Skip to main content
ฯลฯ ฉันอยากจะขอพักเขียนเรื่องของแกไว้ตรงนี้เสียหน่อย แล้วแทรกความเป็นไปในช่วงเวลาปัจจุบันนี้เข้าไปเสียบาง เผื่อว่าแกผู้เป็นเด็กน้อยเมื่ออดีตกาลจะพึงรับรู้ให้เป็นส่วนประสานในชีวิตที่ขาดริ้วเมื่อวันเก่าก่อน
 
แกรู้ไหมว่า ฉันเป็นคนเสื้อแดง ซึ่งฉันขอใช้สิทธิ์ที่จะเลือกเป็นโดยที่ไม่ต้องไถ่ถามแกด้วยซ้ำ แต่ฉันแค่เพียงอยากจะเล่าให้แกฟัง เด็กน้อยผู้เป็นอดีตของฉัน ความหมายโดยบริบทที่ว่านี้ การเมือง และความเป็นไปของสังคม ซึ่งฉันคิดว่า มันหาได้แยกจากชีวิตของแกเมื่อครั้งวัยเยาว์หรือชีวิตฉันเมื่อยามเติบโตเป็นผู้ใหญ่ การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ว่าเด็กข้างถนนเมื่อวันเก่าก่อนอย่างแก หรือคนสามันธรรมดาที่ใช้เวลาว่างอยู่กับการเขียนอันไร้สาระของตัวเองอย่างฉัน
 
แกรู้ไหม เสื้อแดงที่ฉันใส่อยู่นี้ บางคนนั้นไม่เข้าใจ คิดว่าจะใส่หรือถอดมันได้ง่ายดายราวกับเสื้อผ้าที่โยนลงในตะกล้าและหาเอาใหม่ในตู้ใบใหญ่ประจำวัน ซึ่งแท้จริงแล้ว เสื้อแดงในความหมายนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งประวัติศาสตร์ ถึงแม้จะเป็นประวัติศาสตร์ที่ผู้มีความรู้มากมายพยายามลบทิ้งนั้น แต่มันคือบริบทของชีวิตแสนธรรมดา และถูกหลงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นมายาคติ แล้วผู้คนที่คิดแบบนั้นก็พยายามถอดมันออกจากชีวิตของคนเช่นฉัน
 
ก็เหมือนกับฟันที่เรียงไม่เป็นระเบียบในปาก มันบ่งบอกความเป็นตัวตนและอัตลักษณ์ที่สังสมโดยสังคมซึ่งกดทับลงมา ต่อให้ฉันเลิกใส่เสื้อสีนี้ หรือแม้แต่ถอดมันออกทุกสี ฟันของฉันก็จะยังคงเรียงไม่เป็นระเบียบอยู่แบบนั้น นั่นแหละ ความหมายของการเป็นคนเสื้อแดงที่ไม่มีวันที่ฉันจะแกะเอามันออกจากตัวเองเหมือนที่ฉันไม่มีวันแกะเอาฟันเก ๆ ออกไปจากชีวิต การพยายามทำแบบนั้นมันดูงี่เง่า ยกเว้นเสียแต่ว่า แกจะเป็นคนสั่งให้ใครต่อใครทำแบบนั้นเสียเอง
 
แล้วการเป็นคนเสื้อแดงนั้น ดีหรือเปล่า แกคงสงสัย เพราะจากขั้นต้นที่ฉันเล่าให้แกฟังเมื่อแรกเริ่มของวรรคย่อย ก็ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรดีเลยกับการเป็นเสื้อแดง ซึ่งก็เป็นอย่างที่แกสงสัยไม่ผิดจากนี้มากน้อย ในขบวนรถไฟสายประชาธิไตยไม่มีอะไรดูแย่เท่ากับการเป็นคนเสื้อแดง ยกเว้นคนที่พยายามเขียนในฐานะคนเสื้อแดงอย่างฉัน แต่มันก็คงไม่แย่เท่ากับการถูกถีบให้ตกขบวนสายประชาธิปไตยอันงดงามราวกับตบแต่งด้วยดอกไม้นานาชนิด แต่ก็ยังโชคดีเพราะไม่ใช่รถไฟความเร็วสูง สุดท้าย ในกลุ่มคนที่ถูกถีบตกลงมา รวม ๆ กันแล้วเดินไปด้วยกันก็น่าจะไปไวกว่ารถไฟสายเต่าที่หนักอึ้งเคลื่อนไหวช้าเพราะประดับประดาด้วยดอกไม้แห่งความมีอุดมการณ์สวยงามเสียเต็มแบบนั้น
 
เห็นฉันพูดแบบนี้ แต่แน่นอนว่าฉันไม่ใช่คนต่อต้านสังคม ถึงแกจะมองว่าฉันเป็นคนปากคอเราะร้าย แต่ฉันคิดว่า เราควรมีข้อสรุปกับการใช้ภาษาที่ถูกและเหมาะสม เช่นพูดว่าฉันเป็นพวกนิ้วเราะร้าย เพราะฉันไม่ค่อยพูด แต่มักจะพิมพ์มากกว่า ถ้าให้ฉันพูด ฉันคงเถียงไม่ทันแม้แต่แมวที่บ้าน
 
แต่ฉันอยากจะบอกว่า ถึงแม้จะพยายามใช้ภาษาให้ขำเพื่อเบาสำนวนสักเพียงใด แกจงรู้ไว้ว่า ชีวิตคนเสื้อแดงนั้นน่าเศร้า การต่อสู้และการสูญเสียของพวกเขาถูกบิดเบือนให้เป็นแค่เพียงการถูกหลอกในเกมส์ของชนชั้นนำตามวาทกรรมที่พวกเขียนหนังสือเป็นชอบใช้ สิทธิขั้นพื้นฐานในการเลือกผู้นำและนักการเมือง หรือ พรรคการเมืองในระบบประชาธฺิปไตยถูกบิดเบือนให้กลายเป็นการบ้าคลั่ง การถูกคกคามทำร้ายเพียงเพราะใส่เสื้อสีแดงไม่ถูกปกป้องจากสังคมนักสิทธิที่มีปากเสียง รวมถึงสื่อของพวกเขาก็ดูเหมือนไม่ถูกรวมว่าเป็นสื่อและไม่ถูกปกป้องแม้แต่จากสื่อด้วยกัน การถูกคุกคาม ฆ่า ลอบฆ่าเป็นรายบุคคลไม่ถูกปกป้องหรือถูกสนใจจากสื่อ เสียงปืนที่ลั่นดังดับชีวิตคนเสื้อแดงไม่ถูกสนใจเท่าเสียงตดของปัญญาชน อันนี้ฉันล้อเล่นนะ ไม่มีสื่อที่ไหนค่อยแต่สนใจเสียงตดของพวกปัญญาชนนักเคลื่อนไหวหรอก
 
สุดท้ายก่อนที่จะสิ้นสุดวรรคย้อยที่เว้นไว้ ณ ที่นี้ ฉันขอบอกกับแกว่า การใส่เสื้อสีแดงของฉันนั้น ถือเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่สุด พอ ๆ กับการที่ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะขี้ในห้องน้ำของบ้านตัวเอง พอ ๆ กับการเลือกว่าจะใส่กางเกงในสีอะไร หรือ พอ ๆ กับการที่แกจะเลือกเปิดหรือปิดบานเก็ตที่หน้าต่างของบ้านตัวเอง เพราะฉนั้น ฉันจึงปฏิเสธและตอบโต้ทุกข้อกล่าวหาที่พยายามทำให้การใส่เสื้อสีแดงของฉันเป็นข้อบกพร่อง เป็นความคลั่งบ้า เป็นความไม่สมบูรณ์ในการเป็นขบวนการประชาธิปไตยหรือเป็นฉิบหายอะไรก็ช่างเถอะ แต่ฉันของยืนยันต่อสิทธิขั้นพื้นฐานต่อการมีตัวตนอยู่ในสังคมที่เชื่อภายใต้แนวคิดของอิสรภาพ เสรีภาพ ความเสมอภาค หรือฉิบหายอะไรก็ช่างเทือก ๆ ที่พวกคนมีความรู้มักจะชอบพูดกัน ฉันขอยืนยันกับแก และขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่ต้องถามแกต่อการเลือกใส่เสื้อแดงของฉัน แม้ว่าแกคือครึ่งหนึ่งของชีวิตเมื่อในอดีตก็ตามที ฯลฯ

 

บล็อกของ เขียน ตะวัน

เขียน ตะวัน
ฯลฯ ฉันคิดว่า เราควรจะต้องพักเรื่องซีเรียสของแกไว้เสียบ้าง เพราะมันทำให้ฉันอึดอัดราวกับใส่เสื้อกันหนาวสไตล์เกาหลีออกไปเดินกลางแดดของวันที่สี่ หลังจากที่อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่วันที่สอง 
เขียน ตะวัน
                                                      &n
เขียน ตะวัน
...แล้วในตอนที่ฉันกำลังจะข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามนั่นเอง ทันใดรถพ่วงข้างขายไก่ย่างก็เลี้ยวออกจากซอยตัดหน้าให้ฉันต้องชะงักขาที่กำลังจะก้าวลงจากฟุตบาท พ่อค้าทำลอยหน้าลอ
เขียน ตะวัน
...เช้านั้น คุณเขียนตื่นขึ้นแล้วได้พบว่า ตัวเองต้องการเข้าห้อ
เขียน ตะวัน
                                                                &nbs
เขียน ตะวัน
                                                                &nb
เขียน ตะวัน
                                                                &nbsp