Skip to main content

 

๑ สหาย.....                           ไม่เคยกลัวตายไม่กลัวเสียสละ

ไม่มีแพ้แลชำนะ                                  ไม่เสียดายในจังหวะที่ผ่านเลย


๒ สหาย.....                           ผู้พลีกายละล่วงลงเปิดเผย

ผู้พลีชีพเพื่อชน ควรชมเชย                    เชิญถ้อยคำสิมาเอ่ยสดุดี

 

๓ สิบนิ้วนี้ต่างธูปและเทียนชัย     กูจักกราบนบไหว้ลงตรงนี้

บนแผ่นดินดงมูลปฐวี                            แผ่นดินที่กลบหน้าพร้อมธงแดง

 

๔ หลับเถิดวีรชนคนกล้า            เลือดที่ทาปฐพีนี้เหือดแห้ง

จงไปสู่สุคติตกเช้าแลง                          จงละวางหนแห่งสมรภพ

 

๕ สหาย.....                           ตายสักกี่พันชาติอย่ามาประสบ

โลกวันนี้แปรไปไม่เคยพบ                      ผิดเป็นชอบเกลื่อนกลบลงกลับกัน

 

๖ คนดีมีแต่จะหายหน้า              ไม่กล้าเกลือกกลั้วกลัวผกผัน

ผลแห่งการสู้รบและโรมรัน                      แท้ถูกชิงแบ่งปันประโยชน์ไป

 

๗ ร้อนรุ่มไปทั่วโลกมนุษย์คน      อับจนไปทั่วทีปไกลใกล้

คนกับคนกินกันจนบรรลัย                       วีรชนในหัวใจสลายลาง

 

๘ หลับเถิดวีรชนคนสู้                จงอย่ารับรู้ที่โรยร้าง

อุดมการณ์กลายเป็นสิ่งที่เปราะบาง           อุดมเกินจะกล่าวอ้างมาแอบอิง

 

๙ สหาย.....                            แม้นร่างจักมลายลงทิ้ง

กูจักเก็บกอบดูกมาช่วงชิง                       สถิตย์ยังสถูปนิ่งนิรันดร์ไป

 

๑๐ ดูกนี้คือนิ้วของนักรบ            ดูกนี้ดินกลบไม่ไกลใกล้

ดูกนี้จารึกประวัติศาสตร์ไทย                    ดูกนี้แทนหัวใจชาวประชา

 

๑๑ นิ้วที่เหนี่ยวไกปืนยืนหยัด        นิ้วของนักปฏิวัติคนกล้า

นิ้วที่ชี้ทิศไทยนำพา                                นิ้วที่นำทัพหน้าระชาชน

 

๑๒ หลับเถิดสหายจงหลับให้สนิท   เบื้องหน้าสารทิศยังสับสน

ส่งสหายสู่สุคติทุกทุกคน                           เราอยู่หลังจักทุกข์ทนเทวษไปฯ

 

                                                                สมคิด สิงสง
                                                                
สหายสุดเขตดงมูล 
                                                                ๘ มีนาคม ๒๕๕๒


"ประชาไท" ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานบุญบรรจุอัฐิ นักรบประชาชนเขตงานดงมูล ซึ่งได้จัดขึ้นเมื่อ ๘-๙ มีนาคม ๒๕๕๒ ณ อนุสรณ์สถานนักรบประชาชนดงมูล (เขตงาน ๖๖๖ ) วัดถ้ำไทรทอง บ้านไทรทอง ต.ดงมูล อ.หนองกุง ศรี กาฬสินธุ์ ในงานได้มีพิธีไว้อาลัยและพิธีแห่ "อัฐิสหายนักรบประชาชน" ไปบรรจุในอนุสรณ์สถานฯ

 

  

 

 

หนึ่งในผู้ร่วมงานที่ได้รับเกียรติขึ้นไปกล่าวรำลึกได้แก่ สมคิด สิงสง เจ้าของบทเพลงคนกับควาย ข้าวลาลาน และกวีบทนี้เป็นสิ่งที่เขากล่าวรำลึกถึงสหายผู้จากไป

 


 

อนุสรณ์สถานดงมูล

 

(ขอบคุณภาพบางส่วนจาก คุณโอบอ้อม หอมจันทร์ หนึ่งในผู้ร่วมงาน)

 

 

บล็อกของ กวีประชาไท

กวีประชาไท
     เมื่อ ความมืด ปรากฏชัดสว่างจัดผลัดลับหายความหวังที่พร่างพรายก็หายวับไปกับตา
กวีประชาไท
                          ขอบคุณ สุเทพและทักษิณ                     ถึงเนวิน...ขอบคุณที่ซึ้ง                           ขอบคุณ จักรภพ..รำพึง                …
กวีประชาไท
  “พี่ ปุ๊ ... 'ร ง ค์  ว ง ษ์ ส ว ร ร ค์” ลือลั่นในทุกเรื่อง อารมณ์ขันอยู่ เนือง เนือง ปราชญ์เปลื่องในวิญญาณ์
กวีประชาไท
  0 คารวาอาลัยสวนผิรัญจวนแล้วจากร้างหนาวเนื้อแล้วเหลือลางไว้ลายสลักอักขรา ฯ
กวีประชาไท
“หรือโรฮิงยาไม่ใช่คน...” เป็นคำถามที่เจ็บปวดของชาวโรฮิงญาในไทยเอ่ยออกมาให้สื่อรับรู้ หลังจากพี่น้องของเขาต้องตากแดดลมฝนในเรือไม้ อาศัยลำเรือและคลื่นลมว่าจะพัดไปทางใด ชีวิตพวกเขาหนีมาจากรัฐอาระกันหนีจากความลำบาก อดอยากและถูกกลั่นแกล้งจากรัฐบาลทหารพม่ามาสารพัด ล่าสุด,กลสุลพม่าในฮ่องกง ได้แสดงความกักฬขะออกมาอย่างหน้าชื่นตาบานว่า“โรฮิงญาไม่ใช่คนพม่า คนเหล่านี้น่าเกลียดเหมือน ผีปอบ” ‘เรือไม้ ความจำนรรจ์ ดอกฝันโรฮิงยา’ ของ ‘วลัญชัย ทูนเปลว’ จึงถ่ายทอดออกมาเป็นบทกวีสะท้อนความรู้สึกเหล่านั้นออกมา ให้ชวนคิดต่อว่า ในท้ายสุด…
กวีประชาไท
 ฤดูกาลความรักหวนกลับมาอีกหน ทว่าหลายคนยังมีชีวิตจ่อมจมอยู่แล้งแห้ง ชีวิตไร้ชีวา หลายคนไขว่คว้าหาความสุข กลับค้นเจอกับทุกข์ หลายคนเสาะหารัก กลับพบเจอรักเสแสร้ง ลวงหลอก ล่องลอยมาแล้วพลัดหาย ‘กลับมาค้นหาความรักที่หล่นหาย' ของ ‘นาโก๊ะลี' พยายามบอกว่า ชีวิตจะงดงามได้ต้องมีความรักที่ต้องฟูมฟักทะนุถนอม  ภาพประกอบจาก graphicssoft.about.com/.../Red-Heart.htm
กวีประชาไท
   Photo by : phu_chiangdao  ลมโลมไล้เลื่อนร้าง            ยะเยือกหนาวล่วงระยิบเดือนดาว             จากฟ้าแดดเช้าส่องงามพราว         คายตื่นเหมือนหยดน้ำค้างหล้า        ร่วงไว้วันวัย ฯลฯเชิญหัวใจรับสัมผัส             จัดแย้มผลิละอองไหวเหมือนเผยดอกหมู่ไม้         ในเนื้อดินอันอาทร ฯเชิญโคลงกลอนร้อยรับ   …
กวีประชาไท
มาจากความปวดร้าวในคราวรัก เมื่อไหมถักป่านทอซอมซ่อค่า ขาดสะบั้นความหลังครั้งผ่านมา ทิ้งเพียงหยดน้ำตาพร่าเต็มเตียง   มาจากความอ่อนไหวในตัวตน ความสับสนโอบปีกเกินหลีกเลี่ยง ไร้แรงเรี่ยวกู่ก้องร้องสำเนียง หรุบปีกเอียงปรกหน้าอุราร้าว   มาจากความน้อยเนื้ออันเตี้ยต่ำ ที่จองจำจิตใจให้ย่นก้าว แหงนมองฟากฟ้านภาพราว ก็เจ็บปวดทุกคราวทุกดาวดวง   มาจากแพร่งชีวิตที่ผิดพลาด ลึกลงในรอยบาดที่ขาดห้วง ผสานแผลขื่นขมเล่ห์ลมลวง และจากความหนักหน่วงประดามี   มาจากความดีใจในชัยชนะ หรือความเสียสละในหน้าที่ ความภูมิใจ อิ่มเอม ความเปรมปรีดิ์ หยาดเพราะความยินดีที่เปี่ยมล้น  …
กวีประชาไท
ในนามของความดีและความจริงอย่าได้กริ่งเกรงการสัปประยุทธ์ใยลังเลจับอาวุธขึ้นมาเล่าสงครามเรียกร้องดวงใจเรามิรู้หน่ายจิตวิญญาณเราคือการโค่นล้มทำลาย!? ฟังสิเสียงแห่งมโธรรมสำนึกคำประกาศก้องแห่งยุคสมัยเราจงมาร่วมก่อสงครามกันเถิดสงคราม...เพื่อยุติ...สงคราม....ภราดรมีหรือสงครามครั้งสุดท้ายหรือมันมีแต่...สงครามครั้งนี้หรือมันเป็นแค่...สงครามครั้งก่อนหน้าหรือมันรอเพียง...สงครามครั้งต่อไปโอ้ชัยชนะของเราคือรอยยิ้มของสงครามเครือออน ฟ้อนฟ้า
กวีประชาไท
ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยกลไม่ได้ด้วยประชาชน ก็ต้องเอาด้วยศาลทั้งยังมีม็อบเส้นดันอันธพาลหลายสิบนักวิชาการภิบาลพร้อม นักธุรกิจคิดกันลงขันด้วยประสานอวยช่วยให้ชื่อไทยหอมมารุมทุบ ยุบ ๓ พรรค หักจนยอมทุกอย่างพร้อมเพื่อสวนสนามดูงามดี ก้มไปเถอะ ก้มหน้าไป ไทยทั้งชาติเมืองประหลาดอนาถสิ้นวิ่นศักดิ์ศรีเหลืออะไรให้ภูมิใจว่าไทยดีสิทธิ์ เสรี ที่มีมา ถูกคร่าลง จากวันนี้ คงจะมีมาตรฐานใหม่ไม่ถูกใจรัฐบาลไหนก็ไล่ส่งคนเลือกตั้งฟังแล้วอึ้งตะลึงงงเดินดิ่งปลงลงเข้าคลอง ๒ ธันวา ต้นจั่น๒ ธ.ค. ๕๑หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรครัฐบาลและพรรคร่วมฯ 
กวีประชาไท
มีเสื้อเหลืองไม่อยากใส่เสื้อสีเหลืองกลัวย่างเยื้องไปไหนใครก็ถามพันธมิตรหรืออย่างไร ใครก็ตามแบ่งนิยามความหมายท้าทายกัน มีเสื้อแดงก็ไม่อยากใส่สีแดงเดี๋ยวว่าแฝงความหมายคล้ายเยาะหยันเป็นแนวร่วมนปก.ขอยืนยันโอ้แสบสันต์ลูกกะตาข้าเหลือทน
กวีประชาไท
ที่มาภาพ :http://www.cablephet.com/board/images/news/t__1110880701.jpg