Descendants of the Sun : เกียรติภูมิแห่งสาธารณรัฐเกาหลี

รู้สึกตกใจเล็กน้อยที่วันนี้ พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรี แนะนำประชาชนให้รับชมละครเกาหลีเรื่อง Descendants of The Sun เพื่อสร้าางสำนึกชาตินิยม และชมว่าเป็นละครดี หากใครอยากทำละครทำนองนี้ จะให้เงินทุนไปทำ (ติดตามอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ : http://www.matichon.co.th/news/73705)

ที่ว่าตกใจ คือท่านเอาเวลาที่ไหนไปชมละครเกาหลี...

กระแสของละครเรื่องนี้ในประเทศไทย ครึกโครมกันก่อนออกอากาศตั้งแต่เริ่มมีตัวอย่างของละครเผยแพร่ นับแต่วันที่มีการแถลงเปิดตัวละครที่เกาหลีใต้ เพราะนักแสดงนำ คือ ซงจุนกี และ ซองเฮเคียว คือ พระนางระดับ super star ของภูมิภาค ไม่ใช่แค่จรัสประกายอยู่แต่ในประเทศเท่านั้น และกระแสความคลั่งไคล้ "ทหาร" ของภูมิภาคนี้ก็ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว ด้วยเพราะพระเอกในบทบาทของ "กัปตันยู" หัวหน้าหน่วยรบพิเศษอัลฟ่า ได้หอบกำหัวใจมวลชนเอาไว้ทั้งหมด แน่นอนว่ารวมถึงหัวใจของผมด้วย...

และแม้แต่ทหารไทยเองก็คลั่งไคล้เช่นกัน ถืงกับถ่ายรูปเลียนแบบฉากสำคัญของเรื่องและโปสเตอร์ของละครที่ใช้เผยแพร่อย่างเป็นทางการจาก KBS2

ทหารหน้าใสหวานเจี๊ยบ หุ่นดี มีฝีมือการต่อสู้ในสนามรบเป็นเลิศ พร้อมฝีปากและท่าทีที่ชวนให้ตกหลุมรักทุกในทุกเฟรมที่ปรากฎกายในละครเรื่องนี้คือสาเหตุสำคัญ

ส่วนซองเฮเคียว ในบทบาทของแพทย์สาว "คังโมยอน" ผู้มากความสามารถที่ตกหลุมรักนายทหารหนุ่มบนสภาวะไม่ปกติ ด้วยการเป็นแพทย์สนามเขตรักษาสันติภาพ คงไม่ต้องกล่าวถึงมากนัก เพราะประวัติการแสดงของเธออยู่ในระดับแถวหน้าของเอเชีย เป็นองค์แม่ของมวลประชาชาวติ่งอยู่แล้ว

เรตติ้งของละครเรื่องนี้ในระดับประเทศ สูงกว่า 26% ในทุกตอนที่ออกอากาศ และเวปชมซีรียส์ชื่อดังในบ้านเรา ก็ตอบสนองความต้องการของแฟนๆ กัปตันยูอย่างรวดเร็วอย่างไม่เคยมีมาก่อน ออกอากาศที่เกาหลีใต้ ไม่ทัน 24ชั่วโมงก็ได้รับชมพร้อมคำบรรยายภาษาไทยแล้ว ซึ่งปัจจุบัน ตอนที่7 คือตอนที่ออกอากาศล่าสุด 

Descendants of The Sun กล่าวถึงอุดมการณ์ของทหารและแพทย์ ที่ดูเหมือนจะไปด้วยกันไม่ได้ เพราะฝ่ายหนึ่งมีอาชีพเป็นนักสังหาร อีกฝ่ายหนึ่งมีอาชีพเพื่อรักษาชีวิต กัปตันยู และหมอคัง ต่างศรัทธาในวิชาชีพของตนอย่างหนักแน่น ความรักความสัมพันธ์ไม่อาจเกิดขึ้นได้โดยง่าย เพราะความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจของหมอคังจากตัวตนที่ไม่เปิดเผยของกัปตันยู นำมาซึ่งคำพิพากษาของกันและกันที่ให้คำตัดสินต่อกันด้วยอคติข้างหน้าที่เห็น

คังโมยอนถามยูชีจินในฐานะหญิงสาวที่ตกหลุมรักชายหนุ่มที่เธอไม่รู้จักตัวตนซึ่งนั่งอยู่เบื้องหน้าเช่นนั้น

ถ้าถามชายไทยผู้ที่รับราชการทหารอยู่แล้ว หรือผู้มีฝันจะเข้ารับราชการทหารในสังคมไทย เราคงได้ยินคำตอบไม่แตกต่างมากกันนักในถ้อยคำ ซึ่งมีสาระสำคัญรวบยอดคือ "ต้องการรับใช้ชาติ"

ในความทรงจำส่วนตัว ความรับรู้แรกที่มีต่อทหารไทย คือ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ผ่านภาพข่าวในโทรทัศน์ประกอบคำอธิบายของแม่ ว่าทำไมเราถึงไม่ได้ไปโรงเรียนและแม่ไม่ได้ออกไปทำงานเหมือนเคย และนี่คือครั้งแรกที่ทำให้เข้าใจคำว่า "เคอร์ฟิว" คือการที่ทหารออกมาไล่ยิงประชาชนกลางถนน น่าจะเป็นโชคดีของแม่ที่ตอนนั้นยังเด็กเกินไปที่จะถามต่อว่า ทหารออกมายิงประชาชนทำไมในขณะนั้น เมื่อโตขึ้นมา นอกจากความรับรู้เรื่องหน้าที่การงานของป้าและลุงที่รับราชการทหารอากาศและทหารบกตามลำดับนั้น แต่ทหารในทางสถาบันสำหรับความรับรู้ คือ ตัวละครคู่ขัดแย้งที่ช่วยดำรงอยู่ซึ่งความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนใต้ และเป็นผู้กระทำการรัฐประหารที่เห็นประจักษ์ถึงสองครั้งในช่วงชีวิตหนึ่งที่เกิดมา อันเป็นเรื่องต้องห้ามในรัฐเสรีนิยมประชาธิปไตยในศตวรรษนี้ไปเสียแล้ว

ถ้าให้พูดอย่างคลิเช่ ผ่านวาทกรรมครอบงำวิธีคิดของสังคม ที่สนับสนุนอย่างเป็นทางการโดยคณะสงฆ์ภายใต้ร่มเงาอันไพศาลของมหาเถระสมาคมกับประวัติศาสตร์ของชนชาติเกาหลีใต้ ก็คงจะต้องบอกว่า ความเป็นเกาหลีนี่มีกรรมหนัก 

ประวัติศาสตร์แบบตำนาน เผ่าพันธุ์ต้นสายก็ต้องสู้รบกันเองและรับมือศึกภายนอก กว่าจะตั้งยุคการปกครองใหม่ได้ และเมื่อราชวงศ์โชซอนที่ปฐมกษัตริย์เป็นนักรบขึ้นปกครอง ไม่มีช่วงว่างเว้นเลยเรื่องการศึกสงคราม และแม้การปรับตัวเป็นระบอบจักรพรรดิที่จัดรูปกองทัพตามกระแสโลกก่อนการเข้ายึดครองของญี่ปุ่นนั้น สงครามก็ยังเป็นของคู่กันกับชาติ 

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเกาหลี แรกเริ่มก็มีสงครามเป็นเหตุ ด้วยการที่รัฐบาลไทยร่วมรบโดยการส่งทหารเข้าสนับสนุน และอารีรังน่าจะเป็นบทเพลงในภาษาเกาหลีแรกที่คนไทยรู้จัก  ประกอบตำนานรักโรแมนติคระหว่างสาวเกาหลีและทหารไทยด้วยเพลงเสียงครวญเกาหลี และผลจากสงครามครั้งนั้น นำมาสู่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการฑูตระดับอัครราชฑูตในวันที่ 1 ตุลาคม 2501 อีกสองปีนับจากนั้น จึงได้ยกระดับเป็นเอกอัครราชทูต

ยูชีจินเป็นลูกทหารระดับสูง จึงตอบอย่างทหาร ซึ่งไม่ผิดจากความเป็นจริง แม้ในขณะนี้ กองทัพเกาหลีใต้ เป็นกลไกสำคัญของชาติที่สำคัญยิ่ง ที่ยังต้องการคนเข้าประจำการอย่างต่อเนื่อง ทั้งทหารอาชีพและทหารกำลังสำรองที่ต้องเข้ากรมเพื่อเข้าฝึกซ้อมการรบอยู่เสมอ ซึ่งคนไทยจะมีการรับรู้เรื่องชายสัญชาติเกาหลีทุกคนต้องเกณฑ์ทหารผ่านข่าวบันเทิง เพราะศิลปินของเกาหลี  ถูกเรียกเข้ารับการฝึกอยู่เสมอโดยไม่มีเหตุยกเว้น 

หลังการสิ้นสุดลงของไฟสงครามเย็น การแบ่งแยกดินแดนเป็นเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังคงดำเนินสืบเนื่องมา สงครามคาบสมุทรเกาหลีนำเข้าฐานกองกำลังทหารสหรัฐมาประจำการในเกาหลีใต้ เพื่อดุลอำนาจทางการทหารในภูมิภาคนี้ และทหารเกาหลีใต้ยังคงต้องเตรียมการรบอย่างเต็มรูปแบบเพราะยังคงอยู่ในภาวะสงครามที่ต้องรักษาความมั่นคงแห่งดินแดนอันมาจากความขัดแย้งที่เกิดเสมอบนพรมแดนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

ในสายตาของประชาชนทั่วไป ทหารอาจเป็นที่ชื่นชมหรือเป็นที่กังขาก็ได้ คังโมยอนในฐานะแพทย์ จึงมีอุดมการณ์ที่เชื่อว่าอยู่กันคนละฟากกับอุดมการณ์ของทหารที่ใช้ความรุนแรงที่ก่อให้เกิดความสูญเสียให้กับชีวิตหรือร่างกายของพลเรือน

แต่กัปตันยูก็ยืนยันว่า หน้าที่ต่างกันแต่รักษาชีวิตเหมือนกัน ทหารมีความผูกพันต่อความมั่นคง บูรณภาพแห่งดินแดน และชีวิตพลเรือน

พลเรือนคือผู้ที่ปราศจากอาวุธที่ไม่มีมูลเหตุในการก่อสงครามเพื่อให้ได้มาตามเป้าประสงค์ในการแย่งชิงอธิปไตยหรือเขตแดนไป

หลังสิ้นสุดการปกครองโดยรัฐบาลญี่ปุ่น เกาหลีใต้ถูกปกครองด้วยนายพลพัค จุง ฮี ผู้หวังจะรวมชาติและผลักดันให้ชาติเกาหลีใต้รุ่งเรืองด้วยแนวการปฏิวัติสังคมภายใต้ชื่อ "ปฏิวัติแม่น้ำฮัน" ที่นำมาจากแนวความคิด "ปฏิวัติแม่น้ำไรน์" โดยสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมหนักต้นน้ำ ริเริ่มด้วยการชักชวนกลุ่มการเงินหรือแชร์โบลเข้ามาร่วมลงทุนและดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปกับรัฐเพื่อผลักดันเกาหลีใต้ให้ไปกันได้กับกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลก แต่การปกครองด้วยระบอบเผด็จการทหารที่เริ่มปลูกในยุคนายพลพัค ก็นำมาสู่การใช้อำนาจกำจัดผู้เห็นต่าง เกิดการสังหารผู้ต้องสงสัยว่าขัดขวางรัฐ การบังคับให้สูญหายและการซ้อมทรมานผู้คนโดยทั่วไปอันเป็นเหตุหนึ่งที่ส่งต่อความรุนแรงต่อพลเรือนจนเข้าสู่ยุคที่สองของปฏิวัติแม่น้ำฮันด้วยการยกให้นายพลอีกนายขึ้นตำแหน่งผู้นำสืบต่อมา ทหารและตำรวจ เป็นที่ตั้งรังเกียจของผู้คนในยุคนั้น กระบวนการยุติธรมถูกแช่แข็ง ด้วยการตอบสนองอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมือง และเป็นจุดเริ่มต้นของการรื้อฟื้นความยอมรับและความน่าเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งกระบวนการยุติธรรมในเกาหลีใต้มีลำดับขั้นการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนเสร็จสิ้นในปี 2012 ที่เปลี่ยนอย่างมีรูปธรรม คือ การปรับปรุงกฎหมายอาญาและกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา

หลังจากการเผาตัวตายของผู้นำแรงงานที่ควังจู ขบวนการควังจูที่เริ่มต้นโดยนักเรียนและนักศึกษาได้ทำให้เผด็จการทหารหักโค่นลง นำมาสู่การจัดตั้งศาลรัฐธรรมนูญในปี1987เพื่อพิทักษ์ระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าความขัดแย้งยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องและมีการกวาดจับนักศึกษาแกนนำที่ประท้วงรัฐบาลชุนในปี1989 เพียงไม่นานนักหลังจากที่เกาหลีใต้เปิดตัวต่อประชาคมโลกด้วยการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูร้อนในปี1988

นับแต่การประท้วงขับไล่รัฐบาลชุนจบลง ยังไม่ปราฎความเคลื่อนไหวใดๆ ของสถาบันทหารเกาหลีใต้ที่ปะทะกับพลเรือน ไม่ว่าจะดำเนินการเองหรือเป็นไปตามคำสั่งของประธานาธิบดีหรือรัฐบาลก็ตาม

การชุมนุมในประเทศเกาหลีใต้เกิดขึ้นเป็นประจำ แต่การชุมนุมใหญ่หลังการขับไล่นายกฯชุนได้เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2551 เพราะต่อต้านนโยบายนำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐที่ประชาชนไม่เชื่อมั่นว่าปลอดจากเชื้อโรคระบาดร้ายแรง และครั้งล่าสุดคือการออกมาชุมนุมประท้วงประธานาธิบดีพัค กึน เฮ ลูกสาวนายพลพัค จุง ฮี ที่ดำริจะแก้ไขวิชาประวัติศาสตร์ในแบบเรียนการศึกษาภาคบังคับ

นอกจากภารกิจตรึงเขตชายแดนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ กองทัพเกาหลีใต้เข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารในซีเรียครั้งล่าสุด และมีบทบาทสำคัญร่วมกับสหประชาชาติในการเข้าร่วมภารกิจรักษาสันติภาพในอัฟกานิสถานด้วยมติของรัฐสภามาตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งละครเรื่องนี้กล่าวไว้ครบถ้วน และเป็นฉากหลังในการเล่าเรื่องความสัมพันธ์เชิงบวกที่ก่อตัวขึ้นในเขตรักษาสันติภาพที่กัปตันยูเข้าประจำการในฐานะหน่วย และหมอคังในฐานะแพทย์สนับสนุนในภารกิจสร้างสันติภาพ 

ระหว่างบรรทัดของการจิกหมอนระหว่างมองดูหน้ากัปตันยู...

Descendants of the Sun เป็นละครที่บอกเล่าถึงความจำเป็นในการดำรงอยู่ของสถาบันทหารของเกาหลีใต้ ในขณะที่ภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคงในภูมิภาคคาบสมุทรเกาหลีเริ่มขยับอีกครั้ง ด้วยผลจากการขึ้นเถลิงอำนาจของผู้นำคิม จอง อึล การเคลื่อนไหวของจีนเรื่องเขตแดนทางทะเล การเรียกร้องที่เข้มข้นขึ้นถึงอำนาจอธิปไตยของเกาหลีใต้จากประชาชนที่เรียกร้องให้สหรัฐถอนฐานทัพออกไปให้หมด และการที่ฝ่ายขวาญี่ปุ่นปลุกกระแสชาตินิยมและเรียกร้องให้กองกำลังป้องกันตนเองยกระดับสถานะ ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายต่อบทบาทกองทัพเกาหลีใต้เป็นอย่างยิ่ง ด้วยตำแหน่งเป็นอันดับ9 จาก10อันดับแรกของกองทัพที่มีแสนยานุภาพสูงที่สุดในโลก

น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ผู้นำรัฐบาลเผด็จการแนะนำให้คนไทยดูละครเกาหลีพร้อมสั่งสอนประชาชนว่าหัดดูอะไรที่มันทำให้ดูจบแล้วรักชาติขึ้นมาบ้าง รวมถึงผู้ผลิตละครไทยที่ควรทำอะไรแบบนี้ดีๆให้เป็นละครบ้าง ไม่ใช่ให้ผู้หญิงมาแต่งกายไม่เหมาะสมในละคร

ชาตินิยมในทัศนะของคนเกาหลีใต้ในยุคหลังทศวรรตที่90 คือ การทำหน้าที่ตัวเองให้ดีเพื่อนำชาติไปสู่ความเป็นเลิศบนเวทีระหว่างประเทศ ทุกองค์กรพยายามยกระดับขีดความสามารถของตนทั้งภาครัฐและเอกชน 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความเป็นชาตินิยมในเกาหลีใต้ดำเนินมาโดยตลอด แต่ชาตินิยมก็เปลี่ยนคุณค่าไปตามเหตุปัจจัยแห่งยุคสมัยเสมอมา ยุทธวิธีการนำชาติด้วยความคิดชาตินิยมของเกาหลีใต้ ได้พาให้สาธารณรฐเกาหลีใต้ลืมตาอ้าปากขึ้นมาได้อย่างสง่างามในเวทีประชาคมโลก

น่าสนใจว่า บทบาทของสถาบันทหารหรือกองทัพแห่งเเกาหลี ตลอดจนสถาบันตำรวจ กลับเข้ามาอยู่ภายใต้ปีกของฝ่ายบริหารหลังยุคการนำรัฐบาลของนายชุนหลังปี 1988 ได้อย่างไร 

อุดมการณ์ของทหารเกาหลีใต้ที่สะท้อนผ่านละครเรื่องนี้ แสดงจุดยืนชัดว่า รับใช้พลเรือนและภารกิจของชาติในด้านการเป็นหนึงในเสาหลักของการสร้างสันติภาพของโลก เป็นผู้ปฏิบัติการตามคำสั่งของรัฐบาลประชาธิปไตยในระบอบสาธารณรัฐที่ผู้นำคือตัวแทนประชาชน นั่นหมายความว่า ทหารดำเนินงานตามศักดิ์ศรีแห่งความเป็นทหารภายใต้คำสั่งการแห่งรัฐบาลพลเรือน

เรื่องที่น่าอายของกองทัพไทย คือ นอกจากจะฉวยเอาฉากเคลือบที่เป็นเปลือกจากคนอื่นที่ตัวเห็นว่าดี แล้วเขียนลากเข้ามาได้นั่นก็คือกองทัพไทยไม่มีสำนึกความเป็นมนุษย์ในระบอบเสรีนิยมประชาธิปไตย

คงไม่ต้องพูดอะไรมากกับตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ถ้าจะกล่าวถึงกรณีตากใบเป็นจุดเริ่มนับ

ทหารในสายตาพลเรือน เข้ามามีบทนับแต่เรื่องการเข้ามายุ่งเกี่ยวทางการเมืองอย่างหน้าไม่อายของสถาบันทหาร การคอรัปชั่นที่ตรวจสอบไม่ได้ ความตายในค่ายทหารของพลทหารเกณฑ์ การสังหารประชาชนโดยปราศจากความรับผิดทางกฎหมายด้วยการเอาเงินภาษีราษฎรไปจ่ายค่าความตายของผู้คน การคุกคามเสรีภาพของบุคคลอย่างไม่รู้สึกละอายใจ เพียงเพราะเขาพูดถึงทหารให้ได้ยินในสิ่งที่ไม่อยากฟัง การสูบเอางบประมาณไปลงทุนกับยุทธโธปกรณ์ดุจการปล้นสะดมของกองโจร และการดำรงไว้ด้วยสภากลาโหม กระทรวงกลาโหม ศาลทหาร และการถือครองทรัพยากรของชาติหลายลักษณะเพื่อรับส่วนต่างจากภาคธุรกิจที่ทอนเงินระหว่างกัน

ที่น่ายกย่องความเป็นชายชาติทหารที่สุดอย่างหนึ่ง ก็คือกรณีที่นักศึกษารายหนึ่งถูกอุ้มขึ้นรถที่หน้าประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย

ไม่มีความสง่างามและความน่าชื่นชมใดที่กองทัพไทยมีเท่ากองทัพแห่งสาธารณรัฐเกาหลีใต้ในเชิงอุดมการณ์

เราหาละครเกาหลีใต้ดีๆ ดูได้ด้วยตัวเอง เพราะว่าเราเกลียดละครไทยที่พูดถึงทหารอย่างละครเจ้าเวหา หรือละครผู้กองยอดรัก ที่นำเสนอความน่ารักของทหารเพื่อหวังให้คนเอ็นดู ด้วยเส้นเรื่องที่กลวงเปล่า การนำเสนอด้วยบทละครที่ต่ำทรามไร้รสนิยม เช่นเดียวกับการขนอาวุธสงครามออกมาให้เด็กเล่นในวันเด็กแห่งชาติ ที่นอกจะหาความบันเทิงให้ชื่มชมไม่ได้ ยังท่วมท้นไปด้วยคติที่น่ารังเกียจ
 

ถ้าจะแนะนำให้เราดูละครเกาหลีใต้เพื่อให้มีสำนึกเรื่องชาตินิยมที่ดี

เราก็ขอแนะนำบ้างว่าให้ไปเกิดใหม่ในประเทศที่เขาสอนเรื่องความเป็นมนุษย์ในคุณค่าของ ศต.ที่21 ก็แล้วกัน จะได้มีสำนึกเนื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์กันตั้งแต่ยังเด็ก โตมา ถ้าจะเลือกเป็นทหารรับใช้ชาติ จะได้รับใช้ชาติอย่างถูกต้อง ในฐานะของผู้ปฏิบัติการเพื่อรักษาชีวิตพลเรือนทุกคน

Witch’s Court : #metoo กับผู้ที่ไม่เข้าถึงความเป็นธรรมทางเพศ

เมื่อต้นสัปดาห์ก่อน กระแสความเคลื่อนไหว #metoo ในเกาหลีใต้ ได้มาถึงจุด "พีค" ของการชุมนุมและรณรงค์เรื่องการยุติความรุนแรงและการคุมคามทางเพศในเกาหลีใต้ เพราะนักการเมืองดาวรุ่งในฝั่งพรรคประชาธิปไตย, อัน ฮี-จุง ถูกเปิดเผยพฤติกรรมการกระทำความรุนแรงและล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้ใต้บังคับบัญชา คือ คิม จิ-อั

Save me : การปลดแอกตนจาก"ศาสนา"กับความเป็นปัญหาในรัฐฆราวาส

ความเชื่ออื่นนอกเหนือลัทธิขงจื่อแบบโชซอนถูกกำจัดโดยองค์รัฐาธิปัตย์มาโดยเสมอ แม้แต่จะใช้ข้ออ้างเรื่องการนับถือพุทธศาสนาของเหล่าบรรดาขุนนางมาป้ายสีเพื่อล้มล้างอำนาจทางการเมืองของฝ่ายตรงกันข้าม เป็นเรื่องที่เกิดโดยตลอดภายใต้ความเป็นรัฐศาสนาจารีตแบบเต็มตัว ปลายยุคสมัยแห่งราชวงศ์โชซอนเองก็ได้เกิดโศกนา

I Can Hear Your Voice : เสียงที่เงียบจนแสบแก้วหู

จางฮเยซอง เป็นทนายความที่ได้รับการคัดเลือกให้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะของทนายความแห่งรัฐ ( Public Defender ) เพราะพูดความจริงต่อคณะกรรมการสัมภาษณ์ว่า เธออยากเป็นทนายความที่ได้รับเงินเดือนประจำจากรัฐ อย่างที่ไม่ต้องทำงานหนักอย่างอัยการและไม่ต้องกังวลเรื่องรายรับที่ไม่แน่นอนจากการที่เป็นทนายความอิสระ 

Whisper : เสียงกระซิบที่เงียบจนแสบแก้วหูและราคาจ่ายที่แพงเกินจริงสำหรับความจริง

ชินยองจู เชื่อมั่นว่าความจริงจะพิชิตความเท็จได้ ในฐานะของลูกสาวของพ่อและในฐานะนักสืบของประชาชน การพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในข้อกล่าวหาที่พ่อของเธอต้องตกเป็นฆาตกรด้วยพยานหลักฐานและคำเบิกความที่เสนอต่อศาล จะเป็นเสียงที่ดังและทรงพลังพอที่จะทำให้ กระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยผู้พิพากษ