Doctors : ความไว้เนื้อเชื่อใจที่หายไป

ยูเฮจองเป็นเด็กสาวที่ต้องอยู่ให้รอดด้วยตัวเองในสภาพที่ครอบครัวชนชั้นกลางของเธอแตกเป็นเสี่ยงๆ และเธอเลือกที่จะเป็นผู้หญิงที่พร้อมจะรับมือกับความรุนแรงทุกประเภท ไม่ว่าจะมาจากครอบครัว เพื่อน ครู หรือสังคมรอบข้าง โดยเพิกเฉยกับอนาคตของตัวเอง 

หลายปีผ่านไป เธอเลือกเป็นศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมองในโรงพยาบาลใหญ่ที่มีชื่อเสียง ด้วยแรงบันดาลใจจากครูที่เธอได้พบตอนม.6 และการสูญเสียย่าของเธอจากการผ่าตัดมะเร็งในกะเพราอาหาร 

สิบกว่าปีที่เธอทุ่มเทในการศึกษาและไต่เต้าในหน้าที่การงานก็เพื่อค้นหาสาเหตุแห่งความตายของย่า ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต ที่ผลักให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งต้องเปลี่ยนความฝันที่ช่วยย่าทำงานในร้านข้าวต้มและอยู่กับย่าไปเรื่อยๆ ได้กลายมาเป็นศัลยแพทย์ที่ใช้ชีวิตมาด้วยความคับแค้นใจในความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับชีวิตเธอ ไม่ว่าจะมาจากปัจจัยที่เกิดจากพ่อของเธอ แม่เลี้ยง เพื่อนสนิท หรือสังคมในโรงพยาบาล ตลอดจนกระบวนการยุติธรรม

แพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดของย่าถูกขุดคุ้นขึ้นมาหลังจากที่เธอสามารถเข้าถึงเวชระเบียนได้จากความช่วยเหลือของครู ซึ่งเปลี่ยนฐานะมาเป็นแพทย์Staffที่ดูแลเธอในฐานะแพทย์Fellow และชายคนหนึ่งที่รักเธอ

ประวัติการผ่าตัดที่ถูกตกแต่งโดยแพทย์นำผ่าตัดที่เป็นพ่อของเพื่อนสนิทและผู้บริหารในโรงพยาบาลระดับสูงที่เธอทำงานอยู่ ทำให้เธอต้องใช้ความอดทนในการต่อสู้เพื่อเปิดเผยความจริงเป็นอย่างมาก และความเป็นนักสู้ของเธอ ได้พาเธอมาถึงความจริงที่เธอยากที่จะรับได้

Doctors เป็นละครทางการแพทย์ที่เพิ่งลาจอไปได้ไม่นานและได้รับกระแสตอบรับจากผู้ชมเป็นอย่างดี 

ปมของละครเรื่องนี้วางอยู่บนความไว้เนื้อเชื่อใจที่ขาดหายไประหว่างคนไข้และแพทย์ ที่ขยายวงความขัดแย้งไปสู่ระบบสาธารณะสุขในภาพรวม

ย่าของยูเฮจองเสียชีวิตจากการที่แพทย์นำผ่าตัดขาดความชำนาญในการใช้เครื่องมือผ่าตัดที่เป็นเทคโนโลยีใหญ่ และไม่สามารถแก้ไขสาเหตุแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้ และยูเฮจองได้รับการปฏิบัติที่ก่อความคับแค้นใจจากแพทย์ผู้นั้น ด้วยท่าทีไม่รู้สึกรู้สาใดๆจนกลายเป็นความดูแคลนในค่าของชีวิตหญิงชราชนชั้กลางค่อนข้างจนคนหนึ่ง กับข้ออ้างเรื่องการชดใช้เงินในความตายที่กลายเป็นสัญญาผูกมัดไม่ให้เกิดข้อพิพาทในทางอาญาที่มีต่อเธออย่างผู้ใหญ่ต่อว่าเด็กผู้หญิงม.ปลายคนนั้น ทำให้เธอตัดสินใจเป็นแพทย์เพือหวังว่าความจริงในความตายของย่า จะเพียงพอให้แพทย์ผู้นำผ่าตัดมีสำนึกในความเป็นคนและขอโทษต่อเธอในฐานะแพทย์อย่างจริงใจและรับว่าเป็นความผิดพลาดที่ทำขึ้นจริง

ปมอีกปมที่ดำเนินคู่กันไปในละครเรื่องนี้ คือ ข้อวิพากษ์วิจารณ์ระบบสาธารณสุขของเกาหลีใต้ที่เพิกเฉยกับคนจน การทำให้สินค้าราคาแพงด้วยการล้มระบบรัฐสวัสดิการด้วยนักการเมืองและนักลงทุนในธุรกิจนี้ ผ่านมุมของฮงจีฮง ศาสตรจารย์ด้านศัลยกรรมประสาทและสมองที่อยู่ในฐานะทายาทของผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่มีอุดมการณ์ในการสร้างสวัสดิการด้านสาธารณะสุขอย่างเข้มข้น ที่ต้องเผชิญหน้ากับอุดมการณ์ทางธุรกิจของผู้บริหารอีกฝั่งหนึ่ง

แผนกศัลยกรรมระบบประสาทและสมองเป็นแกนหลักในการดำเนินเรื่องกับการตั้งคำถามถึงจริยธรรมทางการแพทย์ ด้วยการเดินเรื่องที่มีผู้ป่วยเป็นโรคหรืออุบัติเหตุที่ร้ายแรงทางสมองหรือระบบประสาท ที่ทำให้เห็นความยากลำบากในการเข้าถึงการรักษาหากไม่มีรัฐสวัสดิการที่เพียงพอ ตลอดจนการแก้ไขเยียวยาความขัดแย้งกับผู้รับบริการว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นผลโดยตรงจากโรคหรืออุบัติเหตุนั้นเองหรือเป็น Medical Malpractice

คดีความของปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา คดีความของโบโอเทคนิค ความเคลื่อนไหวเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าภายใต้รัฐบาลคสช. การผลักดันกฎหมายคุ้มครองผู้เสียหายทางการแพทย์ ตลอดจนเรื่องราวต่อว่าต่อขานกับแพทย์หรือบุคลากรในการสาธารณสุขในประเทศ เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ไม่ต่างจากในละครเรื่องนี้มากนัก

ความไม่ไว้เนื้อเชื่อในแพทย์ที่นำมาสู่ข้อกังขามีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างความรู้สึกนึกคิดไปเองของผู้ป่วยและญาติที่กล่าวหาแพทย์ว่าไม่ทำการรักษาอย่างเหมาะสมกับMedical Malpractice จริงๆ ที่ต้องนำไปสู่การรับผิดและการเยียวยาที่เหมาะสมนั้น เป็นปัญหาที่อาจสร้างความเสียหายกับทุกฝ่ายจนไม่เหลือความไว้วางใจกันในสังคม 

โดยธรรมดา ในการรักษาโรคต่างๆ มีปัจจัยหลายประการที่ผลการรักษาอาจไม่เป็นดั่งหวังมากมาย ความเชื่อถือไว้วางในต่อแพทย์ในฐานะผู้ปฏิบัติงานในวิชาชีพเป็นพิเศษด้วยการศึกษาและปฏิบัติงานอย่างเข้มข้นเป็นเรื่องสำคัญที่ระบบสาธารณสุขของรัฐจะเข้ามาหนุนเสริมให้การปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด ด้วยเพราะคุมปัจจัยเสี่ยงอื่นๆด้วยระบบไว้เป็นอย่างดีแล้วนั่นเอง 

กรณีพิพาททางการแพทย์ในประเทศไทยที่ผ่านมา ไม่สามารถทำความจริงให้ปรากฎชัดว่า เป็นMedical Malpractice โดยแท้หรือไม่ หรือมีความบกพร่องในระบบที่จุดใด จึงทำให้เรื่องที่ไม่น่าเป็นเรื่องเกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เช่น การทำร้ายร่างบุคลากรที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เพราะความไม่พอใจของผู้รับบริการ หรือการด่าทอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งหลายกรณีหากพิจารณากันอย่างรอบด้าน จะพบว่าเป็นอคติจากผู้รับบริการล้วนๆ 

ส่วน Medical Malpractice ก็ไม่เคยได้รับการพิสูจน์ได้ด้วยกระบวนการยุติธรรม ที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่ง คือการลอบสังหารโจทก์ในคดีไบโอเทคนิคระหว่างการดำเนินคดีในศาล

สังคมแบบนี้เราจะมีความสุขกันได้จริง?

Doctors พามาสู่บทสรุปที่ดูสอดรับกับความเชื่อเรื่องเวรกรรมในสังคมไทยเป็นอย่างมาก แพทย์นำผ่าตัดที่มีความขัดแย้งกับยูเฮจองและฮงจีฮง ลายเป็นโรคร้ายแรงที่สุดเท่าที่วงการแพทย์ศัลยกรรมระบบประสาทและสมองในโลกนี้มีมา ซึ่งคนที่จะสามารถผ่าตัดได้สำเร็จก็มีแค่ยูเฮจองและฮงจีฮงเท่านั้น

13 ปีของยูเฮจองที่ทุ่มเทไปกับคำขอโทษที่จริงใจ ก็เพราะก่อนผ่าตัด ย่าของเธอบอกกับเธอว่า ย่าจะหายดีเพราะหมอผ่าตัดเก่งมาก ใช้เทคนิคการผ่าตัดใหม่ล่าสุดที่ปลอดภัยมาก ย่าจะหายดีและกลับมาทำร้านข้าวต้มกับเธอต่อ

แต่สิ่งที่ยูเฮจองได้รับ คือการจงใจปกปิดความจริงที่เกิดขึ้น และเธอก็กล่าวในที่สุดว่า แพทย์ไม่ใช่พระเจ้าที่จะชุบชีวิตคนได้ แต่เป็นคนคนนึงที่ควรจะปฏิบัติกันอย่างตรงไปตรงมาด้วยความจริงใจเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้น

แค่คำขอโทษเท่านั้น คำสาปแช่ง การจองเวรล้างผลาญและเอาคืนทั้งในและนอกกระบวนการยุติธรรมจะไม่มีขึ้นจากยูเฮจอง 
และการยืนยันซื่อสัตย์ในวิชาชีพกับความจริงที่เกิดขึ้นก็ย่อมคุ้มกันแพทย์เองด้วยเช่นกัน

Witch’s Court : #metoo กับผู้ที่ไม่เข้าถึงความเป็นธรรมทางเพศ

เมื่อต้นสัปดาห์ก่อน กระแสความเคลื่อนไหว #metoo ในเกาหลีใต้ ได้มาถึงจุด "พีค" ของการชุมนุมและรณรงค์เรื่องการยุติความรุนแรงและการคุมคามทางเพศในเกาหลีใต้ เพราะนักการเมืองดาวรุ่งในฝั่งพรรคประชาธิปไตย, อัน ฮี-จุง ถูกเปิดเผยพฤติกรรมการกระทำความรุนแรงและล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้ใต้บังคับบัญชา คือ คิม จิ-อั

Save me : การปลดแอกตนจาก"ศาสนา"กับความเป็นปัญหาในรัฐฆราวาส

ความเชื่ออื่นนอกเหนือลัทธิขงจื่อแบบโชซอนถูกกำจัดโดยองค์รัฐาธิปัตย์มาโดยเสมอ แม้แต่จะใช้ข้ออ้างเรื่องการนับถือพุทธศาสนาของเหล่าบรรดาขุนนางมาป้ายสีเพื่อล้มล้างอำนาจทางการเมืองของฝ่ายตรงกันข้าม เป็นเรื่องที่เกิดโดยตลอดภายใต้ความเป็นรัฐศาสนาจารีตแบบเต็มตัว ปลายยุคสมัยแห่งราชวงศ์โชซอนเองก็ได้เกิดโศกนา

I Can Hear Your Voice : เสียงที่เงียบจนแสบแก้วหู

จางฮเยซอง เป็นทนายความที่ได้รับการคัดเลือกให้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะของทนายความแห่งรัฐ ( Public Defender ) เพราะพูดความจริงต่อคณะกรรมการสัมภาษณ์ว่า เธออยากเป็นทนายความที่ได้รับเงินเดือนประจำจากรัฐ อย่างที่ไม่ต้องทำงานหนักอย่างอัยการและไม่ต้องกังวลเรื่องรายรับที่ไม่แน่นอนจากการที่เป็นทนายความอิสระ 

Whisper : เสียงกระซิบที่เงียบจนแสบแก้วหูและราคาจ่ายที่แพงเกินจริงสำหรับความจริง

ชินยองจู เชื่อมั่นว่าความจริงจะพิชิตความเท็จได้ ในฐานะของลูกสาวของพ่อและในฐานะนักสืบของประชาชน การพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในข้อกล่าวหาที่พ่อของเธอต้องตกเป็นฆาตกรด้วยพยานหลักฐานและคำเบิกความที่เสนอต่อศาล จะเป็นเสียงที่ดังและทรงพลังพอที่จะทำให้ กระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยผู้พิพากษ