Skip to main content

ทำไม ถึง เรียกว่า ...
" วิกฤติเศรษฐกิจประชาธิปไตย"
พี่น้องเอ๋ย เป็นไปได้ยังไง?
ใครหนอทำให้เกิดวิกฤติ?
\\/--break--\>

เ ธ อ เห็นไหม น้องนกน้อยโบยบิน
ผกผินอยู่บนทุ่งฟ้างามสถิต
ด้วย มือแห่ง แ ม่ ธ ร ร ม ชา ติ นฤมิตร
ด ว ง จิ ต นกน้อยจึงโบกบิน

 

ก็ มิเห็น สรรพสัตว์ - สรรพสิ่งดิ้นทุรนทุราย
ขวนขวายหา เ ศ ร ษ ฐ กิ จ จนแดดิ้น
โ ล ก ชี วิ ต เ ธ อ เรียบง่าย ทำมาหากิน
อยู่อย่างเรียบง่ายชาชินกับโลกใบนี้

 

ทำไมคำว่า " ป ระ ชา ธิ ป ไ ต ย ? "
จึงต้องมี วิ ก ฤ ติ เลวร้ายในทุกที่
" ป ระ ชา ธิ ป ไ ต ย " จริงแท้ ย่อมเปรมปรีดิ์
แม่มมมมโคตรนี่วิกฤติ คนไร้หวัง

 

หวังอะไร ฝันอะไร หรือ น้องพี่?
มิมีดอก ฝันเพ้อ ฝันคลุ้มคลั่ง
เราก็รู้อยู่ว่าสังคมนี้ยังอยู่ยัง
ด้วย โครงสร้างสังคังอันเกลื่อนดาษดา

 

* " ฝันถึงวันที่ดีมีความหมาย
ก็เลือนรางห่างหายบ่มาหา
ฝัน ถึง ฟ้าดิน เทวดา
ก็ เปล่าดาย ตา ย ห่า ไปหมดแล้ว "

 

ยืน - นั่งนิ่ง ภายใต้ท้องฟ้ากว้าง
ดวงใจมิอ้างว้าง เพริศกล้าแกล้ว
รู้ อยู่ว่าโลกส่วนหนึ่งยังวาวแวว
ขบวนแถว เ พื่ อ น ม นุ ษ ย ชา ติ ยังเดินทาง!

 

" ป ระ ชา ธิ ป ไ ต ย " หากแกงกินมิได้
พี่น้องเอ๋ย เร่งเร็วไว โอบกอดกันเคียงข้าง
จั บ มื อ กั น มั่ น ไ ว้ ไ ม่ ละ วา ง
ช่วยสรรค์สร้าง " ป ระ ชา ธิ ป ไ ต ย ที่ กิ น ไ ด้ ใ ห้ เ ป็ น จ ริ ง" !!!

 

แ ส ง ดา ว   ศ รั ท ธา มั่ น
ฤดูพรรษา , 24 มิถุนายน 2552... ล้านนาอิสระ, เจียงใหม่.
รจนาเนื่องในไปร่วมงานสัมนารำลึกวันปฏิวัติศักดินาอมาตยาฯ
เมื่อ 24 มิถุนายน 2475

 

* บทกวีของอ้าย "ป ระ เ ส ริ ฐ  จั น ดำ" กวีประชาชนลูกทุ่งผู้กลับคืนสู่อ้อมอกแผ่นดินแม่ไปแล้ว!!!

 

 

 

 

บล็อกของ กวีประชาไท

กวีประชาไท
     เมื่อ ความมืด ปรากฏชัดสว่างจัดผลัดลับหายความหวังที่พร่างพรายก็หายวับไปกับตา
กวีประชาไท
                          ขอบคุณ สุเทพและทักษิณ                     ถึงเนวิน...ขอบคุณที่ซึ้ง                           ขอบคุณ จักรภพ..รำพึง                …
กวีประชาไท
  “พี่ ปุ๊ ... 'ร ง ค์  ว ง ษ์ ส ว ร ร ค์” ลือลั่นในทุกเรื่อง อารมณ์ขันอยู่ เนือง เนือง ปราชญ์เปลื่องในวิญญาณ์
กวีประชาไท
  0 คารวาอาลัยสวนผิรัญจวนแล้วจากร้างหนาวเนื้อแล้วเหลือลางไว้ลายสลักอักขรา ฯ
กวีประชาไท
“หรือโรฮิงยาไม่ใช่คน...” เป็นคำถามที่เจ็บปวดของชาวโรฮิงญาในไทยเอ่ยออกมาให้สื่อรับรู้ หลังจากพี่น้องของเขาต้องตากแดดลมฝนในเรือไม้ อาศัยลำเรือและคลื่นลมว่าจะพัดไปทางใด ชีวิตพวกเขาหนีมาจากรัฐอาระกันหนีจากความลำบาก อดอยากและถูกกลั่นแกล้งจากรัฐบาลทหารพม่ามาสารพัด ล่าสุด,กลสุลพม่าในฮ่องกง ได้แสดงความกักฬขะออกมาอย่างหน้าชื่นตาบานว่า“โรฮิงญาไม่ใช่คนพม่า คนเหล่านี้น่าเกลียดเหมือน ผีปอบ” ‘เรือไม้ ความจำนรรจ์ ดอกฝันโรฮิงยา’ ของ ‘วลัญชัย ทูนเปลว’ จึงถ่ายทอดออกมาเป็นบทกวีสะท้อนความรู้สึกเหล่านั้นออกมา ให้ชวนคิดต่อว่า ในท้ายสุด…
กวีประชาไท
 ฤดูกาลความรักหวนกลับมาอีกหน ทว่าหลายคนยังมีชีวิตจ่อมจมอยู่แล้งแห้ง ชีวิตไร้ชีวา หลายคนไขว่คว้าหาความสุข กลับค้นเจอกับทุกข์ หลายคนเสาะหารัก กลับพบเจอรักเสแสร้ง ลวงหลอก ล่องลอยมาแล้วพลัดหาย ‘กลับมาค้นหาความรักที่หล่นหาย' ของ ‘นาโก๊ะลี' พยายามบอกว่า ชีวิตจะงดงามได้ต้องมีความรักที่ต้องฟูมฟักทะนุถนอม  ภาพประกอบจาก graphicssoft.about.com/.../Red-Heart.htm
กวีประชาไท
   Photo by : phu_chiangdao  ลมโลมไล้เลื่อนร้าง            ยะเยือกหนาวล่วงระยิบเดือนดาว             จากฟ้าแดดเช้าส่องงามพราว         คายตื่นเหมือนหยดน้ำค้างหล้า        ร่วงไว้วันวัย ฯลฯเชิญหัวใจรับสัมผัส             จัดแย้มผลิละอองไหวเหมือนเผยดอกหมู่ไม้         ในเนื้อดินอันอาทร ฯเชิญโคลงกลอนร้อยรับ   …
กวีประชาไท
มาจากความปวดร้าวในคราวรัก เมื่อไหมถักป่านทอซอมซ่อค่า ขาดสะบั้นความหลังครั้งผ่านมา ทิ้งเพียงหยดน้ำตาพร่าเต็มเตียง   มาจากความอ่อนไหวในตัวตน ความสับสนโอบปีกเกินหลีกเลี่ยง ไร้แรงเรี่ยวกู่ก้องร้องสำเนียง หรุบปีกเอียงปรกหน้าอุราร้าว   มาจากความน้อยเนื้ออันเตี้ยต่ำ ที่จองจำจิตใจให้ย่นก้าว แหงนมองฟากฟ้านภาพราว ก็เจ็บปวดทุกคราวทุกดาวดวง   มาจากแพร่งชีวิตที่ผิดพลาด ลึกลงในรอยบาดที่ขาดห้วง ผสานแผลขื่นขมเล่ห์ลมลวง และจากความหนักหน่วงประดามี   มาจากความดีใจในชัยชนะ หรือความเสียสละในหน้าที่ ความภูมิใจ อิ่มเอม ความเปรมปรีดิ์ หยาดเพราะความยินดีที่เปี่ยมล้น  …
กวีประชาไท
ในนามของความดีและความจริงอย่าได้กริ่งเกรงการสัปประยุทธ์ใยลังเลจับอาวุธขึ้นมาเล่าสงครามเรียกร้องดวงใจเรามิรู้หน่ายจิตวิญญาณเราคือการโค่นล้มทำลาย!? ฟังสิเสียงแห่งมโธรรมสำนึกคำประกาศก้องแห่งยุคสมัยเราจงมาร่วมก่อสงครามกันเถิดสงคราม...เพื่อยุติ...สงคราม....ภราดรมีหรือสงครามครั้งสุดท้ายหรือมันมีแต่...สงครามครั้งนี้หรือมันเป็นแค่...สงครามครั้งก่อนหน้าหรือมันรอเพียง...สงครามครั้งต่อไปโอ้ชัยชนะของเราคือรอยยิ้มของสงครามเครือออน ฟ้อนฟ้า
กวีประชาไท
ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยกลไม่ได้ด้วยประชาชน ก็ต้องเอาด้วยศาลทั้งยังมีม็อบเส้นดันอันธพาลหลายสิบนักวิชาการภิบาลพร้อม นักธุรกิจคิดกันลงขันด้วยประสานอวยช่วยให้ชื่อไทยหอมมารุมทุบ ยุบ ๓ พรรค หักจนยอมทุกอย่างพร้อมเพื่อสวนสนามดูงามดี ก้มไปเถอะ ก้มหน้าไป ไทยทั้งชาติเมืองประหลาดอนาถสิ้นวิ่นศักดิ์ศรีเหลืออะไรให้ภูมิใจว่าไทยดีสิทธิ์ เสรี ที่มีมา ถูกคร่าลง จากวันนี้ คงจะมีมาตรฐานใหม่ไม่ถูกใจรัฐบาลไหนก็ไล่ส่งคนเลือกตั้งฟังแล้วอึ้งตะลึงงงเดินดิ่งปลงลงเข้าคลอง ๒ ธันวา ต้นจั่น๒ ธ.ค. ๕๑หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรครัฐบาลและพรรคร่วมฯ 
กวีประชาไท
มีเสื้อเหลืองไม่อยากใส่เสื้อสีเหลืองกลัวย่างเยื้องไปไหนใครก็ถามพันธมิตรหรืออย่างไร ใครก็ตามแบ่งนิยามความหมายท้าทายกัน มีเสื้อแดงก็ไม่อยากใส่สีแดงเดี๋ยวว่าแฝงความหมายคล้ายเยาะหยันเป็นแนวร่วมนปก.ขอยืนยันโอ้แสบสันต์ลูกกะตาข้าเหลือทน
กวีประชาไท
ที่มาภาพ :http://www.cablephet.com/board/images/news/t__1110880701.jpg