การเซนเซอร์ตัวเองและวัฒนธรรมความกลัว

เด็กสาวแนะนำตนเองว่าเป็นนักศึกษาฝึกงานกำลังเรียนอยู่คณะนิเทศศาสตร์วิชาเอกหนังสือพิมพ์ จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เธอมักจะหาโอกาสฝึกงานทุกครั้งที่มหาวิทยาลัยปิดภาคเรียน เพื่อทดลองสนามจริงแทนที่จะเรียนแต่ในห้องเรียนเท่านั้น ผู้เขียนเห็นวิญญาณของความเป็นสื่อของเธอแล้ว เธอน่าจะเป็นสื่อมวลชนคุณภาพดาวเด่นดวงหนึ่งในแวดวงสื่อสารมวลชน หากเธอไม่ติดกรอบและถูกครอบงำจากความกลัวบางอย่างที่เธอเองก็มองไม่เห็นในโครงสร้างของสังคมไทย
\
ครั้งหนึ่งเธอติดตามสัมภาษณ์คนที่เคยออกรายการทีวียอดนิยมรายการหนึ่งที่นำเสนอเรื่องราวของชีวิตผู้คน เธอพบว่า ชีวิตหลังจากรายการออกอากาศแล้ว คนเหล่านี้ประสบปัญหาในการใช้ชีวิตที่ไม่สามารถเป็นไปอย่างปกติสุขเช่นเดิมได้ บางรายพบว่า ญาติพี่น้องที่ถูกนำมาเกี่ยวข้องกับเรื่องราวชีวิตได้รับผลกระทบในเชิงลบ แต่ไม่อาจท้วงถามความรับผิดชอบจากใคร ได้แต่รอให้กระแสของเรื่องราวชีวิตของพวกเขาค่อยๆ เลือนหายไปจากสังคม แต่เธอก็สังเกตได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงเป็นแผลที่หากใครมาสะกิดก็จะเจ็บขึ้นมาได้เหมือนกัน

เมื่อผู้เขียนถามว่า เมื่อไปพบเรื่องราวที่น่าสนใจเช่นนี้ในฐานะสื่อสารมวลชนคนหนึ่ง ทำไมไม่นำเสนอสู่สาธารณชนล่ะ เพื่อเป็นการตรวจสอบการทำงานของสื่อไง เธอตอบว่า เธอเป็นนักศึกษาตัวเล็กๆ จะไปทำอะไรได้ รายการทีวีเป็นรายการดัง คนนิยมชมชอบเยอะ  พูดง่ายๆ คือ เขายิ่งใหญ่กว่าเธอมาก

คำตอบและการกระทำของเธอ กลายเป็นการเซนเซอร์ตัวเองไปโดยปริยาย เป็นสิ่งที่เกิดจากความกลัวบางสิ่งบางอย่างในโครงสร้างสังคมที่ดำเนินมาเป็นเช่นนั้น บ่งบอกถึงความเป็นสังคมนั้น สังคมไทยเป็นสังคมที่ปลูกฝังความกลัวบางอย่างและไม่กล้าตรวจสอบ ไม่กล้าทวงถาม ไม่กล้าค้นหาความถูกต้อง เราสมยอมและยอมรับให้อำนาจบางอย่างกดทับมาตลอด และอำนาจนั้นก็ส่งผลให้เกิดความกลัว เป็นความกลัวแบบอัตโนมัติ เหมือนมีคำสั่งที่ฝังลงในชิฟ และที่สุดแล้ว การศึกษาและสถาบันการศึกษาก็ไม่ได้เป็นเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหานี้ มันเป็นวัฒนธรรมความกลัวที่มีอยู่ทุกมุมในสังคม แม้แต่สถาบันการศึกษาที่สอนสื่อ และสื่อถือเป็นสถาบันหนึ่งที่มีอำนาจต่อรองมากกว่าสถาบันอื่น แต่ก็ไม่ได้มีอิสระทางความคิดและปลดปล่อยตัวเองจากความกลัวแต่อย่างใด

สังคมไทยยอมปล่อยให้คนมีเงินและอำนาจอยู่ในมือดำรงอยู่ได้ จึงไม่ควรโทษเด็กสาวที่มองเห็นความเป็นจริงในเรื่องนี้ และหาทางเลือกให้กับเธอเอง เมื่อเธอเองก็เป็นเหยื่อของสังคมที่หลอมกันมาแบบนั้น

ความเห็น

Submitted by Nung on

I totally agree with the article.

Cheers & Regards

Nung

The girl from the coast นวนิยายต่อต้านอาณานิคม และกระแสชาตินิยมในอินโดนีเซีย

 

ได้หนังสือเล่มนี้มาเกือบสี่ปีจากร้านขายหนังสือ a different bookstore ในแหล่งช้อปปิ้งชื่ออิสต์วูด เมืองลิบิส ฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นที่รู้จักว่าหากอยากได้หนังสือแปลของนักเขียนเอเชียก็มาที่นี่ได้ เพราะเป็นแหล่งรวมงานเขียนชาวเอเชีย ประเภทประวัติศาสตร์ การเมือง วัฒนธรรมหาได้ง่ายที่สุดแห่งหนึ่งในมนิลา (หวังว่าร้านหนังสือยังไม่เจ๊งไปเสียก่อน)

ความยินดีในการเซนเซอร์ตัวเองของสื่อไทย

ผู้เขียนเคยเข้าพบสัมภาษณ์ผู้บริหารของหนังสือพิมพ์เดอะจาการ์ตาโพสต์ เกี่ยวกับการบริหารงานหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษหนึ่งเดียวในประเทศอินโดนีเซีย ความยากลำบากต่อการอยู่รอด การบริหารงานข่าว ฯลฯ เมื่อห้าปีที่แล้ว จึงขอนำตอนหนึ่งที่น่าสนใจในการพูดคุยกันมาเล่า ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์จาการ์ตา โพสต์ต้องการให้โครงสร้างของบริษัทหรือธุรกิจหนังสือพิมพ์ไม่เป็นที่ผูกขาด หากเป็นของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง แน่นอนว่า หนังสือพิมพ์อาจเอนเอียงไปทางใดทางหนึ่งได้ ด้วยวิธีการหลากหลายตั้งแต่การล้อบบี้ การซื้อตัว (เจ้าของสื่อ) การขู่เข็ญ คุกคาม จากบรรดาอำนาจมืดทั้งหลายทั้งปวง

ความรักของนักข่าว


หลบเรื่องร้อนทางการเมือง ที่ทำให้หัวใจรุ่มร้อน สับสนอลหม่าน วันนี้เลยเปลือยหัวใจ แบบไร้สี เขียนเรื่องความรักของเพื่อนนักข่าวดีกว่า เป็นความรักข้ามพรมแดนและข้ามศาสนาในดินแดนสวรรค์ "บาหลี" อินโดนีเซีย 

การเซนเซอร์ตัวเองและวัฒนธรรมความกลัว

เด็กสาวแนะนำตนเองว่าเป็นนักศึกษาฝึกงานกำลังเรียนอยู่คณะนิเทศศาสตร์วิชาเอกหนังสือพิมพ์ จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เธอมักจะหาโอกาสฝึกงานทุกครั้งที่มหาวิทยาลัยปิดภาคเรียน เพื่อทดลองสนามจริงแทนที่จะเรียนแต่ในห้องเรียนเท่านั้น ผู้เขียนเห็นวิญญาณของความเป็นสื่อของเธอแล้ว เธอน่าจะเป็นสื่อมวลชนคุณภาพดาวเด่นดวงหนึ่งในแวดวงสื่อสารมวลชน หากเธอไม่ติดกรอบและถูกครอบงำจากความกลัวบางอย่างที่เธอเองก็มองไม่เห็นในโครงสร้างของสังคมไทย

การลงทุนในงานข่าวของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในอินโดนีเซีย

ในบ้านเราเรียกหนังสือพิมพ์ออกเป็น 2 ชนิด หนึ่ง คือหนังสือพิมพ์กระแสหลัก สอง หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น หนังสือพิมพ์กระแสหลักก็หมายถึงหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่เช่น เดลินิวส์ ไทยรัฐ มติชน ฯลฯ ซึ่งจัดพิมพ์อยู่ในกรุงเทพฯ และส่งออกไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย นำเสนอข่าวในประเทศและข่าวรอบโลก พิมพ์จำหน่ายเป็นรายวัน ส่วนหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นคือ หนังสือพิมพ์ทิ่ผลิตขึ้นในต่างจังหวัด ขายในจังหวัดนั้นๆ ส่วนใหญ่เป็นหนังสือพิมพ์แทปลอยด์ ข่าวส่วนใหญ่นำเสนอข่าวในท้องถิ่น พิมพ์ไม่กี่ฉบับและไม่เป็นหนังสือพิมพ์รายวัน อย่างมากก็รายสัปดาห์ หรือรายเดือน ฉะนั้นสื่อประเภทสิ่งพิมพ์ในไทย ผู้บริโภคจึงจำกัดการรับรู้อยู่ที่หนังสือพิมพ์กระแสหลักไม่กี่ฉบับ