับเด็กหนุ่มที่เดินงุ่นง่านไปมา ผมเป็นคนแรกที่ผ่านมาเห็น เหตุการณ์เพิ่งเกิดสดๆร้อนๆ ผมจอดรถมอเตอร์ไซค์คู่ชีพแล้วรีบเดินเข้าไปหา พร้อมถามอีกครั้งว่า ไม่มีใครเป็นอะไรมากใช่ไหม

ไผ่กอนี้งามเหลือเกิน

 

ไผ่กอนี้งามเหลือเกิน


สิ้นคำอุทานแบบไม่มีปี่ ไม่มีพร้า แต่ในมือมีกล้องถ่ายรูป แต่เหลือฟิล์มติดกล้องเพียงไม่กี่รูปเท่านั้น เป็นฟิล์มม้วนสุดท้ายปลายฟิล์ม เจ้าปลายฟิล์มนี่สิ ลุ้นตัวโก่งตัวลีบมาแล้วหลายครั้ง ประมาณว่ามีฟิล์มอยู่ในกล้องให้อุ่นใจก็จริง แต่รูปไม่มีใส่แล้ว ปลายสุดม้วนฟิล์มอาจเป็นเรื่องอุบัติเหตุล้วนๆก็ได้

ให้รู้สึกนึกในใจว่า เจอไผ่งามเมื่อฟิล์มหมด...

ลำน้ำในความฝัน

 

   

ดูเอาเถิด  เพื่อนเอย  ลำน้ำในความฝัน
ฉันหลงลืมฤดู
บอกเล่าเรื่องที่ฉันรัก
นานมาแล้ว  ฉันมองเห็นแต่ดวงตาอาดูรลึกล้ำ
ไร้จุดจบ
ระหว่างทางความแข็งแกร่งกับมวลสารอ่อนนุ่ม
นานเพียงใด  ใสเย็นสงบไปตามเสียงเรียกของหัวใจ
ที่นั่น  พระอาทิตย์ยังคลุกฝุ่นอยู่ในดงสาปเสือ
ต้นหญ้ามีกลิ่นเสื้อผ้าเก่าๆ
เถาวัลย์ออกดอก   กลิ่นเหมือนน้ำปลา
ดวงตาดอกไม้มองดวงตาฉัน  ให้ฉันวางใจ
ดอกไม้วางใจฉัน
หอบเอาความหวังสู่หนทางไว้เนื้อเชื่อใจ
แม้แผ่นดินที่ฉันเดินไปนั้น   แห้งแล้ง
แต่ลำน้ำมีชีวิตไกลลึก

Pages

Subscribe to RSS - บล็อกของ chonklumnoi