คำภาษามลายู, อินโดนีเซีย, ชวาในพจนานุกรมฉบับมติชน (ก)

เมื่อนานมาแล้ว จริงๆ ก็ไม่นานมากนัก เมื่อสมัยที่ยังทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รุ่นพี่ที่ทำงานที่มติชนได้ติดต่อให้ดิฉันศึกษาคำภาษามลายู, อินโดนีเซีย และชวาในพจานานุกรมฉบับมติชน โครงการเค้าคือจะศึกษาว่ามีคำจากภาษาอื่นๆ อะไรบ้างในพจนานุกรมมติชน แต่ในภายหลังโครงการล้มเลิกไปด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ทราบได้

แต่ดิฉันทำงานเสร็จแล้ว และเก็บไฟล์ไว้มาหลายปี คิดว่าเผยแพร่ให้สาธารณชนก็คงจะพอมีประโยชน์บ้างสำหรับผู้ที่สนใจ

คำในภาษาไทยหลายๆ คำที่คล้ายกับคำในภาษามลายู, อินโดนีเซีย และ ชวา มีรากศัพท์มาจากภาษาสันสกฤตอยู่ไม่น้อย แต่บังเอิญดิฉันไม่มีพจนานุกรมภาษาไทยติดตัวมาเลยไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด

ผู้ใดสนใจสามารถค้นคว้าเพิ่มได้ แต่เท่าที่เห็นจะทำให้ทราบว่ามีคำในภาษาไทยหลายคำที่เหมือนกับภาษาของเพื่อนบ้านเรา และความหมายก็ใกล้เคียงหรือบางคำแปลเหมือนกันเลย

วันนี้ขอเสนอ ก ก่อนนะคะ จะทยอยนำเสนอจนถึง ฮ ค่ะ

คำภาษามลายู, อินโดนีเซีย, ชวาในพจนานุกรมฉบับมติชน

 



คำศัพท์


เลขหน้า


ตัวเขียนในภาษามลายู/

อินโดนีเซีย*

ตัวเขียนในภาษาชวา


คำอ่าน


ความหมาย


- -


 


 


 


 


 


กระซิบ


20


kesik, kesik-kesik


 


เกอ-ซิก, เกอ-ซิก-เกอ-ซิก


เสียงดังเบาๆ, เสียงกระซิบ

 


กระดังงาไทย


21


kenanga


 


เกอ-นา-งา


ดอกกระดังงา, ต้นไม้ที่มีดอกเล็กสีเขียวและสีเหลือง มีกลิ่นหอม


กระยาหงัน


37


kayangan         


 


กา-ยา-งัน


ที่อยู่ของพระเจ้าในศาสนาฮินดู, ท้องฟ้า, สวรรค์, แดนสุขาวดี


กราม


47


geraham          


 


-รา-ฮัม


กราม,ฟันกราม


กริช


47


keris


 


เกอ-ริส


กริช


กรุ๊งกริ๊ง


49


kerincing


 


เกอ-ริน-จิง


เสียงติ๊งๆ, ทำเสียงโลหะกระทบกัน,ทำให้เกิดเสียงสัมผัส,ทำเสียงกรุ๊งกริ๊ง, เหล็กสามเหลี่ยมสำหรับเคาะจังหวะในดนตรี

 


กอและ


64


kolek, kolek-kolek


 


คอ-และกฺ, คอ-และกฺ-คอ-และกฺ


เรือบดเล็ก (ของเรือใหญ่)


กะลาสี


70


kelasi


 


เคอ-ลา-ซี


กะลาสีเรือ,กะลาสีเรือหรือทหารเรือที่ไม่มีความชำนาญทางเรือเพียงพอ


กะหรี่


71


kari


 


คา-รี


แกงกะหรี่เนื้อ


กา


76


gagak


 


-ะกฺ


อีกา


กากี


77


khaki


 


กา-กี


กากี, สีน้ำตาลเหลือง, ผ้าสีกากี, ผ้า, กางเกงสีกากี, เสื้อสีกากี


การะบุหนิง


81


 


karabuning


กา-รา-บู-นิง


ดอกแก้ว


กาล


81


kala


 


กา-ลา


เวลา, ช่วงเวลา, กะเวลา, โอกาส, สมัย, ยุค, กาล, ฤดูกาล, ครั้ง, ช่วง, อายุ, วันตาย, ศักราช, ระยะเวลาหนึ่งวงจรสมบูรณ์, ชั่วโมงเรียน, ยุคปัจจุบัน, อายุ, วัยชรา, ยุค,สมัย, นิติภาวะ


กาลัด


81


 


kalak


กา-ลัก


ดอกสายหยุด


กาหลา


82


 


kalaka


กา-ลา-กา


ชนิดต้นไม้ประเภทล้มลุก มีสีขาว


กำพง


84


kampung


 


กัม-ปุง


ตำบล, หมู่บ้าน


กิดาหยัน


87


 


kidayan


กี-ดา-ยัน


มหาดเล็ก


กุดัง


93


gudang


 


กู-ดัง


โรงเก็บของ


กุญแจ


92


Kunci


 


กุน-จี


กุญแจ,กุญแจไขปัญหา,คู่มือ,คำไขปัญหา,คู่มือ,คำไขปัญหา,อุปกรณ์,หัวใจ   


กุลี


94


kuli


 


คู-ลี


กุลี, กรรมกรผู้ใช้แรงหนัก, กรรมกร, คนงาน, ผู้ทำงานที่ใช้แรงกาย, ผู้ทำงานหนัก, ผู้กระทำด้วยความลำบาก, พนักงานถือกระเป๋า, พนักงานทำงานเบ็ดเตล็ด, คนเฝ้าประตู, ยาม


กุสุมา


95


kesuma


 


เคอ-ซู-มา


ดอกไม้


กุหนุง


95


gunung


 


กู-นุง


ภูเขา


กู


95


aku


 


อา-กู


ฉัน, (สรรพนามบุรุษที่ 1)


กูรหม่า


96


kurkuma


 


กูรฺ-กู-มา


ขมิ้น, ลำต้นใต้ดินของพืช Curcuma longa มีกลิ่นหอมใช้เป็นเครื่องเทศสีย้อมและยา, พืชไม้ดอกสีม่วง, ดอกของพืชดังกล่าว, หญ้าฝรั่น, สีเหลืองจีวรพระ


เกน


97


 


ken


เก็น


ผู้หญิง


แก่


103


gae, gaek


 


-แอ, -แอ็ก


แก่, เก่าแก่,โบราณ


โกกิลา


107


 


kukila


กู-กี-ลา


นกทั่วๆ ไป


 


 


 


 


 


 


 


* เนื่องจากภาษาอินโดนีเซียมีที่มาจากภาษามลายู เพราะฉะนั้นจะกำหนดให้อยู่ในช่องเดียวกันเนื่องจากภาษาอินโดนีเซียมีที่มาจากภาษามลายู เพราะฉะนั้นจะกำหนดให้อยู่ในช่องเดียวกัน

 

ความเห็น

Submitted by อนุบาลJKT on

น่าสนใจครับ จะตามอ่านอยู่ที่จาการ์ตานี่ ผมเพิ่งมาทำงานที่นี้ได้ยังไม่นานมากนัก
เรื่องภาษาเป็นเรื่องที่น่าสนุก

ทั้งไทย ทั้งมาเลย์ ทั้งอินโด เป็นเพื่อนบ้านอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันเองมาเนิ่นนาน และต่างก็รับอารยธรรมมาจากแหล่งอารยธรรมยิ่งใหญ่ของโลกที่อื่นด้วย เช่นจีน อินเดีย และอาหรับ/เปอร์เซีย ผมได้ตระหนักว่า คำในภาษาไทยและอินโดหลายคำที่คล้ายกันนั้น ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะไทยรับคำยืมจากมาเลย์/อินโด เช่น ผ่านทางเรื่องอิเหนา และอีกส่วนหนึ่ง เป็นเพราะเราเป็นศิษย์ครูเดียวกัน คือต่างก็ไปหยิบหรือยืมคำมาจากภาษาบาลีสันสกฤตด้วย หรืออีกส่วน บางทีอาจคิดตรงกันโดยบังเอิญ ไม่มีใครลอกใคร

กา นั้น ถ้าหมายถึงนกสีดำ เสียงมันก็ร้องยังงั้นอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าคนฟังเอาไปเรียกชื่อมันด้วยก็คงไม่แปลก และไม่น่าถือว่าเป็นการยืมกัน เพียงแต่หูคนไทยกับคนอินโดมาเลย์ฟังแล้วได้ยินคล้ายกันเท่านั้น (แต่ในภาษาบาลี กากะ นั้นแปลว่านกกา ดังนั้นอาจเป็นได้ว่าอินโดรับมาจากบาลีสันสกฤตก็ได้)
กาล ทั้งไทยทั้งอินโดเรียนมาจากอินเดีย
กากี ซึ่งฝรั่งก็เรียกเป็นชื่อสี เคยทราบว่าฝรั่งเรียกตามแขกอินเดียหรือเปอร์เซีย ภาษาฮินดีและภาษาเปอร์เซีย ความหมายเดิมแปลว่า ฝุ่นหรือทราย สีกากีจึงคือสีทราย
โกดังหรือกุดัง อังกฤษเรียกว่า Godown (แต่ดูจะมุ่งหมายถึงโรงเก็บของในประเทศเมืองร้อนแถวท่าเรือเป็นการเฉพาะ มากกว่าหมายถึงโรงเก็บของทั่วๆ ไปหรือ warehouse อังกฤษเองยอมรับว่าน่าจะเป็นคำยืมที่อังกฤษได้จากคำมลายู)
โกกิลา นี่บาลีสันสกฤตชัด แต่ในภาษาเดิมดูเหมือนจะเป็นชื่อเฉพาะของนก ไม่น่าจะเป็นนกทั่วๆ ไป (ในภาษาอินโดโกกิลากับบุหรงใช้ต่างกันยังไงครับ ขอถาม)

แถม กระจิ๋ว ภาษาไทย ผมเองคิดว่ามาจาก kecil เล็กๆ
กระจับปี่ เครื่องดนตรีเป็นเครื่องสายใช้ดีด ผมว่าตรงกับ kecapi
กะจั๊ว แมงสาบ ผมว่ามาจาก Kacoa
kwetiau นี่ชัด ทั้งไทยทั้งมาเลย์รับไปจากภาษาจีน ก๋วยเตี๋ยว

Submitted by อรอนงค์ on

Terima kasih banyak ค่ะ....
ได้ความรู้เพิ่มเติมด้วย ขอบคุณค่ะที่มาแลกเปลี่ยนกัน
ใช่ค่ะ...หลายๆ คำ เรา (ไทย, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย) ก็รับมาจากบาลี สันสกฤต จีนด้วย
โกกิลา กับ บุหรง ... ดิฉันก็ไม่ทราบค่ะ ปกติเวลาอยู่อินโดถ้าจะพูดถึงนก ก็ใช้ บุหรง ค่ะ
แต่จะพยายามหาคำตอบมาให้ค่ะ ^^

Submitted by อนุบาลJKT on

โอ้วววว... ตกไปได้ยังไงเนี่ย สองคำ ผมเพิ่งนึกออกครับ

คำว่าหัว นั้น อินโดนีเซียและมาเลเซียใช้ว่า Kepala เขมรใช้ว่า กบาล ไทยก็รับมาเหมือนกันเช่นในคำว่า หัวกบาล เขกกบาล เป็นต้น (Kepala - กบาล คำนี้ แปลว่าหัวหน้าก็ได้ด้วยนอกจากแปลว่าศีรษะแล้ว)

ส่วนคำว่า มะพร้าว นั้น อินโดเรียก Kelapa ซึ่งทำให้นักเรียนอนุบาลอย่างผมาเรียกสลับไปมาอยู่นานครัน จะเรียกหัวก็ไปเรียกว่ามะพร้าว จะเรียกมะพร้าวก็ดันเรียกออกมาเป็นหัว ... จนกระทั่งตั้งหลักได้ว่า Kepala เท่ากับ กบาล หัว ส่วน Kelapa เท่ากับ กะลา จึงแปลว่ามะพร้าว

มีเมืองบนเกาะชวาเมืองหนึ่ง คือซุนดา มีชื่อว่า ซุนดาเกอลาปา นัยว่ามีต้นมะพร้าวมาก เอกสารไทยโบราณเก่าๆ เรียกว่าเมืองกะหลาป๋า ดูเหมือนจะมีชื่อเรื่องเครื่องแก้วกะหลาป๋า และชมพู่กะหลาป๋า (ผลไม้) เครื่องแก้วกะหลาป๋านั้นคนไทยสักสมัย ร. 4- ร. 5 ท่านนิยมกันว่าสวย จะเหมือนสมัยนี้ชอบแก้วผลึกชวารอฟสกี้หรือยังไงก็ไม่รู้ ผมเข้าใจว่าสมัยโน้นเครื่องแก้วจากยุโรปคงมาขายกันที่อาณานิคมดัชท์บนเกาะชวานี่ที่หนึ่ง เพราะซุนดาเกอลาปาเป็นเมืองท่า คนไทยยุคก่อนท่านจึงนึกว่าเป็นแก้วเมืองนี้เอง ที่จริงคงไม่ได้ผลิตที่นี่ แต่นำเข้าและส่งออกจากตรงนี้ไปเมืองไทยมากกว่า ส่วนชมพู่กะหลาป๋านั้นมาจากแถวๆ ซุนดาหรือเปล่าก็ไม่ทราบครับ