Moon Lovers : สายโลหิตของชิลลา แพคเจ และโครยอ

กระแสละครสายโลหิตที่สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง ๗ นำกลับมาฉายอีกครั้ง ได้นำพากระแสชาตินิยมฉบับราชการให้สะพัดเป็นที่ตื่นใจกันอีกครั้ง ภาพของสุวนันท์ และศรราม ในบทแม่ดาวเรืองและขุนไกร ได้ทำให้ใครหลายคนได้กลับมาจิกหมอนและย้อนวัยเด็กกันอีกครั้ง และนำเราพากลับไปย้อนวันคืนเมื่อครั้งยังเยาว์ เมื่อได้ชมละครนี้ครั้งแรกเมื่อหลายสิบปีก่อน

ละครเกาหลีใต้ที่เกี่ยวข้องกับสงครามมีมากมายหลายเรื่อง และเรื่องที่เพิ่งลาจอแก้วไปที่เกาหลีเมื่อต้นเดือนนี้ ก็เป็นตำนานที่หยิบยกมารีเมคใหม่หลายครั้ง นั้นก็คือตำนานหรือประวัติศาสตร์ในช่วงรวมสามอาณาจักรเป็นหนึ่ง ในยุคของพระเจ้าแทโจมหาราช ที่เป็นต้นทางของอาณาจักรโชซอนและสาธารณรัฐเกาหลีในปัจจุบันนั้นเอง 

Moon Lovers เป็นละครที่ใช้ตำนานดังกล่าวเป็นตัวดำเนินเรื่อง โดยมีการตีความต่างออกไปจากการดัดแปลงบทละครโทรทัศน์เรื่อง "ปู้ปู้จิงซิน" โดยมีองค์ชายสี่เป็นจุดร่วมของเรื่องซึ่งเป็นตัวละครหลัก 

การตีความของ Moon Lovers : Scarlet Heart Ryeo ใช้ตำนานการสร้างอาณาจักรโครยอหลังพระเจ้าแทโจมหาราช ได้ก่อตั้งรวบรวมสามอาณาจักรเข้าไว้เป็นหนึ่ง ด้วยการพาไปสู่ปมขัดแย้งการแย่งชิงราชบัลลังก์ขององค์ชายทั้งหลายที่หมายจะเป็นพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลต่อไป 

ตำนานดังกล่าว ในสายตาของคนรุ่นใหม่มองว่าเป็นความขัดแย้งหรือการศึกสงครามที่มีแต่การฆ่าฟันและแย่งชิงความเป็นใหญ่กันเองระหว่างพี่น้องร่วมพ่อเดียวกัน นั่นคือพระเจ้าแทโจมหาราช แต่ละครเรื่องนี้ตีความต่างออกไป ด้วยการวางพล็อตแบบแฟนตาซีให้นางเองที่อยู่ในโลกศตวรรษที่ ๒๑ ย้อนเวลากลับไปใช้ชีวิตร่วมกับราชวงศ์โครยอในยุคหลังรวมอาณาจักรหรือยุคซัมกุก

ในยุคซัมกุก นางเอกมีชื่อว่าแฮซู เป็นน้องสาวของภริยาแห่งองค์ชายแปด เมื่อต้องตื่นขึ้นมาในโลกโบราณ เธอต้องใช้ความพยายามในการปรับตัวที่จะอยู่ร่วมในโลกที่เธอรู้จักมาจากแต่ในตำราเรียนประวัติศาสตร์ และต้องเผชิญหน้ากับเรื่องความไม่เท่าเทียมกันในโลกยุคจารีตของเกาหลีใต้

แฮซูจึงกลายเป็นเด็กสาวประหลาด ที่ซ่อนเร้นความลับเพราะล่วงรู้ประวัติศาสตร์ ไม่รู้ธรรมเนียมของราชวงศ์ ไม่รู้ตัวอักษรจีนหรือฮันจา เป็นไพร่ที่ตีตัวเสมอเจ้า ลงไม้ลงมือต่อยตีกับรรดาองค์ชายไม่เว้นแต่ละวัน

ในสถานการณ์การเปลี่ยนผ่านและการจัดสรรอำนาจระหว่างขุนนางเจ้าที่ดิน เชื้อพระวงศ์  ไพร่ฟ้า และทาสศึกสงคราม ที่เป็นฉากหลังของละครเรื่องนี้ วาทะกรรมเรื่องสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ถูกวางผ่านตัวละครหญิงสองตัวละครหลักในเรื่อง คือ แฮซู ที่ใช้ข้อถกเถียงเรื่องความยุติธรรมด้วยความเสมอภาคกันในความเป็นมนุษย์ ต่อสู้กับความไม่ถูกต้องไม่สมเหตุสมผลที่เกิดจากการใช้อำนาจอำเภอใจของเชื้อพระวงศ์ที่มีต่อตัวเธอและบรรดาคนใต้ปกครองของเธอ และอูฮี ลูกสาวหัวหน้าเผ่าชิลลา ที่ต่อสู้เรื่องความเท่าเทียมของชนเผ่าชิลลาในฐานะพลเมืองร่วมของอาณาจักรใหม่ที่ถูกขูดรีดเรื่องภาษีและที่ดิน 

ละครเรื่องนี้ยกระดับตำนานให้เป็นเรื่องที่ไปไกลบนข้อถกเถียงเรื่องความเสมอภาคและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เช่น การที่แฮซูปกป้องบ่าวไพร่ในสังกัดของตนที่ถูกลงโทษจากองค์ชายที่ไม่พอใจด้วยการทุบตี ด้วยการยืนยันว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรปฏิบัติต่อกัน และเป็นการกระทำที่โหดร้ายเยี่ยงสัตว์ หรืออูฮี ที่พยายามเข้าสู่พื้นที่ทางการเมืองระดับบนที่ต่อรองกับพระเจ้าแผ่นดินเรื่องสิทธิและความเป็นธรรมของชนกลุ่มน้อยที่ถูกกวาดต้นเข้ามาเป็นไพร่เมืองว่าสิ่งใดคือความยุติธรรมที่พระเจ้าแผ่นดินต้องประสิทธิ์ประสาทให้ตามความสมควรในฐานะเจ้าชีวิตของไพร่ฟ้าราษฎรทั้งหมดอย่างเสมอกัน

ความโรแมนติคที่มีระหว่างพระเอก คือ วังโซ หรือองค์ชายสี่ กับรักสามเศร้าระหว่าง วังอุค หรือองค์ชายแปด และแฮซู เป็นไปด้วยเจตนาของแฮซูที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงแผ่นดินเลือดในการปกครองของวังโซหรือพระเจ้าควางจงให้เป็นรัชกาลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความผาสุข ด้วยการต่อรองการแต่งงานหรือครองรักระหว่างกัน ด้วยเงื่อนไขที่ยื่นให้ฝ่ายชายทั้งสอง ทั้งวังโซและวังอุค ว่าต้องเป็นผู้นำหรือพระเจ้าแผ่นดินที่จะไม่ฆ่าฟันแย่งชิงอำนาจทำลายพี่น้องกันเองเพื่อความเป็นหนึ่ง

และเมื่อแฮซูได้ตื่นกลับมาอยู่ในฐานะพลเมืองของสาธารณรัฐเกาหลี เมื่อมองผ่านประวัติศาสตร์จากจุดยืนปัจจุบัน คนรักของเธอคือพระเจ้าควางจง ก็ได้เดินตามแนวความคิดเรื่องความเสมอภาคของเธอและกลายเป็นแผ่นดินที่ปลอดไร้คาวเลือดได้สำเร็จ

Moon Lovers เป็นหนึ่งในละครเกาหลีใต้ที่เสนอความบันเทิงบนตำนานทางประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ที่สามารถตีความและพัฒนาบทบนข้อถกเถียงในกระแสนิยมสมัยใหม่ในศต.ที่๒๑​หรือสามารถนำเสนอจินตนาการใหม่ๆ ได้เสมอกับตำนานพื้นบ้านหรือประวัติศาสตร์ฉบับราชการอย่างหลากหลาย

แต่ละครไทยคงไม่สามารถไปถึงจุดเดียวกันกันวงการละครเกาหลีใต้ได้ ด้วยเพดานแก้วของประวัติศาตร์ฉบับราชการและแนวความคิดแบบชาตินิยมอย่าง "ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์" ที่ยังคงผลิตซ้ำนาฏกรรมที่คงตีความตัวบทบนแนวความคิดเดิมๆ อยู่ต่อไป

ไม่ว่าอีกกี่ปีข้างหน้าก็ตาม ละครสายโลหิตจะรีรันใหม่หรือจะรีเมคใหม่ ก็คงมั่นอยู่ในตัวบทเดิมอย่างแน่นอน

Witch’s Court : #metoo กับผู้ที่ไม่เข้าถึงความเป็นธรรมทางเพศ

เมื่อต้นสัปดาห์ก่อน กระแสความเคลื่อนไหว #metoo ในเกาหลีใต้ ได้มาถึงจุด "พีค" ของการชุมนุมและรณรงค์เรื่องการยุติความรุนแรงและการคุมคามทางเพศในเกาหลีใต้ เพราะนักการเมืองดาวรุ่งในฝั่งพรรคประชาธิปไตย, อัน ฮี-จุง ถูกเปิดเผยพฤติกรรมการกระทำความรุนแรงและล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้ใต้บังคับบัญชา คือ คิม จิ-อั

Save me : การปลดแอกตนจาก"ศาสนา"กับความเป็นปัญหาในรัฐฆราวาส

ความเชื่ออื่นนอกเหนือลัทธิขงจื่อแบบโชซอนถูกกำจัดโดยองค์รัฐาธิปัตย์มาโดยเสมอ แม้แต่จะใช้ข้ออ้างเรื่องการนับถือพุทธศาสนาของเหล่าบรรดาขุนนางมาป้ายสีเพื่อล้มล้างอำนาจทางการเมืองของฝ่ายตรงกันข้าม เป็นเรื่องที่เกิดโดยตลอดภายใต้ความเป็นรัฐศาสนาจารีตแบบเต็มตัว ปลายยุคสมัยแห่งราชวงศ์โชซอนเองก็ได้เกิดโศกนา

I Can Hear Your Voice : เสียงที่เงียบจนแสบแก้วหู

จางฮเยซอง เป็นทนายความที่ได้รับการคัดเลือกให้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะของทนายความแห่งรัฐ ( Public Defender ) เพราะพูดความจริงต่อคณะกรรมการสัมภาษณ์ว่า เธออยากเป็นทนายความที่ได้รับเงินเดือนประจำจากรัฐ อย่างที่ไม่ต้องทำงานหนักอย่างอัยการและไม่ต้องกังวลเรื่องรายรับที่ไม่แน่นอนจากการที่เป็นทนายความอิสระ 

Whisper : เสียงกระซิบที่เงียบจนแสบแก้วหูและราคาจ่ายที่แพงเกินจริงสำหรับความจริง

ชินยองจู เชื่อมั่นว่าความจริงจะพิชิตความเท็จได้ ในฐานะของลูกสาวของพ่อและในฐานะนักสืบของประชาชน การพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในข้อกล่าวหาที่พ่อของเธอต้องตกเป็นฆาตกรด้วยพยานหลักฐานและคำเบิกความที่เสนอต่อศาล จะเป็นเสียงที่ดังและทรงพลังพอที่จะทำให้ กระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยผู้พิพากษ