Skip to main content

ลมหนาวพัดข้ามมาจากขุนเขา บางคนบอกว่าลมหนาวพัดมาจากไซบีเรีย ซึ่งสังเกตได้จากการดูนกอพยพหนีหนาวมา บางคนก็บอกว่าลมหนาวพัดมาจากเทือกเขาสูงของประเทศจีน เมื่อลมหนาวมาเยือน เพียงต้นฤดูหนาวเช่นนี้ก็สามารถสัมผัสได้ทางผิวกายที่เริ่มแห้งลงเรื่อยๆ และป่าเริ่มเปลี่ยนสีพร้อมผลัดใบไปกับลมแล้ง

ในความหนาวเย็นนั้น เขาเดินทางรอนแรมฝ่าสายน้ำอันเชี่ยวกรากของหน้าแล้งไปตามลำน้ำสายหนึ่งที่อยู่สุดเขตแดนประเทศไทยด้านตะวันตก เขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมเขาต้องมายังที่แห่งนี้ เพราะในส่วนลึกของหัวใจของเขามันไม่ได้เรียกร้องให้เขาเดินทางมายังที่แห่งนี้เลย ในห้วงแห่งกาลเวลาอย่างนี้ไม่มีใครรับรองได้ว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น

‘สบเมย’ หมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำเมยและแม่น้ำคงเป็นหมู่บ้านที่อยู่ไกลปืนเที่ยงและยังอยู่ในวงล้อมของสงครามแห่งความแตกต่างทางชาติพันธุ์ของเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม 
 
สบเมยในที่นี้หมายถึงบริเวณปากน้ำเมยบรรจบกับแม่น้ำคง หมู่บ้านริมน้ำแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของพี่น้องชนเผ่าพื้นถิ่นที่เขาและใครอีกหลายคนรู้จักกันในนามของ ‘กระเหรี่ยง’ คนกลุ่มนี้อาศัยอยู่บนดินแดนผืนนี้มาหลายชั่วอายุคน ดินแดนบริเวณนี้ในอดีตมันไม่เคยสงบเงียบ และในปัจจุบันก็ดูเหมือนว่ายังคุกรุ่นอยู่เช่นเดิม หลายปีมาแล้วที่ตรงนี้เคยเป็นทั้งสนามรบ และเป็นที่หลบภัยของผู้คนเผ่าพันธุ์เดียวกัน แต่แตกแตกต่างกันทางความเชื่อซึ่งถูกผลักดันเข้าสู่สนามรบ ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ

เขาคนแปลกถิ่นได้มีโอกาสมาเยือนที่นี่ ในบ่ายวันหนึ่งซึ่งแสงแดดของเวลากลางวันยังคงร้อนแรง เรือหางยาวลำที่เขาเดินทางมาด้วยนั้นเป็นเรือลำบรรทุกสัมภาระและผู้คนกว่า ๓๐ ชีวิตเรือจะเริ่มออกเดินทางจากท่าเรือบ้านแม่สามแลบตอนบ่ายโมงกว่าๆ แล้วก็ล่องลงมาตามลำน้ำคงเรื่อยๆ ใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที การเดินทางในแม่น้ำนี้แทบจะไม่ได้ใช้การวัดระยะทางด้วยหลักกิโลแต่จะใช้เวลาเป็นตัวชี้ว่า ระยะทางใกล้ไกลประมาณกี่ชั่วโมง

เรือออกเดินทางโดยมีคนขับเรือที่คุ้นชินกับแม่น้ำสายนี้เป็นอย่างดีเป็นผู้พาเขาและคนบนเรือออกสู่แม่น้ำ ในใจของเขานั้นหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแม้จะเป็นคนที่คุ้นชินกับแม่น้ำหลายสายอยู่ก็ตาม แต่กับแม่น้ำสายนี้ทำไมเขาจึงเกิดความหวาดหวั่นขึ้นมาในใจก็ไม่รู้    เสียงเครื่องยนต์เริ่มดังขึ้นพร้อมๆ กับเรือก็ค่อยๆ เลี้ยวโค้งออกจากท่าเรือแล่นเรื่อยๆ มาตามลำน้ำคงซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากดินแดนอันไกลโพ้น ลำน้ำสายนี้มีความยาวตลอดลำน้ำ ๒,๘๐๐ กิโลเมตร ไหลจากที่ราบสูงในธิเบต ผ่านประเทศจีนเข้าสู่ประเทศพม่าที่รัฐฉาน ไหลผ่านพรมแดนไทย-พม่า ก่อนที่จะเข้าเขตพม่าอีกครั้งที่บริเวณบ้านสบเมย

แล้วสิ่งที่เชิญชวนให้เขาสัมผัสเป็นครั้งแรกก็ปรากฏเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอย่างเลือนๆ ก่อนที่จะแจ่มชัดขึ้นมาอย่างเต็มที่ สองฝั่งของลำน้ำประติมากรรมที่ธรรมชาติสร้างขึ้นตั้งโดดเด่นท้าทายสายตาตลอดข้างทางงดงามยิ่งนัก แก่งหินรูปทรงแปลกตาโผล่พ้นน้ำขึ้นมาทักทายผู้คนที่มาเยือน เพราะหน้าแล้งอย่างนี้สายน้ำที่เคยเต็มปริ่มเมื่อหน้าฝนลดระดับลงมามาก 

เขาผู้ไปเยือนพยายามทำตัวเป็นนักสำรวจสิ่งที่พบเห็นต่างผ่านดวงตาทั้งสองข้าง เขาซึ่งเป็นคนแปลกหน้าสำหรับผู้คนที่นี้ เพราะมีความจำเป็นบางอย่างเขาจึงจำเป็นต้องปกปิดสิ่งที่เขาพกพาไปด้วยให้มิดชิดที่สุด ผู้คนริมฝั่งน้ำยามบ่ายคล้อยบางคนก็กำลังต้อนควายลงกินน้ำ บางคนกำลังเพาะปลูกพืชผักบนหาดทรายริมน้ำ บางคนกำลังหาปลา 

เขาบันทึกภาพๆ หนึ่งที่ผ่านสายตาของเขาได้โดยบังเอิญในระหว่างการเดินทางในวันนั้น ภาพนั้นเป็นภาพที่อยู่บนริมฝั่งน้ำในประเทศพม่า มันเป็นภาพของคนหาปลากำลังปล่อยตาข่ายดักปลาลงในน้ำ โดยมีคนอีกคนหนึ่งยืนอยู่บนฝั่งแบกปืนคาร์บิ้นคุมอยู่ใกล้ๆ เพื่อนร่วมเดินทางที่นั่งเรือไปด้วยกันซึ่งคุ้นชินกับพื้นที่บอกว่า ทหารพม่ากำลังบังคับลูกหาบให้หาปลา เขาต้องถือปืนก็เพราะกลัวลูกหาบจะหนีไปได้ คนเป็นลูกหาบนั้นก็มาจากชนกลุ่มน้อยซึ่งโดนบังคับมา บ้างก็เป็นทหารซึ่งรบพ่ายแพ้แล้วโดนทหารพม่าจับมาเป็นเชลย ลูกหาบเหล่านี้มีหน้าที่แบกเสบียงอาหารบ้าง แบกลูกปืนบ้างสุดแล้วแต่ทหารพม่าจะให้ทำ

เขาซึ่งนั่งอยู่บนเรือครุ่นคิดอย่างเงียบงันถึงคนสองคนบนฝั่ง “ไม่มีความปลอดภัยที่แท้จริงในที่ซึ่งมีสงคราม”

เรือผ่านโค้งสุดท้ายจุดหมายปลายทางจึงปรากฏอยู่เบื้องหน้า เมื่อเรือจอดเทียบท่าเป็นครั้งแรกที่ฐานทหารพรานซึ่งทำหน้าที่ดูแลความสงบและคอยตรวจตราเรือล่องขึ้น-ลงตามลำน้ำคง คนขับเรือขึ้นไปบนฝั่งเพื่อลงรายชื่อกับทหารพรานคนนั้น เขามารู้ภายหลังว่าทหารคนนั้นเป็นคนจากภูมิภาคเดียวกัน เมื่อมาเจอคนบ้านใกล้เรือนเคียงห้วงคำนึงคิดถึงบ้านจึงปรากฏขึ้นในใจของเขาอย่างเงียบๆ 

มันนานเท่าใดแล้วที่เขาเดินทางออกจากสายน้ำแห่งบ้านเกิด เขาต้องซัดเซพเนจรไปตามยอดดอยๆ แล้วดอยเล่าเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจเปิดเผยกับใครได้ถึงภารกิจของเขา ไม่มีใครอยากจะเดินบนเส้นทางสายนี้เท่าใดนัก แต่คนอย่างเขาจะมีสิทธิเลือกหรือ  เมื่ออยู่บ้านก็ไม่รู้ว่าความตายจะมาเยือนวันไหน  
 
แล้วภาพของพ่อที่ถูกคนกลุ่มหนึ่งทุบตาย และภาพของหญิงสาวคนรักที่ถูกฉุดคร่าไปข่มขืนเพื่อทำลายเผ่าพันธุ์ของเขาก็ผุดขึ้นมาในห้วงแห่งความคิด

น้ำตาของลูกผู้ชายที่มันไหลออกมาบ่อยครั้งมันก็ไหลออกมาอีกครั้ง

เขาตั้งใจว่าเมื่อหมดงานนี้แล้ว เขาคงจะสบายมากขึ้นไม่ต้องเร่ร่อนอีกต่อไป แต่ก็ไม่รู้ว่าชะตากรรมที่กำหนดชีวิตของเขาจะปล่อยให้เขาได้ทำอย่างนั้นอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้

เขานั่งเหม่อมองสองฝั่งริมน้ำอย่างเงียบๆ บางครั้งเขาก็แอบเช็ดน้ำตาที่มันไหลออกมาด้วยผ้าสีเขียวกระดำกระด่างผืนเดียวที่ติดตัวมาหลายปีแล้ว      
เสียงเครื่องยนต์เรือดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเรือค่อยๆ วิ่งออกจากท่า ก่อนที่หัวเรือจะถูกเบนเข้าหาแม่น้ำเมยตรงปากน้ำ สายน้ำสายนี้เป็นเส้นแบ่งเขตแดนของรัฐไทยกับรัฐกระเหรี่ยง เมื่อเรือวิ่งทวนน้ำขึ้นไปสักพักแล้วเรือก็จอดสงบนิ่งลง การเดินทางในวันนั้นของเขาสิ้นสุดลงแล้วพร้อมกับแสงแดดเริ่มผ่อนความร้อนแรงลง

หาดทรายขาวยาวเรื่อยไปตามลำน้ำสะท้อนกับแสงแดดสีขาวอยู่เบื้องหน้าของเขา มันคือความงดงามที่เขาไม่พบเจอมันมานานแล้ว หาดทรายแห่งนี้ในยามสงบเงียบไม่มีสงครามมันเคยเป็นที่ทำมาค้าขายของผู้คนสองฝั่ง แต่ในปัจจุบันมันกลายเป็นหาดทรายร้างไม่มีการค้าขายอีกแล้ว นี่คือผลพวงหนึ่งจากการทำสงครามอันไม่สิ้นสุดของผู้คน

‘กี่ชีวิตแล้วหนอที่พลีร่างลงบนสายน้ำทั้งสองสายนี้’

หลังจากพักเหนื่อยจากการเดินทางและการขนของแล้ว เขาเดินลงสู่ท่าน้ำก่อนจะนั่งเฝ้ามองคนหาปลาเอาเรือลำเล็กออกไปหาปลา เรือพายขนาดเล็กหลายลำลอยลำอยู่ตามตลิ่งริมน้ำ คนหาปลากำลังใจแน่งที่ใส่ไว้ เรือบางลำและคนหาปลาบางคนกำลังกลับคืนสู่ฝั่งพร้อมปลาที่หาได้เพื่อเป็นอาหารของครอบครัว    

แสงแดดแสงสุดท้ายลับเหลี่ยมเขาลงไปแล้ว นกกระยางขาวโผบินกลับรวงรังเพื่อพักผ่อน คนหาปลากลับคืนสู่บ้าน สายน้ำไหลเอื่อยเงียบสงบ แต่แผ่นดินที่ฝั่งตรงข้ามใยเต็มไปด้วยกับดักแห่งการเข่นฆ่า บนยอดดอยฝั่งโน้นครั้งหนึ่งเคยมีคนอาศัยอยู่ แต่ด้วยผลพวงแห่งสงคราม ดอยแห่งนี้จึงกลายเป็นดอยร้างและเต็มไปด้วยกับระเบิดมากมาย ซากเจดีย์เก่าสีขาวยังคงปรากฏให้เห็นในความมืดยามพลบค่ำ เหมือนเตือนย้ำให้ผู้คนคิดถึงความหลัง

ค่ำคืนเงียบสงบลมหนาวมาเยือน ดาวบนท้องฟ้ารายระยิบมากมาย สัญญาณแห่งวันใหม่กำลังจะเริ่มขึ้นอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ขุนเขาทะมึนดำที่วันนี้เงียบสงบจากเสียงปืน สงครามแห่งเผ่าพันธุ์ยังไม่เริ่มต้นขึ้นเพราะกองกำลังของชนกลุ่มน้อยผ่ายแพ้แล้ว ฐานทัพใหญ่ในอดีตถูกตีแตกย่อยยับมานานแล้ว สบเมยยามนี้จึงไม่มีเสียงปืนและไม่มีสงคราม แต่ใครจะรู้ได้ว่า เมื่อฤดูแล้งมาถึงเสียงปืนจะดังขึ้นอีกครั้งหรือไม่ เพราะที่ใดมีการกดขี่ ย่อมมีการต่อต้าน

แม่น้ำคงวันนี้ไม่มีศพของนักรบลอยมาตามน้ำ และไม่มีเสียงปืน
จะมีก็เพียงแต่คนหาปลาที่ดำรงชีวิตอยู่กับลำน้ำที่เงียบสงบสายนี้เท่านั้นเอง แต่มันจะเป็นอย่างนี้อีกนานไหมก็คงไม่มีใครตอบได้  

“เมื่อไหร่หนอแนวรบด้านตะวันตกเหตุการณ์ต่างๆ จะเปลี่ยนแปลง” มันเป็นคำถามที่เขาถามตัวเอง ก่อนจะเอนหลังลงกับพื้นดิน เพื่อนอนพักเอาแรง หลังจากที่ต้องกรำศึกหนักกับการเดินทางทั้งทางน้ำและทางบกมาทั้งวัน

เขาแอบหวังว่าเขาคงผ่านคืนวันแห่งฝันร้ายคืนนี้ไปได้ด้วยดี…

บล็อกของ สุมาตร ภูลายยาว

สุมาตร ภูลายยาว
    ...เสียงปืนดังลั่นเปรี้ยง-คล้ายเสียงชะนีหวน
สุมาตร ภูลายยาว
สายลมเริ่มพัดเปลี่ยนทิศจากเหนือลงใต้ ฤดูฝนใกล้พ้นผ่านแล้ว ฤดูหนาวกำลังเดินทางมาแทน ขณะอาทิตย์ใกล้ลับฟ้าถัดจากกระท่อมหลังสุดท้ายตรงหาดทรายไปไม่ไกล คนจำนวนมากกำลังวุ่นวายอยู่กับการเก็บเครื่องมือทำงาน หากนับตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้ก็ล่วงเข้าไป ๔ วันแล้วที่ช่างในหมู่บ้านถูกไหว้วานให้มาช่วยกันทำเรือไฟ เพื่อให้ทันใช้ในวันออกพรรษา หลังจมอยู่กับงานมาทั้งวัน เมื่อโรงงานต่อเรือไฟปิดประตูลงในตอนเย็น โรงมหรสพริมฝั่งน้ำก็เข้ามาแทน
สุมาตร ภูลายยาว
แม่น้ำนิ่งงันลงชั่วการกระพริบตาของพญามังกร ชาวบ้านริมฝั่งน้ำไม่มีใครรู้ว่า พญามังกรกระพริบตากี่ครั้ง หรือด้วยอำนาจใดของพญามังกร แม่น้ำจึงหยุดไหล ทั้งที่แม่น้ำเคยไหลมาชั่วนาตาปี วันที่แม่น้ำหยุดไหล คนหาปลาร้องไห้ปานจะขาดใจ เพราะปลาจำนวนมากได้หนีหายไปจากแม่น้ำ
สุมาตร ภูลายยาว
แดดร้อนของเดือนมีนาคมแผดเผาหญ้าแห้งกรัง หน้าร้อนปีนี้ร้อนกว่าทุกปี เพราะฝนไม่ตก ยอดมะม่วงอ่อนจึงไม่ยอมแตกช่อ มะม่วงป่าเริ่มออกดอกรอฝนพรำ เพื่อให้ผลได้เติบโต ความร้อนมาพร้อมกับความแห้งแล้ง ในความแห้งแล้ง ดอกไม้ป่าหลากสีกำลังผลิบาน มีทั้งดอกสีส้ม แดง ม่วง ความแห้งแล้งดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง
สุมาตร ภูลายยาว
‘ย่างเข้าเดือนห้า น้ำท่าก็เริ่มขอดแล้ง’ คนแก่บางคนว่าอย่างนั้น (ถ้าผมจำไม่ผิด) คำพูดนี้ได้สะท้อนบางอย่างออกมาด้วย นั่นคือสิ่งที่ผู้คนในยุคสมัยก่อนเห็น พอถึงเดือนห้า น้ำที่เคยมีอยู่ก็แห้งขอดลงเป็นลำดับ ผู้คนในสมัยก่อนที่จะก้าวเข้าสู่สังคมเกษตรอุตสาหกรรมเช่นทุกวันนี้ทำอะไรบ้าง ในสังคมภาคกลางยุคที่ทำการเกษตรไม่ใช่อุตสาหกรรม หน้าแล้งไม่มีใครทำนา เพราะทุกคนต่างรู้ว่า หน้าแล้งแล้วนะ น้ำท่าจะมาจากไหน แต่พอยุคอุตสาหกรรมเกษตรเรืองอำนาจ หน้าแล้งผู้คนก็ยังคงทำนา เพื่อตอบสนองอุตสาหกรรมการเกษตรกันอยู่
สุมาตร ภูลายยาว
ผู้ดีตีนแดง-ขอ โทษ เท้าแดง ตะแคงเท้าเดิน เวลาเหยียบปุ่มปมของพรมผืนนุ่มนิ่มราวกับปุยเมฆ นั่นแหละเท้าของผู้ดี และโลกของผู้ดีมีแต่น้ำครำ –น้ำคำ แห่งการหลอกลวง ทั้งผู้ดีจริง และผู้ดีกลวง ขณะเดินย่ำไปบนเส้นทางสู่ร้านอาหารเลิศหรู เมนูไข่คาเวียกับบรั่นดีแก้วทรงสูงดัดจริตวางรอ ผู้ดีน้ำครำละเลียดเมรัยรสคมผ่านลำคอ และละเลียดไข่คาเวียที่มีอยู่นับจำนวนได้บนจานราคาแพงกว่าการขึ้นห้องกับปอง ของโฉน ไพรำ ผู้ดี น้ำครำมองออกไปนอกหน้าต่างสูงลิบของห้องอาหารโรงแรมเสียดฟ้า เบื้องล่างแม่น้ำไหลเอื่อยเหนื่อยปานจะขาดใจตาย ผู้ดีน้ำครำละเลียดไข่คาเวียราคาแพง เพื่อเลิศหรูมีหน้ามีตา…
สุมาตร ภูลายยาว
สายลมหนาวพัดมาพร้อมกับสายฝนที่โปรยสายลงมา ว่ากันว่านี่คือฝนหลงฤดู! กาแฟแก้วของวันเป็นคาปูชิโน่ร้อนสองแก้ว แต่ไม่ใช่ของผมเป็นของลูกค้าต่างชาติ รสชาติของกาแฟเป็นอย่างไรในเช้านี้ ผมไม่อาจรู้ เพราะไม่ได้ชิม หลังสตรีมนมสดจนร้อนได้ที่ กลิ่นกาแฟสดหอมกรุ่นโชยออกมา และพร้อมแล้วสำหรับการดื่ม-กิน
สุมาตร ภูลายยาว
เนิ่นนานหลายปีแล้วที่ผมพเนจรจากบ้านเกิด แต่หลายๆ ความรู้สึกเกี่ยวกับบ้าน ผมไม่มีทางลืมได้เด็ดขาด บางค่ำคืนที่มีโอกาสอยู่กับตัวเองเพียงลำพัง ด้วยความสงบเงียบ ภาพบ้านเกิดจะย้อนกลับมาสู่ความทรงจำ-ความทรงจำในวัยเยาว์เกี่ยวกับบ้านเกิด
สุมาตร ภูลายยาว
เวลาผ่านไปเร็ว ยามที่เราโตขึ้น เราเชื่อเช่นนั้น เพราะเราโหยหาเวลาของวัยเยาว์ เมื่อเราเติบโตขึ้นเป็นลำดับมีหลายความรู้สึกของวัยเยาว์ที่หล่นหายไปอย่างไม่อาจเรียกคืนกลับมา ราวกับสายน้ำที่ไหลไกลออกไปทุกทีๆ มิอาจหวนกลับมาเป็นสายน้ำได้เช่นเดิม แต่กลายเป็นสายฝนพรำลงมาแทน หากพูดถึงอดีตแล้ว บางด้านที่เลวร้าย เราอยากผ่านเลย แต่กลับจำได้ฝังใจ...
สุมาตร ภูลายยาว
บุนทะนอง ซมไซผล แปลโดย สุมาตร ภูลายยาว    ๑.ผลน้ำเต้าบุ่ง และวรรณคดีพื้นเมือง ถ้าจะให้พูดถึงความสัมพันธ์ไทย-ลาว ความเชื่อมโยงด้านวรรณคดีของชนชาติเผ่าพันธุ์ต่างๆ ในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำของ สิ่งแรกที่ข้าพเจ้าคิดถึงคือ น้ำเต้าบุ่ง
สุมาตร ภูลายยาว
ดอกเกดเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ลำต้นมีลักษณะเหมือนต้นปาล์ม เวลาออกดอก ดอกจะส่งกลิ่นหอม คนเฒ่าคนแก่จะนิยมนำไปบูชาพระและนำมาทัดหู ผมไม่รู้เหมือนกันว่าดอกไม้ชนิดนี้จะมีอยู่ทั่วไปในประเทศไทยหรือมีเฉพาะที่ภาคอีสานและประเทศลาว
สุมาตร ภูลายยาว
จากใบไม้ใบสุดท้ายถึงซิ่นไหมผืนเก่าๆ: ๒ เรื่องสั้นซีไรต์บนแผ่นดินเบื้องซ้ายแม่น้ำของ (โขง) เมื่อพูดถึงวรรณกรรมบนแผ่นดินฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงแล้ว หลายคนคงอดที่จะพูดถึงวรรณกรรมชิ้นคลาสสิกเช่น ‘สังสินไซ’ ไม่ได้ เพราะสังสินไซเป็นวรรณกรรมพื้นบ้านที่คนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงรู้จักมากที่สุดชิ้นหนึ่ง นอกจากสังสินไซแล้ว ผลงานของนักเขียนลาวหลายคนในความรับรู้ของคนไทยคงหนีไม่พ้นผลงานเขียนของท่านมหาสีลา วีระวงค์ ผู้รจนางานมหากาพย์อันยิ่งใหญ่ในนาม ‘ท้าวฮุ่งและขุนเจือง’