Skip to main content

ฉันเคยสงสัยอยู่ว่า คนเราเมื่อเดินทางไกลข้ามคืนข้ามวัน เราล้วนได้รับความเหนื่อยล้า แต่เมื่อไปถึงปลายทาง เราจะสลัดทิ้งความเหนื่อยล้าได้ยังไง คำถามเช่นนี้ไม่เคยเป็นคำตอบเลยสำหรับฉัน เพราะบ่อยครั้งที่เริ่มต้นเดินทางไกล–อันหมายถึงระยะทาง ทุกครั้งเมื่อถึงจุดหมาย ฉันหวังเพียงได้เอนตัวลงพักพอหายเหนื่อยแล้วค่อยคลี่คลายชีวิตไปสู่ทิศทางอย่างอื่น แต่นั้นก็เป็นเพียงความคิดที่วูบเข้ามา ความจริงการจะทำเช่นนั้นไม่เคยเกิดขึ้นเลย โดยเฉพาะกับการเดินทางครั้งนี้

หลังรถโดยสารปรับอากาศสายเชียงใหม่-อุบลราชธานี พาผู้โดยสารออกเดินทางยาวนานถึง ๑๗ ชั่วโมงจอดสงบนิ่งลงที่ท่ารถห่างออกมาจากตัวเมือง ยามเช้าแสงแรกแห่งวันยังไม่เยี่ยมกรายมาเยือน แต่สรรพชีวิตก็ถูกปลุกให้ตื่น หลังจากรถจอดสงบนิ่งแล้ว ผู้โดยสารทยอยลงจากรถ เสียงถามไถ่จากคนขับรถรับจ้างดังมาไม่ขาดสาย บางคนลงจากรถแล้วแต่จุดหมายปลายทางของเขายังอีกไกล แต่บางคนก็ได้กลับบ้านไปพักผ่อน เพราะเหนื่อยล้ากับการเดินทางมาทั้งคืน หากนับรวมผู้โดยสารที่ต้องเดินทางต่อไป ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น  

ปลายทางของฉันอยู่ที่หมู่บ้านใกล้แม่น้ำมูน ว่ากันว่าหมู่บ้านแห่งนี้ไกลออกไปจนถึงเส้นขอบแดนประเทศ และปลายทางที่ฉันจะไป ที่นั่นเราจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในประเทศ

20080407 1

ขณะรถโดยสารที่นั่งมากำลังเคลื่อนตัวออกไปจากสถานี ฉันได้นั่งมองมันจนลับสายตา ยามเช้าเช่นนี้ถ้าได้กาแฟขมตายไม่เอาเรื่องสักแก้วก็คงดี แต่ฉันเพียงได้แค่ครุ่นคิดประโยคนี้หลังจากมองดูร้านขายกาแฟในสถานีขนส่งที่ปิดประตูเงียบ เมื่อสิ่งที่หวังไม่เป็นดั่งหวัง ฉันจึงทรุดตัวลงนอนบนม้านั่ง

พระอาทิตย์ยามเช้าทอแสงแรกขึ้นมาแล้ว แต่ฉันยังไม่ได้ขยับร่างกายไปไหนมาไหน เพราะตารางนัดหมายการเดินทางยังคงมาไม่ถึง หลังได้นอนพัก ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางที่สะสมมาก็พอผ่อนเบาลงบ้าง ขณะเฝ้ารอการเดินทางเพื่อไปสู่ปลายทาง เพื่อนร่วมทางบนรถโดยสารที่ฉันไม่เคยรู้จัก พวกเขาก็หายไปจนหมด

ในที่สุดกาแฟร้อนผ่าวแก้วแรกของวันก็ถูกยกขึ้นเป่า และถูกกลืนลงลำคอ แม้ว่าจะเป่าให้มันเย็นลงเพียงใด แต่ฉันก็เกือบบ้วนมันออกมาดังเดิม เพราะความร้อนเกินกว่าที่ปากจะรับได้ปรากฏขึ้น หลังดื่มกาแฟหมดแก้ว รถคันที่นัดหมายให้มารับไปส่งยังจุดหมายก็มาถึง หลังเก็บสัมภาระขึ้นบนรถเรียบร้อย รถก็ค่อยๆ เคลื่อนออกจากสถานีขนส่ง

คนขับเร่งคันเร่งขึ้น รถวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วพอประมาณ
“นั่งรถมาทั้งคืนเหนื่อยไหม?” เสียงใครบางคนบนรถถาม
“เหนื่อย แต่ก็พอทนได้” ฉันตอบ
“พอรู้ไหมว่าเดินทางมาทั้งหมดกี่กิโล”
“สำหรับเราเบาะๆ ประมาณ ๑,๐๕๐ กิโล”
“ไม่รู้จะมาทำไมไกลก็ไกล”
“นั่นสิไม่รู้จะมาทำไมไกลก็ไกล”


จริงอย่างที่ใครบางคนบนรถว่า ไม่รู้เราจะมาทำไมไกลก็ไกล เดินทางข้ามวันข้ามคืน แต่นั่นเป็นเพียงสิ่งที่พวกเราบนรถพูดหยอกล้อเล่นกันเท่านั้น ความจริงเราล้วนอยากเดินทางมา และมาเพื่อจะได้เห็นความจริงว่า ‘แม่น้ำมูนหลังการเปิดเขื่อนเป็นอย่างไร?’

20080407 2

ในที่สุดจุดมุ่งหมายของเราก็เป็นจริง เมื่อรถพาเราวิ่งขึ้นไปบนสันเขื่อน (ขออภัยที่ไม่กล้าเรียกว่าถนน) ประตูระบายน้ำของเขื่อนทั้งหมดถูกยกขึ้นจนสุดบาน สายน้ำไหลหลั่งโถมถั่ง เพื่อปลอดปล่อยความอัดอั้นที่สั่งสมมาเนิ่นนาน ในความเป็นจริงแล้ว ใช่ว่าฉันจะไม่เคยมายังที่แห่งนี้ ฉันเคยมาหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งใดเลยที่ฉันจะได้เห็นประตูระบายน้ำของเขื่อนทั้งหมด ซึ่งปิดกั้นแม่น้ำถูกยกขึ้นพร้อมกัน

ใครบางคนบนรถบอกกับฉันว่า “หลังจากเขา--หมายถึงเจ้าหน้าการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (ผิด) ได้เปิดประตูเขื่อนตามมติคณะรัฐมนตรี แม้ว่าจะเปิดช้ากว่าปกติ คนหาปลาได้กลับมาหาปลา คนหาปลาที่ไปทำงานกรุงเทพก็กลับมา”

20080407 3

สิ่งที่เพื่อนคนนั้นพูดไม่ใช่สิ่งเกินเลย เพราะหลังจากเราข้ามสันเขื่อนไปแล้ว รถก็มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวอำเภอโขงเจียม เมื่อไปถึงตลาด ภาพแรกที่ฉันเห็นหลังข้ามสะพานมาถึงตัวอำเภอ แม่ค้าขายปลา และคนหาปลาต่างช่วยกันยกปลาขึ้นใส่ถังน้ำแข็งบนรถที่จอดรออยู่ ว่ากันว่าปลายทางของปลาเหล่านี้อยู่ที่มหานครสมมติ

“แปลกแต่จริง คนไม่เคยเห็นแม่น้ำแต่ได้กินปลาจากแม่น้ำ คนที่ไม่อยากให้เปิดประตูเขื่อนก็ได้กินปลาจากแม่น้ำ เขาจะรู้สึกไหมหนอว่า ปลาที่เขากินนั้นมาจากหยาดเหงื่อ และการเรียกร้องของคนที่พวกเขารู้จักเพียงว่า นักต่อสู้ข้างถนน”

ฉันรำพึงรำพันกับเพื่อนบนรถ
“คนอยู่ไกลเขาไม่รู้สึกหรอก แถมยังไม่อยากมายุ่งเกี่ยวด้วย แต่พอถึงหน้าเปิดเขื่อนได้กินปลาก็ยิ้มแก้มแทบปริ” เพื่อนร่วมทางที่เป็นคนนำทางบอกเล่าความรู้สึกออกมา หลังเขาจมอยู่กับความเงียบเนิ่นนาน

“นี่ละหนาคนเรา พอเห็นความจริงก็ยอมรับไม่ได้ แต่พอดอกผลของความจริงปรากฏก็ยินดีปรีดา ตอนชาวบ้านเรียกร้องให้เปิดประตูเขื่อนไม่ยอมมาช่วย แต่พอรู้ว่ามีปลาก็สั่งให้เอาไปขายให้ จะกินแต่ปลา แต่ไม่ยอมเล็งเห็นคุณค่าของคนหาปลา”

“เขาจะไปเห็นความจริงอะไร ยิ่งอยู่ไกล ความจริงที่เห็นยิ่งไกลห่าง นี่ถ้าคนที่ได้กินปลาจากแม่น้ำมูนทั้งหมดมาช่วยชาวบ้านรณรงค์ให้เขาเปิดประตูเขื่อนปากมูนแบบถาวรคงเป็นคลื่นมหาชนที่ยิ่งใหญ่พอสมควรทีเดียว”
“นั่นสินะ ชาวบ้านจะได้มีแนวร่วมมากขึ้น”    


หลังพวกเราพุดคุยกันอยู่ไม่นาน ทุกคนก็เงียบเสียงลง เมื่อรถจอดสงบนิ่งตรงแผงขายปลาข้างทางแห่งหนึ่ง บนแผงขายปลา ปลาเพี้ยหลายขนาดนอนเรียงรายอยู่บนแผงขายปลา
“นี่เพิ่งจับได้ไม่ใช่ปลาเลี้ยง ถ้าเขาไม่เปิดเขื่อนคงไม่ได้มากขนาดนี้หรอก จะซื้อกี่กิโล”
“๒ กิโล”
ใครบางคนบนรถตะโกนบอกแม่ค้าขายปลา
“เปิดเขื่อนมันดีอย่างนี้นี่เอง” ใครบางคนพูดขึ้นมา หลังจากรถเคลื่อนตัวออกจากแผงขายปลามาได้ไม่ไกล...

บล็อกของ สุมาตร ภูลายยาว

สุมาตร ภูลายยาว
  ผมได้รู้ข่าวว่าไฟฟ้าที่บ้านดับก็ตอนอยู่บนดอยบ้านห้วยคุ ข่าวสารที่ส่งมาบอกเพียงว่า หลังจากผมและเธอออกจากบ้านมาได้ ๒ วันหลอดไฟที่อยู่ข้างนอกก็ดับลง ทั้งที่มันเพิ่งได้รับการติดตั้ง คนส่งสารยังบอกอีกว่า เขาได้ไปดูที่มิเตอร์ไฟฟ้าของบ้านแล้วปรากฏว่า สายไฟที่ต่อกับมิเตอร์ถูกดึงออกด้วยมือนิรนาม เมื่อสนทนากันอยู่นานสองนาน คนส่งสารผู้ใจดีก็บอกหมายเลขโทรศัพท์ของการไฟฟ้า หลังผู้แจ้งสารหมดสิ้นหน้าที่ ต่อไปจากนี้คงเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องดำเนินการต่อ ผมและเธอเรามองหน้ากัน ต่างคนต่างตั้งคำถามในใจ เกิดอะไรขึ้นกับบ้านที่เราเช่าอยู่มาเกือบครึ่งปี? ผมถามเธอก่อนหลังความเงียบมาเยือนเราสองคนได้ไม่นาน"นั่นสิ…
สุมาตร ภูลายยาว
บนเทือกเขาสูงอันไกลโพ้นในดินแดนที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหลังคาโลก บนเทือกเขาสูงกว่า ๕,๐๐๐ ฟุตจากระดับน้ำทะเลถูกปกคลุมด้วยหิมะเย็นจัด หลังการปกคลุมของหิมะ หลายร้อยหลายพันปี เมื่อความร้อนชื้นของอากาศมาเยือน หิมะจึงถูกหลอมละลายจนก่อเกิดเป็นต้นธารของแม่น้ำอันยิ่งใหญ่สายหนึ่งของโลก ในตอนบน แม่น้ำสีเขียวมรกตอันเกิดจากการละลายของหิมะสายนี้อุดมไปด้วยความหนาวเย็น แม่น้ำได้ไหลจากต้นกำเนิดบนที่สูงลงสู่ด้านต่ำตามกฏแรงโน้นถ่วงของโลกผ่านซอกหุบเขาอันสลับซับซ้อน ผ่านผืนแผ่นดินอันอุดมไปด้วยความแตกต่างทางสังคม วัฒนธรรม และลัทธิการเมืองการปกครอง ทุกพื้นที่ที่แม่น้ำไหลผ่าน…
สุมาตร ภูลายยาว
[๑]เมษายน ๒๕๔๗...แสงแดดใกล้ลับขอบฟ้า คนหาปลาบางกลุ่มกำลังเตรียมตัวเอาเรือเข้าฝั่ง เพื่อกลับคืนสู่บ้านผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการหาปลามาตลอดทั้งวัน การหาปลาเป็นกิจวัตรปกติของคนริมฝั่งแม่น้ำโขงมาเนิ่นนาน แต่ในยามเย็นวันนี้ไม่เป็นเหมือนยามเย็นของวันอื่นๆ ที่ผ่านมา ช่วงนี้ริมฝั่งแม่น้ำโขงคึกคักเป็นพิเศษ เพราะข่าวการเดินทางมาของปลาบึก ปลาใหญ่ที่คนหาปลาขนานนามให้ว่า ‘ปลาเทพเจ้าแห่งลำน้ำโขง’ พี่รงค์ จินะราช คนหาปลาบ้านหาดไคร้ได้เอาเรือออกไปไหลมองในแม่น้ำโขงบริเวณดอนแวงตามปกติ มองที่ไหลไปตามกระแสน้ำเป็นมองขนาดเล็ก พอมองไหลไปปะทะกับสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ ชั่วพริบตานั้นฟองอากาศขนาดใหญ่ก็เกิดขึ้นบนผิวน้ำ…
สุมาตร ภูลายยาว
เสียงผู้คนส่งเสียงเชียร์เรือยาวในแม่น้ำดังไปทั่วริมฝั่ง งานแข่งเรือเริ่มขึ้นในวันสาขารล่อง--ประมาณวันที่ ๑๔ เมษายน เบื้องล่างเหนือสายน้ำ เรือ ๒ ลำกำลังขับเคี่ยวกันอย่างหนัก ไม่นานนักเรือที่มีฝีพายใส่เสื้อสีแดงก็ทะยานเข้าเส้นชัยหลังเรือลำนั้นเข้าเส้นชัยแล้ว การแข่งเรือรอบคัดเลือกจึงสิ้นสุดลง พรุ่งนี้จะเป็นวันตัดสินว่า เรือของคุ้มบ้านไหน จะได้ลอยลำเฉิดฉายเข้าเส้นชัย เสียงเพลงเฉลิมฉลองทั้งปราชัย และมีชัยดังมาเป็นระยะ เมื่อผู้คนเริ่มทยอยกลับบ้าน ชายชราก็ลุกจากเสื่อที่ปูนั่ง และเดินออกมาจากริมน้ำคืนสู่บ้าน ก่อนจะเดินมาถึงบันไดทางขึ้นวัด ชายชราก็ก็หยุดคุยกับใครบางคนตรงเชิงบันได“เด็กบ้านเรามันไม่สู้…
สุมาตร ภูลายยาว
ตะวันสายแดดส่องฟ้า เรือหาปลากับชายชรากำลังเดินทางออกจากท่า เพื่อหาปลาอีกครั้ง ในแสงแดดยามสาย ชายชรากำลังสลัดคราบไคร้ที่เกาะติดเบ็ดออก เพื่อทำความสะอาดให้มันกลับมาพร้อมใช้งานอีกครั้งสายน้ำลดระดับลงอีกครั้งหลังโถมถั่งในหน้าฝน สายน้ำเชี่ยวกรากกลับกลายเป็นแผ่วเบา และลดความเกรี้ยวกราดลง วันนี้ไม่แตกต่างจากหลายวันในช่วงเริ่มต้นฤดูหนาว ชายชรายังคงดำเนินชีวิตไปตามปกติในครรลองของคนกับเรือเหนือสายน้ำอันกล่าวได้ว่าคือสายชีวิตของชายชราด้วยสายลมแห่งเดือนมกราคมพัดมาเยือกเย็น ริมฝั่งน้ำตรงกระท่อมหาปลา ชายชรานั่งเงียบงันอยู่ข้างกองไฟ ๒ วันมาแล้วยังหาปลาไม่ได้ ช่วงนี้จึงมีเพียงกุ้งติดฟดริมฝั่งน้ำเท่านั้น…
สุมาตร ภูลายยาว
หลังจากวันแรกจนถึงวันนี้ ผมลองนับเดือน นับปีดูแล้ว ผมมาอยู่เมืองชายแดนริมแม่น้ำแห่งนี้ ล่วงเข้าไป ๕ ปีแล้ว ใน ๕ ปีของการใช้ชีวิต แน่ล่ะย่อมแตกต่างจาก ๗๖ ปีของชายชราอย่างสิ้นเชิง แต่สิ่งที่ผมได้เห็นไม่ต่างกับชายชราเลยแม้แต่น้อยแม้จะนานกี่ชั่วอายุคน ผู้คนริมฝั่งน้ำยังคงพึ่งพาแม่น้ำสายนี้ในด้านต่างๆ อยู่เช่นเดิม คนหาปลายังคงหาปลา แม้ว่าจะได้ปลาน้อยลงก็ตามที คนขับเรือรับจ้างก็ยังคงขับเรืออยู่เช่นเดิม แม้ว่าจะมีข่าวการเกิดขึ้นของสะพานข้ามแม่น้ำก็ตามที คนแบกของตรงท่าเรือก็ยังคงทำหน้าที่แข็งขันกว่าเดิม แม้จะแบกของได้น้อยลง…
สุมาตร ภูลายยาว
ในยามเย็น หลังแสงตะเกียงสว่างขึ้น ความสว่างของแสงไฟตะเกียงก็ตัดกับท้องฟ้ามืดครึ้มไร้ดวงดาวแต้มขอบฟ้า ดูเหมือนว่ายามนี้สายฝนต้นฤดูมาถึงแล้ว ในที่ไกลออกไปฟ้าแลบแปลบปลาบ ทุกครั้งที่ฟ้าแลบ ความสว่างที่เกิดขึ้นเพียงสั้นๆ ทำให้ฟ้าสีดำดูน่ากลัว ไม่นานนักหลังฟ้าร้องเข้ามาใกล้ สายฝนปานฟ้ารั่วก็โถมถั่งลงมายามนี้ปลาหลายชนิดอพยพขึ้นเหนือ เพื่อวางไข่ จะเหลือเพียงปลาบางชนิดเท่านั้นอพยพขึ้นมาช่วงน้ำลด ในช่วงนี้ คนหาปลาไหลมองก็จะเริ่มยุติการหาปลาลง เพราะน้ำในแม่น้ำเป็นน้ำใหญ่หาปลาลำบาก ช่วงน้ำใหญ่นี่เองถือว่าธรรมชาติได้จัดการมนุษย์…
สุมาตร ภูลายยาว
หลังกลับมาถึงบ้าน ผมหวนคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่แกเล่าให้ฟัง ห้วงอารมณ์นั้น ผมคิดถึงหนังสือเล่มหนึ่ง หนังสือเล่มนี้เล่าถึงการรอนแรมออกทะเล เพื่อตกปลาของชายแก่คนหนึ่ง การเดินทางออกทะเลของชายชราในหนังสืออาจแตกต่างกับการเดินทางออกสู่แม่น้ำของชายชราแห่งโลกของความจริงอยู่บ้าง แต่ในวิถีของชายเฒ่าทั้งสองคน มีเรื่องราวทั้งเหมือน ทั้งแตกต่างรวมอยู่ด้วยกัน การเดินทางไปสู่วิถีของการเป็นนักล่าของชายทั้งสองอาจจะไม่ต่างกันมากนักในการกระทำ แต่เป้าหมายในการออกเรือ เพื่อเป็นนักล่าของชายทั้งสองอาจแตกต่างกัน คนหนึ่งออกเรือไปล่าเพื่อความสุขตามคิดความเชื่อของตัวเอง แต่อีกคนหนึ่ง…
สุมาตร ภูลายยาว
แสงแดดยามบ่ายคลี่ม่านกระจายโอบไล้ยอดไม้ แรงลมพัดยอดไม้เอนไหว ดอกไม้ป่าสีขาวของฤดูฝนกำลังร่วงหล่นลงพื้นดิน แม้ว่าดอกไม้จะจากไป แต่ธรรมชาติก็ได้มอบความเขียวชะอุ่มของผืนป่ามาทดแทนเช่นกันยามบ่ายขณะหลายคนยังวุ่นอยู่กับงาน ผมเดินเตร็ดเตร่ตามถนนมาถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง หลังอ่านป้ายก็รู้ว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านของชายชรา ผมมองหาเจ้าของบ้านอยู่นอกรั้วในใจยังหวั่นอยู่ว่าจะได้พบเจ้าของบ้านหรือเปล่า เมื่อมองดูอยู่ครู่หนึ่ง ผมก็เห็นชายชราผู้เป็นเจ้าของบ้านกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับกองไม้ไผ่ข้างห้องครัวผมร้องเรียกชายชราอยู่นอกรั้ว เมื่อได้ยินเสียงเรียก แกก็เงยหน้าขึ้นมาดู และเรียกผมเข้ามาในบ้าน…
สุมาตร ภูลายยาว
หลังกลับมาจากเมืองริมแม่น้ำในครั้งนั้น ไม่นานผมก็เดินทางมาเมืองริมแม่น้ำอีกครั้งพร้อมกับความทรงจำเมื่อ ๒ เดือนก่อน...ความทรงจำเมื่อ ๒ เดือนก่อนเกิดขึ้นบนแม่น้ำสายนี้ ผมจำได้ว่าช่วงนั้นเป็นฤดูฝน น้ำปริ่มฝั่งหมุนวนน่ากลัว ผมได้พบชายชราอีกครั้งหลังจากไม่ได้พบกันนาน ชายชรานั่งอยู่บนเรืออีกลำหนึ่ง ซึ่งวิ่งสวนทางกับเรือที่ผมโดยสารมา เมือเรือวิ่งสวนทางก็ได้ยินเสียงทักทายของคนขับเรือทั้งสอง แม้ว่าจะฟังสำเนียงการสนทนาไม่รู้เรื่องทั้งหมด แต่ก็พอจับใจความได้ว่าคนขับเรือทั้งสองคุยกันเรื่องอะไร บนนาวาชีวิตกลางสายน้ำของชะตากรรม…
สุมาตร ภูลายยาว
สายโขงยังตัดไม่ขาด สายสวาทตัดขาดอย่างไรตัดบัวก็ยังไว้ใย ตัดน้ำใจยังมีเมตตาค่อยอิง ค่อยอาศัยกัน เอาไว้รักกันในวันข้างหน้ามาเถิด มาเถิดแก้วตา รำวงดีกว่าร่าเริงหัวใจ รำวงดีว่าร่าเริงหัวใจ....เสียงเพลงแหบพร่าลอยตามสายลมไกลออกไป จนเงียบหายไปกับโค้งขอบฟ้ากลางคืน นานครั้งชายชราจะร้องเพลง แต่บทเพลงที่ชอบร้องสม่ำเสมอคือเพลงนี้ ค่ำคืนนี้อากาศหนาวเย็นลง ชายชราจึงก่อกองไฟ เพื่อผ่อนเบาความหนาว เนิ่นนานที่กองไฟสว่างไสว แต่เมื่อฟืนที่กองสุมไว้ในตอนเย็นใกล้หมด แสงไฟก็สลัวลง เปลวไฟมีอยู่น้อยนิดเหมือนจะมอดดับลงทุกครั้งยามสายลมพัดเข้ามา พอสายลมพัดผ่านไป แสงไฟก็สว่างขึ้นมา หลังแสงไฟสว่าง…
สุมาตร ภูลายยาว
ภาพของชายชราวัย ๗๕ ปี กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่บริเวณระเบียงกระท่อมแจ่มชัดขึ้นเมื่อเข้าไปใกล้ กุ้งสีชมพูขนาดนิ้วก้อยหลายสิบตัวนอนนิ่งอยู่ในจานเบื้องหน้าของชายชรา ถัดจากจานกุ้งไปเป็นถ้วยน้ำพริกปลาร้าที่กินเหลือจากเมื่อวานรายการอาหารที่กล่าวมาทั้งหมดคืออาหารมื้อเย็นสำหรับชายชรา     ลูกแมวสองตัว ตัวหนึ่งสีน้ำตาล ตัวหนึ่งสีขาว หมอบคลอเคลียอยู่ด้านข้าง นานครั้งมันจะเดินมาหยอกล้อเล่นกัน พอหยอกล้อกันจนหนำใจมันก็กลับไปนอนนิ่งอยู่ที่เดิม บนท้องฟ้าอาทิตย์อัสดงลงไปไม่นานนัก ท้องฟ้าที่เคยกระจ่างเป็นสีฟ้าเริ่มกลายเป็นสีดำหลังจากอิ่มหนำสำราญ…