Skip to main content

บันทึกในค่ำคืนที่เปลี่ยนผ่านกับนิทรรศการที่ไม่ได้จัด

 

สายฝนของเดือนกันยายนโปรยสายลงมาทั้งวัน เราออกเดินทางจากเชียงของมาแต่ตอนเช้าด้วยรถคันเล็ก บนกระบะทางตอนท้ายบรรทุกเอกสารต่างๆ รวมทั้งนิทรรศการมาเต็ม รถต้องจดหลายครั้ง เพื่อห่มผ้ายางกันฝนให้ของบนกระบะรถ เราผ่านมากว่าครึ่งทาง ฝนยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก ซ้ำร้ายยังตกลงมาหนักกว่าเดิม รถวิ่งทำความเร็วได้ไม่มากนัก ทั้งที่ความเป็นจริงแม้ฝนจะไม่ตก มันก็ไม่เคยวิ่งได้เร็วกว่าที่วิ่งอยู่เท่าใดนัก

\\/--break--\>
เมื่อใกล้เมืองเชียงรายเข้าไปทุกที สายฝนก็โปรยสายลงมาบางเบา ฟ้าเบื้องบนยังอึมครึม เราเริ่มหวั่นใจว่า งานที่เราคาดหัวงว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของมันในวันพรุ่งนี้ไม่รู้จะเป็นไปได้มากแค่ไหน


บนถนนในเมืองรถยังวิ่งตามกันไปเรื่อยๆ ความเป็นเมืองดูไม่วุ่นวายมากมายนัก หลังแวะกินข้าวเที่ยงที่ร้านอาหาร ฝนก็เริ่มหายจากฟ้า แสงแรกของวันโผล่ออกมาทักทาย หลังฝนขาดฟ้า รอยยิ้มบางรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเพื่อนร่วมเดินทาง


เรามาถึงสถานที่จัดงานล่วงบ่ายเข้าไปแล้ว สถานที่จัดงานผู้คนขวักไข่ว หลายคนกุลีกุจอเตรียมจัดนิทรรศการ บางคนก็กำลังขนโต๊ะ เก้าอี้เข้ามาในสถานที่จัดงาน ซุ้มจัดนิทรรศการของเราอยู่จนเกือบซุ้มสุดท้าย หลังเดินเข้าไปในซุ้มแผนงานคร่าวๆ ก็ถูกวางออกมา นิทรรศการถูกขนลงจากท้ายรถมากองไว้ในซุ้ม เชือกเส้นใหญ่ถูกดึงขึ้นไปผูกกับเหล็กขาเต๊นท์ทั้งสองข้าง เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับนิทรรศการที่ต้องถูกนำขึ้นไปติดตั้ง


ภาพคนหาปลาบนลำเรือเป็นภาพแรกที่ถูกนำขึ้นไปแขวนไว้กับเชือก และตามมาด้วยภาพวิถีชีวิตของคนริมฝั่งแม่น้ำรูปอื่นๆ เมื่อภาพวิถีชีวิตถูกนำขึ้นไปแขวนจนหมด ภาพชนเผ่าต่างๆ ที่อยู่ตามชายแดนของประเทศไทย ในเขตอำเภอเชียงของ-เวียงแก่นก็ถูกนำขึ้นไปแขวน


ตะวันคล้อยค่ำลงไปแล้ว ฟ้าเริ่มกลับมามืดครึ้มอีกครั้ง...


เมื่อนิทรรศการทั้งหมดถูกจัดเรียบร้อย คณะทำงานทั้งหมดก็อ่อนล้าโรยแรงไปตามๆ กัน ขณะนั่งพักผ่อนก่อนเดินทางกลับไปพัก ถัดจากตรงที่พวกเรานั่งไปไม่ไกลนัก เสียงเพลงก็ดังขึ้นมา ผู้คนจำนวนนับสิบต่างทยอยเข้าไปยังสถานที่ที่มีเสียงเพลง ผู้หญิงบนเวทีด้านหน้าของผู้คนนับสิบเริ่มทำงานด้วยการประกาศให้ผู้คนอบอุ่นร่างกายก่อนจะได้ร่วมกันออกกำลังกาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐที่ส่งเสริมให้ผู้คนในประเทศมีสุขภาพแข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย


ฝนเริ่มโปรยสายลงมาอีกครั้ง...


เราออกเดินทางจากสถานที่จัดงานหลังท้องเริ่มร้องโหยหวนหลายต่อหลายครั้ง ภายในร้านอาหารตามสั่ง บนจอโทรทัศน์มีรายงานข่างการเคลื่อนไหวของประชาชนเรือนแสนบนท้องถนนหน้าทำเนียบรัฐบาล โฆษกบนเวทีได้กล่าวโจมตีความผิดพลาดของการบริหารงานของรัฐบาลหลายต่อหลายอย่าง ทั้งการออกนโยบายเอื้อผลประโยชน์ให้กับพวกพ้องของตัวเอง ทั้งการโอนหุ้นให้กับคนใกล้ชิด เพื่อหลีกเลี่ยงความผิด โดยมีเจตนาในการปกปิดทรัพย์สินที่ตัวเองมี เมื่อประมวลเหตุการณ์หลายต่อหลายอย่างเข้าด้วยกัน รวมทั้งการเปิดเผยข้อมูลที่คนบนเวทีนำมาเปิดเผย ประชาชนเรือนแสนจึงตัดสินใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับไล่รัฐบาล


พูดถึงการชุมนุนของประชาชนแล้ว มันได้เกิดขึ้นหลายเดือนมาแล้ว ในช่วงแรกๆ เราเองก็เคยไปร่วมในบ้างครั้งที่เดินทางลงไปบางกอก แต่พอการชุมนุมมีมาได้ระดับหนึ่ง เราก็ไม่ได้ไปร่วมอีกเลย เพราะรู้สึกขัดแย้งกับตัวเองในบางเรื่อง เช่น เรื่องเสื้อที่ใส่ และเพื่อนบางคนยังฝากบอกมาอีกว่า นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาของเรา หลังได้ฟังถ้อยคำต่างๆ และลองตรงอดู เราจึงได้แต่ติดตามข่าวการชุมนุนอยู่ห่างๆ


เพื่อนบางคนเล่าให้ฟังว่า หลายคนที่มาร่วมชุมนุนบางคนเป็นคนที่ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในสังคม บางคนก็เป็นอดีตนักการเมือง หากไม่กล่าวเกินเลยไปนักก็พอจะบอกได้ว่า คนที่มาชุมนุนเรือนแสนนั้นมีคนทุกระดับในสังคม


การชุมนุนยิ่งยืดเยื้อจากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็น ๒ เดือน ความตรึงเครียดในสังคมก็ทวีความเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับ คอการเมืองหลายคนต่างนับวันรอจุดแตกหักที่พวกเขาคิดว่ามันคงจะเดินทางมาถึงในไม่ช้า


หลังเดินทางออกมาจากร้าน พวกเราก็มุ่งหน้ากลับสู่ที่พัก ขณะรถวิ่งมาถึงสถานีขนส่ง หลายคนก็บอกให้หยุดรถ เพื่อลงไปเดินเที่ยวไนซ์บาซ่า สถานีขนส่งในค่ำคืนนี้ผู้คนวุ่นวายเดินกันขวักไขว่ ต่างคนต่างมุ่งไปสู่จุดหมายปลายทางของตัวเอง


นาฬิกาบนผนังของสถานีขนส่งบอกเวลา ๒๐นาฬิกา...


เสียงโทรศัพท์ของเราดังขึ้นต้นสายอยู่ที่เชียงใหม่ เรากดรับสายเสียงที่คุ้นเคยดังมา หลังพูดคุยได้ไม่นาน เมื่อกดวางสาย เราก็ทำอะไรไม่ถูก หัวใจอ่อนล้าลงเป็นลำดับ แล้วเราก็เริ่มเล่าให้ทุกคนในคณะทำงานฟัง


"ที่กรุงเทพฯ ทหารเอารถถังออกมาทำรัฐประหารแล้ว การชุมนุนของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจบลงแล้ว"


เมื่อหลายคนได้ฟังก็อยู่ในอาการตะลึงงัน เราเริ่มเช็คข้อมูลได้รับมากับหลายคน หลังได้รับการยืนยันที่ชัดเจน คณะทำงานทั้งหมดก็เดินทางกลับที่พัก เพื่อติดตามข่าวสาร บนหน้าจอโทรทัศน์บัดนี้มีแต่เสียงเพลงปลุกใจให้ทุกคนรักชาติ


หลังอดรนทนไม่ไหวกับการดูอะไรก็ไม่รู้บนจอโทรทัศน์ เราตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาเพื่อนมิตรบางคน เพื่อฟังวิเคราะห์สถานการณ์ และติดตามความคืบหน้าที่จะเกิดขึ้นในลำดับต่อไปหลังจากนี้


ความสงสัยภายในใจหายไปจนสิ้น หลังรู้ความเป็นมาเป็นไปของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราได้แต่ครุ่นคิดว่า หลังจากนี้อะไรจะเกิดขึ้นกับสังคม จะเอารถถังออกมาทำไมหากคุณเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตยของประชาชน เอารถถังกลับเข้ากรมกอง เอาการรัฐประหารกลับคืนไป เอาประชาธิปไตยกลับคืนมาเริ่มต้นกันใหม่ และให้โอกาสเราได้จัดนิทรรศการเรื่องสิ่งแวดล้อมของเราเถอะ อย่าให้เราต้องเก็บกลับบ้านที่ริมฝั่งโขงเลย


โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง...

 

เชียงราย, ฤดูฝน,

๑๙ กันยา ๒๕๔๙

 

 

 

 

 

บล็อกของ สุมาตร ภูลายยาว

สุมาตร ภูลายยาว
  ผมได้รู้ข่าวว่าไฟฟ้าที่บ้านดับก็ตอนอยู่บนดอยบ้านห้วยคุ ข่าวสารที่ส่งมาบอกเพียงว่า หลังจากผมและเธอออกจากบ้านมาได้ ๒ วันหลอดไฟที่อยู่ข้างนอกก็ดับลง ทั้งที่มันเพิ่งได้รับการติดตั้ง คนส่งสารยังบอกอีกว่า เขาได้ไปดูที่มิเตอร์ไฟฟ้าของบ้านแล้วปรากฏว่า สายไฟที่ต่อกับมิเตอร์ถูกดึงออกด้วยมือนิรนาม เมื่อสนทนากันอยู่นานสองนาน คนส่งสารผู้ใจดีก็บอกหมายเลขโทรศัพท์ของการไฟฟ้า หลังผู้แจ้งสารหมดสิ้นหน้าที่ ต่อไปจากนี้คงเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องดำเนินการต่อ ผมและเธอเรามองหน้ากัน ต่างคนต่างตั้งคำถามในใจ เกิดอะไรขึ้นกับบ้านที่เราเช่าอยู่มาเกือบครึ่งปี? ผมถามเธอก่อนหลังความเงียบมาเยือนเราสองคนได้ไม่นาน"นั่นสิ…
สุมาตร ภูลายยาว
บนเทือกเขาสูงอันไกลโพ้นในดินแดนที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหลังคาโลก บนเทือกเขาสูงกว่า ๕,๐๐๐ ฟุตจากระดับน้ำทะเลถูกปกคลุมด้วยหิมะเย็นจัด หลังการปกคลุมของหิมะ หลายร้อยหลายพันปี เมื่อความร้อนชื้นของอากาศมาเยือน หิมะจึงถูกหลอมละลายจนก่อเกิดเป็นต้นธารของแม่น้ำอันยิ่งใหญ่สายหนึ่งของโลก ในตอนบน แม่น้ำสีเขียวมรกตอันเกิดจากการละลายของหิมะสายนี้อุดมไปด้วยความหนาวเย็น แม่น้ำได้ไหลจากต้นกำเนิดบนที่สูงลงสู่ด้านต่ำตามกฏแรงโน้นถ่วงของโลกผ่านซอกหุบเขาอันสลับซับซ้อน ผ่านผืนแผ่นดินอันอุดมไปด้วยความแตกต่างทางสังคม วัฒนธรรม และลัทธิการเมืองการปกครอง ทุกพื้นที่ที่แม่น้ำไหลผ่าน…
สุมาตร ภูลายยาว
[๑]เมษายน ๒๕๔๗...แสงแดดใกล้ลับขอบฟ้า คนหาปลาบางกลุ่มกำลังเตรียมตัวเอาเรือเข้าฝั่ง เพื่อกลับคืนสู่บ้านผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการหาปลามาตลอดทั้งวัน การหาปลาเป็นกิจวัตรปกติของคนริมฝั่งแม่น้ำโขงมาเนิ่นนาน แต่ในยามเย็นวันนี้ไม่เป็นเหมือนยามเย็นของวันอื่นๆ ที่ผ่านมา ช่วงนี้ริมฝั่งแม่น้ำโขงคึกคักเป็นพิเศษ เพราะข่าวการเดินทางมาของปลาบึก ปลาใหญ่ที่คนหาปลาขนานนามให้ว่า ‘ปลาเทพเจ้าแห่งลำน้ำโขง’ พี่รงค์ จินะราช คนหาปลาบ้านหาดไคร้ได้เอาเรือออกไปไหลมองในแม่น้ำโขงบริเวณดอนแวงตามปกติ มองที่ไหลไปตามกระแสน้ำเป็นมองขนาดเล็ก พอมองไหลไปปะทะกับสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ ชั่วพริบตานั้นฟองอากาศขนาดใหญ่ก็เกิดขึ้นบนผิวน้ำ…
สุมาตร ภูลายยาว
เสียงผู้คนส่งเสียงเชียร์เรือยาวในแม่น้ำดังไปทั่วริมฝั่ง งานแข่งเรือเริ่มขึ้นในวันสาขารล่อง--ประมาณวันที่ ๑๔ เมษายน เบื้องล่างเหนือสายน้ำ เรือ ๒ ลำกำลังขับเคี่ยวกันอย่างหนัก ไม่นานนักเรือที่มีฝีพายใส่เสื้อสีแดงก็ทะยานเข้าเส้นชัยหลังเรือลำนั้นเข้าเส้นชัยแล้ว การแข่งเรือรอบคัดเลือกจึงสิ้นสุดลง พรุ่งนี้จะเป็นวันตัดสินว่า เรือของคุ้มบ้านไหน จะได้ลอยลำเฉิดฉายเข้าเส้นชัย เสียงเพลงเฉลิมฉลองทั้งปราชัย และมีชัยดังมาเป็นระยะ เมื่อผู้คนเริ่มทยอยกลับบ้าน ชายชราก็ลุกจากเสื่อที่ปูนั่ง และเดินออกมาจากริมน้ำคืนสู่บ้าน ก่อนจะเดินมาถึงบันไดทางขึ้นวัด ชายชราก็ก็หยุดคุยกับใครบางคนตรงเชิงบันได“เด็กบ้านเรามันไม่สู้…
สุมาตร ภูลายยาว
ตะวันสายแดดส่องฟ้า เรือหาปลากับชายชรากำลังเดินทางออกจากท่า เพื่อหาปลาอีกครั้ง ในแสงแดดยามสาย ชายชรากำลังสลัดคราบไคร้ที่เกาะติดเบ็ดออก เพื่อทำความสะอาดให้มันกลับมาพร้อมใช้งานอีกครั้งสายน้ำลดระดับลงอีกครั้งหลังโถมถั่งในหน้าฝน สายน้ำเชี่ยวกรากกลับกลายเป็นแผ่วเบา และลดความเกรี้ยวกราดลง วันนี้ไม่แตกต่างจากหลายวันในช่วงเริ่มต้นฤดูหนาว ชายชรายังคงดำเนินชีวิตไปตามปกติในครรลองของคนกับเรือเหนือสายน้ำอันกล่าวได้ว่าคือสายชีวิตของชายชราด้วยสายลมแห่งเดือนมกราคมพัดมาเยือกเย็น ริมฝั่งน้ำตรงกระท่อมหาปลา ชายชรานั่งเงียบงันอยู่ข้างกองไฟ ๒ วันมาแล้วยังหาปลาไม่ได้ ช่วงนี้จึงมีเพียงกุ้งติดฟดริมฝั่งน้ำเท่านั้น…
สุมาตร ภูลายยาว
หลังจากวันแรกจนถึงวันนี้ ผมลองนับเดือน นับปีดูแล้ว ผมมาอยู่เมืองชายแดนริมแม่น้ำแห่งนี้ ล่วงเข้าไป ๕ ปีแล้ว ใน ๕ ปีของการใช้ชีวิต แน่ล่ะย่อมแตกต่างจาก ๗๖ ปีของชายชราอย่างสิ้นเชิง แต่สิ่งที่ผมได้เห็นไม่ต่างกับชายชราเลยแม้แต่น้อยแม้จะนานกี่ชั่วอายุคน ผู้คนริมฝั่งน้ำยังคงพึ่งพาแม่น้ำสายนี้ในด้านต่างๆ อยู่เช่นเดิม คนหาปลายังคงหาปลา แม้ว่าจะได้ปลาน้อยลงก็ตามที คนขับเรือรับจ้างก็ยังคงขับเรืออยู่เช่นเดิม แม้ว่าจะมีข่าวการเกิดขึ้นของสะพานข้ามแม่น้ำก็ตามที คนแบกของตรงท่าเรือก็ยังคงทำหน้าที่แข็งขันกว่าเดิม แม้จะแบกของได้น้อยลง…
สุมาตร ภูลายยาว
ในยามเย็น หลังแสงตะเกียงสว่างขึ้น ความสว่างของแสงไฟตะเกียงก็ตัดกับท้องฟ้ามืดครึ้มไร้ดวงดาวแต้มขอบฟ้า ดูเหมือนว่ายามนี้สายฝนต้นฤดูมาถึงแล้ว ในที่ไกลออกไปฟ้าแลบแปลบปลาบ ทุกครั้งที่ฟ้าแลบ ความสว่างที่เกิดขึ้นเพียงสั้นๆ ทำให้ฟ้าสีดำดูน่ากลัว ไม่นานนักหลังฟ้าร้องเข้ามาใกล้ สายฝนปานฟ้ารั่วก็โถมถั่งลงมายามนี้ปลาหลายชนิดอพยพขึ้นเหนือ เพื่อวางไข่ จะเหลือเพียงปลาบางชนิดเท่านั้นอพยพขึ้นมาช่วงน้ำลด ในช่วงนี้ คนหาปลาไหลมองก็จะเริ่มยุติการหาปลาลง เพราะน้ำในแม่น้ำเป็นน้ำใหญ่หาปลาลำบาก ช่วงน้ำใหญ่นี่เองถือว่าธรรมชาติได้จัดการมนุษย์…
สุมาตร ภูลายยาว
หลังกลับมาถึงบ้าน ผมหวนคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่แกเล่าให้ฟัง ห้วงอารมณ์นั้น ผมคิดถึงหนังสือเล่มหนึ่ง หนังสือเล่มนี้เล่าถึงการรอนแรมออกทะเล เพื่อตกปลาของชายแก่คนหนึ่ง การเดินทางออกทะเลของชายชราในหนังสืออาจแตกต่างกับการเดินทางออกสู่แม่น้ำของชายชราแห่งโลกของความจริงอยู่บ้าง แต่ในวิถีของชายเฒ่าทั้งสองคน มีเรื่องราวทั้งเหมือน ทั้งแตกต่างรวมอยู่ด้วยกัน การเดินทางไปสู่วิถีของการเป็นนักล่าของชายทั้งสองอาจจะไม่ต่างกันมากนักในการกระทำ แต่เป้าหมายในการออกเรือ เพื่อเป็นนักล่าของชายทั้งสองอาจแตกต่างกัน คนหนึ่งออกเรือไปล่าเพื่อความสุขตามคิดความเชื่อของตัวเอง แต่อีกคนหนึ่ง…
สุมาตร ภูลายยาว
แสงแดดยามบ่ายคลี่ม่านกระจายโอบไล้ยอดไม้ แรงลมพัดยอดไม้เอนไหว ดอกไม้ป่าสีขาวของฤดูฝนกำลังร่วงหล่นลงพื้นดิน แม้ว่าดอกไม้จะจากไป แต่ธรรมชาติก็ได้มอบความเขียวชะอุ่มของผืนป่ามาทดแทนเช่นกันยามบ่ายขณะหลายคนยังวุ่นอยู่กับงาน ผมเดินเตร็ดเตร่ตามถนนมาถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง หลังอ่านป้ายก็รู้ว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านของชายชรา ผมมองหาเจ้าของบ้านอยู่นอกรั้วในใจยังหวั่นอยู่ว่าจะได้พบเจ้าของบ้านหรือเปล่า เมื่อมองดูอยู่ครู่หนึ่ง ผมก็เห็นชายชราผู้เป็นเจ้าของบ้านกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับกองไม้ไผ่ข้างห้องครัวผมร้องเรียกชายชราอยู่นอกรั้ว เมื่อได้ยินเสียงเรียก แกก็เงยหน้าขึ้นมาดู และเรียกผมเข้ามาในบ้าน…
สุมาตร ภูลายยาว
หลังกลับมาจากเมืองริมแม่น้ำในครั้งนั้น ไม่นานผมก็เดินทางมาเมืองริมแม่น้ำอีกครั้งพร้อมกับความทรงจำเมื่อ ๒ เดือนก่อน...ความทรงจำเมื่อ ๒ เดือนก่อนเกิดขึ้นบนแม่น้ำสายนี้ ผมจำได้ว่าช่วงนั้นเป็นฤดูฝน น้ำปริ่มฝั่งหมุนวนน่ากลัว ผมได้พบชายชราอีกครั้งหลังจากไม่ได้พบกันนาน ชายชรานั่งอยู่บนเรืออีกลำหนึ่ง ซึ่งวิ่งสวนทางกับเรือที่ผมโดยสารมา เมือเรือวิ่งสวนทางก็ได้ยินเสียงทักทายของคนขับเรือทั้งสอง แม้ว่าจะฟังสำเนียงการสนทนาไม่รู้เรื่องทั้งหมด แต่ก็พอจับใจความได้ว่าคนขับเรือทั้งสองคุยกันเรื่องอะไร บนนาวาชีวิตกลางสายน้ำของชะตากรรม…
สุมาตร ภูลายยาว
สายโขงยังตัดไม่ขาด สายสวาทตัดขาดอย่างไรตัดบัวก็ยังไว้ใย ตัดน้ำใจยังมีเมตตาค่อยอิง ค่อยอาศัยกัน เอาไว้รักกันในวันข้างหน้ามาเถิด มาเถิดแก้วตา รำวงดีกว่าร่าเริงหัวใจ รำวงดีว่าร่าเริงหัวใจ....เสียงเพลงแหบพร่าลอยตามสายลมไกลออกไป จนเงียบหายไปกับโค้งขอบฟ้ากลางคืน นานครั้งชายชราจะร้องเพลง แต่บทเพลงที่ชอบร้องสม่ำเสมอคือเพลงนี้ ค่ำคืนนี้อากาศหนาวเย็นลง ชายชราจึงก่อกองไฟ เพื่อผ่อนเบาความหนาว เนิ่นนานที่กองไฟสว่างไสว แต่เมื่อฟืนที่กองสุมไว้ในตอนเย็นใกล้หมด แสงไฟก็สลัวลง เปลวไฟมีอยู่น้อยนิดเหมือนจะมอดดับลงทุกครั้งยามสายลมพัดเข้ามา พอสายลมพัดผ่านไป แสงไฟก็สว่างขึ้นมา หลังแสงไฟสว่าง…
สุมาตร ภูลายยาว
ภาพของชายชราวัย ๗๕ ปี กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่บริเวณระเบียงกระท่อมแจ่มชัดขึ้นเมื่อเข้าไปใกล้ กุ้งสีชมพูขนาดนิ้วก้อยหลายสิบตัวนอนนิ่งอยู่ในจานเบื้องหน้าของชายชรา ถัดจากจานกุ้งไปเป็นถ้วยน้ำพริกปลาร้าที่กินเหลือจากเมื่อวานรายการอาหารที่กล่าวมาทั้งหมดคืออาหารมื้อเย็นสำหรับชายชรา     ลูกแมวสองตัว ตัวหนึ่งสีน้ำตาล ตัวหนึ่งสีขาว หมอบคลอเคลียอยู่ด้านข้าง นานครั้งมันจะเดินมาหยอกล้อเล่นกัน พอหยอกล้อกันจนหนำใจมันก็กลับไปนอนนิ่งอยู่ที่เดิม บนท้องฟ้าอาทิตย์อัสดงลงไปไม่นานนัก ท้องฟ้าที่เคยกระจ่างเป็นสีฟ้าเริ่มกลายเป็นสีดำหลังจากอิ่มหนำสำราญ…