Skip to main content

1.    คำนำ


เราคงยอมรับร่วมกันแล้วว่า ขณะนี้สังคมไทยกำลังมีความขัดแย้งอย่างรุนแรงทั้งในระดับความคิด ความเชื่อทางการเมือง และวัฒนธรรมซึ่งนักสังคมศาสตร์จัดว่าเป็นโครงสร้างส่วนบน และความขัดแย้งทางเศรษฐกิจที่รวมศูนย์ การแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติและการทำลายสิ่งแวดล้อมซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานของสังคม
  ความขัดแย้งเชิงโครงสร้างทั้งสองระดับนี้กำลังวิกฤติสุด ๆ จนอาจพลิกผันนำสังคมไทยไปสู่หายนะได้ในอนาคตอันใกล้นี้


ภายใต้สภาวะเช่นนี้ จึงเกิดคำถามแรกขึ้นมาว่า  สังคมไทยต้องการให้คนรุ่นใหม่มีลักษณะเป็นแบบไหน? และเมื่อได้ข้อสรุปของลักษณะคนรุ่นใหม่ในอนาคตว่าควรจะเป็นแบบใดแล้ว  คำถามที่สองก็คือว่า จะทำอย่างไรหรือจะใช้กระบวนการใด?


นักคิดหลายคนสรุปตรงกันว่าต้องใช้กระบวนการศึกษาหรือกระบวนการเรียนรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการศึกษาของเยาวชนทั้งในส่วนที่เป็นระบบการศึกษาโดยรัฐและการศึกษาทางเลือก


รัฐบาลอภิสิทธิ์เองก็ได้เสนอเป็นแนวนโยบายว่าจะต้องปฏิรูปการศึกษารอบสอง โดยขอใช้เวลานาน 10 ปี  ทั้ง ๆ ที่สังคมยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเลยว่าการปฏิรูปรอบแรกนั้นล้มเหลวลงเพราะเหตุใด        


บทความนี้พยายามจะนำเสนอหรือตอบคำถามแรกเพียงข้อเดียวว่า ลักษณะของคนรุ่นใหม่ที่สังคมไทยต้องการควรจะเป็นอย่างไร โดยนำเอาความคิดมาจาก 3 แหล่ง ทั้งในและต่างประเทศ


สองแหล่งแรกเป็นของพระสงฆ์ไทยซึ่งอาจจะยังไม่ครบถ้วนดีนัก เพราะเป็นแค่คำพูดในเวทีสัมมนาที่มีเวลาจำกัด
  สำหรับแหล่งที่สามเป็นของกระทรวงศึกษาธิการของรัฐหนึ่งในสหรัฐอเมริกา

 

2. ลักษณะของผลผลิตทางการศึกษาไทยในปัจจุบัน


พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ได้สะท้อนลักษณะของการศึกษาไทยในงานสัมมนาแห่งหนึ่งว่า การศึกษาไทยทำให้เด็กไทยสมองโต หัวใจลีบ คิดน้อย เห็นแก่ตัว ไม่สนใจส่วนรวม ทิ้งธรรม บูชาเงินมากกว่าความดีงาม เครียด ไม่มีความสุข ชอบเรื่องสะเดาะเคราะห์มากกว่าการคิดวิเคราะห์ ไม่ชอบเป็นผู้นำ ชอบตามคนอื่น การเรียนในโรงเรียนก็สอนท่องจำมากกว่าจะสอนเรื่องความเข้าใจ หลักสูตรอัดแน่นเกินความจำเป็น นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตไม่ได้ ถึงตอนนี้ถ้าอยากให้การศึกษาไทยเปลี่ยนแปลง ต้องเริ่มต้นที่ตัวเราเองก่อน    เพราะทุกวันนี้กระทรวงศึกษาธิการยังแก้ปัญหาต่าง ๆ ของตัวเองไม่ได้เลย  (มติชนรายวัน 12 มีนาคม 2553)


ผมมีความเห็นว่าคำพูดของท่าน ว. วชิรเมธี มีความสอดคล้องกับอีกสองความเห็นที่จะกล่าวถึงต่อไปเป็นอย่างมาก


3. แนวคิดและวิธีปฏิบัติของกลุ่มชาวอโศก


กลุ่มชาวอโศกได้เปิดโรงเรียนของตนเองที่ชื่อว่า
โรงเรียนสัมมาสิกขา เพื่อให้การศึกษากับนักเรียนในชุมชนของตนเองซึ่งเป็นโรงเรียนประเภทประจำ


ผมเองไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสกับนักเรียนของโรงเรียนนี้มาก่อนเลย แต่จากการติดตามชมจาก
FMTV (ซึ่งเป็นโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม) มาหลายครั้งพบว่า โรงเรียนในเครือของสัมมาสิกขาได้ยึดคำขวัญหรือหลักการปฏิบัติว่า  ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา


พ่อท่านโพธิรักษ์  ได้กล่าวในวันสำเร็จการศึกษาของนักเรียนชั้น ม. 6 ว่า  ท่านให้ความสำคัญในเรื่องศีลถึง 40%  ในเรื่องเป็นงาน 35% และในเรื่องชาญวิชา 25%  โดยที่วิชาการของโรงเรียนนี้ไม่น้อยกว่าของโรงเรียนอื่น


เพื่อความกระจ่างกว่านี้ ผมได้ค้นคว้าเพิ่มเติมจากเอกสารของกลุ่มอโศกพบว่า


ศีลเด่น ก็คือศีลห้า ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ ที่เน้นคล้ายกัน เช่น ความรับผิดชอบ ความขยันหมั่นเพียรและความเสียสละ

เป็นงาน การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนสัมมาสิกขา โดยอาศัยงานต่างๆ ภายในวัด และชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญ จะส่งผลให้กิจกรรมการเรียนการสอนไม่มีความแปลกแยกจากวิถีชีวิตจริง ของผู้เรียน (ในฐานะเป็นสมาชิกส่วนหนึ่งของชุมชน)

เมื่อการศึกษากลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับวิถีชุมชนและกิจกรรมการเรียนรู้จากการงานดังกล่าวได้กลายเป็นพลังแรงงานที่มีส่วนสำคัญต่อการช่วยเหลือชุมชน ก็จะส่งผลให้ชุมชนเห็นคุณค่า ความสำคัญของการศึกษาจนพร้อมจะทุ่มเททรัพยากรต่างๆเพื่อเกื้อกูลพัฒนาการศึกษา(ที่เป็นประโยชน์คุณค่าต่อชุมชนอย่างเห็นเด่นชัด) นั้นๆ ให้เกิดความเจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไปโดยไม่ต้อง รองบประมาณแผ่นดิน

ชาญวิชา ครูจะทำหน้าที่คอยกระตุ้นให้นักเรียนได้คิด วิเคราะห์ เพื่อสร้างความคิดรวบยอด จากกิจกรรม การงานต่าง ๆ ในแต่ละวัน โดยใช้วิธีให้นักเรียนเขียนบันทึกหรือรายงาน ส่งให้ตรวจ การเขียนบันทึกหรือรายงาน จะทำให้นักเรียนได้หันกลับมาทบทวนตัวเอง ตามหลัก "โยนิโสมนสิการ"


จากที่ได้กล่าวมาแล้ว เราจะเห็นได้ว่า การสะท้อนปัญหาของท่าน ว. วชิรเมธี กับแนวคิดและวิธีการปฏิบัติของกลุ่มอโศกมีความสอดรับกันเป็นอย่างดี


อย่างไรก็ตาม  ความคิดและแนวปฏิบัติทั้งสองที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ อาจจะยังไม่ครอบคลุมหรือไม่ละเอียดพอในบางมิติ
  ผมจึงขอนำเสนอสิ่งที่ได้มีการขบคิดมาแล้วอย่างเป็นระบบโดยกระทรวงศึกษาธิการของรัฐ  MAINE  (อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ) ของสหรัฐอเมริกา

 

 

4. คุณสมบัติ  5 ประการของผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากรัฐ  MAINE


เอกสารที่ผมอ้างถึงคือ 
The 2007 Maine Learning Results: Parameters for Essential Instruction  ซึ่งสามารถค้นได้จาก  google  


เอกสารฉบับนี้ได้ให้คำแนะนำว่า  นักศึกษาแต่ละคนของรัฐเมน จะต้องมีคุณสมบัติ 5 ประการต่อไปนี้ คือ

(1)  เป็นผู้ที่สื่อสารชัดเจนและมีประสิทธิภาพ

(2)  เป็นผู้ที่เรียนรู้ตลอดชีวิตและเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

(3)  เป็นผู้แก้ปัญหาที่สร้างสรรค์และสามารถปฏิบัติได้

(4) เป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบและมีส่วนร่วม

(5) เป็นผู้ที่คิดอย่างบูรณาการและมีข้อมูลพร้อม


โดยที่คุณสมบัติในแต่ละด้านยังมีตัวบ่งบอก (
parameter)  รายละเอียดเพิ่มเติม ดังนี้

 

1.  เป็นผู้ที่สื่อสารที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ   คือผู้ซึ่ง

1.1  แสดงให้เห็นถึงการสื่อสารที่มีระบบและมีเป้าหมายชัดเจนในภาษาอังกฤษและภาษาอื่นอย่างน้อยหนึ่งภาษา

1.2  แสดงหลักฐานและตรรกะมาสนับสนุนอย่างเหมาะสมในการสื่อสาร

1.3  ปรับการสื่อสารให้เหมาะกับผู้ฟัง   และ

1.4  ใช้วิธีการแสดงออกที่หลากหลาย (การพูด การเขียน การใช้ทัศนูปกรณ์ การแสดง รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร)

 

2.  เป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตและเรียนรู้ด้วยตนเอง  คือผู้ซึ่ง 

2.1   ตระหนักถึงความจำเป็นของข้อมูลและข่าวสาร และรู้ถึงแหล่งข้อมูลและประเมินข้อมูลได้

2.2   ประยุกต์ใช้ความรู้ในการตั้งเป้าหมายและทำการตัดสินใจโดยมีข้อมูลครบถ้วน

2.3   ประยุกต์ใช้ความรู้ในบริบทใหม่ๆ

2.4   แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์และเป็นอิสระ

2.5   แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้มีความยืดหยุ่น รวมทั้งความสามารถในการเรียนรู้  ปลดละความรู้เดิมและเรียนรู้สิ่งใหม่

2.6  แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้ที่ไว้วางใจได้และคำนึงถึงคุณภาพ  และ

2.7 ใช้ทักษะของการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นในการเรียนรู้และทำงานร่วมกับผู้คนที่มาจากภูมิหลังที่แตกต่างกัน

 

 

3.  เป็นผู้แก้ปัญหาที่สร้างสรรค์และสามารถปฏิบัติได้  คือผู้ซึ่ง

3.1   สังเกตการณ์และประเมินสถานการณ์เพื่อกำหนดปัญหา

3.2   ตั้งกรอบคำถาม  คาดการณ์ และออกแบบการเก็บข้อมูล และวิธีการวิเคราะห์

3.3   มองหารูปแบบ แนวโน้ม และความสัมพันธ์ที่ใช้ในการแก้ปัญหา

3.4   คิดทางแก้ปัญหาหลายๆ ทาง  สร้างสถานการณ์ที่จะให้คำตอบที่ดีที่สุด และประเมินประสิทธิภาพของคำตอบอย่างมีวิจารณญาณ

3.5   มองเห็นโอกาส  หาแหล่งทรัพยากร และ แสวงหาผล

3.6  ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการแก้ปัญหา  และ

3.7   มุ่งมั่นไม่ท้อถอยต่อสถานการณ์ที่ท้าทาย

 

4.  เป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบและมีส่วนร่วม  คือผู้ซึ่ง

4.1  เข้าร่วมกิจกรรมของชุมชนด้วยความมั่นใจ และคิดออกแบบการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์

4.2   ยอมรับที่จะรับผิดชอบต่อการตัดสินใจและการกระทำของตน

4.3  แสดงถึงพฤติกรรมที่มีจริยธรรมและมีความกล้าหาญทางศีลธรรมที่จะผดุงไว้ซึ่งจริยธรรม

4.4  มีความเข้าใจอันดีและเคารพในความแตกต่าง

4.5  แสดงถึงความตระหนักเกี่ยวกับความเป็นไปของโลกและมีความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจและสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง

4.6 แสดงถึงความตระหนักในสุขภาวะของทั้งส่วนตัวและชุมชน

 

5.  เป็นผู้ที่คิดอย่างบูรณาการและมีข้อมูลพร้อม คือผู้ซึ่ง:

5.1  รับเอาความรู้ข้ามสาขาและในบริบทการเรียนรู้ที่แตกต่างมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ในชีวิตจริงโดยการใช้และไม่ใช้เทคโนโลยี

5.2  ประเมินและสังเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง

5.3  ประยุกต์ใช้ความคิดที่ได้จากข้ามสาขา  และ

5.4  ใช้ความคิดอย่างมีระบบในการทำความเข้าใจกับปฏิสัมพันธ์และอิทธิพลของส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อผู้คนและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น


6. สรุป

จากแนวคิดและวิธีปฏิบัติทั้ง 3 แหล่ง เราพบว่ามีส่วนที่เป็นคุณสมบัติร่วมกันอยู่หลายประการ เช่นความรับผิดชอบต่อสังคม  เป็นต้น  แต่ในขณะเดียวกัน แนวคิดของฝรั่งจะให้ความสำคัญรวมมาถึง การสื่อสาร การพูด การเขียน การรู้จักใช้และไม่ใช้เทคโนโลยี 


จากประสบการณ์ตรงของผมพบว่า เด็กปัจจุบันของเรากำลังมีปัญหาการสื่อสารและการใช้เหตุผลอย่างรุนแรงมากครับ สิ่งที่พวกเขาส่วนมากเก่งกว่าคนรุ่นก่อนคือการแสดงเลียนแบบดาราครับ

 

บล็อกของ ประสาท มีแต้ม

ประสาท มีแต้ม
เราเคยสงสัยและตั้งคำถามเสมอมาว่า ทำไมราคาน้ำมันสำเร็จรูป (รวมทั้งราคายางพารา) ในภูมิภาคเอเซียจึงถูกกำหนดจากประเทศสิงคโปร์
ประสาท มีแต้ม
ตลอดช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันที่ปั๊มในบ้านเราได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์บางคนคาดการณ์ว่าสิ้นปีนี้ราคาน้ำมันดิบจะสูงถึง 85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยที่ราคาเมื่อต้นเดือนมิถุนายนได้ขยับจาก 62 ถึง 68 ภายในเวลาเจ็ดวันเท่านั้น
ประสาท มีแต้ม
1. คำนำ บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ คือ หนึ่ง ให้เห็นตัวเลขค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของคนไทยโดยเฉลี่ยซึ่งค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรายได้ และหากแผนผลิตไฟฟ้าดังกล่าวมีปัญหาแล้วจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าอย่างไร สอง เพื่อเล่าถึงการจัดทำแผนผลิตไฟฟ้าที่ผูกขาดโดย "กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ" จำนวนน้อยตลอดมาและจะชี้ให้เห็นถึงบางสิ่งที่ผมคิดว่า "น่าจะไม่ถูกต้อง" สาม หากท่านผู้อ่านได้เห็นปัญหาในข้อสองแล้ว จะได้เห็นความจำเป็นของ "การเมืองภาคประชาชน" ในการตรวจสอบโครงการของรัฐมากขึ้น
ประสาท มีแต้ม
1. คำนำ เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ตัดสินใจว่าจะอ่านบทความนี้ต่อไปหรือไม่ ผมขอนำประเด็นสำคัญมาเสนอก่อน  ประเด็นคือการวางแผนผลิตก๊าซที่ผิดพลาดทำให้คนไทยทุกคนต้องควักเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น จากรายงานประจำปี 2551 ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พบว่า ในปี 2551 บริษัท ปตท. ต้องจ่ายค่า "ไม่ซื้อก็ต้องจ่าย" ก๊าซจากโครงการไทย-มาเลเซีย (ซึ่งเป็นโครงการสร้างความขัดแย้งมาตั้งแต่รัฐบาลชวน หลีกภัย และทักษิณ ชินวัตร จนถึงปัจจุบัน) เป็นจำนวน 13,716 ล้านบาท
ประสาท มีแต้ม
ในขณะที่วิกฤตเศรษฐกิจโลกที่เริ่มต้นจากถนนวอลล์สตรีทในสหรัฐอเมริกากำลังลุกลามไปอย่างรวดเร็วราวกับลาวาภูเขาไฟไปสู่ทุกถนนของโลก ในภาคใต้ของประเทศไทยโดยหน่วยงานของรัฐและการนิคมอุตสาหกรรมก็กำลังดำเนินการให้มีแผนพัฒนาภาคใต้ด้วยโครงการต่าง ๆ มากมาย ทั้งโดยเปิดเผยและแอบแฝง ตัวอย่างของโครงการเหล่านี้ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ในจังหวัดนครศรีธรรมราช โครงการอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำ จังหวัดชุมพรและสุราษฎร์ธานี โครงการขุดเจาะน้ำมันของบริษัทเซฟรอน ที่นครศรีธรรมราช ตลอดจนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถึง 3 โรง นอกจากนี้ยังมีนิคมอุตสาหกรรมที่จังหวัดตรัง และท่าเทียบเรือน้ำลึกในจังหวัดสงขลาและอีกหลายจังหวัด…
ประสาท มีแต้ม
  เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2552 กระทรวงพลังงานในฐานะผู้รับผิดชอบหรือจะเรียกว่าผู้จัดทำแผนผลิตไฟฟ้าเองได้จัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อปรับปรุง "แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า" ในช่วงปี 2551 ถึง 2564 ซึ่งเป็นแผนที่ได้จัดทำไว้ก่อนปี 2551 ในการรับฟังครั้งนี้ก็เพื่อจะได้ปรับปรุงเป็นครั้งที่ 2 สาเหตุที่ต้องปรับปรุงก็เพราะปัญหาเศรษฐกิจถดถอยทั้งในระดับโลกและในระดับประเทศไทยด้วยนักวิชาการอิสระด้านพลังงานที่ไม่ใช่ข้าราชการของกระทรวงพลังงานก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจหลายอย่าง ขณะเดียวกันกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าก็ได้ตั้งคำถามพร้อมแผ่นผ้าด้วยข้อความสั้น ๆ แต่เข้าใจง่ายว่า "…
ประสาท มีแต้ม
คำนำ เมื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบปัญหาขายไม่ได้เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจของโลก นักการเมืองรวมทั้งว่าที่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ได้เสนอมาตรการลดหย่อนภาษีค่าโอนบ้าน โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นไป ผมขออนุญาตไม่แสดงความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าวข้างต้น แต่ขอใช้หลักคิดเดียวกันนี้เพื่อตั้งคำถามว่า ทำไมรัฐบาลจึงไม่ใช้มาตรการทางภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการพืชน้ำมันซึ่งได้แก่ ไบโอดีเซล และแก๊สโซฮอล์ ซึ่งโยงใยเกี่ยวเนื่องกันตั้งแต่เจ้าของโรงงานจนถึงเกษตรกรผู้ปลูกพืชน้ำมัน ( ปาล์มน้ำมัน อ้อย ฯลฯ ) เหล่านี้บ้างเล่า?
ประสาท มีแต้ม
1. คำนำ เมื่อราคาน้ำมันลดลงมาจากลิตรละราว 40 บาทจากเมื่อ 4-5 เดือนก่อนมาอยู่ที่ราว ๆ 20 บาท ทำให้คนไทยเราก็รู้สึกสบายใจ บางคนถึงกับกล่าวว่า “ตอนนี้จะไปไหนมาไหนก็ไม่ค่อยได้คิดมากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว” ในยุคที่การเมืองที่เต็มไปด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง ผู้บริโภคจะพอใจอยู่กับตัวเลขที่อิงอยู่กับความรู้สึกเช่นนี้เพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ เราจะต้องลุกขึ้นมาช่วยกันตรวจสอบ ถามหาความความเป็นธรรม ความพอดีอยู่ตลอดเวลา เมื่อพูดถึงความรู้สึกที่สบายใจขึ้นของคนไทยในขณะนี้ ทำให้ผมนึกเรื่อง “นัสรูดิน” ชายชาวอาหรับโบราณที่คนรุ่นหลังยังตัดสินไม่ได้ว่า เขาเป็นคนเฉลียวฉลาดหรือคนโง่กันแน่…
ประสาท มีแต้ม
1. คำนำ ก่อนจะเริ่มต้นเนื้อหา เรามาดูรูปการ์ตูนสนุก ๆ แต่บาดใจและอาจจะบาดตากันก่อนครับ ความหมายในภาพนี้ ไม่มีอะไรมาก นอกจากบอกว่านี่ไงหลักฐานที่พิสูจน์ว่าโลกเราร้อนขึ้นจริง สำหรับภาพนี้บอกว่า ผลการศึกษาพบว่าอุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรสูงขึ้น นักวิชาการ (และนักการเมือง) กำลังระดมกันแก้ปัญหาอย่างขยันขันแข็ง ขอขอบคุณเจ้าของภาพทั้งสองด้วย คราวนี้มาเข้าเรื่องกันครับ ขณะที่โลกของเรากำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งสำคัญ 4 ด้านพร้อม ๆ กัน คือ (1) วิกฤติภาวะโลกร้อน (2) วิกฤติพลังงานที่ทั้งขาดแคลน ราคาแพง ผูกขาดและก่อวิกฤติด้านอื่น ๆ (3) วิกฤติการเงินที่เพิ่งจะเกิดขึ้นหยก ๆ…
ประสาท มีแต้ม
คำนำ “...เวลานี้สังคมไทยมีอาการป่วยอย่างร้ายที่สุด คือ ป่วยทางปัญญา ขอให้พิจารณาดูเถิด เวลานี้ปัญหาสุขภาวะที่น่ากลัวที่สุดคือ ความป่วยทางปัญญา...” พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต) มีนาคม 2551 ท่ามกลางกระแสการคิดค้นเรื่อง “การเมืองใหม่” ซึ่งขณะนี้สังคมบางส่วนเริ่มเห็นภาพราง ๆ บ้างแล้วว่ามันเป็นอย่างไร แต่ยังไม่มีความชัดเจนมากนักว่า สังคมไทยจะก้าวไปสู่สภาพนั้นได้อย่างไร และสมมุติว่าเราสามารถเข้าไปสู่สภาพนั้นได้จริง ๆ แล้ว เราจะรักษาและพัฒนาการเมืองใหม่ให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีกได้อย่างไร ในที่นี้ ผมจะขออนุญาตนำเสนอหลักการพื้นฐานมาใช้ตอบคำถามดังกล่าว ผมเรียกหลักการนี้ว่า “กฎ 3…
ประสาท มีแต้ม
เมื่อต้นเดือนเมษายน 2551 หนังสือพิมพ์หลายฉบับได้ลงข่าวว่า "พลังงานเผยไทยผลิตน้ำมันดิบสูงกว่าบรูไน คุยทดแทนนำเข้าปีนี้มหาศาล" (ไทยรัฐ 2 เมษายน 2551)    สาเหตุที่ผู้ให้ข่าวซึ่งก็คือข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพลังงานได้นำประเทศไทยไปเทียบกับประเทศบรูไน ก็น่าจะเป็นเพราะว่าคนไทยเราทราบกันดีว่าประเทศบรูไนเป็นประเทศส่งออกน้ำมันรายหนึ่งของภูมิภาคนี้ ดังนั้นเมื่อประเทศไทยเราผลิตน้ำมันดิบได้มากกว่าก็น่าจะทำให้คนไทยเราหลงดีใจได้บ้าง  นาน ๆ คนไทยเราจะได้มีข่าวที่ทำให้ดีใจสักครั้ง   หลังจากอ่านข่าวนี้แล้ว ผมก็ได้ค้นหาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตก็พบว่า…
ประสาท มีแต้ม
1. คำนำ ขณะนี้มีผู้คนจำนวนหนึ่งกำลังครุ่นคิดถึง "การเมืองใหม่" ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดนักว่ามันคืออะไรกันแน่ ทราบแต่ว่า "การเมืองเดิม" ซึ่งก็คือการเมืองแบบตัวแทน (representative democracy) กำลังมีปัญหาหลายอย่างและรุนแรงขึ้นทุกขณะบทความนี้จะนำเสนอความล้มเหลวของ "การเมืองแบบตัวแทน" อย่างสั้นๆ พร้อมกับนำเสนอ "การเมืองแบบไฮเพอร์ (hyperpolitics)" ให้พอเป็นประกายเบื้องต้น หากสังคมนี้สนใจก็มีช่องทางให้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมกันต่อไป2. สาเหตุความล้มเหลวของการเมืองแบบตัวแทนเราท่องกันจนขึ้นใจมาตั้งแต่วัยเด็กแล้วว่า สาเหตุสำคัญของการมี "การเมืองแบบตัวแทน" คือเป็นเพราะคนมันเยอะ…