Skip to main content

1. คำนำ


ก่อนจะเริ่มต้นเนื้อหา เรามาดูรูปการ์ตูนสนุก ๆ แต่บาดใจและอาจจะบาดตากันก่อนครับ



ความหมายในภาพนี้ ไม่มีอะไรมาก นอกจากบอกว่านี่ไงหลักฐานที่พิสูจน์ว่าโลกเราร้อนขึ้นจริง



สำหรับภาพนี้บอกว่า ผลการศึกษาพบว่าอุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรสูงขึ้น นักวิชาการ (และนักการเมือง) กำลังระดมกันแก้ปัญหาอย่างขยันขันแข็ง ขอขอบคุณเจ้าของภาพทั้งสองด้วย


คราวนี้มาเข้าเรื่องกันครับ


ขณะที่โลกของเรากำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งสำคัญ 4 ด้านพร้อม ๆ กัน คือ (1) วิกฤติภาวะโลกร้อน (2) วิกฤติพลังงานที่ทั้งขาดแคลน ราคาแพง ผูกขาดและก่อวิกฤติด้านอื่น ๆ (3) วิกฤติการเงินที่เพิ่งจะเกิดขึ้นหยก ๆ และกำลังลามไปทั่วโลก และ (4) วิกฤติความอ่อนแอของชุมชนในชนบทโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก


ถ้าเปรียบวิกฤติแต่ละด้านเป็นรถยนต์ ขณะนี้รถยนต์เหล่านี้กำลังแล่นตรงมาถึงสี่แยกเดียวกันและในเวลาเดียวกัน แล้วอะไรจะเกิดขึ้นเราคงนึกภาพเองได้ ผมเข้าใจว่าเหตุการณ์นี้กำลังท้าทายภูมิปัญญาของมนุษยชาติอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน


สำหรับสาเหตุของวิกฤติทั้งสี่นี้มาจากการใช้พลังงานของมนุษย์ จึงจำเป็นต้องขอกล่าวถึงประเภทของพลังงานเป็นความรู้พื้นฐานกันก่อน


2. พลังงานหมุนเวียนกับพลังงานฟอสซิล


การตั้งชื่อประเภทของพลังงานสำหรับประเทศไทยเรายังเป็นปัญหามาก เพราะทางราชการเองได้สร้างความสับสนให้กับผู้รับสื่ออยู่ไม่น้อย เช่น กล่าวว่า “ก๊าซธรรมชาติเป็นพลังงานสะอาด” หรือ “ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นพลังงานทดแทนน้ำมัน” “ไบโอดีเซลเป็นพลังงานทดแทน” เป็นต้น ทั้ง ๆ ที่ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติต่างก็เป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันซึ่งไม่สะอาดทั้งคู่ ขณะเดียวกันคำว่า “พลังงานทดแทน” ก็มีความหมายคลาดเคลื่อนไปจากความหมายที่แท้จริงที่สากลเขาใช้กันอยู่อยู่ระดับหนึ่ง


วงการวิชาการได้จำแนกพลังงานออกเป็น 2 ประเภทคือ พลังงานฟอสซิล (Fossil energy) ซึ่งได้แก่พลังงาน 3 ชนิดคือ น้ำมัน ก๊าซ และถ่านหิน พลังงานประเภทนี้ต้องใช้เวลาเป็นล้าน ๆ ปีกว่าจะสร้างขึ้นมาได้ เมื่อใช้หมดแล้วก็หมดเลย จะสร้างใหม่ขึ้นมาก็ไม่ได้


พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy- ทางราชการแปลว่าเป็นพลังงานทดแทน) ซึ่งเป็นพลังงานที่ใช้แล้วไม่มีวันหมดหรือหมดแล้วก็เกิดขึ้นใหม่ได้เองตามธรรมชาติ พลังงานหมุนเวียนแบ่งออกได้เป็น 5 ชนิดสำคัญ คือ (1) พลังงานลม (2) แสงอาทิตย์ (3) ชีวมวล (ซึ่งมาจากต้นไม้ ของเสียจากครัวเรือนหรือโรงงาน ปศุสัตว์-ขี้หมู ขี้วัว เป็นต้น) (3) พลังงานความร้อนใต้พิภพ และ (5) พลังงานน้ำ (จากเขื่อน) ขนาดเล็ก


ความแตกต่างที่สำคัญของพลังงานทั้งสองประเภทนี้สามารถกล่าวได้โดยย่อ ๆ ได้ดังนี้ คือ

พลังงานฟอสซิลเป็นธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ ใช้ทุนจำนวนมาก จึงกลายเป็นธุรกิจที่รวมศูนย์และผูกขาดโดยพ่อค้านายทุนระดับโลกจำนวนน้อยราย ในทางตรงกันข้ามพลังงานหมุนเวียนเป็นพลังงานที่กระจายตัวอยู่ทั่วไป การผูกขาดจึงเป็นไปได้ค่อนข้างยาก อย่างน้อยก็ยากกว่าพลังงานฟอสซิล


ในด้านผลกระทบต่อสภาวะโลกร้อน นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าก๊าซเรือนกระจกที่มีผลทำให้โลกร้อนนั้นร้อยละ 72% มาจากก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ซึ่งก็มาจากการเผาไหม้ของพลังงานฟอสซิลที่มนุษย์เป็นผู้ลงมือกระทำขึ้นมานั่นเอง กระบวนการของธรรมชาติมีทั้งการสร้างและการดูดซับกลับไปใช้ใหม่จนเกือบจะสมดุล แต่มนุษย์เป็นผู้ผลิตหรือผู้สร้างก๊าซชนิดนี้ขึ้นมาอย่างเดียวโดยไม่มีการดูดกลับไปใช้ใหม่เลย


กล่าวเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา รายงานที่อ้างถึงแล้วในรูปนี้ระบุว่า เฉพาะการเผาไหม้ปิโตรเลียม ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติในปี 2549 ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกถึง 82% ของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศ



การใช้ถ่านหินเพื่อผลิตไฟฟ้า นอกจากจะก่อให้เกิดปัญหาโลกร้อนแล้ว ยังก่อให้เกิดผลกระทบกับชุมชนรอบ ๆ โรงไฟฟ้า อีกด้วย เช่น กรณีเหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ที่มีผู้เสียชีวิตจากโรคทางเดินหายใจกว่า 300 ชีวิตแล้ว นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดความขัดแย้งในชุมชนระหว่างผู้สนับสนุนและผู้คัดค้านโรงไฟฟ้า กรณีบ่อนอก บ้านกรูด หรือ กรณีท่อส่งและโรงแยกก๊าซไทย-มาเลเซีย ที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นต้น





สองภาพบน เป็นการประท้วงให้หยุดใช้ถ่านหิน ที่อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เมื่อปี 2549 ชายในภาพขวามือเป็นผู้ป่วยจากมลพิษ(เสียชีวิต กรกฎาคม 2551) (้ผูกขาดได้) าวเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม (ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียน) ภาพล่างเป็นข่าว “สถาบันพระปกเกล้าเปิดโปงความตายจากถ่านหิน” จากเว็บไซต์ http://www.newspnn.com


3. วิกฤติโลกในปัจจุบัน


Dr. Anil Kane
ประธานสมาคมพลังงานลมโลกได้กล่าวในเอกสารประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ของสมาคมฯ (http://www.wwindea.org) เมื่อปลายเดือนตุลาคมนี้ (2551) ว่า พลังงานหมุนเวียนคือกุญแจสำคัญที่จะไขออกจาก 3 วิกฤติของโลกในปัจจุบัน วิกฤติทั้งสามอย่างนี้คือ


1.
วิกฤติพลังงาน ตามที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อที่ 2 ว่า พลังงานฟอสซิลเป็นพลังงานที่ถูกผูกขาดโดยพ่อค้าระดับโลกเพียงไม่กี่ราย แต่พลังงานหมุนเวียนเป็นพลังงานที่อยู่ใกล้บ้านใกล้ชุมชนทั่วไปทุกหมู่บ้าน


2.
วิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกซึ่งได้กล่าวถึงแล้วเช่นกัน วิกฤตินี้รุนแรงแค่ไหน มีผู้ศึกษาพบว่า ปัจจุบันจำนวนผู้เสียชีวิตจากภัยธรรมชาติมีมากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากสงครามและการจราจรรวมกันถึงสี่เท่าตัว ทำเอาบริษัทประกันภัยแย่ไปตาม ๆ กัน


3.
วิกฤติการเงิน ขณะนี้ทั่วโลกกำลังประสบภัยชนิดนี้กันทั่วโลก คล้าย ๆ กับที่เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อปี 2540 ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้เริ่มต้น แต่คราวนี้เริ่มต้นที่สหรัฐอเมริกาซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าประเทศไทยมหาศาล

เนื่องจากการลงทุนด้านพลังงานเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ทั้งจำนวนเงินและระยะเวลาในการก่อสร้างที่นาน ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าหลายปี ถ้าเป็นโรงไฟฟ้าธรรมดาก็ประมาณ 7- 8 ปี ถ้าเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็นานถึง 12 ปี เมื่อสถานการณ์เป็นอย่างนี้จึงเกิดความเสี่ยงต่อการลงทุน เพราะไม่มีความแน่นอนในเรื่องความต้องการใช้พลังงานในอนาคต


ประเทศไทยเองเคยมีบทเรียนที่เจ็บปวดมาแล้วคือ เมื่อปี 2545 ...ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ออกมา ยอมรับว่า “ขณะนี้เราสร้างโรงไฟฟ้ามากเกินไป คิดเป็นมูลค่าเฉพาะที่เกินความจำเป็นสูงถึง 4 แสนล้านบาท”

ในวันนี้เราก็ยังมีโรงไฟฟ้าสำรองถึง 30% ซึ่งสูงกว่าค่าที่ควรจะเป็นถึงสองเท่า (สากลยอมรับว่าควรมีโรงไฟฟ้าสำรองไม่เกิน 15%)


ในทางตรงกันข้าม โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเป็นการลงทุนขนาดเล็ก ทันทีที่ตัดสินใจแล้วจะใช้เวลาประมาณหนึ่งปีก็สามารถใช้การได้แล้ว ทำให้การลงทุนสอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง ไม่เสี่ยงกับการลงทุนเกินตัว


4.
วิกฤติความอ่อนแอของชุมชนในชนบทโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก


ประเด็นนี้เป็นความเห็นของผมเอง ไม่เกี่ยวกับประธานสมาคมโลก ผมมีข้อเท็จจริงพร้อมกับความเห็นดังนี้คือ

ชนบทไทยมีปัญหาการว่างงานทั่วทุกภาคของประเทศ สินค้าการเกษตรมีปัญหา ไม่แห้งแล้ง น้ำท่วม ก็เพราะราคาตกต่ำ แต่ถ้าชาวชนบทสามารถผลิตไฟฟ้าขายให้กับคนในเมืองได้จะเกิดอะไรขึ้น ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ไม่มีทางล้นตลาดเพราะผลิตตามความจำเป็นเท่านั้น ไม่มีเหลือ ไม่ต้องกลัวภัยแล้งหรือน้ำท่วม


แต่ทำไมนักการเมืองจึงไม่สนับสนุนให้ชาวบ้านผลิตไฟฟ้าเพื่อขายบ้าง คำตอบส่วนหนึ่งก็เพราะนักการเมืองมักจะคิดถึงโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โครงการพลังงานฟอสซิลจะเป็นหนึ่งในนั้นซึ่งเอื้อต่อการคอร์รัปชันได้ง่าย พวกพ่อค้าพลังงานเองก็ชอบที่จะเข้าหานักการเมือง ตรงกันข้ามโครงการพลังงานหมุนเวียนเป็นโครงการขนาดเล็กที่ไม่เป็นที่สนใจของนักลงทุนมากนัก ขณะเดียวกันชาวบ้านตลอดจนองค์กรปกครองท้องถิ่นก็สามารถเข้ามาลงทุนได้ง่าย เป็นการกระจายรายได้และสร้างงานในชุมชน


ถ้าชาวบ้านสามารถขายไฟฟ้าได้เอง แต่ละคนในบางหมู่บ้านที่มีลมแรงพอจะมีรายได้เดือนละประมาณ 3 พันบาท สามารถลดปัญหาความยากจนและปัญหาการว่างงานลงได้เยอะเลยครับ


5. ความคืบหน้าของการใช้พลังงานหมุนเวียนในระดับโลก


เพื่อไม่ให้เนื้อหาซ้ำซ้อนกับบทความอื่นๆ ในที่นี้ผมขอกล่าวถึงเฉพาะกังหันลมผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว

ขณะนี้ทั่วโลกมีการใช้กังหันลมในเชิงพาณิชย์กันแล้วถึง 74 ประเทศ แต่ประเทศไทยยังไม่ถูกนับรวมอยู่ในกลุ่มนี้

เลขาธิการของสมาคมพลังงานลมโลก (Stefan Gsänger) กล่าวว่า “ตลอดสิบปีมานี้อุตสาหกรรมกังหันลมเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 30% ปัจจุบันมีการติดตั้งแล้วถึง 1.1 แสนเมกะวัตต์ มีการจ้างงานถึงกว่า 4 แสนคน กำลังเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่กว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ในปัจจุบันเสียอีก ร้อยละ 75 ของกังหันลมในปัจจุบันอยู่ใน 6 ประเทศเท่านั้นคือ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา สเปน อินเดีย จีน และเดนมาร์ก”


ในต้นปีหน้า (26 มกราคม 2552) จะมีการลงนามในสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่มีชื่อย่อว่า “ไอรีนา (IRENA- International Renewable Energy Agency” (http://www.irena.org) ที่ประเทศเยอรมนี วัตถุประสงค์ขององค์กรนี้ก็เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศชั้นนำทั้ง 6 นี้ไปยังประเทศอื่นๆ


เราไม่อาจเลื่อนเวลาของการเริ่มต้นการพึ่งพลังงานหมุนเวียนออกไปได้อีกแล้ว” เลขาธิการคนเดิมกล่าวปิดท้าย

ข่าวว่า ในการนี้มีประเทศไทยเข้าร่วมด้วยในจำนวนสมาชิก 51 ประเทศ นับว่าเป็นข่าวดีที่นาน ๆ จะได้ยินสักครั้งในวงการพลังงานของไทย


6. สรุป


ตามที่ได้กล่าวแล้วว่า วิกฤติทั้งสี่ของโลกมีต้นเหตุมาจากการใช้พลังงานฟอสซิล คำถามที่เราทั้งหลายสงสัยว่า เมื่อไหร่โลกจะหยุดใช้พลังงานฟอสซิลแล้วหันไปใช้พลังงานหมุนเวียน อดีตรัฐมนตรีน้ำมันของประเทศซาอุดิระเบีย Sheikh Zaki Yamani กล่าวว่า “ยุคหินได้สิ้นสุดลงไม่ใช่เพราะหินหมด ดังนั้นยุคน้ำมันควรจะสิ้นสุดลงก่อนที่น้ำมันจะหมดไปจากโลก”


ในด้านพลังงานลม มีผู้สรุปไว้อย่างกระชับเกี่ยวกับอุปสรรคของกังหันลมว่า “ไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนการผลิต ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีหรือแรงลม แต่ขึ้นกับแนวนโยบายของรัฐบาล”


แนวนโยบายของรัฐบาล ที่ประชาธิปไตยใหม่ต้องร่วมกันกำหนด


บล็อกของ ประสาท มีแต้ม

ประสาท มีแต้ม
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2551 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดเวทีเสวนาเรื่อง "9 คำถามคาใจ กรณี ปตท." ซึ่งเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจมาหลายปีนับตั้งแต่การแปรรูปเมื่อเดือนตุลาคมปี 2544 เวทีเสวนาประกอบด้วย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม  บมจ. ปตท. (คุณสรัญ รังคสิริ)  เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (คุณสารี อ๋องสมหวัง) ดำเนินรายการโดยคุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์  บรรณาธิการนิตยสารสารคดี นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการและประธานกรรมการบริหารบริษัทหลักทรัพย์ภัทรด้วย นักข่าวของ “ประชาไท” รายงานว่า “…
ประสาท มีแต้ม
นายทหารยศพันตรีท่านหนึ่ง (พ.ต.รัฐเขต แจ้งจำรัส) ได้ออกมาให้ข้อมูลกับประชาชนผ่านเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า “ปิโตรเลียมซึ่งได้แก่น้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้แผ่นดินไทยทั้งบนบกและในทะเลทั้งหมดมีมูลค่าถึง 100 ล้านล้านบาท” เงินจำนวน 100 ล้านล้านบาท(ล้านสองครั้ง)นี้ ถ้าเอามาจัดสรรเป็นงบประมาณแผ่นดินในปีปัจจุบันก็จะได้ประมาณ 62 ปี เพราะงบประมาณปีหน้า (2552) มีประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท ข้อมูลที่นายทหารผู้นี้นำเสนอล้วนเป็นข้อมูลของทางราชการที่เข้าใจยาก กระจัดกระจาย แต่ท่านได้นำมารวบรวม วิเคราะห์ แล้วสรุปให้ประชาชนธรรมดาสามารถเข้าใจได้ง่าย…
ประสาท มีแต้ม
1. ความเดิม จากปัญหาที่ผู้บริหารทั้งระดับผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่และผู้จัดการใหญ่ของ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) “อ้าง” หลายครั้งหลายวาระด้วยกันว่า ก๊าซหุงต้มในประเทศไทยขาดแคลน ทาง บริษัท ปตท. จึงได้ออกมาบอกกับสาธารณะในสามประเด็นหลัก คือ (1) เสนอแนะให้รัฐบาลขึ้นราคาหรือลอยตัวราคาก๊าซหุงต้มให้เท่ากับราคาตลาดโลก(2) ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาทาง ปตท. ได้นำเข้าก๊าซหุงต้มหรือแอลพีจีแล้วจำนวน2 หมื่นตัน ขณะเดียวกันผู้บริหารระดับสูงสุดอ้างว่าในปีนี้จะมีการนำก๊าซถึง 4 แสนตัน (3) ราคาก๊าซหุงต้มในตลาดโลกตันละเกือบพันเหรียญสหรัฐ แต่ราคาก๊าซในประเทศอยู่ที่ตันละประมาณ 300 เหรียญ…
ประสาท มีแต้ม
1. ประเด็นปัญหา ขณะนี้ บริษัท ปตท. ได้บอกกับประชาชนว่าก๊าซหุงต้มหรือที่เรียกกันในวงการว่าก๊าซแอลพีจี (Liquefied petroleum gas) ในประเทศไทยกำลังขาดแคลน และได้แนะนำให้รัฐบาลขึ้นราคาก๊าซชนิดนี้ โดยเฉพาะที่ใช้กับรถยนต์ส่วนบุคคลและรถยนต์แท็กซี่ (นายณัฐชาติ จารุจินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บมจ. ปตท. ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Hard Topic ทาง Money Channel , 7 กรกฎาคม 2551) นอกจากนี้นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.กล่าวว่า “ความต้องการใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ปีนี้ต้องนำเข้าแอลพีจี 4 แสนตัน” (ไทยรัฐ 11 กรกฎาคม 2551)
ประสาท มีแต้ม
1. คำนำและปัญหา ขณะนี้ได้มีการเรียกร้องให้สังคมมาร่วมกันสร้าง “การเมืองใหม่” บทความนี้จะยังไม่เสนอกระบวนการที่จะนำไปสู่การเมืองใหม่ แต่จะมองว่าการเมืองใหม่ควรจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร พร้อมนำเสนอตัวอย่างที่เป็นจริงเพื่อให้เราได้เห็นทั้งแนวคิดและหน้าตาของการเมืองใหม่ชัดเจนขึ้น สังคมในการเมืองใหม่ควรจะเป็นสังคมที่ ผู้คนมีศักดิ์ศรี พึ่งตนเองได้ ทุกคนมีงานทำ มีความสุข การบริหารบ้านเมืองต้องโปร่งไส ตรวจสอบได้และ ปราศจากการคอร์รัปชัน ในที่นี้จะขอนำเสนอนโยบายและรูปธรรมด้านพลังงาน ทั้งนี้เพราะเรื่องพลังงานเป็นเรื่องใหญ่มาก กล่าวคือทุกๆ 100 บาทของรายได้ของคนไทย ต้องจ่ายไปกับค่าพลังงานถึง 18 บาท…
ประสาท มีแต้ม
ในขณะที่คนทั่วโลกกำลังเดือดร้อนกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์  แต่ผลกำไรของบริษัทน้ำมันขนาดยักษ์ของโลกกลับเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา มันช่างฝืนความรู้สึกในใจของมนุษย์ธรรมดาๆ ที่คิดว่า “เออ! เมื่อสินค้าราคาสูงขึ้น เขาน่าจะลดกำไรลงมามั่ง เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเดือดร้อนมากนัก”   แต่มันกลับเป็นตรงกันข้าม คือเพิ่มกำไรมากกว่าเดิม  โดยไม่สนใจใยดีกับเพื่อนร่วมโลกในขณะที่ผู้มีรายได้น้อยอย่างกรรมกรได้สะท้อนออกมาในวันแรงงานแห่งชาติว่า “ค่าครองชีพแพง แต่ค่าแรงเท่าเดิม”บทความนี้จะนำเสนอทั้งข้อมูลและความคิดเห็นใน 4 เรื่องต่อไปนี้ คือ (1)…
ประสาท มีแต้ม
๑.คำนำเมื่อ ๗ ปีก่อน  คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้คิดวิชาใหม่ขึ้นมาหนึ่งรายวิชา หากคำนึงถึงแนวคิด เนื้อหาและกระบวนการเรียนการสอนแล้ว อาจถือว่าได้วิชานี้เป็นวิชาแรกในประเทศไทยก็น่าจะได้  ผมจึงอยากจะเล่าให้ท่านผู้อ่านที่เป็นผู้จ่ายภาษีมาตลอดได้รับทราบครับ ด้วยขั้นตอนตามระเบียบของมหาวิทยาลัย เราได้เริ่มลงมือเปิดสอนจริงเมื่อ ๓ ปีมาแล้ว รายวิชานี้ชื่อว่า “วิทยาเขตสีเขียว (Greening the Campus)”  เป็นวิชาบังคับสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่สามทุกคน เรื่องที่จะนำมาเล่าอย่างสั้นๆ นี้ ได้แก่ แนวคิด เนื้อหา กระบวนการเรียนการสอน  สิ่งที่นักศึกษาค้นพบและร่วมผลักดันขยายผล…
ประสาท มีแต้ม
ผมว่างเว้นจากการเขียนบทความมานานกว่าสองเดือนแล้ว จนอันดับบทความของผมที่เรียงตามเวลาที่เขียนในเว็บไซต์ “ประชาไท” ตกไปอยู่เกือบสุดท้ายของตารางแล้ว สาเหตุที่ไม่ได้เขียนเพราะผมป่วยเป็นโรคที่ทันสมัยคือ “โรคคอมพิวเตอร์กัด” ครับ มันมีอาการปวดแสบปวดร้อนไปทั่วทั้งหลัง พอฝืนทนเข้าไปทำงานอีกไม่เกินห้านาทีก็ถูก “กัด” ซ้ำอีก ราวกับมันมีชีวิตแน่ะที่นำเรื่องนี้มาเล่าก่อนในที่นี้ไม่ใช่อยากจะเล่าเรื่องส่วนตัว แต่อยากนำประสบการณ์ที่ผิดๆ ของผมมาเตือนท่านผู้อ่านโดยเฉพาะคนที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว ท่านผู้อ่านที่สนใจจะเก็บเรื่องของผมไปเป็นบทเรียน…
ประสาท มีแต้ม
ผมเองไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ได้ให้ความสนใจอย่างจริงจังในประเด็นพลังงานทั้งเรื่อง ปตท. และการไฟฟ้า ทั้งการเคลื่อนไหวเรื่องพลังงานหมุนเวียนมานานกว่า 10 ปีหลังคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด (14 ธันวาคม) ในอีก 2 วันทำการต่อมารัฐบาลก็ได้ผ่านมติวิธีการจัดการรวมทั้งการคิดค่าเช่าท่อก๊าซฯให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล โดยใช้เวลาพิจารณาเพียง 10 นาที สร้างความกังขาให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมากประเด็นที่ผมสนใจในที่นี้มี 3 เรื่องดังต่อไปนี้หนึ่ง คำพิพากษาของศาลฯที่ว่า “การใช้อำนาจมหาชนของรัฐ” ในกรณีการก่อสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาตินั้นควรจะครอบคลุมไปถึงไหน  ในฐานะที่ไม่ใช่นักกฎหมาย…
ประสาท มีแต้ม
เรื่องราวที่ผมจะนำมาเล่าในที่นี้  ไม่ใช่เรื่องเทคนิคทางไฟฟ้า ไม่ใช่เรื่องการประหยัดพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว  แต่เป็นเรื่องของประสบการณ์การทำงานเชิงสังคมที่น่าสนใจของตัวผมเอง  ผมคิดว่าเรื่องนี้มีคุณค่าพอที่ผู้อ่านทั่วไปตลอดจนกลุ่มเพื่อนพ้องที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการสีเขียว เพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อความเป็นธรรมและเพื่อนสันติภาพของโลก  จริงๆนะครับ ผมไม่ได้โม้ผมขอเริ่มเลยนะครับเราเคยสังเกตไหมครับว่า สวิทซ์ไฟฟ้าในที่ทำงานของเรา โดยเฉพาะที่เป็นสถานที่ราชการ เวลาเราเปิดสวิทซ์ ไฟฟ้าจะสว่างไปหลายดวง หลายจุดเป็นแถบๆ  ยิ่งเป็นที่สาธารณะ เช่น สำนักงาน…
ประสาท มีแต้ม
1. ความในใจผมขอพักเรื่องนโยบายสาธารณะด้านพลังงานซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมากๆ สำหรับประเทศไทยและชาวโลกไว้ชั่วคราวครับ  ในบทความนี้ผมขอนำเรื่องภายในมหาวิทยาลัยที่ผมทำงานอยู่มาเล่าสู่กันฟังมันไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับผู้อ่าน  แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในระบบราชการไทยที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงแม้ว่าสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปมากแล้ว  นอกจากนี้ผมมีเรื่องวิชาใหม่ที่คาดว่าเป็นวิชาแรกในประเทศไทยคือวิชา “ชุมชนมหาวิทยาลัยสีเขียว (Greening the campus)”…
ประสาท มีแต้ม
การแปรรูป ปตท. คือการปล้นประชาชน! ในช่วง ๓-๔ ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศกำลังเดือดร้อนกับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นเกือบสองเท่าตัว แต่บริษัทน้ำมันต่างๆในประเทศไทยกลับมีกำไรเพิ่มสูงขึ้นมากกว่านั้นในบทนี้ จะกล่าวถึงกิจการของบริษัท ปตท. จำกัดมหาชน และบริษัทอื่นๆบ้าง โดยย่อๆ เป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้๑. บริษัท ปตท. จำกัด มหาชน ได้แปรรูปมาจาก การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๔  ตอนเริ่มต้นการแปรรูป กระทรวงการคลังถือหุ้น ๖๙% ปัจจุบันเหลือเพียง ๕๒.๔๘%ดังนั้น กำไรของ ปตท. ซึ่งเดิมเคยตกเป็นของรัฐทั้งหมด ๑๐๐% ก็จะเหลือเพียงตามสัดส่วนที่รัฐถือหุ้น  คงจำกันได้นะครับว่า หุ้น ปตท…