วิทยาศาสตร์ความสำเร็จอาจช่วยป้องกันความฉาบฉวย

สมัยเด็กๆ วิชาที่ผมสอบตกเป็นประจำคือ 'วิชาโครงงานวิทยาศาสตร์' และผมจะปวดหัวเอามากๆ ตอนเขียนโครงงานซึ่งต้องวนเวียนอยู่กับคำสามคำที่แมร่งโคตรไม่เข้าใจ ได้แก่ ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม แลตัวแปรควบคุม
 
น่าแปลก ตำราวิทยาศาสตร์สมัยนั้นเขียนเหมือนไม่อยากให้เด็กตั้งใจอ่าน วิชาโครงงานมันเป็นเหมือนรหัสลับที่พวกเด็กบ้าวิทยาศาสตร์ชอบหยิบมาพูดกัน แล้วผมก็ได้แต่งงว่า ไอ้บ้าเอ้ย นี่เขากำลังคุยเรื่องอะไรกัน 
 
แต่ถึงอย่างนั้นก็ครูพักลักจำได้ว่า ตัวแปรต้นคือสิ่งที่เราศึกษา ตัวแปรตามคือสิ่งที่ใช้อธิบายผลของสิ่งที่เราศึกษา และตัวแปรควบคุมคือสิ่งที่กำหนดให้เหมือนกัน เพื่อจะทำให้ตัวแปรต้นมีผลต่อตัวแปรตามได้อย่างแท้จริง
 
ยกตัวอย่างเช่น เราจะศึกษาว่าปุ๋ยน้ำหมักดีกว่าปุ๋ยปกติอย่างไร ตัวแปรต้นของเราจึงเป็น ปุ๋ยน้ำหนักกับปุ๋ยปกติ ส่วนตัวแปรที่เราต้องควบคุมให้ได้ก็คือ พันธ์ของต้นไม้ อายุของต้นไม้ สภาพดิน ขนาดกระถาง ระยะเวลาการให้ปุ๋ย ขนาดของปุ๋ย ฯลฯ ซึ่งเราเรียกมันว่า ตัวแปรควบคุม และตัวแปรตามในกรณีก็คือ การเจริญเติบโตของต้นไม้ ซึ่งตอนพรีเซนต์เราก็จะเถียงกันเรื่องการวัดปริมาณ การควบคุมตัวแปร ถ้าพูดแบบเท่ๆ ให้เข้ากับคุณวุฒิก็คือ เถียงกันเรื่องระเบียบวิธีวิจัย
 
วิชาโครงงานเป็นวิชาพื้นฐานที่เด็กไทยส่วนใหญ่น่าจะต้องได้ผ่านมาบ้าง แต่ใยการพูดเรื่อง 'ความสำเร็จ' ในสังคมไทย เราจึงเชื่อบรรดากูรูทั้งหลายที่พยายามบอกว่า ตัวแปรต้นของความสำเร็จคือความทุ่มเทพยายาม และหลายครั้งเรามักจะเอาเรื่องความสำเร็จไปผูกกับความมุมานะเสียจนมั่นใจว่าเราควบคุมตัวแปรอื่นๆ อย่างถี่ถ้วนแล้วอย่างนั้น
 
บางทีนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลอย่าง โจเซฟ สติกลิตซ์ คงช่วยแก้ความเข้าใจผิดเราได้ 
 
สติกลิตซ์ กล่าวว่า “การเลือกที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเราคือ การเลือกเกิดมาในพ่อแม่ที่มีสถานภาพทางเศรษฐกิจสังคมเพียงพอที่จะสนับสนุนให้เราเป็นคนที่มีศักยภาพอย่างที่เราควรมี” 
 
หรือแปรง่ายๆ ว่า ความสำเร็จของคนคนหนึ่งไม่ได้อยู่ที่ตัวคนคนนั้นแต่เกี่ยวข้องกับสถานภาพทางเศรษฐกิจสังคมของครอบครัวด้วย
 
อาจารย์เดชรัตน์ สุขกำเนิด ได้ช่วยขยายประเด็นนี้ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยยกตัวอย่างว่า "ในเมืองไทยของเรา เด็กที่เกิดในครอบครัวที่รวยที่สุด 10% แรกของประเทศ สามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้เกือบร้อยละ 70 ของเด็กที่เกิดในครอบครัวร่ำรวยกลุ่มนี้ทั้งหมด ในขณะที่เด็กที่เกิดในครอบครัวที่จนที่สุด 10% สุดท้ายของประเทศ จะเข้ามหาวิทยาลัยได้เพียงร้อยละ 4 ของเด็กที่เกิดในครอบครัวที่จนที่สุดกลุ่มนี้เท่านั้น"
 
ด้วยโอกาสชีวิตที่ไม่เท่ากันเช่นนี้ แล้วความสำเร็จของคนจะเกิดจากความพยายามอย่างเดียวได้เช่นไร ในเมื่อคนรวยมีโอกาสมากกว่า เข้าถึงทรัพยากรบางอย่างได้มากกว่า แต่คนจนยังย่ำอยู่ที่เดิม
 
จริงอยู่ที่หลายคนประสบความสำเร็จด้วยความพยายาม แต่อย่าดูเบา 'โครงสร้างทางสังคม' ซึ่งเป็นปัจจัยปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่ง
 
ขอให้เรามีภูมิคุ้มกันมองโลกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ อย่ามองโลกอย่างฉาบฉวย...

ขออนุญาตตอบคำถาม 9 ข้อคาใจ พี่ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค

ผมมีโอกาสได้อ่านคำถาม 9 ข้อที่พี่ดี้ ถาม ผมคิดว่าบางคำถามนั้นดีมากๆ แต่อยากแลกเปลี่ยนมุมมองว่า จริงๆ แล้วพี่ดี้ มองข้ามคำตอบบางอย่างไปหรือเปล่า และตกหล่นข้อเท็จจริงในปัจจุบันไปหรือเปล่า จึงขอทวนคำถามและตอบคำถามทั้งหมด ดังนี้
 

วิทยาศาสตร์ความสำเร็จอาจช่วยป้องกันความฉาบฉวย

เหตุใดการพูดเรื่อง 'ความสำเร็จ' ในสังคมไทย เราจึงเชื่อบรรดากูรูทั้งหลายที่พยายามบอกว่า ตัวแปรต้นของความสำเร็จคือความทุ่มเทพยายาม และหลายครั้งเรามักจะเอาเรื่องความสำเร็จไปผูกกับความมุมานะเสียจนมั่นใจว่าเราควบคุมตัวแปรอื่นๆ อย่างถี่ถ้วนแล้วอย่างนั้น

บ้านที่ยังรอคอยความรัก

“บ้านทีดีหาใช่แค่มีสิ่งปลูกสร้างที่มั่นคง สะดวกสบาย แต่มันต้องมีบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรัก ความผูกพัน ของคนในครอบครัว”
 

ความตาย-ทหาร-ความผิดปกติ

น่าแปลกที่ช่วงหลังมานี้ เมื่อมีความตายที่ไปเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ทหาร เช่น กรณีการเสียชีวิตในโรงเรียนเตรียมทหาร ของ 'เมย' หรือ ภัคพงค์ ตัญกาญจน์ รวมไปถึงการเสียชีวิตของเครือข่าย 'หมอหยอง' ที่อยู่ระหว่างถูกควบคุมในเรือนจำค่ายทหาร กระบวนการพิสูจน์ทราบสาเหตุการตายมักจะเป็นไปอย่าง 'ผิดปกติ' โดยบทความนี้พยายามจะพาไปดูสิ่งแปลกปลอมในกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าในสังคมไทย

มองคดีจำนำข้าวให้ยาวถึงนโยบายหาเสียงครั้งหน้า

แม้คำพิพากษาคดีจำนำข้าวจะยังไม่สะท้อนภาพการแทรกแซงการดำเนินนโยบายของรัฐบาลโดยองค์กรตุลาการอย่างเด่นชัด แต่ก็น่าตั้งข้อสังเกตว่า คดีดังกล่าวจะกลายเป็นบรรทัดฐานสำหรับลงโทษรัฐบาลที่ดำเนินนโยบายที่ถูกกล่าวหาว่าใช้นโยบาย 'ประชานิยม' หรือไม่ โดยเฉพาะในยุคที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้อำนาจองค์กรอิสระในการจับตารัฐบาลชุดหน้าอย่างเข้มข้น