Skip to main content

1. คำนำ


รักเจ้าจึงปลูก” เป็นชื่อโครงการที่ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กำลังครุ่นคิดเพื่อใช้ในการพัฒนาคุณภาพนักศึกษา ผมเองได้เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้มา 2 ตอนแล้ว


ในบทความตอนที่ 1 ได้พูดถึงปัญหาคุณภาพการศึกษาไทยว่ากำลังวิกฤติทั้งระดับภาควิชาจนถึงระดับประเทศ ตั้งแต่ระดับประถม มัธยมศึกษาและมหาวิทยาลัย คือนักเรียนมัธยมปลายทั่วประเทศสอบ O-net ได้คะแนนเฉลี่ยตกทุกวิชา โดยที่วิชาคณิตศาสตร์ได้น้อยที่สุดเพียงร้อยละ 29.4 เท่านั้น ผู้รับผิดชอบหน้าบทความของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจบอกกับผมว่า “ปัญหาการศึกษาไทยมีความรุนแรงกว่าปัญหาเศรษฐกิจเสียอีก”

 

ในตอนที่สอง ผมพูดถึงปัญหาการให้คุณค่าของเวลาว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยไม่รู้จักการประมาณการใช้เวลาเฉลี่ยเพื่อทำความเข้าใจกับบทเรียน องค์กรยูเนสโกได้ให้ค่าเฉลี่ยมาตรฐานว่า ในการฟังคำบรรยายในชั้นเรียน 1 ชั่วโมง นักศึกษาต้องฝึกฝนและทบทวนบทเรียนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง นอกจากนี้มหาวิทยาลัยเองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารเวลาของนักศึกษาเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยดัง ๆ ในต่างประเทศ


ในบทความตอนที่ 3 นี้ ผมได้ทำการสอบถามการใช้เวลาของนักศึกษาที่ผมสอน จำนวน 45 คน พบสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างที่อยากจะเล่าให้ฟังครับ

 

2. การใช้เวลากับระดับเกรดสะสมของนักศึกษา


2.1
วิธีการศึกษา

 

ผมเคยถามอาจารย์ของภาควิชาท่านหนึ่งที่กำลังทำปริญญาเอกอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ว่า “ประทับใจอะไรในสิงคโปร์มั่ง” อาจารย์ท่านนั้นบอกผมว่า “ประทับใจมาก ๆ สอง อย่างคือ สิงคโปร์มีต้นไม้เยอะมาก โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัย ดูไปนึกว่าเป็นป่าไม้ อย่างที่สองคือ นักศึกษาสิงคโปร์ตั้งใจเรียนและทำงานหนักมาก”


เราลองมาดูนักศึกษาที่ผมสอนกันบ้างครับ


ผมได้ขอร้องนักศึกษาที่ผมสอน 2 วิชา ซึ่งเป็นนักศึกษาชั้นปีที่สอง(สดๆ) วิชาเอกคณิตศาสตร์ 40 คน กับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ 4 ที่เคยลงเรียนมาแล้วแต่ต้องถอนไป(เพราะได้คะแนนสอบกลางภาคน้อยหรือเคยได้เกรดอีหรือตกมาแล้ว) จำนวน 30 คน ให้ช่วยบันทึกการใช้เวลาตลอดเวลา 1 สัปดาห์


ผมได้ให้ตารางเป็นรายชั่วโมงวันละ 24 ชั่วโมงรวม 7 วัน โดยเริ่มจากสัปดาห์ที่ 5 นับจากวันเปิดภาคเรียน แต่บังเอิญว่าสัปดาห์นั้นตรงกับวันหยุดยาว 3 วัน(วันสำคัญทางศาสนาอิสลามซึ่งผมไม่ทราบล่วงหน้า) ดังนั้นข้อมูลเกี่ยวกับการใช้เวลาจึงอาจคลาดเคลื่อนไปจากปกติวิสัยบ้าง


ผมขอร้องให้นักศึกษาให้ข้อมูลตามความเป็นจริง พร้อมระบุชื่อ จากนั้นผมก็นำชื่อมาค้นหาระดับเกรดสะสมของนักศึกษาแต่ละคน จากการดูข้อมูลที่นักศึกษาให้ ผมค่อนข้างเชื่อว่านักศึกษาให้ข้อมูลตามความเป็นจริง (สังเกตและตรวจสอบซึ่งกันและกัน)

 

2.2 ผลการศึกษา


เนื่องจากแบบสอบถาม เป็นการเติมกิจกรรมที่ได้ทำจริง ๆ (ไม่ใช่เลือก) กิจกรรมจึงมีหลากหลาย ตั้งแต่ นอน เรียน ทำการบ้าน ไปจนถึงอาบน้ำให้หมา ดังนั้น การนำเสนอผลการศึกษาจึงขอจัดเป็นกลุ่มกิจกรรมที่นักศึกษาส่วนใหญ่ทำเหมือน ๆ กัน ซึ่งได้แก่ นอน ทำการบ้าน เล่มเกม (รวมดูทีวี คุยโทรศัพท์ เล่นอินเตอร์เนตและฟังเพลง) ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ จะกล่าวถึงเฉพาะที่น่าสนใจ โดยแต่ละสัปดาห์เรามีเวลาทั้งหมด 168 ชั่วโมง

 

การนอน


โดยภาพรวมพบว่า เวลาส่วนใหญ่นักศึกษาใช้ไปกับการนอนเฉลี่ยสัปดาห์ละ 58 ชั่วโมง (หรือวันละ 8.3 ชั่วโมง) คิดเป็นร้อยละ 35 ของเวลาทั้งหมด นักศึกษาส่วนมากพักในหอพักซึ่งการเดินทางไปอาคารเรียนใช้เวลา 20 นาที


เป็นที่น่าสังเกตว่า นักศึกษาส่วนมากเข้านอนหลังเที่ยงคืน เวลาตื่นนอนขึ้นอยู่กับเวลาเรียนตอนเช้า ในวันหยุดหลายคนนอนวันละ 13 ชั่วโมง (นอนเป็นหลัก)


นอกจากนี้พบว่า ในวันเรียนปกติ นักศึกษาจำนวนไม่น้อยกลับไปนอนพักกลางวันที่หอพัก ครั้งละ 1-2 ชั่วโมง ไม่พบว่านักศึกษาคนใดลุกขึ้นมาทบทวนบทเรียนในตอนใกล้รุ่ง ซึ่งผู้ใหญ่เคยแนะนำคนรุ่นผมว่า “อ่านหนังสือตอนเช้าๆ จะจำได้ดี” นักศึกษามุสลิมที่ลุกขึ้นมาละหมาดตอนเช้า ๆ เสร็จแล้วก็กลับไปนอนต่ออีก


สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างระดับเกรดสะสมของนักศึกษา (แกนนอนตั้งแต่ 1.5 ถึง 4.0 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด) กับจำนวนชั่วโมงที่ใช้ในการนอนต่อสัปดาห์ แสดงได้ดังกราฟที่ 1

 

 

จากกราฟที่ 1 พบว่า นักศึกษาที่ได้ระดับเกรดต่ำ (ประมาณที่ระดับ 2) จะใช้เวลาในการนอนมากกว่านักศึกษาที่ได้ระดับเกรดสูง (เกิน 3) โดยมีเส้นแนวโน้มแสดงไว้ในกราฟด้วยว่า “คนที่ได้เกรดต่ำจะใช้เวลานอนมากกว่าคนที่ได้เกรดสูง”


ผมไม่ได้ระบุความมีนัยสำคัญของความสัมพันธ์ดังกล่าวมาให้ท่านผู้อ่านปวดหัวเล่น เพราะถือว่ามีหลายปัจจัยที่มีผลต่อการเรียนของนักศึกษา


เราไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวว่ามนุษย์แต่ละคนควรจะใช้เวลานอนวันละเท่าใดจึงจะเพียงพอ แต่เกณฑ์สากลสำหรับกรรมกรผู้ใช้แรงงานที่เรียกว่า “3 แปด” คือ นอน ทำงาน และใช้เวลาพัฒนาตนเองและสังคมอย่างละ 8 ชั่วโมงต่อวัน


จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมรู้สึกว่าคนที่เป็นนักศึกษาน่าจะนอนวันละ 6-7 ชั่วโมงต่อวันก็จะเพียงพอแล้ว แต่นักศึกษาของผม (อาจรวมถึงนักศึกษาทั่วไปด้วย) ใช้เวลานอนมากกว่ากรรมกรผู้เหน็ดเหนื่อยกับการใช้แรงงานเสียอีก

 

การทบทวนบทเรียนและการทำแบบฝึกหัด


โดยภาพรวม พบว่า นักศึกษาของผมจำนวน 45 คน ใช้เวลาในการทบทวนบทเรียนเฉลี่ยสัปดาห์ละ 15 ชั่วโมงเท่านั้น (หรือเฉลี่ยวันละ 2.1 ชั่วโมง)


ผมไม่ได้ตรวจสอบให้ละเอียดว่า นักศึกษาลงทะเบียนเรียนกี่หน่วยกิต (กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์) แต่โดยหลักสูตรแล้วประมาณ 18 หน่วยกิต นั่นคือ ถ้าเรายึดตามกรอบมาตรฐานของยูเนสโก นักศึกษาจะต้องใช้เวลาเพื่อการนี้ถึง 36 ชั่วโมง


แต่นักศึกษาของผมใช้ไปเพียง 15 ชั่วโมงเท่านั้น หรือคิดเป็นร้อยละ 42 ของมาตรฐานสากลเท่านั้น และคิดเป็นเพียงร้อยละ 9 ของเวลาที่มีทั้งหมด

 

 

 

ผลที่พบจากกราฟก็เป็นไปตามคาดหมาย คือ คนที่ใช้เวลาในการฝึกฝนน้อยก็จะได้เกรดต่ำ คนที่ฝึกฝนมากกว่าก็จะได้เกรดสูงกว่า

 

สิ่งที่ผมไม่เชื่อสายตาเลยก็คือ พบว่ามีนักศึกษาคนหนึ่งไม่ทบทวนบทเรียนสักนาทีเดียวตลอดทั้งสัปดาห์

การใช้เวลาเล่นเกม-อินเตอร์เนต ดูทีวี ฟังเพลงและคุยโทรศัพท์

 

โดยภาพรวม นักศึกษาใช้เวลาไปกับกิจกรรมดังกล่าวเฉลี่ยสัปดาห์ละ 20 ชั่วโมง หรือวันละ 2.8 ชั่วโมง (ร้อยละ 12 ของเวลาทั้งหมด) มากกว่าเวลาที่ใช้ทบทวนบทเรียนเสียอีก

 

 

 

กราฟที่ 3 แสดงว่า นักศึกษาที่ได้ระดับเกรดต่ำจะใช้เวลาเล่นเกม เล่นอินเตอร์เนต ดูทีวี ฟังเพลง มากกว่านักศึกษาที่ได้เกรดสูง

 

หมายเหตุ

สิ่งที่ผมประหลาดใจมากก็คือ ไม่มีนักศึกษาแม้แต่คนเดียวที่ใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือนอกเวลา ไม่ว่าจะเป็นนิยาย การ์ตูน หรือปรัชญาเพื่อช่วยเสริมประสบการณ์ชีวิต


ระหว่างที่เขียนบทความนี้ ผมพบนักศึกษาคนหนึ่ง (แต่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ผมสอบถาม) กำลังดาวน์โลดคู่มือการถ่ายรูป ผมคิดว่ากิจกรรมที่นักศึกษาคนนี้กำลังทำอยู่เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ น่าส่งเสริม น่ายกย่อง แต่ผมไม่ค่อยได้พบเห็นกับนักศึกษากลุ่มนี้ของผม นอกจากบางคนเท่านั้นที่บอกว่า คุยกับพ่อแม่ อาบน้ำให้หมา ซักผ้า และทำความสะอาดห้อง เป็นต้น

 

3. สรุป


แม้ว่าเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก เช่น อาจขึ้นกับระดับสติปัญญา ความถนัด ความใฝ่รู้ เทคนิคการเรียน-การสอน ฯลฯ แต่จากการหาความสัมพันธ์ระหว่างระดับเกรดสะสมที่นักศึกษาได้รับกับจำนวนเวลาที่ใช้ใน 3 กิจกรรมหลัก คือ (1) การนอน (2) การทำแบบฝึกหัด และ (3) การเล่นเกม อินเตอร์เนต ดูทีวี ฟังเพลง พบว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างที่เราทุกคนเข้าใจดี


อย่างไรก็ตาม ผมยังมีความเชื่อว่า นักศึกษาเหล่านี้พร้อมจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง หากพวกเขาได้ถูกนำเข้ามามีส่วนร่วมใน “กระบวนการเรียนรู้” ถึงความจำเป็นของการใช้เวลาที่เหมาะสมในกิจกรรมการเรียน จนกลายเป็นกระแสสังคมในหมู่พวกเขาเอง


สิ่งที่ผมไม่อาจจะหลีกเลี่ยงการพาดพิงถึง (ทั้งๆ ที่ไม่อยากทำเลย) คือ บทบาทของผู้บริหารสถาบันการศึกษา ผมทราบดีว่าท่านทั้งหลายมีความรู้ความสามารถมากมาย แต่สิ่งที่ท่านขาดไปก็คือ “เวลา” ที่ท่านควรหันมาเอาใจใส่ต่อปัญหานี้อย่างจริงจัง จริงใจ ตามกรอบของเกณฑ์คุณภาพมาตรฐาน โดยไม่เห็นแก่จำนวนเงินที่สถาบันการศึกษาจะได้รับเพิ่มขึ้นเมื่อมีจำนวนนักศึกษามากขึ้นครับ.

 

 

 

บล็อกของ ประสาท มีแต้ม

ประสาท มีแต้ม
เราเคยสงสัยและตั้งคำถามเสมอมาว่า ทำไมราคาน้ำมันสำเร็จรูป (รวมทั้งราคายางพารา) ในภูมิภาคเอเซียจึงถูกกำหนดจากประเทศสิงคโปร์
ประสาท มีแต้ม
ตลอดช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันที่ปั๊มในบ้านเราได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์บางคนคาดการณ์ว่าสิ้นปีนี้ราคาน้ำมันดิบจะสูงถึง 85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยที่ราคาเมื่อต้นเดือนมิถุนายนได้ขยับจาก 62 ถึง 68 ภายในเวลาเจ็ดวันเท่านั้น
ประสาท มีแต้ม
1. คำนำ บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ คือ หนึ่ง ให้เห็นตัวเลขค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของคนไทยโดยเฉลี่ยซึ่งค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรายได้ และหากแผนผลิตไฟฟ้าดังกล่าวมีปัญหาแล้วจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าอย่างไร สอง เพื่อเล่าถึงการจัดทำแผนผลิตไฟฟ้าที่ผูกขาดโดย "กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ" จำนวนน้อยตลอดมาและจะชี้ให้เห็นถึงบางสิ่งที่ผมคิดว่า "น่าจะไม่ถูกต้อง" สาม หากท่านผู้อ่านได้เห็นปัญหาในข้อสองแล้ว จะได้เห็นความจำเป็นของ "การเมืองภาคประชาชน" ในการตรวจสอบโครงการของรัฐมากขึ้น
ประสาท มีแต้ม
1. คำนำ เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ตัดสินใจว่าจะอ่านบทความนี้ต่อไปหรือไม่ ผมขอนำประเด็นสำคัญมาเสนอก่อน  ประเด็นคือการวางแผนผลิตก๊าซที่ผิดพลาดทำให้คนไทยทุกคนต้องควักเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น จากรายงานประจำปี 2551 ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พบว่า ในปี 2551 บริษัท ปตท. ต้องจ่ายค่า "ไม่ซื้อก็ต้องจ่าย" ก๊าซจากโครงการไทย-มาเลเซีย (ซึ่งเป็นโครงการสร้างความขัดแย้งมาตั้งแต่รัฐบาลชวน หลีกภัย และทักษิณ ชินวัตร จนถึงปัจจุบัน) เป็นจำนวน 13,716 ล้านบาท
ประสาท มีแต้ม
ในขณะที่วิกฤตเศรษฐกิจโลกที่เริ่มต้นจากถนนวอลล์สตรีทในสหรัฐอเมริกากำลังลุกลามไปอย่างรวดเร็วราวกับลาวาภูเขาไฟไปสู่ทุกถนนของโลก ในภาคใต้ของประเทศไทยโดยหน่วยงานของรัฐและการนิคมอุตสาหกรรมก็กำลังดำเนินการให้มีแผนพัฒนาภาคใต้ด้วยโครงการต่าง ๆ มากมาย ทั้งโดยเปิดเผยและแอบแฝง ตัวอย่างของโครงการเหล่านี้ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ในจังหวัดนครศรีธรรมราช โครงการอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำ จังหวัดชุมพรและสุราษฎร์ธานี โครงการขุดเจาะน้ำมันของบริษัทเซฟรอน ที่นครศรีธรรมราช ตลอดจนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถึง 3 โรง นอกจากนี้ยังมีนิคมอุตสาหกรรมที่จังหวัดตรัง และท่าเทียบเรือน้ำลึกในจังหวัดสงขลาและอีกหลายจังหวัด…
ประสาท มีแต้ม
  เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2552 กระทรวงพลังงานในฐานะผู้รับผิดชอบหรือจะเรียกว่าผู้จัดทำแผนผลิตไฟฟ้าเองได้จัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อปรับปรุง "แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า" ในช่วงปี 2551 ถึง 2564 ซึ่งเป็นแผนที่ได้จัดทำไว้ก่อนปี 2551 ในการรับฟังครั้งนี้ก็เพื่อจะได้ปรับปรุงเป็นครั้งที่ 2 สาเหตุที่ต้องปรับปรุงก็เพราะปัญหาเศรษฐกิจถดถอยทั้งในระดับโลกและในระดับประเทศไทยด้วยนักวิชาการอิสระด้านพลังงานที่ไม่ใช่ข้าราชการของกระทรวงพลังงานก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจหลายอย่าง ขณะเดียวกันกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าก็ได้ตั้งคำถามพร้อมแผ่นผ้าด้วยข้อความสั้น ๆ แต่เข้าใจง่ายว่า "…
ประสาท มีแต้ม
คำนำ เมื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบปัญหาขายไม่ได้เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจของโลก นักการเมืองรวมทั้งว่าที่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ได้เสนอมาตรการลดหย่อนภาษีค่าโอนบ้าน โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นไป ผมขออนุญาตไม่แสดงความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าวข้างต้น แต่ขอใช้หลักคิดเดียวกันนี้เพื่อตั้งคำถามว่า ทำไมรัฐบาลจึงไม่ใช้มาตรการทางภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการพืชน้ำมันซึ่งได้แก่ ไบโอดีเซล และแก๊สโซฮอล์ ซึ่งโยงใยเกี่ยวเนื่องกันตั้งแต่เจ้าของโรงงานจนถึงเกษตรกรผู้ปลูกพืชน้ำมัน ( ปาล์มน้ำมัน อ้อย ฯลฯ ) เหล่านี้บ้างเล่า?
ประสาท มีแต้ม
1. คำนำ เมื่อราคาน้ำมันลดลงมาจากลิตรละราว 40 บาทจากเมื่อ 4-5 เดือนก่อนมาอยู่ที่ราว ๆ 20 บาท ทำให้คนไทยเราก็รู้สึกสบายใจ บางคนถึงกับกล่าวว่า “ตอนนี้จะไปไหนมาไหนก็ไม่ค่อยได้คิดมากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว” ในยุคที่การเมืองที่เต็มไปด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง ผู้บริโภคจะพอใจอยู่กับตัวเลขที่อิงอยู่กับความรู้สึกเช่นนี้เพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ เราจะต้องลุกขึ้นมาช่วยกันตรวจสอบ ถามหาความความเป็นธรรม ความพอดีอยู่ตลอดเวลา เมื่อพูดถึงความรู้สึกที่สบายใจขึ้นของคนไทยในขณะนี้ ทำให้ผมนึกเรื่อง “นัสรูดิน” ชายชาวอาหรับโบราณที่คนรุ่นหลังยังตัดสินไม่ได้ว่า เขาเป็นคนเฉลียวฉลาดหรือคนโง่กันแน่…
ประสาท มีแต้ม
1. คำนำ ก่อนจะเริ่มต้นเนื้อหา เรามาดูรูปการ์ตูนสนุก ๆ แต่บาดใจและอาจจะบาดตากันก่อนครับ ความหมายในภาพนี้ ไม่มีอะไรมาก นอกจากบอกว่านี่ไงหลักฐานที่พิสูจน์ว่าโลกเราร้อนขึ้นจริง สำหรับภาพนี้บอกว่า ผลการศึกษาพบว่าอุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรสูงขึ้น นักวิชาการ (และนักการเมือง) กำลังระดมกันแก้ปัญหาอย่างขยันขันแข็ง ขอขอบคุณเจ้าของภาพทั้งสองด้วย คราวนี้มาเข้าเรื่องกันครับ ขณะที่โลกของเรากำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งสำคัญ 4 ด้านพร้อม ๆ กัน คือ (1) วิกฤติภาวะโลกร้อน (2) วิกฤติพลังงานที่ทั้งขาดแคลน ราคาแพง ผูกขาดและก่อวิกฤติด้านอื่น ๆ (3) วิกฤติการเงินที่เพิ่งจะเกิดขึ้นหยก ๆ…
ประสาท มีแต้ม
คำนำ “...เวลานี้สังคมไทยมีอาการป่วยอย่างร้ายที่สุด คือ ป่วยทางปัญญา ขอให้พิจารณาดูเถิด เวลานี้ปัญหาสุขภาวะที่น่ากลัวที่สุดคือ ความป่วยทางปัญญา...” พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต) มีนาคม 2551 ท่ามกลางกระแสการคิดค้นเรื่อง “การเมืองใหม่” ซึ่งขณะนี้สังคมบางส่วนเริ่มเห็นภาพราง ๆ บ้างแล้วว่ามันเป็นอย่างไร แต่ยังไม่มีความชัดเจนมากนักว่า สังคมไทยจะก้าวไปสู่สภาพนั้นได้อย่างไร และสมมุติว่าเราสามารถเข้าไปสู่สภาพนั้นได้จริง ๆ แล้ว เราจะรักษาและพัฒนาการเมืองใหม่ให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีกได้อย่างไร ในที่นี้ ผมจะขออนุญาตนำเสนอหลักการพื้นฐานมาใช้ตอบคำถามดังกล่าว ผมเรียกหลักการนี้ว่า “กฎ 3…
ประสาท มีแต้ม
เมื่อต้นเดือนเมษายน 2551 หนังสือพิมพ์หลายฉบับได้ลงข่าวว่า "พลังงานเผยไทยผลิตน้ำมันดิบสูงกว่าบรูไน คุยทดแทนนำเข้าปีนี้มหาศาล" (ไทยรัฐ 2 เมษายน 2551)    สาเหตุที่ผู้ให้ข่าวซึ่งก็คือข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพลังงานได้นำประเทศไทยไปเทียบกับประเทศบรูไน ก็น่าจะเป็นเพราะว่าคนไทยเราทราบกันดีว่าประเทศบรูไนเป็นประเทศส่งออกน้ำมันรายหนึ่งของภูมิภาคนี้ ดังนั้นเมื่อประเทศไทยเราผลิตน้ำมันดิบได้มากกว่าก็น่าจะทำให้คนไทยเราหลงดีใจได้บ้าง  นาน ๆ คนไทยเราจะได้มีข่าวที่ทำให้ดีใจสักครั้ง   หลังจากอ่านข่าวนี้แล้ว ผมก็ได้ค้นหาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตก็พบว่า…
ประสาท มีแต้ม
1. คำนำ ขณะนี้มีผู้คนจำนวนหนึ่งกำลังครุ่นคิดถึง "การเมืองใหม่" ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดนักว่ามันคืออะไรกันแน่ ทราบแต่ว่า "การเมืองเดิม" ซึ่งก็คือการเมืองแบบตัวแทน (representative democracy) กำลังมีปัญหาหลายอย่างและรุนแรงขึ้นทุกขณะบทความนี้จะนำเสนอความล้มเหลวของ "การเมืองแบบตัวแทน" อย่างสั้นๆ พร้อมกับนำเสนอ "การเมืองแบบไฮเพอร์ (hyperpolitics)" ให้พอเป็นประกายเบื้องต้น หากสังคมนี้สนใจก็มีช่องทางให้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมกันต่อไป2. สาเหตุความล้มเหลวของการเมืองแบบตัวแทนเราท่องกันจนขึ้นใจมาตั้งแต่วัยเด็กแล้วว่า สาเหตุสำคัญของการมี "การเมืองแบบตัวแทน" คือเป็นเพราะคนมันเยอะ…