Skip to main content

1. ความเดิม


ในตอนที่ 1 ผมได้นำข้อมูลที่มาจากงานวิจัยของกระทรวงศึกษาธิการที่พบว่า นักเรียนทุกระดับชั้นของประเทศไทย ทั้งระดับ ป.6 , .3 และมัธยมปลายมีคะแนนเฉลี่ยไม่ถึงครึ่งทุกวิชา โดยวิชาที่สอบได้คะแนนน้อยที่สุดคือวิชาคณิตศาสตร์ ได้เพียงร้อยละ 29.6 เท่านั้น


ในตอนที่ 2 นี้ ผมจะกล่าวถึงปัญหาที่ได้ตั้งไว้ในชื่อบทความ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณภาพการศึกษาเราตกต่ำ นอกจากนี้ ผมได้นำเสนอความคิดเห็นและความพยายามของผู้บริหารระดับสูงสุดของมหาวิทยาลัยด้วย

2. สาเหตุของปัญหาคุณภาพตกต่ำในทัศนะของอธิการบดี


ท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (รศ.ดร. บุญสม ศิริบำรุงสุข) ได้ให้ความสนใจในการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยเรียกประชุมอาจารย์ผู้สอนคณิตศาสตร์ทั้ง 5 วิทยาเขตพร้อมตั้งโจทย์ว่า “ทำอย่างไรจึงจะนำคณิตศาสตร์ไปสู่ศิษย์ให้ดีที่สุด”


ท่านอธิการไม่ได้วิเคราะห์เพื่อค้นหาสาเหตุหลัก-สาเหตุรองของปัญหา แต่ท่านกล่าวว่า “ปัจจุบันการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย (ทั่วประเทศ) นักเรียนมี 8 แสนคน มหาวิทยาลัยสามารถรับเด็กเข้ามา 6 แสนคนต่อปี จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะรับเด็กอ่อนเข้ามา (เด็กขี้เบื่อ สมาธิสั้น ความสามารถในการสื่อสารน้อยลง) ดังนั้น ไม่มีทางที่จะหวนกลับไปยังสิ่งแวดล้อมที่เคยผ่านมา อาจารย์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการปรับตัวให้เข้ากับเด็กหรือผู้เรียน”


นอกจากนี้ท่านยัง “ให้โอวาท” เพิ่มเติมอีกว่า “อาจารย์มหาวิทยาลัยเปรียบเสมือนปลั๊ก 3 ขา โดยที่ขาที่หนึ่ง เป็นผู้รู้ที่แท้จริง ลึกซึ้งในศาสตร์ และถ่ายทอดได้ ขาที่สอง รู้เทคนิคการถ่ายทอดให้เหมาะกับเด็กทั้งเก่ง ปานกลางและอ่อน ส่วนขาที่สาม คือความรู้สึกของความเป็นครู”

 

3. ปัญหาการให้คุณค่าของเวลาและทักษะการเรียนรู้


ผมเห็นด้วยกับคำกล่าวของท่าน แต่สิ่งที่ผมจะนำเสนอต่อไปนี้เป็นทัศนะของผมเอง และเป็นสิ่งที่ “ท่านยังไม่ได้พูด” ซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้งตัวนักศึกษาและผู้บริหารที่ “ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการปรับตัว” เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 3 ประเด็นต่อไปนี้คือ

(1) กรอบเวลามาตรฐานสำหรับการเรียนรู้ นั่นคือ จะต้องใช้เวลาเท่าใดในการจะเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่ง

(2) การบริหารเวลา เมื่อรู้ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใดในการทำกิจกรรมใดแล้ว ผู้เรียนรวมทั้งผู้บริหารด้วย ได้บริหารหรือจัดสรรเวลาตลอดทั้งภาคการศึกษาให้สอดคล้องกับสิ่งที่ “จำเป็นต้องทำ” หรือไม่ และ

(3) ทักษะในการเรียนรู้ซึ่งรวมถึงการฟัง การจดเล็คเชอร์ ซึ่งขณะนี้พบว่า แม้แต่ในกลุ่มนักศึกษาที่ถือกันว่า “เก่ง” ที่สุดแล้ว ยังคุยกันและลุกเข้าห้องน้ำระหว่างอาจารย์บรรยายราวกับเป็นชั้นเรียนเด็กอนุบาล

 

3.1 กรอบเวลามาตรฐานสำหรับการเรียนรู้


ตามปกติ คนเราจะใช้เวลาเพื่อทำอะไรเป็นเวลานานเท่าใด เขาก็จะมีค่าเฉลี่ยของเวลากันอยู่ เช่น ต้องนอนวันละกี่ชั่วโมงจึงจะเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย เป็นต้น


ในการศึกษาก็เช่นกัน ในการเรียนระดับมหาวิทยาลัย องค์การยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งเป็นองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยว่า ในการฟังคำบรรยายในห้องเรียนหนึ่งชั่วโมง นักศึกษาจะต้องใช้เวลาฝึกฝน ทำแบบฝึกหัด และค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเองอีกอย่างน้อยสองชั่วโมง


ถ้านักศึกษาลงเรียนทั้งภาคการศึกษาจำนวน 18 หน่วยกิต ดังนั้นเขาจะต้องใช้เวลานอกห้องเรียนเพิ่มเติมอีก 36 ชั่วโมง รวมเวลาทั้งหมดที่ใช้ไปกับการเรียนดังกล่าวจำนวน 54 ชั่วโมง เวลาที่ว่านี้เป็นเพียงขั้นต่ำเท่านั้น นักศึกษาที่อ่อนก็ต้องใช้เวลาที่มากกว่านี้จึงจะบรรลุความสำเร็จได้


ผมคิดว่าหลักข้อนี้เป็นกรอบมาตรฐานที่จำเป็นสำหรับนักศึกษาร้อยละ 99 ที่ต้องยกเว้นไปบ้างนั้น เผื่อไว้สำหรับพวกอัจฉริยะเท่านั้น


คำถามใหญ่ ๆ ก็คือ นักศึกษาส่วนใหญ่ของเราได้ปฏิบัติตามกรอบเวลานี้หรือไม่

 

3.2 การบริหารเวลา

ในแต่ละสัปดาห์มีเวลา 7x24 = 168 ชั่วโมง ถ้าเรานอนวันละ 8 ชั่วโมง รับประทานอาหาร 3 มื้อวันละ 3 ชั่วโมง อาบน้ำ เข้าส้วม (รวมปัสสาวะ) วันละ 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังต้องเวลาที่ใช้ในการเดินทางอีก ถ้าเป็นนักศึกษาหอพักของมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด คาดว่าวันละ 2 ชั่วโมง รวมสัปดาห์ละ 105 ชั่วโมง


เพียงกิจกรรม 4 อย่างที่ทุกคนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ก็หมดเวลาไปแล้ว 105 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หรือคิดเป็น 63% ของเวลาทั้งหมด ผมคิดว่าคุณภาพของนักศึกษาน่าจะวัดกันที่การใช้เวลาที่เหลืออีกสัปดาห์ละ 63 ชั่วโมง (หรือ 37%) ไปทำอะไรบ้าง ระหว่างเรียนในห้องเรียน ค้นคว้า ทำแบบฝึกหัด กับการทำกิจกรรมอย่างอื่นที่กลายเป็นวัฒนธรรมระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง ที่ต้องใช้เวลาไปจำนวนมาก


ตัวอย่างที่แปลกมากสำหรับผม คือนักศึกษาชั้นปีที่สองคนหนึ่งบอกผมว่า บ่ายวันนี้จะไปรับน้องกลุ่มที่ต่างอำเภอ เป็นกิจกรรมที่ต้องไปค้างคืนที่รีสอร์ทหรูแห่งหนึ่ง (โดยเก็บเงินจากรุ่นพี่คนละมากกว่า 1,000 บาท)


ผมถามว่า “รับน้องภาควิชาเหรอ” เขาบอกไม่ใช่ รับน้องภาควิชานั้นเป็นอีกกิจกรรมหนึ่ง แต่นี่คือ ตอนเข้าปีหนึ่งมายังไม่มีภาค มีแต่กลุ่ม เช่น กลุ่มเอ นักศึกษาปีที่สองถึงสี่ที่เคยอยู่กลุ่มเอมาก่อนจะต้องไปร่วมรับน้องกลุ่มเอ


เรื่องนี้ไม่เคยมีมาก่อน นี่ยังไม่นับการรับน้องโรงเรียน น้องจังหวัด น้องโครงการทุน รับน้องตระกูล ฯลฯ ตลอดจนการจัดแข่งเชียร์กีฬาโดยไม่มีกีฬา (พิมพ์ไม่ผิดครับ!)


ถามอีกครั้งครับว่า เด็กจะเอาเวลาที่ไหนมาใช้กับกระบวนการเรียนรู้(ตำรา)ที่วัดกันด้วยเกรด

 

3.3 ทักษะในการเรียนรู้


ผมเข้าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยต่างประเทศหลายสถาบัน เช่น มหาวิทยาลัยคอร์เนล ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก พบว่า เขามีเอกสารรวมทั้งมีการสอนรายวิชาที่ให้นักศึกษาได้รู้จักคุณค่าของเวลา รู้จักการบริหารเวลา รู้จักการฟัง การคิด การเขียน แม้แต่การเว้นหน้ากระดาษสักกี่นิ้วในการจดเล็คเชอร์เขาก็สอนครับ ไม่น่าเชื่อว่าเขามีความละเอียดถึงเพียงนี้


แต่ในมหาวิทยาลัยของบ้านเราผมไม่เห็นครับ

ผมเคยถามนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งที่ได้เกรด E ในวิชาที่ผมสอนว่า “ใช้เวลาในการศึกษาวิชานี้นานเท่าใด” ผมได้คำตอบว่า 8 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนเข้าห้องสอบเท่านั้น


นักศึกษาปีที่ 4 คณิตศาสตร์(คนหนึ่ง) มาปรึกษาผมในวิชาสัมมนา (ตามบทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร) โดยไม่มีกระดาษทดเลย


ตัวอย่างที่ยกมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการขาดทักษะการเรียนรู้และการจัดการเวลาของนักศึกษา


ใครก็ตาม (ยกเว้นพวกอัจฉริยะ) ที่ขาดความรู้ในส่วนนี้ ก็จะเป็นเหมือนนิทานอีสปเรื่อง “อึ่งอ่างกับวัว” ที่แม่อึ่งอ่างพยายามพองตัวเองให้ลูกเห็นว่า รอยเท้าของสัตว์ที่มาเหยียบลูก ๆ ของตนตายไปนั้นมีขนาดเท่าใหญ่แค่ไหน ในที่สุดก็ท้องแตกตาย

 

 

เรื่องนักศึกษาประเมินเวลาที่ใช้ในการศึกษาน้อยเกินความเป็นจริงที่เป็นมาตรฐานสากล ก็เป็นบทกลับของนิทานเรื่องนี้ คือ งานหนักเท่าแม่วัว แต่นักศึกษาเราประเมินว่าเบาเท่าอึ่งอ่าง ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผู้มีหน้าที่จัดการศึกษาจึงคิดบทกลับของนิทานเรื่องนี้ไม่ได้

 

4. การจัดสรรเวลาของผู้บริหาร


เรื่องนี้มี 3 ประเด็นใหญ่ ๆ ซึ่งจะขอกล่าวเพียงสั้น ๆ คือ

(1) ตามปกติ การจัดการศึกษาในระบบ 2 ภาค (semester) จะต้องใช้เวลา 16-18 สัปดาห์ แต่มหาวิทยาลัยจัดเวลาให้เพียง 16 สัปดาห์เท่านั้น เมื่อหักวันหยุดพิเศษอีก ก็จะเหลือเพียง 15 สัปดาห์เท่านั้น

(2) มหาวิทยาลัยไม่ได้ให้ความสำคัญกับกรอบเวลามาตรฐานของการเรียนรู้

(3) เวลาที่ใช้ในการเรียนแต่ละคาบ 50 นาที และเวลาสำหรับการเดินทางระหว่างคาบ 10 นาที ในขณะที่พื้นที่วิทยาเขตกว้างขวาง ส่งผลให้นักศึกษาเข้าเรียนสายเป็นประจำ นักศึกษาบางคนบอกว่า “เวลาเพียง 10 นาที แม้แต่เหาะไปเรียนก็ยังไม่ทันเลยคะ”


5.
สรุป


ผมยังคงมีกำลังใจและสัญญาว่า ผมจะใช้เวลาเพื่อเขียนเป็นหนังสือคู่มือให้กับนักศึกษาได้เข้าใจและเห็นคุณค่าของเวลา รวมทั้งทักษะการเรียนรู้ด้วย แม้จะเป็นเรื่องที่ท่านอธิการ “ยังไม่ได้พูด” ก็ตามครับ

 

 

บล็อกของ ประสาท มีแต้ม

ประสาท มีแต้ม
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2551 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดเวทีเสวนาเรื่อง "9 คำถามคาใจ กรณี ปตท." ซึ่งเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจมาหลายปีนับตั้งแต่การแปรรูปเมื่อเดือนตุลาคมปี 2544 เวทีเสวนาประกอบด้วย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม  บมจ. ปตท. (คุณสรัญ รังคสิริ)  เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (คุณสารี อ๋องสมหวัง) ดำเนินรายการโดยคุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์  บรรณาธิการนิตยสารสารคดี นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการและประธานกรรมการบริหารบริษัทหลักทรัพย์ภัทรด้วย นักข่าวของ “ประชาไท” รายงานว่า “…
ประสาท มีแต้ม
นายทหารยศพันตรีท่านหนึ่ง (พ.ต.รัฐเขต แจ้งจำรัส) ได้ออกมาให้ข้อมูลกับประชาชนผ่านเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า “ปิโตรเลียมซึ่งได้แก่น้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้แผ่นดินไทยทั้งบนบกและในทะเลทั้งหมดมีมูลค่าถึง 100 ล้านล้านบาท” เงินจำนวน 100 ล้านล้านบาท(ล้านสองครั้ง)นี้ ถ้าเอามาจัดสรรเป็นงบประมาณแผ่นดินในปีปัจจุบันก็จะได้ประมาณ 62 ปี เพราะงบประมาณปีหน้า (2552) มีประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท ข้อมูลที่นายทหารผู้นี้นำเสนอล้วนเป็นข้อมูลของทางราชการที่เข้าใจยาก กระจัดกระจาย แต่ท่านได้นำมารวบรวม วิเคราะห์ แล้วสรุปให้ประชาชนธรรมดาสามารถเข้าใจได้ง่าย…
ประสาท มีแต้ม
1. ความเดิม จากปัญหาที่ผู้บริหารทั้งระดับผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่และผู้จัดการใหญ่ของ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) “อ้าง” หลายครั้งหลายวาระด้วยกันว่า ก๊าซหุงต้มในประเทศไทยขาดแคลน ทาง บริษัท ปตท. จึงได้ออกมาบอกกับสาธารณะในสามประเด็นหลัก คือ (1) เสนอแนะให้รัฐบาลขึ้นราคาหรือลอยตัวราคาก๊าซหุงต้มให้เท่ากับราคาตลาดโลก(2) ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาทาง ปตท. ได้นำเข้าก๊าซหุงต้มหรือแอลพีจีแล้วจำนวน2 หมื่นตัน ขณะเดียวกันผู้บริหารระดับสูงสุดอ้างว่าในปีนี้จะมีการนำก๊าซถึง 4 แสนตัน (3) ราคาก๊าซหุงต้มในตลาดโลกตันละเกือบพันเหรียญสหรัฐ แต่ราคาก๊าซในประเทศอยู่ที่ตันละประมาณ 300 เหรียญ…
ประสาท มีแต้ม
1. ประเด็นปัญหา ขณะนี้ บริษัท ปตท. ได้บอกกับประชาชนว่าก๊าซหุงต้มหรือที่เรียกกันในวงการว่าก๊าซแอลพีจี (Liquefied petroleum gas) ในประเทศไทยกำลังขาดแคลน และได้แนะนำให้รัฐบาลขึ้นราคาก๊าซชนิดนี้ โดยเฉพาะที่ใช้กับรถยนต์ส่วนบุคคลและรถยนต์แท็กซี่ (นายณัฐชาติ จารุจินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บมจ. ปตท. ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Hard Topic ทาง Money Channel , 7 กรกฎาคม 2551) นอกจากนี้นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.กล่าวว่า “ความต้องการใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ปีนี้ต้องนำเข้าแอลพีจี 4 แสนตัน” (ไทยรัฐ 11 กรกฎาคม 2551)
ประสาท มีแต้ม
1. คำนำและปัญหา ขณะนี้ได้มีการเรียกร้องให้สังคมมาร่วมกันสร้าง “การเมืองใหม่” บทความนี้จะยังไม่เสนอกระบวนการที่จะนำไปสู่การเมืองใหม่ แต่จะมองว่าการเมืองใหม่ควรจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร พร้อมนำเสนอตัวอย่างที่เป็นจริงเพื่อให้เราได้เห็นทั้งแนวคิดและหน้าตาของการเมืองใหม่ชัดเจนขึ้น สังคมในการเมืองใหม่ควรจะเป็นสังคมที่ ผู้คนมีศักดิ์ศรี พึ่งตนเองได้ ทุกคนมีงานทำ มีความสุข การบริหารบ้านเมืองต้องโปร่งไส ตรวจสอบได้และ ปราศจากการคอร์รัปชัน ในที่นี้จะขอนำเสนอนโยบายและรูปธรรมด้านพลังงาน ทั้งนี้เพราะเรื่องพลังงานเป็นเรื่องใหญ่มาก กล่าวคือทุกๆ 100 บาทของรายได้ของคนไทย ต้องจ่ายไปกับค่าพลังงานถึง 18 บาท…
ประสาท มีแต้ม
ในขณะที่คนทั่วโลกกำลังเดือดร้อนกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์  แต่ผลกำไรของบริษัทน้ำมันขนาดยักษ์ของโลกกลับเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา มันช่างฝืนความรู้สึกในใจของมนุษย์ธรรมดาๆ ที่คิดว่า “เออ! เมื่อสินค้าราคาสูงขึ้น เขาน่าจะลดกำไรลงมามั่ง เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเดือดร้อนมากนัก”   แต่มันกลับเป็นตรงกันข้าม คือเพิ่มกำไรมากกว่าเดิม  โดยไม่สนใจใยดีกับเพื่อนร่วมโลกในขณะที่ผู้มีรายได้น้อยอย่างกรรมกรได้สะท้อนออกมาในวันแรงงานแห่งชาติว่า “ค่าครองชีพแพง แต่ค่าแรงเท่าเดิม”บทความนี้จะนำเสนอทั้งข้อมูลและความคิดเห็นใน 4 เรื่องต่อไปนี้ คือ (1)…
ประสาท มีแต้ม
๑.คำนำเมื่อ ๗ ปีก่อน  คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้คิดวิชาใหม่ขึ้นมาหนึ่งรายวิชา หากคำนึงถึงแนวคิด เนื้อหาและกระบวนการเรียนการสอนแล้ว อาจถือว่าได้วิชานี้เป็นวิชาแรกในประเทศไทยก็น่าจะได้  ผมจึงอยากจะเล่าให้ท่านผู้อ่านที่เป็นผู้จ่ายภาษีมาตลอดได้รับทราบครับ ด้วยขั้นตอนตามระเบียบของมหาวิทยาลัย เราได้เริ่มลงมือเปิดสอนจริงเมื่อ ๓ ปีมาแล้ว รายวิชานี้ชื่อว่า “วิทยาเขตสีเขียว (Greening the Campus)”  เป็นวิชาบังคับสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่สามทุกคน เรื่องที่จะนำมาเล่าอย่างสั้นๆ นี้ ได้แก่ แนวคิด เนื้อหา กระบวนการเรียนการสอน  สิ่งที่นักศึกษาค้นพบและร่วมผลักดันขยายผล…
ประสาท มีแต้ม
ผมว่างเว้นจากการเขียนบทความมานานกว่าสองเดือนแล้ว จนอันดับบทความของผมที่เรียงตามเวลาที่เขียนในเว็บไซต์ “ประชาไท” ตกไปอยู่เกือบสุดท้ายของตารางแล้ว สาเหตุที่ไม่ได้เขียนเพราะผมป่วยเป็นโรคที่ทันสมัยคือ “โรคคอมพิวเตอร์กัด” ครับ มันมีอาการปวดแสบปวดร้อนไปทั่วทั้งหลัง พอฝืนทนเข้าไปทำงานอีกไม่เกินห้านาทีก็ถูก “กัด” ซ้ำอีก ราวกับมันมีชีวิตแน่ะที่นำเรื่องนี้มาเล่าก่อนในที่นี้ไม่ใช่อยากจะเล่าเรื่องส่วนตัว แต่อยากนำประสบการณ์ที่ผิดๆ ของผมมาเตือนท่านผู้อ่านโดยเฉพาะคนที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว ท่านผู้อ่านที่สนใจจะเก็บเรื่องของผมไปเป็นบทเรียน…
ประสาท มีแต้ม
ผมเองไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ได้ให้ความสนใจอย่างจริงจังในประเด็นพลังงานทั้งเรื่อง ปตท. และการไฟฟ้า ทั้งการเคลื่อนไหวเรื่องพลังงานหมุนเวียนมานานกว่า 10 ปีหลังคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด (14 ธันวาคม) ในอีก 2 วันทำการต่อมารัฐบาลก็ได้ผ่านมติวิธีการจัดการรวมทั้งการคิดค่าเช่าท่อก๊าซฯให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล โดยใช้เวลาพิจารณาเพียง 10 นาที สร้างความกังขาให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมากประเด็นที่ผมสนใจในที่นี้มี 3 เรื่องดังต่อไปนี้หนึ่ง คำพิพากษาของศาลฯที่ว่า “การใช้อำนาจมหาชนของรัฐ” ในกรณีการก่อสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาตินั้นควรจะครอบคลุมไปถึงไหน  ในฐานะที่ไม่ใช่นักกฎหมาย…
ประสาท มีแต้ม
เรื่องราวที่ผมจะนำมาเล่าในที่นี้  ไม่ใช่เรื่องเทคนิคทางไฟฟ้า ไม่ใช่เรื่องการประหยัดพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว  แต่เป็นเรื่องของประสบการณ์การทำงานเชิงสังคมที่น่าสนใจของตัวผมเอง  ผมคิดว่าเรื่องนี้มีคุณค่าพอที่ผู้อ่านทั่วไปตลอดจนกลุ่มเพื่อนพ้องที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการสีเขียว เพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อความเป็นธรรมและเพื่อนสันติภาพของโลก  จริงๆนะครับ ผมไม่ได้โม้ผมขอเริ่มเลยนะครับเราเคยสังเกตไหมครับว่า สวิทซ์ไฟฟ้าในที่ทำงานของเรา โดยเฉพาะที่เป็นสถานที่ราชการ เวลาเราเปิดสวิทซ์ ไฟฟ้าจะสว่างไปหลายดวง หลายจุดเป็นแถบๆ  ยิ่งเป็นที่สาธารณะ เช่น สำนักงาน…
ประสาท มีแต้ม
1. ความในใจผมขอพักเรื่องนโยบายสาธารณะด้านพลังงานซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมากๆ สำหรับประเทศไทยและชาวโลกไว้ชั่วคราวครับ  ในบทความนี้ผมขอนำเรื่องภายในมหาวิทยาลัยที่ผมทำงานอยู่มาเล่าสู่กันฟังมันไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับผู้อ่าน  แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในระบบราชการไทยที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงแม้ว่าสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปมากแล้ว  นอกจากนี้ผมมีเรื่องวิชาใหม่ที่คาดว่าเป็นวิชาแรกในประเทศไทยคือวิชา “ชุมชนมหาวิทยาลัยสีเขียว (Greening the campus)”…
ประสาท มีแต้ม
การแปรรูป ปตท. คือการปล้นประชาชน! ในช่วง ๓-๔ ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศกำลังเดือดร้อนกับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นเกือบสองเท่าตัว แต่บริษัทน้ำมันต่างๆในประเทศไทยกลับมีกำไรเพิ่มสูงขึ้นมากกว่านั้นในบทนี้ จะกล่าวถึงกิจการของบริษัท ปตท. จำกัดมหาชน และบริษัทอื่นๆบ้าง โดยย่อๆ เป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้๑. บริษัท ปตท. จำกัด มหาชน ได้แปรรูปมาจาก การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๔  ตอนเริ่มต้นการแปรรูป กระทรวงการคลังถือหุ้น ๖๙% ปัจจุบันเหลือเพียง ๕๒.๔๘%ดังนั้น กำไรของ ปตท. ซึ่งเดิมเคยตกเป็นของรัฐทั้งหมด ๑๐๐% ก็จะเหลือเพียงตามสัดส่วนที่รัฐถือหุ้น  คงจำกันได้นะครับว่า หุ้น ปตท…