Skip to main content


ลมหนาวพัดข้ามยอดเขามา ตอซังข้าวลู่ลงแนบพื้นดิน น้ำในแม่น้ำหมันแห้งขอดลงตามฤดูกาล ถัดจากแม่น้ำขึ้นไปเป็นภูเขา แม่น้ำหมันมีต้นกำเนิดจากภูโลมโลอันเป็นเทือกเขาของเทืือกเขาเพชรบูรณ์ สายน้ำเล็กๆ ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของคนอำเภอด่านซ้ายไหลเอื่อยช้าคล้ายคนเพิ่งหายจากการป่วยไข้


แม่น้ำหมันช่วงที่ไหลผ่านอำเภอด่านซ้ายไปจนถึงบ้านปากหมัน ตรงที่แม่น้ำหมันเดินทางไปบรรจบกับแม่น้ำเหืองมีความยาวทั้งสิ้น ๖๖ กิโลเมตร ตลอดริมสองฝั่งแม่น้ำจะมีต้นไผ่จำนวนมากขึ้นอยู่เป็นระยะ ต้นไผ่-แม่น้ำหมัน-คนริมฝั่งน้ำมีความสำคัญต่อกันจนแยกขาดจากกันไม่ได้


คนริมแม่น้ำหมันในอำเภอด่านซ้ายเล่าให้ฟังว่า แม่น้ำหมันในช่วงหน้าแล้งกับหน้าฝนจะต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในหน้าฝนน้ำจากแม่น้ำจะไหลเอ่อเข้าท่วมไร่นา บ้านเรือนทั้งสองฝั่งแม่น้ำ แต่ในช่วงหน้าแล้งน้ำในแม่น้ำจะเหือดลง ถึงอย่างไรก็ตามแม้น้ำจะเหือดลง แต่ชาวบ้านส่วนหนึ่งก็ได้อาศัยน้ำในแม่น้ำทำนาปรัง เพราะในช่วงหน้าฝนน้ำท่วม ผลผลิตที่ได้จึงน้อย การทำนาปรังในช่วงหน้าแล้งจึงมีผลผลิตที่มาชดเชยในฤดูการทำนาปกติ แน่ละ การทำนาปรัง น้ำย่อมมีส่วนสำคัญอย่างมาก แต่น้ำที่ชาวนาในเขตอำเภอด่านซ้ายผันเข้านานั้นมาจากที่ไหน คำถามถูกเฉลยออกมา เมื่อเราเดินทางออกจากอำเภอด่านซ้ายมุ่งหน้าสู่อำเภอท่าลี่


จากข้อมูลที่เพื่อนร่วมทางได้มาทำให้คำถามนี้กระจ่างขึ้น น้ำที่ชาวนาในเขตอำเภอด่านซ้ายผันเข้านามาจากน้ำในแม่น้ำหมันนั่นเอง แล้วชาวนาผันน้ำจากแม่น้ำขึ้นมาได้ยังไงนั่นเป็นอีกหนึ่งคำถามที่ตามมา


หลังรถวิ่งเรื่อยไปบนถนน เราก็ได้พบคำตอบของคำถามเมื่อมองเห็นชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่อยู่ริมแม่น้ำ ภายหลังที่รถจอดสงบนิ่งริมข้างทาง ผู้โดยสารทยอยลงจากรถมุ่งหน้าที่สู่ริมฝั่งแม่น้ำ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ชิงช้าสวรรค์ในแม่น้ำ เมื่อไปถึงความจริงของการจัดการน้ำจึงกระจ่างแจ้งขึ้นเป็นลำดับ

 

 

ชาวนาที่ทำนาปรังและนาปีอาศัยผันน้ำจากแม่น้ำหมันโดยวิธีการตามภูมิปัญญาชาวนาคือใช้ระหัดวิดน้ำเข้านาหรือที่คนท้องถิ่นในเขตอำเภอด่านซ้ายเรียกว่า ‘พัด’ การผันน้ำเข้ามาโดยวิธีการใช้พัด ชาวนาเรียกว่า ‘การพัดน้ำ’ การพัดน้ำเป็นภูมิปัญญาในการจัดการน้ำมาแต่โบราณกาล โดยอาศัยธรรมชาติจากการไหลของสายน้ำมาใช้ให้เกิดประโยชน์


ส่วนประกอบต่างๆ ของพัดประกอบด้วยขาธนู กงล้อ ใบพัด บั้ง หรือกระบอกตักน้ำ ฮางรินหรือรางสำหรับให้น้ำไหลไปสู่นา ในประเทศไทยระหัดวิดน้ำมีชื่อเรียกต่างๆ กันไป ทางภาคเหนือเรียกว่า ‘หลุก’ ทางภาคกลาง และภาคอีสานเรียกว่า ‘กังหันวิดน้ำ’ หรือ ‘ระหัดวิดน้ำ’ ขณะที่ชาวนาในแถบแม่น้ำหมันอำเภอด่านซ้ายเรียกว่า ‘พัดหรือพัดน้ำ’


การทำพัดจะเริ่มขึ้นในช่วงเดือน ๖ (พฤษภาคม) การทำพัดชาวนาเรียกว่า ‘การตีพัด’ ก่อนการตีพัดแต่ละครั้ง ชาวนาจะเดินทางขึ้นภูเขา เพื่อหาไม้เนื้อแข็งมาทำขาธนู หลังจากนั้นก็จะตัดไม้ไผ่ที่เกิดขึ้นตามริมฝั่งแม่น้ำหมันมาทำเป็นส่วนประกอบต่างๆ ของพัด เช่น ใบพัด บั้งตักน้ำ ฮางรินเป็นต้น


หลังได้วัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดมาแล้ว ชาวนาก็จะลงมือประกอบพัดโดยการตัดไม้ไผ่จำนวนมากกั้นเป็นฝายในแม่น้ำ และปล่อยช่องให้น้ำไหลออกหนึ่งช่อง สาเหตุที่ต้องกั้นน้ำเป็นฝายนั้นก็เพื่อบังคับทิศทางการไหลของน้ำให้แคบลง เมื่อน้ำมีทิศทางการไหลแคบลง น้ำก็จะไหลแรงขึ้น หลังกั้นฝายเสร็จก็เริ่มการสร้างกงล้อขนาดใหญ่คล้ายกับชิงช้าสวรรค์ขึ้นในทางน้ำที่เว้นช่องไว้ จากนั้นก็มัดบั้งติดกับกงล้อ และต่อเชื่อมฮางรินรองรับน้ำที่ถูกเทลงจากบั้ง น้ำจากฮางรินก็จะไหลเข้าไปตามพื้นที่ต่างๆ ในผืนนา


ส่วนประกอบของพัดน้ำเกือบทั้งหมดทำขึ้นจากไม้ไผ่ การตีพัดแต่ละครั้งก็จะใช้ไม้ไผ่ใหม่ทั้งหมด ยกเว้นเพลาหรือดุมแกนกลางของพัดที่ทำจากไม้เนื้อแข็ง ดุมจะใช้อันเก่าไปเรื่อยๆ จนกว่าจะผุพัง การใช้พัดจะใช้ปีต่อปี เมื่อเสร็จหน้านา น้ำเหือดลงก็จะเลิกใช้ พอถึงหน้านาใหม่ก็มาตีพัดใหม่ แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับบางพื้นที่ ชาวนาที่ทำนาปรังบางแปลงก็ยังใช้พัดในหน้าแล้งอยู่เช่นที่บ้านนาดี เจ้าของนาผู้เป็นเจ้าของพัดยังอาศัยน้ำจากพัดเข้านาเพื่อใหน้ำกับข้าวนาปรัง เทคนิคในการทำพัดจะอยู่ที่ต้องตั้งกลง้อด้านหนึ่งให้เอียง เพื่อให้น้ำจากบั้งสามารถถ่ายเทลงมายังฮางรินได้


ปัจจุบันตลอดระยะทาง ๖๖ กิโลเมตรของลำน้ำหมันจากด่านซ้ายถึงปากหมัน ชาวบ้านยังใช้พัดผันน้ำเข้านาประมาณคร่าวๆ ราว ๑๐๐ ตัว และแนวโน้นในอนาคต จำนวนพัดก็เริ่มลดลงเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งมาจากเครื่องสูบน้ำเข้ามาแทนที่ของพัด และบางส่วนก็มากจากความตื้นเขินของแม่น้ำจนไม่สามารถที่จะทำพัดได้ พัดจะทำงานได้ดีในช่วงหน้าฝน ส่วนในหน้าแล้งพัดก็ไม่ได้ใช้งาน


หากมองต่างมุมออกไป การจัดการน้ำตามวิธีการโบราณเช่นนี้มักได้รับการปฏิเสธจากหน่วยงานของทางราชการทั้งในระดับล่างสุดจนถึงระดับประเทศ สาเหตุคงเพราะการผันน้ำเข้านาโดยการใช้พัดนั้นเป็นสิทธิแบบปัจเจกที่ชาวบ้านผู้มีนาอยู่ติดน้ำเป็นเจ้าของพื้นที่ในการทำ และอีกสาเหตุหนึ่งการทำพัดไม่ได้ใช้งบของทางราชการ หากทำฝายแล้วทำคลองส่งน้ำ หน่วยงานราชการก็จะได้ประโยชน์จากโครงการอยู่บ้างไม่มากก็น้อย


ในอนาคตคงบอกได้ว่า การทำชิงช้าสวรรค์ผันน้ำเข้านาของชาวนาในลุ่มแม่น้ำหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยคงลดน้อยถอยลงไป ซึ่งการลดลงก็มาจากหลายสาเหตุ และแน่ละหนึ่งในนั้นย่อมมีการพูดถึงมายาคติเรื่องการทำพัดทำให้เกิดน้ำท่วม และแม่น้ำตื้นเขิน แต่ความจริงคงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะการทำพัดในช่วงหน้าฝนน้ำจะท่วมตลิ่งเป็นปกติอยู่แล้ว และส่วนหนึ่งสาเหุตที่น้ำท่วมก็มาจากทั้งสองข้างของแม่น้ำหมันเป็นภูเขา แม่น้ำหมันจึงเป็นพื้นที่รับน้ำที่สำคัญ


อีกอย่างหนึ่ง ตัวพัดไม่ได้ตั้งขวางแม่น้ำ แต่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ความตื้นเขินที่เกิดขึ้นหาได้เป็นความตื้นเขินของแม่น้ำไม่ แต่เป้นความตื้นเขินของหน่วยงานราชการมากกว่าที่พยายามหยัดเยียดความเป็นผู้ร้ายให้กับองค์ความรู้ของชาวนา



จากมายาคติดังกล่าวจึงนำไปสู่ทิศทางในการทำร้ายองค์ความรู้ในการจัดการน้ำของชาวนาในระยะยาว และแน่นอนที่สุด การทำลายองค์ความรู้ของชาวนาจะทำลายจนหมดสิ้นได้ก็คือการสร้างองค์ความรู้ใหม่ขึ้นมา องค์ความรู้ใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมา คือการผันน้ำเข้านาโดยใช้เครื่องสูบน้ำรวมทั้งการทำฝายแล้วทำคลองส่งน้ำ และแน่ละหลังการทำคอลงส่งน้ำ ชาวนาย่อมได้ใช้น้ำฟรีในช่วงแรก แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ พรบ
.น้ำออกมา ชาวนาจะต้องจ่ายค่าน้ำเพิ่มนอกเหนือจากการจ่ายค่าปุ๋ย และค่ายาฆ่าแมลง


ลมหนาวที่มากับฤดูแล้งพัดแบ่วเบา พอๆ กับพัดตัวสุดท้ายที่บ้านนาดีหลังเสร็จหน้านายังทำงานท่ามกลางลมหนาวเหนือริมน้ำหมันอย่างแบ่วเบาเช่นกัน อีกนานไหมที่องค์ความรู้ของชาวนาในเรื่องการจัดการน้ำโดยการสร้างพัดจะหายไป คำตอบอยู่ที่ชาวนาเอง หากเมื่อใดก็ตามที่ชาวนายังคงแข็งขืนต่อระบบการจัดการน้ำของรัฐได้ ตราบนั้นพัดก็ยังคงหมุนอยู่เช่นเดิม แม้จะลดน้อยลงไปตามกาลเวลาก็ตามที...

 

 

บล็อกของ สุมาตร ภูลายยาว

สุมาตร ภูลายยาว
  ผมได้รู้ข่าวว่าไฟฟ้าที่บ้านดับก็ตอนอยู่บนดอยบ้านห้วยคุ ข่าวสารที่ส่งมาบอกเพียงว่า หลังจากผมและเธอออกจากบ้านมาได้ ๒ วันหลอดไฟที่อยู่ข้างนอกก็ดับลง ทั้งที่มันเพิ่งได้รับการติดตั้ง คนส่งสารยังบอกอีกว่า เขาได้ไปดูที่มิเตอร์ไฟฟ้าของบ้านแล้วปรากฏว่า สายไฟที่ต่อกับมิเตอร์ถูกดึงออกด้วยมือนิรนาม เมื่อสนทนากันอยู่นานสองนาน คนส่งสารผู้ใจดีก็บอกหมายเลขโทรศัพท์ของการไฟฟ้า หลังผู้แจ้งสารหมดสิ้นหน้าที่ ต่อไปจากนี้คงเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องดำเนินการต่อ ผมและเธอเรามองหน้ากัน ต่างคนต่างตั้งคำถามในใจ เกิดอะไรขึ้นกับบ้านที่เราเช่าอยู่มาเกือบครึ่งปี? ผมถามเธอก่อนหลังความเงียบมาเยือนเราสองคนได้ไม่นาน"นั่นสิ…
สุมาตร ภูลายยาว
บนเทือกเขาสูงอันไกลโพ้นในดินแดนที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหลังคาโลก บนเทือกเขาสูงกว่า ๕,๐๐๐ ฟุตจากระดับน้ำทะเลถูกปกคลุมด้วยหิมะเย็นจัด หลังการปกคลุมของหิมะ หลายร้อยหลายพันปี เมื่อความร้อนชื้นของอากาศมาเยือน หิมะจึงถูกหลอมละลายจนก่อเกิดเป็นต้นธารของแม่น้ำอันยิ่งใหญ่สายหนึ่งของโลก ในตอนบน แม่น้ำสีเขียวมรกตอันเกิดจากการละลายของหิมะสายนี้อุดมไปด้วยความหนาวเย็น แม่น้ำได้ไหลจากต้นกำเนิดบนที่สูงลงสู่ด้านต่ำตามกฏแรงโน้นถ่วงของโลกผ่านซอกหุบเขาอันสลับซับซ้อน ผ่านผืนแผ่นดินอันอุดมไปด้วยความแตกต่างทางสังคม วัฒนธรรม และลัทธิการเมืองการปกครอง ทุกพื้นที่ที่แม่น้ำไหลผ่าน…
สุมาตร ภูลายยาว
[๑]เมษายน ๒๕๔๗...แสงแดดใกล้ลับขอบฟ้า คนหาปลาบางกลุ่มกำลังเตรียมตัวเอาเรือเข้าฝั่ง เพื่อกลับคืนสู่บ้านผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการหาปลามาตลอดทั้งวัน การหาปลาเป็นกิจวัตรปกติของคนริมฝั่งแม่น้ำโขงมาเนิ่นนาน แต่ในยามเย็นวันนี้ไม่เป็นเหมือนยามเย็นของวันอื่นๆ ที่ผ่านมา ช่วงนี้ริมฝั่งแม่น้ำโขงคึกคักเป็นพิเศษ เพราะข่าวการเดินทางมาของปลาบึก ปลาใหญ่ที่คนหาปลาขนานนามให้ว่า ‘ปลาเทพเจ้าแห่งลำน้ำโขง’ พี่รงค์ จินะราช คนหาปลาบ้านหาดไคร้ได้เอาเรือออกไปไหลมองในแม่น้ำโขงบริเวณดอนแวงตามปกติ มองที่ไหลไปตามกระแสน้ำเป็นมองขนาดเล็ก พอมองไหลไปปะทะกับสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ ชั่วพริบตานั้นฟองอากาศขนาดใหญ่ก็เกิดขึ้นบนผิวน้ำ…
สุมาตร ภูลายยาว
เสียงผู้คนส่งเสียงเชียร์เรือยาวในแม่น้ำดังไปทั่วริมฝั่ง งานแข่งเรือเริ่มขึ้นในวันสาขารล่อง--ประมาณวันที่ ๑๔ เมษายน เบื้องล่างเหนือสายน้ำ เรือ ๒ ลำกำลังขับเคี่ยวกันอย่างหนัก ไม่นานนักเรือที่มีฝีพายใส่เสื้อสีแดงก็ทะยานเข้าเส้นชัยหลังเรือลำนั้นเข้าเส้นชัยแล้ว การแข่งเรือรอบคัดเลือกจึงสิ้นสุดลง พรุ่งนี้จะเป็นวันตัดสินว่า เรือของคุ้มบ้านไหน จะได้ลอยลำเฉิดฉายเข้าเส้นชัย เสียงเพลงเฉลิมฉลองทั้งปราชัย และมีชัยดังมาเป็นระยะ เมื่อผู้คนเริ่มทยอยกลับบ้าน ชายชราก็ลุกจากเสื่อที่ปูนั่ง และเดินออกมาจากริมน้ำคืนสู่บ้าน ก่อนจะเดินมาถึงบันไดทางขึ้นวัด ชายชราก็ก็หยุดคุยกับใครบางคนตรงเชิงบันได“เด็กบ้านเรามันไม่สู้…
สุมาตร ภูลายยาว
ตะวันสายแดดส่องฟ้า เรือหาปลากับชายชรากำลังเดินทางออกจากท่า เพื่อหาปลาอีกครั้ง ในแสงแดดยามสาย ชายชรากำลังสลัดคราบไคร้ที่เกาะติดเบ็ดออก เพื่อทำความสะอาดให้มันกลับมาพร้อมใช้งานอีกครั้งสายน้ำลดระดับลงอีกครั้งหลังโถมถั่งในหน้าฝน สายน้ำเชี่ยวกรากกลับกลายเป็นแผ่วเบา และลดความเกรี้ยวกราดลง วันนี้ไม่แตกต่างจากหลายวันในช่วงเริ่มต้นฤดูหนาว ชายชรายังคงดำเนินชีวิตไปตามปกติในครรลองของคนกับเรือเหนือสายน้ำอันกล่าวได้ว่าคือสายชีวิตของชายชราด้วยสายลมแห่งเดือนมกราคมพัดมาเยือกเย็น ริมฝั่งน้ำตรงกระท่อมหาปลา ชายชรานั่งเงียบงันอยู่ข้างกองไฟ ๒ วันมาแล้วยังหาปลาไม่ได้ ช่วงนี้จึงมีเพียงกุ้งติดฟดริมฝั่งน้ำเท่านั้น…
สุมาตร ภูลายยาว
หลังจากวันแรกจนถึงวันนี้ ผมลองนับเดือน นับปีดูแล้ว ผมมาอยู่เมืองชายแดนริมแม่น้ำแห่งนี้ ล่วงเข้าไป ๕ ปีแล้ว ใน ๕ ปีของการใช้ชีวิต แน่ล่ะย่อมแตกต่างจาก ๗๖ ปีของชายชราอย่างสิ้นเชิง แต่สิ่งที่ผมได้เห็นไม่ต่างกับชายชราเลยแม้แต่น้อยแม้จะนานกี่ชั่วอายุคน ผู้คนริมฝั่งน้ำยังคงพึ่งพาแม่น้ำสายนี้ในด้านต่างๆ อยู่เช่นเดิม คนหาปลายังคงหาปลา แม้ว่าจะได้ปลาน้อยลงก็ตามที คนขับเรือรับจ้างก็ยังคงขับเรืออยู่เช่นเดิม แม้ว่าจะมีข่าวการเกิดขึ้นของสะพานข้ามแม่น้ำก็ตามที คนแบกของตรงท่าเรือก็ยังคงทำหน้าที่แข็งขันกว่าเดิม แม้จะแบกของได้น้อยลง…
สุมาตร ภูลายยาว
ในยามเย็น หลังแสงตะเกียงสว่างขึ้น ความสว่างของแสงไฟตะเกียงก็ตัดกับท้องฟ้ามืดครึ้มไร้ดวงดาวแต้มขอบฟ้า ดูเหมือนว่ายามนี้สายฝนต้นฤดูมาถึงแล้ว ในที่ไกลออกไปฟ้าแลบแปลบปลาบ ทุกครั้งที่ฟ้าแลบ ความสว่างที่เกิดขึ้นเพียงสั้นๆ ทำให้ฟ้าสีดำดูน่ากลัว ไม่นานนักหลังฟ้าร้องเข้ามาใกล้ สายฝนปานฟ้ารั่วก็โถมถั่งลงมายามนี้ปลาหลายชนิดอพยพขึ้นเหนือ เพื่อวางไข่ จะเหลือเพียงปลาบางชนิดเท่านั้นอพยพขึ้นมาช่วงน้ำลด ในช่วงนี้ คนหาปลาไหลมองก็จะเริ่มยุติการหาปลาลง เพราะน้ำในแม่น้ำเป็นน้ำใหญ่หาปลาลำบาก ช่วงน้ำใหญ่นี่เองถือว่าธรรมชาติได้จัดการมนุษย์…
สุมาตร ภูลายยาว
หลังกลับมาถึงบ้าน ผมหวนคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่แกเล่าให้ฟัง ห้วงอารมณ์นั้น ผมคิดถึงหนังสือเล่มหนึ่ง หนังสือเล่มนี้เล่าถึงการรอนแรมออกทะเล เพื่อตกปลาของชายแก่คนหนึ่ง การเดินทางออกทะเลของชายชราในหนังสืออาจแตกต่างกับการเดินทางออกสู่แม่น้ำของชายชราแห่งโลกของความจริงอยู่บ้าง แต่ในวิถีของชายเฒ่าทั้งสองคน มีเรื่องราวทั้งเหมือน ทั้งแตกต่างรวมอยู่ด้วยกัน การเดินทางไปสู่วิถีของการเป็นนักล่าของชายทั้งสองอาจจะไม่ต่างกันมากนักในการกระทำ แต่เป้าหมายในการออกเรือ เพื่อเป็นนักล่าของชายทั้งสองอาจแตกต่างกัน คนหนึ่งออกเรือไปล่าเพื่อความสุขตามคิดความเชื่อของตัวเอง แต่อีกคนหนึ่ง…
สุมาตร ภูลายยาว
แสงแดดยามบ่ายคลี่ม่านกระจายโอบไล้ยอดไม้ แรงลมพัดยอดไม้เอนไหว ดอกไม้ป่าสีขาวของฤดูฝนกำลังร่วงหล่นลงพื้นดิน แม้ว่าดอกไม้จะจากไป แต่ธรรมชาติก็ได้มอบความเขียวชะอุ่มของผืนป่ามาทดแทนเช่นกันยามบ่ายขณะหลายคนยังวุ่นอยู่กับงาน ผมเดินเตร็ดเตร่ตามถนนมาถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง หลังอ่านป้ายก็รู้ว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านของชายชรา ผมมองหาเจ้าของบ้านอยู่นอกรั้วในใจยังหวั่นอยู่ว่าจะได้พบเจ้าของบ้านหรือเปล่า เมื่อมองดูอยู่ครู่หนึ่ง ผมก็เห็นชายชราผู้เป็นเจ้าของบ้านกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับกองไม้ไผ่ข้างห้องครัวผมร้องเรียกชายชราอยู่นอกรั้ว เมื่อได้ยินเสียงเรียก แกก็เงยหน้าขึ้นมาดู และเรียกผมเข้ามาในบ้าน…
สุมาตร ภูลายยาว
หลังกลับมาจากเมืองริมแม่น้ำในครั้งนั้น ไม่นานผมก็เดินทางมาเมืองริมแม่น้ำอีกครั้งพร้อมกับความทรงจำเมื่อ ๒ เดือนก่อน...ความทรงจำเมื่อ ๒ เดือนก่อนเกิดขึ้นบนแม่น้ำสายนี้ ผมจำได้ว่าช่วงนั้นเป็นฤดูฝน น้ำปริ่มฝั่งหมุนวนน่ากลัว ผมได้พบชายชราอีกครั้งหลังจากไม่ได้พบกันนาน ชายชรานั่งอยู่บนเรืออีกลำหนึ่ง ซึ่งวิ่งสวนทางกับเรือที่ผมโดยสารมา เมือเรือวิ่งสวนทางก็ได้ยินเสียงทักทายของคนขับเรือทั้งสอง แม้ว่าจะฟังสำเนียงการสนทนาไม่รู้เรื่องทั้งหมด แต่ก็พอจับใจความได้ว่าคนขับเรือทั้งสองคุยกันเรื่องอะไร บนนาวาชีวิตกลางสายน้ำของชะตากรรม…
สุมาตร ภูลายยาว
สายโขงยังตัดไม่ขาด สายสวาทตัดขาดอย่างไรตัดบัวก็ยังไว้ใย ตัดน้ำใจยังมีเมตตาค่อยอิง ค่อยอาศัยกัน เอาไว้รักกันในวันข้างหน้ามาเถิด มาเถิดแก้วตา รำวงดีกว่าร่าเริงหัวใจ รำวงดีว่าร่าเริงหัวใจ....เสียงเพลงแหบพร่าลอยตามสายลมไกลออกไป จนเงียบหายไปกับโค้งขอบฟ้ากลางคืน นานครั้งชายชราจะร้องเพลง แต่บทเพลงที่ชอบร้องสม่ำเสมอคือเพลงนี้ ค่ำคืนนี้อากาศหนาวเย็นลง ชายชราจึงก่อกองไฟ เพื่อผ่อนเบาความหนาว เนิ่นนานที่กองไฟสว่างไสว แต่เมื่อฟืนที่กองสุมไว้ในตอนเย็นใกล้หมด แสงไฟก็สลัวลง เปลวไฟมีอยู่น้อยนิดเหมือนจะมอดดับลงทุกครั้งยามสายลมพัดเข้ามา พอสายลมพัดผ่านไป แสงไฟก็สว่างขึ้นมา หลังแสงไฟสว่าง…
สุมาตร ภูลายยาว
ภาพของชายชราวัย ๗๕ ปี กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่บริเวณระเบียงกระท่อมแจ่มชัดขึ้นเมื่อเข้าไปใกล้ กุ้งสีชมพูขนาดนิ้วก้อยหลายสิบตัวนอนนิ่งอยู่ในจานเบื้องหน้าของชายชรา ถัดจากจานกุ้งไปเป็นถ้วยน้ำพริกปลาร้าที่กินเหลือจากเมื่อวานรายการอาหารที่กล่าวมาทั้งหมดคืออาหารมื้อเย็นสำหรับชายชรา     ลูกแมวสองตัว ตัวหนึ่งสีน้ำตาล ตัวหนึ่งสีขาว หมอบคลอเคลียอยู่ด้านข้าง นานครั้งมันจะเดินมาหยอกล้อเล่นกัน พอหยอกล้อกันจนหนำใจมันก็กลับไปนอนนิ่งอยู่ที่เดิม บนท้องฟ้าอาทิตย์อัสดงลงไปไม่นานนัก ท้องฟ้าที่เคยกระจ่างเป็นสีฟ้าเริ่มกลายเป็นสีดำหลังจากอิ่มหนำสำราญ…