Skip to main content
สวนหนังสือ
นายยืนยง  บทวิจารณ์นวนิยาย:    สมัญญาแห่งดอกกุหลาบ THE NAME OF THE ROSEผู้ประพันธ์            :    อุมแบร์โต เอโก  UMBERTO ECOผู้แปล                 :    ภัควดี  วีระภาสพงษ์   จากฉบับแปลภาษาอังกฤษ ของ วิลเลียม วีเวอร์ บรรณาธิการ         :    วิกิจ  สุขสำราญสำนักพิมพ์           :    โครงการจัดพิมพ์คบไฟ  พิมพ์ครั้งแรก มีนาคม พ.ศ. 2541
Carousal
นักเขียนการ์ตูนคนแรกที่คุณจำชื่อได้ คือใครคะ?สมัยที่ฉันยังเด็ก เพิ่งอ่านหนังสือออก และเริ่มต้นอ่านการ์ตูนเป็นครั้งแรก ๆ นั้น เป็นยุคที่การ์ตูนไม่มีลิขสิทธิ์กำลังเฟื่องฟู มีสำนักพิมพ์มากมายที่นำการ์ตูนญี่ปุ่นมาแปลเป็นภาษาไทยขาย โดยไม่ใส่ใจว่าใครเป็นคนเขียนหรือคนวาดการ์ตูนเรื่องนั้น มีนักเขียนการ์ตูนหลายคนที่ฉันตามอ่านงานของเขาที่วางตลาดแทบทุกเล่ม แต่ไม่เคยได้รู้เลยว่าเขาชื่ออะไร จนกระทั่งโตและตลาดการ์ตูนบ้านเราเปลี่ยนไปเป็นตลาดลิขสิทธิ์อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแต่ทั้ง ๆ ที่ตลาดการ์ตูนช่วงนั้นเป็นอย่างนั้น และทั้ง ๆ ที่ยังเด็ก แต่ฉันก็ยังอุตส่าห์รู้จักชื่อนักเขียนการ์ตูนเข้าคนหนึ่งจนได้เขาคือ Fujiko Fujio คนเขียนโดราเอมอน การ์ตูนเรื่องโปรดโดนใจตลอดกาลของฉันนั่นเอง
Music
 "The disgraced values of the company manAre why you fight and sacrificeDon't bend or break for their one-way rulesOr run from battles you know you'll lose""คุณค่าของคนทำงานที่ถูกลดทอนคือเหตุผลที่คุณเสียสละ ต่อสู้ และวิงวอนคุณไม่อาจฝ่าฝืนกฏเหล็กของพวกเขาได้หรือแม้จะทั่งจะหนีจากการดิ้นรนที่คุณรู้ว่าจะแพ้โดยไม่อาจทำอะไร"- Tomorrow's IndustryDropkick Murphys เป็นวงพังค์ร็อคที่มาจากการรวมตัวของชาวไอริชที่อพยพมาอาศัยในเมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐฯ มีผลงานที่พอให้คนต่างแดนได้รู้จักบ้างคือเพลงประกอบภาพยนตร์ The Departed ที่ชื่อ "I'm Shipping Up to Boston" นักวิจารณ์บางแห่งบอกว่าเพลงนี้ส่งกลิ่นอายของความกร้าวแกร่งแบบคนงานคอปกน้ำเงินวงชื่อแปลกวงนี้รวมตัวกันครั้งแรกในช่วงกลาง 90's พวกเขาเริ่มเล่นดนตรีกันโดยอาศัยชั้นใต้ดินในร้านตัดผมของเพื่อนเป็นที่จัดแสดง พอพบว่ามีคนชอบก็เริ่มอัดอัลบั้มและออกทัวร์ โดยในยุดแรก ๆ Dropkick Murphys เล่นพังค์ในแนวย่อยที่เรียกว่า Oi!ต้องอธิบายสักนิดว่าแนวที่ชื่อว่า Oi! (แปลกพอ ๆ กับชื่อวง)  นี้เป็นพังค์ที่เดิมทีมาจากชนชั้นแรงงานอังกฤษ พวกแนวนี้ไม่ค่อยเล่นเนื้อหาการเมืองเท่าไหร่ แต่จะเน้นพูดถึงชีวิตประจำวัน บางครั้งก็พูดถึงฟุตบอล เหล้ายาปลาปิ้ง มีบ้างที่บางครั้งก็ต่อยอดไปถึงสังคมได้อย่างเรื่องถูกปลดจากงาน ด่าตำรวจ จิกรัฐบาล (สองอย่างหลังนี้ก็มีในพังค์แนวอื่น ๆ เหมือนกันครับ)จะว่าบางทีในความเป็นเนื้อหาแบบ Oi! มันก็เป็นภาพสะท้อนสังคมในอีกแบบ ที่อาจไม่สวยงามแบบเพื่อชีวิต มีท่าทีขี้เล่นแบบลูกทุ่งไทย ขณะเดียวกันก็แฝงอารมณ์ไม่พอใจสภาพความเป็นอยู่จากเบื้องลึกภายใน มาจากการเก็บกดไม่มีที่ระบาย จนไม่พ้นต้องมาระบายกับคนที่ต้องทนอยู่กับความเจ็บปวดเหมือนกัน เพลงอย่าง FightStarter Karaoke ก็ชวนให้นึกถึงภาพแบบนั้นอยู่"Riot tonighteverybody let's go gonna start a fightbut with who I don't knowThis world is not what it seemsThese beer balls are ruining my dreams.""ออกลุยในคืนนี้ทุกคนพร้อมจะมีเรื่องต่อยตีกับคนที่ไม่รู้กระทั่งว่าเป็นใครเพราะโลกมันไม่เป็นดังที่คาดไว้เหล้ายาก็ไม่อาจบรรเทาความฝันที่ถูกทำลาย"- FightStarter Karaokeด้วยความเป็นวัยเฮ้ว เนื้อหายุคแรก ๆ ของ Dropkick Murphys เลยแสดงออกอย่างวัยรุ่น ด้วยท่าทีดิบ ๆ แบบเพลงที่ว่ามา มีบ้างที่เป็นเรื่องเซ็งตำรวจ เบื่ออำนาจรัฐบาล เช่นเดียวกับวงแนวนี้โดยทั่วไป แต่พอพวกเขาเติบโตขึ้น พื้นเพชีวิตพวกเขาที่มาจากคนระดับล่าง ๆ ของสังคมก็เริ่มทำให้พวกเขามองอะไรลึกขึ้น หรืออย่างน้อยก็มองผ่านชีวิตจริงมากขึ้นจนกระทั่งสหพันธ์แรงงานและสภาอุตสาหกรรมสหรัฐฯ (AFL-CIO) ได้ ชวนให้พวกเขาไปเล่นในวันแรงงานสากลปี ค.ศ. 2001 พวกเขาดีใจมาก ไม่คิดว่าวงที่เคยเล่นเหมือน "หนูในชั้นใต้ถุน" (เป็นคำที่พวกเขาตัวเรียกเองตอนนั้น-ผมไม่ได้ตั้งให้นะ) จะมีโอกาสได้เล่นโชว์ในงานที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายDropkick Murphys ไม่เพียงแค่เกี่ยวข้องกับวันแรงงานเท่านั้น พวกเขายังมีส่วนร่วมกับสหภาพ International Brotherhood of Electrical Workers (IBEW) อีกด้วย เนื้อหาในอัลบั้มหลัง ๆ ของวงพังค์ไอริชก็เริ่มพูดถึงชีวิตแบบปากกัดตีนถีบของคนงาน อิสรภาพและทางเลือกที่จำกัดเพราะฐานะทางเศรษฐกิจ อย่างเนื้อเพลง Worker's Song หรือ "เพลงคนงาน" ยังคงพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับกรรมาชีพระดับล่างในหลายประเทศได้อย่างจริงแท้"We're the first ones to starve the first ones to dieThe first ones in line for that pie-in-the-sky*And always the last when the cream is shared outFor the worker is working when the fat cat's** about""พวกเราจะเป็นพวกแรกที่อดอยาก พวกแรกที่จะตายเป็นพวกแรกที่ไปต่อแถวรับฟังคำสัญญาอันงมงายแต่จะเป็นพวกสุดท้าย ที่ได้ลิ้มรสครีมที่ได้แบ่งคนอื่นไปเพราะคนงานต้องก้มหน้าทำงาน ขณะที่แมวอ้วนอยู่เฉยไม่ทำอะไร"- Worker's Song(*pie-in-the-sky เป็นสำนวนแปลว่า ขนมพายบนสรวงสวรรค์ สื่อถึงการให้คำสัญญาแบบที่ไม่สามารถทำได้ในความเป็นจริง)(** Fat Cat หรือแมวอ้วน เป็นสำนวนใช้เรียก คนรวยที่แสวงหาหนทางสู่อำนาจ)กลุ่มแฟนเพลงของพวกเขาก็หลากหลายขึ้น ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจทำให้ทั้งคนงานคอปกน้ำเงิน (ที่ทำงานใช้แรงงานในโรงงาน ยามรักษาความปลอดภัย ฯลฯ) และคนงานคอปกขาว (พนักงานออฟฟิศ เลขาฯ เสมียน ฯลฯ) ต้องประสบปัญหาอะไรใกล้เคียงกัน ไม่แปลกหากเพลงของ Dropkick จะสามารถเป็นเพื่อนใจ ร่วมเรียงเคียงบ่ากับคนทำงานทั้งสองรูปแบบได้Dropkick Murphys ในงาน St. Patrick Day 2002(รูปถ่ายโดย Angela Giovine , ที่มา http://www.dropkickmurphys.com/)ในอัลบั้มล่าสุดของ Dropkick คือ The Meanest of Times นั้น Ken Casey บอกว่า มีเนื้อหาที่สะท้อนเรื่องราวของกรรมชาชีพออกมาในมุมมองที่มองโลกในแง่ดี เท่าที่ได้ฟังมาบางเพลงของ Dropkick ก็มีเนื้อหาแฝงเรื่องของชาวไอริชอพยพไว้ด้วยดนตรีส่วนใหญ่ของ Dropkick Murphys ไม่พ้นเป็นพังค์ที่ Live and Loud แต่ก็ยังได้ผสานดนตรีพื้นบ้านของไอริช-เชื้อชาติเดิมของพวกเขาลงไปด้วย อย่างบางเพลงก็มีปี่แบ๊กไปป์ (บ้านเราเรียกปี่สก็อตฯ) ก็ลอยเด่นออกมาน่าจดจำ ตรงนี้ถือเป็นการปรับตัวทางวัฒนธรรมที่มีความหมาย และในปี ค.ศ. 2002 แสดงในงาน St. Patrick's day ที่รัฐบอสตัน ซึ่งมันคงเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาภาคภูมิใจไม่น้อย เพราะงาน St. Patrick เป็นการเฉลิมฉลองที่สำคัญของชาวไอริชทั่วโลก ซึ่งเป็นทั้งงานรื่นเริงและงานแสดงทางวัฒนธรรมใช่ที่ว่าตัวดนตรีเองไม่อาจเปลี่ยนโลกแบบปุบปับหรือทำให้คุณภาพชีวิตคนดีขึ้นอย่างทันตาเห็นได้ แต่วงดนตรีชาวไอริชวงนี้ก็ได้ใช้เป็นเครื่องมือรวบรวมเงินทุนช่วยเหลือให้หน่วยงานที่เคลื่อนไหว หรือแม้แต่เป็นหมุดหมาย เป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ ของคนที่รวมตัวกันศิลปะทุกอย่างมันทำเพื่อศิลปะในตัวมันเองอยู่แล้ว แต่หากศิลปะกับชีวิตคนมันยังแยกกันไม่ขาด มันก็ต้องเกี่ยวพันกับสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างน้อยสำหรับคนอเมริกัน Dropkick Murphys ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในทางเลือก สำหรับวันพรุ่งนี้ของยุคอุตสาหกรรม
สวนหนังสือ
นายยืนยงชื่อหนังสือ         :      พี่น้องคารามาซอฟ (The Karamazov Brother)ผู้เขียน              :      ฟีโอโดร์  ดอสโตเยสกีประเภท             :      นวนิยายรัสเซียผู้แปล               :      สดใสจัดพิมพ์โดย       :      สำนักพิมพ์ทับหนังสือ พิมพ์ครั้งที่สาม  ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๓
Carousal
คุณมีนักร้องหรือนักดนตรีในดวงใจ ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ยังคงร้องเพลงของเขาได้อยู่บ้างไหมคะ?แทบจะเรียกได้ว่าเป็นความฝันอันเหลือเชื่อ เมื่อ X-Japan วง J-Rock ในตำนาน ซึ่งประกาศแยกวงไปตั้งแต่ปี 1997 ได้ตัดสินใจกลับมารวมวงกันใหม่ และเปิดคอนเสิร์ต X Japan to Resume its Attach in 2008 I.V. ต้อนรับการกลับมาของตัวเองอย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมางานนี้ เหล่าแฟนพันธุ์แท้ (ซึ่งเป็นเด็กวัยรุ่นในสมัยนั้น แต่มิวเตชั่นเป็นป้าแก่ ๆ ไปเรียบร้อยแล้วในสมัยนี้) ที่ลงทุนถึงกับจับเครื่องบินไปญี่ปุ่นเพื่อช่วยกันปลงสังขารลุง ๆ ที่แก่แล้ว แต่ก็ยังอุตสาหะเล่นดนตรี Rock จนเป็นลมเป็นแล้งคาเวทีกันก็หลายคนแม้ว่าบนเวทีจะไม่มีตัวเป็น ๆ ของ hide มือกีตาร์คู่บุญของ X-Japan มาร่วมด้วย เพราะเขาได้เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี 1998 แต่เสียงกีตาร์ของ hide ก็ยังคงดังกระหึ่มก้องฮอลล์ในวันนั้น เพราะ X ไม่ได้หาสมาชิกคนอื่นมาแทนที่ hide แต่นำเสียงกีตาร์ที่เขาเคยเล่นเอาไว้ตั้งแต่ก่อนตายมาประกอบคอนเสิร์ต มีการฉายภาพโฮโลแกรมของ hide และใช้ตุ๊กตาของเขามาตั้งแทนตัวบนเวทีอีกด้วยอ่าน Review และดูรูปถ่ายจากคอนเสิร์ตครั้งนี้แล้ว ทำให้ฉันต้องกลับไปค้นการ์ตูนเรื่องนี้กลับมาอ่านอีกครั้ง Ghost Rhapsody
สวนหนังสือ
ชื่อหนังสือ         :      พี่น้องคารามาซอฟ (The Karamazov Brother)ผู้เขียน              :      ฟีโอโดร์  ดอสโตเยสกีประเภท             :      นวนิยายรัสเซียผู้แปล               :      สดใสจัดพิมพ์โดย       :      สำนักพิมพ์ทับหนังสือ พิมพ์ครั้งที่สาม  ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓
Carousal
ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาของคุณ คุณคิดว่าตัวคุณเองได้ใช้เวลาทั้งหมดที่มีไปอย่างคุ้มค่าแล้วหรือเปล่าคะ?คุณเคยมีช่วงเวลาที่ปล่อยปละละเลยตัวเองและคนรอบข้าง ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไป ก็ให้นึกเสียดายว่า น่าจะให้ความสำคัญกับช่วงเวลานั้นมากกว่านี้บ้างไหม?คุณเป็นคนผลัดวันประกันพรุ่งหรือเปล่า? มีคำที่คุณอยากพูด มีคนที่คุณอยากพบ มีความฝันที่คุณยังไม่ได้ตั้งต้นลงมือทำให้เป็นความจริงอยู่บ้างไหม?และถ้ารู้ตัวล่วงหน้าว่าชะตากรรมของคุณได้ถูกกำหนดมาให้ต้องตายในอีกหนึ่งวันข้างหน้า คุณจะใช้ช่วงเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงสุดท้ายไปทำอะไร?
เด็กใหม่ในเมือง
ในขณะที่ผมกำลังนั่งเขียนบทความชิ้นนี้ เราได้เห็นบรรดานักคว้าดาวปรากฏในหน้าจอของโมเดิร์นไนน์ทีวี และในอีกไม่นานก็คงถึงคราวของรายการ Academy Fantasia ที่จะกลับมาอยู่ในความสนใจกันอีกครั้งพูดถึงรายการเรียลิตี้โชว์ทั้ง 2 รายการที่ว่านั่น ดูจะเป็นเส้นทางลัดของบรรดา “นักล่าฝัน” หลายๆ คนที่หวังจะเข้าสู่วงการดนตรี ซึ่งดูจะเป็นเส้นทางที่คนจับจ้อง และหลายคนพร้อมจะกระโดดลงไปหามันมากที่สุด... แม้ในที่สุดเราจะได้เห็นว่า เอาเข้าจริงคนที่ถูกลืมจากเวทีเหล่านี้มีมากกว่าผู้ที่ได้รับชื่อเสียงหลายเท่านักแต่ในคราวนี้ ผมจะพูดถึงวงดนตรีวงหนึ่ง ที่เส้นทางการเดินทางของพวกเขาดูจะขรุขระ ไม่ได้มีสปอตไลท์สาดส่อง และไม่ได้มีแฟนคลับคอยเป็นแม่ยกมากมายนัก เอาง่ายๆ ก็คือทางของพวกเขาเป็นเส้นขนานกับเส้นทางของนักล่าฝันเหล่านั้นวงดนตรีวงนี้เริ่มจากวงดนตรีเล็กๆ จากการรวมตัวของนิสิตร่วมสถาบัน จับพลัดจับผลูได้เล่นในคอนเสิร์ต Live in a Day (คอนเสิร์ตที่จัดโดยนิตยสาร a day) ครั้งแรก เริ่มทำแผ่นซิงเกิ้ลแบบทำเอง – ขายเอง วางขายตามเทศกาลดนตรีต่างๆ ซึ่งแม้จะขายไม่ค่อยได้ แต่ก็พอทำให้มีคนรู้จักพวกเขาในแวดวงอินดี้อยู่พอสมควรหลังจากนั้นพวกเขาได้ร่วมเป็นหนึ่งในวงที่ริเริ่มก่อตั้งกลุ่ม “โคตรอินดี้” – กลุ่มวงดนตรีเล็กๆ ที่จัดคอนเสิร์ตกันเอง เล่นกันเอง โดยเริ่มจากการเช่าโรงหนังชั้นสองแถวๆ เยาวราชเพื่อเปิดคอนเสิร์ต ก่อนที่จะเริ่มจัดคอนเสิร์ตตามสถานที่ต่างๆ มีคนดูบ้าง ไม่มีคนดูบ้าง ถูกตำรวจปิดงานเพราะเล่นเกินเวลาเที่ยงคืนบ้างในระหว่างนั้นวงดนตรีวงนี้ผ่านการเปลี่ยนแปลงสมาชิก และเริ่มสะสมเพลงของตัวเองมากขึ้น  ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ลับคมเขี้ยวทางดนตรีให้แหลมคมขึ้นเรื่อยๆหลังจากนั้นพวกเขาได้มีเพลงไปอยู่อัลบั้ม Compilation อัลบั้ม Tata Tomorrow ของห้องซ้อมดนตรี Tata Studio ของต้าร์ – อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา (จริงๆ พูดชื่อสั้นๆ ว่าคุณต้าร์ แห่งวง Paradox ก็ได้ หรือจะเรียกให้สั้นกว่านั้นว่า “ต้าร์ Paradox” ก็ได้อีก แต่ เอ่อ...ไอ้ที่อยู่ในวงเล็บนี่ มันชักจะยาวเกินไปแล้วนี่หว่า:-P) ร่วมกับวงดนตรีหลายๆ วง (หนึ่งในนั้นคือวง Klear ที่ตอนนี้ไปอยู่ในสังกัด Genie Records ไปแล้ว) ซึ่งมาถึงตอนนี้ พวกเขาได้มีโอกาสทำอัลบั้มเต็มๆ ของพวกเขาสักที หลังจากเริ่มตั้งวงมากว่า 5 ปี โดยได้คุณต้าร์นี่แหละที่ทำหน้าที่ Producer ของอัลบั้มอัลบั้มที่ว่านี่ชื่อ Found and Lost และวงดนตรีวงนี้คือวงดนตรี “ภูมิจิต” นั่นเอง
สวนหนังสือ
นายยืนยงชื่อหนังสือ                     :    เค้าขวัญวรรณกรรมผู้เขียน                         :    เขมานันทะพิมพ์ครั้งที่สอง (ฉบับปรับปรุง) ตุลาคม ๒๕๔๓     :    สำนักพิมพ์ศยาม  
Carousal
มีใครเคยบอกว่าคุณเป็นคนแปลกบ้างไหมคะ?การเป็นคนแปลกในสายตาคนทั่วไปนี่ จะว่าดีก็คงดี แต่จะว่าไม่ดีก็คงได้ ในบางมุม ความแปลกแสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ แสดงถึงอิสระเสรี แสดงถึงการไม่ตามกระแสและไม่ตกอยู่ใต้อิทธิพลของใคร แต่ในอีกบางมุม ความแปลกก็อาจหมายถึงความอุตริไม่เข้าเรื่อง หมายถึงช่องว่างอันใหญ่โตโอฬาร ระหว่างสิ่งที่สังคมยอมรับนับถือกับสิ่งที่คนแปลก ๆ คนนั้นยอมรับนับถือ หมายถึงความไม่เข้าใจ และในบางครั้งก็ลากยาวไปถึงความอยากดัง หรือความเกรียนไปโน่น ๆถ้างั้นจริง ๆ แล้ว ความแปลกมันหมายถึงอะไรกันแน่นะ?ฉันมีสาวน้อยอันเป็นตัวอย่างของความแปลกคนหนึ่งมาแนะนำให้คุณรู้จักค่ะ เธอคือนาคาฮาร่า ซูนาโกะ หรือที่บรรดาคุณลุงคุณป้าในย่านร้านค้าพากันพร้อมใจตั้งชื่อเล่นอย่างไม่เป็นทางการให้ว่า ‘สาวน้อยสุดสยอง’ เธอเป็นตัวละครเอกจากการ์ตูนเรื่อง ‘หนุ่มหล่อเฟี้ยว แปลงโฉมสาว’ หรือ Yamato Nadeshiko Shichi Henge ผลงานของ Tomoko Hayakawa จัดจำหน่ายในรูปแบบภาษาไทยโดยบงกชคอมิคส์ค่ะหากเอ่ยถึงเด็กสาวมัธยมปลาย คนทั่วไปอาจคิดถึงเด็กผู้หญิงวัยกำลังเริ่มสาว ที่ใช้ชีวิตอย่างสดใสส่องประกายของวัยดรุณ แต่ซูนาโกะเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับภาพนั้นอย่างที่เรียกได้ว่าจากขาวเป็นดำ ซูนาโกะไม่ชอบการรวมพลเพื่อนสาวไปกินบุฟเฟต์เค้ก ไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าคาราโอเกะ เกลียดการถ่ายปุริคุระ (รูปสติ๊กเกอร์) แบบเอาเป็นเอาตาย เธอไม่ชอบสีชมพู เกลียดอะไรที่หวานแหวว และสิ่งที่สามารถฆ่าเธอตายได้คือเครื่องสำอางและการไปร้านเสริมสวย
Carousal
คุณเคยจินตนาการถึงความตายของตัวคุณเองบ้างไหมคะ?คงไม่ใช่ทุกคนที่เมื่อถึงเวลาก็หลับตาตายบนที่นอนน้อยของตัวเองอย่างสงบเหมือนเตียวจูล่งหยุนแห่งสามก๊ก ความตายไม่เลือกวันเวลา ไม่เลือกอายุอานาม ไม่สามารถผ่อนผัน และไม่รับส่วย ดังนั้น ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกหากความตายที่เดินทางมาหา จะเป็นความตายที่คุณไม่อยากได้ ไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าคุณจะได้ตายในรูปแบบที่ตัวเองชอบ ไม่แน่ด้วยซ้ำว่าจะได้ตายอยู่ท่ามกลางพี่น้องและญาติมิตรอันแสนอบอุ่นซึ่งคอยกระซิบข้างหูให้คุณไปดี คุณอาจจะตายอย่างปัจจุบันทันด่วนด้วยอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน หรือถูกฆาตกรรมอำพราง ศพถูกนำไปทิ้งไว้ในที่รกร้างไม่มีใครหาพบ ต้องกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน คอยโบกรถอยู่บนทางโค้งเปลี่ยว ๆ คนเดียว ด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าจะมีคนใจดีสักคนกล้าพอที่จะจอดรถรับ แล้วพาคุณกลับบ้านฟังดูน่ากลัวใช่ไหมคะ? แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะตอนนี้ เรามีบริการดี ๆ ที่ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องจะกลายเป็นผีไม่มีญาติอีกต่อไปแล้ว
สวนหนังสือ
‘นายยืนยง’ ชะตากรรมของสังคมฝากความหวังไว้กับวรรณกรรมเพื่อชีวิตเห็นจะไม่ได้เสียแล้ว  หากเมื่อความเป็นไปหรือกลไกการเคลื่อนไหวของสังคมถูกนักเขียนมองสรุปอย่างง่ายเกินไป  ดังนั้นคงไม่แปลกที่ผลงานเหล่านั้นถูกนักอ่านมองผ่านอย่างง่ายเช่นกัน  เพราะนอกจากจะเชยเร่อร่าแล้ว ยังเศร้าสลด ชวนให้หดหู่...จนเกือบสิ้นหวังไม่ว่าโลกจะเศร้าได้มากแค่ไหน ก็ไม่ได้หมายรวมว่าเราจะใช้ชีวิตอยู่แต่กับโลกแห่งความเศร้าใช่หรือไม่? เพราะบ่อยครั้งเราพบว่าความเศร้าก็ไม่ใช่ความทุกข์ที่ไร้แสงสว่าง  ความคาดหวังดังกล่าวจุดประกายขึ้นต่อฉัน เมื่อตั้งใจจะอ่านรวมเรื่องสั้น โลกใบเก่ายังเศร้าเหมือนเดิม ของ ทัศนาวดีแต่แล้วกลับต้องผิดหวัง! (ในลำพัง) เพราะไม่เคยคาดคิดว่าต้องมาพบเจอกับกระบวนการที่ยังกลับย่ำวนอยู่ในหลุมบ่อโศกนาฏกรรมของศตวรรษที่แล้ว รวม ๑๒ เรื่องสั้นที่ถ่ายทอดด้วยน้ำเสียงอย่างที่เรียกได้ว่าท้องถิ่นนิยม ปรนเปรอผู้อ่านด้วยคราบน้ำตาอันสุดรันทด  แต่ความผิดหวัง (ส่วนตัว) ดังกล่าวนั้นก็ถูกชดเชยด้วยภาษาของทัศนาวดี