Skip to main content

1.    คำนำ


เราคงยอมรับร่วมกันแล้วว่า ขณะนี้สังคมไทยกำลังมีความขัดแย้งอย่างรุนแรงทั้งในระดับความคิด ความเชื่อทางการเมือง และวัฒนธรรมซึ่งนักสังคมศาสตร์จัดว่าเป็นโครงสร้างส่วนบน และความขัดแย้งทางเศรษฐกิจที่รวมศูนย์ การแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติและการทำลายสิ่งแวดล้อมซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานของสังคม
  ความขัดแย้งเชิงโครงสร้างทั้งสองระดับนี้กำลังวิกฤติสุด ๆ จนอาจพลิกผันนำสังคมไทยไปสู่หายนะได้ในอนาคตอันใกล้นี้


ภายใต้สภาวะเช่นนี้ จึงเกิดคำถามแรกขึ้นมาว่า  สังคมไทยต้องการให้คนรุ่นใหม่มีลักษณะเป็นแบบไหน? และเมื่อได้ข้อสรุปของลักษณะคนรุ่นใหม่ในอนาคตว่าควรจะเป็นแบบใดแล้ว  คำถามที่สองก็คือว่า จะทำอย่างไรหรือจะใช้กระบวนการใด?


นักคิดหลายคนสรุปตรงกันว่าต้องใช้กระบวนการศึกษาหรือกระบวนการเรียนรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการศึกษาของเยาวชนทั้งในส่วนที่เป็นระบบการศึกษาโดยรัฐและการศึกษาทางเลือก


รัฐบาลอภิสิทธิ์เองก็ได้เสนอเป็นแนวนโยบายว่าจะต้องปฏิรูปการศึกษารอบสอง โดยขอใช้เวลานาน 10 ปี  ทั้ง ๆ ที่สังคมยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเลยว่าการปฏิรูปรอบแรกนั้นล้มเหลวลงเพราะเหตุใด        


บทความนี้พยายามจะนำเสนอหรือตอบคำถามแรกเพียงข้อเดียวว่า ลักษณะของคนรุ่นใหม่ที่สังคมไทยต้องการควรจะเป็นอย่างไร โดยนำเอาความคิดมาจาก 3 แหล่ง ทั้งในและต่างประเทศ


สองแหล่งแรกเป็นของพระสงฆ์ไทยซึ่งอาจจะยังไม่ครบถ้วนดีนัก เพราะเป็นแค่คำพูดในเวทีสัมมนาที่มีเวลาจำกัด
  สำหรับแหล่งที่สามเป็นของกระทรวงศึกษาธิการของรัฐหนึ่งในสหรัฐอเมริกา

 

2. ลักษณะของผลผลิตทางการศึกษาไทยในปัจจุบัน


พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ได้สะท้อนลักษณะของการศึกษาไทยในงานสัมมนาแห่งหนึ่งว่า การศึกษาไทยทำให้เด็กไทยสมองโต หัวใจลีบ คิดน้อย เห็นแก่ตัว ไม่สนใจส่วนรวม ทิ้งธรรม บูชาเงินมากกว่าความดีงาม เครียด ไม่มีความสุข ชอบเรื่องสะเดาะเคราะห์มากกว่าการคิดวิเคราะห์ ไม่ชอบเป็นผู้นำ ชอบตามคนอื่น การเรียนในโรงเรียนก็สอนท่องจำมากกว่าจะสอนเรื่องความเข้าใจ หลักสูตรอัดแน่นเกินความจำเป็น นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตไม่ได้ ถึงตอนนี้ถ้าอยากให้การศึกษาไทยเปลี่ยนแปลง ต้องเริ่มต้นที่ตัวเราเองก่อน    เพราะทุกวันนี้กระทรวงศึกษาธิการยังแก้ปัญหาต่าง ๆ ของตัวเองไม่ได้เลย  (มติชนรายวัน 12 มีนาคม 2553)


ผมมีความเห็นว่าคำพูดของท่าน ว. วชิรเมธี มีความสอดคล้องกับอีกสองความเห็นที่จะกล่าวถึงต่อไปเป็นอย่างมาก


3. แนวคิดและวิธีปฏิบัติของกลุ่มชาวอโศก


กลุ่มชาวอโศกได้เปิดโรงเรียนของตนเองที่ชื่อว่า
โรงเรียนสัมมาสิกขา เพื่อให้การศึกษากับนักเรียนในชุมชนของตนเองซึ่งเป็นโรงเรียนประเภทประจำ


ผมเองไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสกับนักเรียนของโรงเรียนนี้มาก่อนเลย แต่จากการติดตามชมจาก
FMTV (ซึ่งเป็นโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม) มาหลายครั้งพบว่า โรงเรียนในเครือของสัมมาสิกขาได้ยึดคำขวัญหรือหลักการปฏิบัติว่า  ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา


พ่อท่านโพธิรักษ์  ได้กล่าวในวันสำเร็จการศึกษาของนักเรียนชั้น ม. 6 ว่า  ท่านให้ความสำคัญในเรื่องศีลถึง 40%  ในเรื่องเป็นงาน 35% และในเรื่องชาญวิชา 25%  โดยที่วิชาการของโรงเรียนนี้ไม่น้อยกว่าของโรงเรียนอื่น


เพื่อความกระจ่างกว่านี้ ผมได้ค้นคว้าเพิ่มเติมจากเอกสารของกลุ่มอโศกพบว่า


ศีลเด่น ก็คือศีลห้า ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ ที่เน้นคล้ายกัน เช่น ความรับผิดชอบ ความขยันหมั่นเพียรและความเสียสละ

เป็นงาน การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนสัมมาสิกขา โดยอาศัยงานต่างๆ ภายในวัด และชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญ จะส่งผลให้กิจกรรมการเรียนการสอนไม่มีความแปลกแยกจากวิถีชีวิตจริง ของผู้เรียน (ในฐานะเป็นสมาชิกส่วนหนึ่งของชุมชน)

เมื่อการศึกษากลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับวิถีชุมชนและกิจกรรมการเรียนรู้จากการงานดังกล่าวได้กลายเป็นพลังแรงงานที่มีส่วนสำคัญต่อการช่วยเหลือชุมชน ก็จะส่งผลให้ชุมชนเห็นคุณค่า ความสำคัญของการศึกษาจนพร้อมจะทุ่มเททรัพยากรต่างๆเพื่อเกื้อกูลพัฒนาการศึกษา(ที่เป็นประโยชน์คุณค่าต่อชุมชนอย่างเห็นเด่นชัด) นั้นๆ ให้เกิดความเจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไปโดยไม่ต้อง รองบประมาณแผ่นดิน

ชาญวิชา ครูจะทำหน้าที่คอยกระตุ้นให้นักเรียนได้คิด วิเคราะห์ เพื่อสร้างความคิดรวบยอด จากกิจกรรม การงานต่าง ๆ ในแต่ละวัน โดยใช้วิธีให้นักเรียนเขียนบันทึกหรือรายงาน ส่งให้ตรวจ การเขียนบันทึกหรือรายงาน จะทำให้นักเรียนได้หันกลับมาทบทวนตัวเอง ตามหลัก "โยนิโสมนสิการ"


จากที่ได้กล่าวมาแล้ว เราจะเห็นได้ว่า การสะท้อนปัญหาของท่าน ว. วชิรเมธี กับแนวคิดและวิธีการปฏิบัติของกลุ่มอโศกมีความสอดรับกันเป็นอย่างดี


อย่างไรก็ตาม  ความคิดและแนวปฏิบัติทั้งสองที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ อาจจะยังไม่ครอบคลุมหรือไม่ละเอียดพอในบางมิติ
  ผมจึงขอนำเสนอสิ่งที่ได้มีการขบคิดมาแล้วอย่างเป็นระบบโดยกระทรวงศึกษาธิการของรัฐ  MAINE  (อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ) ของสหรัฐอเมริกา

 

 

4. คุณสมบัติ  5 ประการของผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากรัฐ  MAINE


เอกสารที่ผมอ้างถึงคือ 
The 2007 Maine Learning Results: Parameters for Essential Instruction  ซึ่งสามารถค้นได้จาก  google  


เอกสารฉบับนี้ได้ให้คำแนะนำว่า  นักศึกษาแต่ละคนของรัฐเมน จะต้องมีคุณสมบัติ 5 ประการต่อไปนี้ คือ

(1)  เป็นผู้ที่สื่อสารชัดเจนและมีประสิทธิภาพ

(2)  เป็นผู้ที่เรียนรู้ตลอดชีวิตและเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

(3)  เป็นผู้แก้ปัญหาที่สร้างสรรค์และสามารถปฏิบัติได้

(4) เป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบและมีส่วนร่วม

(5) เป็นผู้ที่คิดอย่างบูรณาการและมีข้อมูลพร้อม


โดยที่คุณสมบัติในแต่ละด้านยังมีตัวบ่งบอก (
parameter)  รายละเอียดเพิ่มเติม ดังนี้

 

1.  เป็นผู้ที่สื่อสารที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ   คือผู้ซึ่ง

1.1  แสดงให้เห็นถึงการสื่อสารที่มีระบบและมีเป้าหมายชัดเจนในภาษาอังกฤษและภาษาอื่นอย่างน้อยหนึ่งภาษา

1.2  แสดงหลักฐานและตรรกะมาสนับสนุนอย่างเหมาะสมในการสื่อสาร

1.3  ปรับการสื่อสารให้เหมาะกับผู้ฟัง   และ

1.4  ใช้วิธีการแสดงออกที่หลากหลาย (การพูด การเขียน การใช้ทัศนูปกรณ์ การแสดง รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร)

 

2.  เป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตและเรียนรู้ด้วยตนเอง  คือผู้ซึ่ง 

2.1   ตระหนักถึงความจำเป็นของข้อมูลและข่าวสาร และรู้ถึงแหล่งข้อมูลและประเมินข้อมูลได้

2.2   ประยุกต์ใช้ความรู้ในการตั้งเป้าหมายและทำการตัดสินใจโดยมีข้อมูลครบถ้วน

2.3   ประยุกต์ใช้ความรู้ในบริบทใหม่ๆ

2.4   แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์และเป็นอิสระ

2.5   แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้มีความยืดหยุ่น รวมทั้งความสามารถในการเรียนรู้  ปลดละความรู้เดิมและเรียนรู้สิ่งใหม่

2.6  แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้ที่ไว้วางใจได้และคำนึงถึงคุณภาพ  และ

2.7 ใช้ทักษะของการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นในการเรียนรู้และทำงานร่วมกับผู้คนที่มาจากภูมิหลังที่แตกต่างกัน

 

 

3.  เป็นผู้แก้ปัญหาที่สร้างสรรค์และสามารถปฏิบัติได้  คือผู้ซึ่ง

3.1   สังเกตการณ์และประเมินสถานการณ์เพื่อกำหนดปัญหา

3.2   ตั้งกรอบคำถาม  คาดการณ์ และออกแบบการเก็บข้อมูล และวิธีการวิเคราะห์

3.3   มองหารูปแบบ แนวโน้ม และความสัมพันธ์ที่ใช้ในการแก้ปัญหา

3.4   คิดทางแก้ปัญหาหลายๆ ทาง  สร้างสถานการณ์ที่จะให้คำตอบที่ดีที่สุด และประเมินประสิทธิภาพของคำตอบอย่างมีวิจารณญาณ

3.5   มองเห็นโอกาส  หาแหล่งทรัพยากร และ แสวงหาผล

3.6  ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการแก้ปัญหา  และ

3.7   มุ่งมั่นไม่ท้อถอยต่อสถานการณ์ที่ท้าทาย

 

4.  เป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบและมีส่วนร่วม  คือผู้ซึ่ง

4.1  เข้าร่วมกิจกรรมของชุมชนด้วยความมั่นใจ และคิดออกแบบการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์

4.2   ยอมรับที่จะรับผิดชอบต่อการตัดสินใจและการกระทำของตน

4.3  แสดงถึงพฤติกรรมที่มีจริยธรรมและมีความกล้าหาญทางศีลธรรมที่จะผดุงไว้ซึ่งจริยธรรม

4.4  มีความเข้าใจอันดีและเคารพในความแตกต่าง

4.5  แสดงถึงความตระหนักเกี่ยวกับความเป็นไปของโลกและมีความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจและสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง

4.6 แสดงถึงความตระหนักในสุขภาวะของทั้งส่วนตัวและชุมชน

 

5.  เป็นผู้ที่คิดอย่างบูรณาการและมีข้อมูลพร้อม คือผู้ซึ่ง:

5.1  รับเอาความรู้ข้ามสาขาและในบริบทการเรียนรู้ที่แตกต่างมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ในชีวิตจริงโดยการใช้และไม่ใช้เทคโนโลยี

5.2  ประเมินและสังเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง

5.3  ประยุกต์ใช้ความคิดที่ได้จากข้ามสาขา  และ

5.4  ใช้ความคิดอย่างมีระบบในการทำความเข้าใจกับปฏิสัมพันธ์และอิทธิพลของส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อผู้คนและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น


6. สรุป

จากแนวคิดและวิธีปฏิบัติทั้ง 3 แหล่ง เราพบว่ามีส่วนที่เป็นคุณสมบัติร่วมกันอยู่หลายประการ เช่นความรับผิดชอบต่อสังคม  เป็นต้น  แต่ในขณะเดียวกัน แนวคิดของฝรั่งจะให้ความสำคัญรวมมาถึง การสื่อสาร การพูด การเขียน การรู้จักใช้และไม่ใช้เทคโนโลยี 


จากประสบการณ์ตรงของผมพบว่า เด็กปัจจุบันของเรากำลังมีปัญหาการสื่อสารและการใช้เหตุผลอย่างรุนแรงมากครับ สิ่งที่พวกเขาส่วนมากเก่งกว่าคนรุ่นก่อนคือการแสดงเลียนแบบดาราครับ

 

บล็อกของ ประสาท มีแต้ม

ประสาท มีแต้ม
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2551 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดเวทีเสวนาเรื่อง "9 คำถามคาใจ กรณี ปตท." ซึ่งเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจมาหลายปีนับตั้งแต่การแปรรูปเมื่อเดือนตุลาคมปี 2544 เวทีเสวนาประกอบด้วย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม  บมจ. ปตท. (คุณสรัญ รังคสิริ)  เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (คุณสารี อ๋องสมหวัง) ดำเนินรายการโดยคุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์  บรรณาธิการนิตยสารสารคดี นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการและประธานกรรมการบริหารบริษัทหลักทรัพย์ภัทรด้วย นักข่าวของ “ประชาไท” รายงานว่า “…
ประสาท มีแต้ม
นายทหารยศพันตรีท่านหนึ่ง (พ.ต.รัฐเขต แจ้งจำรัส) ได้ออกมาให้ข้อมูลกับประชาชนผ่านเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า “ปิโตรเลียมซึ่งได้แก่น้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้แผ่นดินไทยทั้งบนบกและในทะเลทั้งหมดมีมูลค่าถึง 100 ล้านล้านบาท” เงินจำนวน 100 ล้านล้านบาท(ล้านสองครั้ง)นี้ ถ้าเอามาจัดสรรเป็นงบประมาณแผ่นดินในปีปัจจุบันก็จะได้ประมาณ 62 ปี เพราะงบประมาณปีหน้า (2552) มีประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท ข้อมูลที่นายทหารผู้นี้นำเสนอล้วนเป็นข้อมูลของทางราชการที่เข้าใจยาก กระจัดกระจาย แต่ท่านได้นำมารวบรวม วิเคราะห์ แล้วสรุปให้ประชาชนธรรมดาสามารถเข้าใจได้ง่าย…
ประสาท มีแต้ม
1. ความเดิม จากปัญหาที่ผู้บริหารทั้งระดับผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่และผู้จัดการใหญ่ของ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) “อ้าง” หลายครั้งหลายวาระด้วยกันว่า ก๊าซหุงต้มในประเทศไทยขาดแคลน ทาง บริษัท ปตท. จึงได้ออกมาบอกกับสาธารณะในสามประเด็นหลัก คือ (1) เสนอแนะให้รัฐบาลขึ้นราคาหรือลอยตัวราคาก๊าซหุงต้มให้เท่ากับราคาตลาดโลก(2) ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาทาง ปตท. ได้นำเข้าก๊าซหุงต้มหรือแอลพีจีแล้วจำนวน2 หมื่นตัน ขณะเดียวกันผู้บริหารระดับสูงสุดอ้างว่าในปีนี้จะมีการนำก๊าซถึง 4 แสนตัน (3) ราคาก๊าซหุงต้มในตลาดโลกตันละเกือบพันเหรียญสหรัฐ แต่ราคาก๊าซในประเทศอยู่ที่ตันละประมาณ 300 เหรียญ…
ประสาท มีแต้ม
1. ประเด็นปัญหา ขณะนี้ บริษัท ปตท. ได้บอกกับประชาชนว่าก๊าซหุงต้มหรือที่เรียกกันในวงการว่าก๊าซแอลพีจี (Liquefied petroleum gas) ในประเทศไทยกำลังขาดแคลน และได้แนะนำให้รัฐบาลขึ้นราคาก๊าซชนิดนี้ โดยเฉพาะที่ใช้กับรถยนต์ส่วนบุคคลและรถยนต์แท็กซี่ (นายณัฐชาติ จารุจินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บมจ. ปตท. ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Hard Topic ทาง Money Channel , 7 กรกฎาคม 2551) นอกจากนี้นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.กล่าวว่า “ความต้องการใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ปีนี้ต้องนำเข้าแอลพีจี 4 แสนตัน” (ไทยรัฐ 11 กรกฎาคม 2551)
ประสาท มีแต้ม
1. คำนำและปัญหา ขณะนี้ได้มีการเรียกร้องให้สังคมมาร่วมกันสร้าง “การเมืองใหม่” บทความนี้จะยังไม่เสนอกระบวนการที่จะนำไปสู่การเมืองใหม่ แต่จะมองว่าการเมืองใหม่ควรจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร พร้อมนำเสนอตัวอย่างที่เป็นจริงเพื่อให้เราได้เห็นทั้งแนวคิดและหน้าตาของการเมืองใหม่ชัดเจนขึ้น สังคมในการเมืองใหม่ควรจะเป็นสังคมที่ ผู้คนมีศักดิ์ศรี พึ่งตนเองได้ ทุกคนมีงานทำ มีความสุข การบริหารบ้านเมืองต้องโปร่งไส ตรวจสอบได้และ ปราศจากการคอร์รัปชัน ในที่นี้จะขอนำเสนอนโยบายและรูปธรรมด้านพลังงาน ทั้งนี้เพราะเรื่องพลังงานเป็นเรื่องใหญ่มาก กล่าวคือทุกๆ 100 บาทของรายได้ของคนไทย ต้องจ่ายไปกับค่าพลังงานถึง 18 บาท…
ประสาท มีแต้ม
ในขณะที่คนทั่วโลกกำลังเดือดร้อนกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์  แต่ผลกำไรของบริษัทน้ำมันขนาดยักษ์ของโลกกลับเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา มันช่างฝืนความรู้สึกในใจของมนุษย์ธรรมดาๆ ที่คิดว่า “เออ! เมื่อสินค้าราคาสูงขึ้น เขาน่าจะลดกำไรลงมามั่ง เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเดือดร้อนมากนัก”   แต่มันกลับเป็นตรงกันข้าม คือเพิ่มกำไรมากกว่าเดิม  โดยไม่สนใจใยดีกับเพื่อนร่วมโลกในขณะที่ผู้มีรายได้น้อยอย่างกรรมกรได้สะท้อนออกมาในวันแรงงานแห่งชาติว่า “ค่าครองชีพแพง แต่ค่าแรงเท่าเดิม”บทความนี้จะนำเสนอทั้งข้อมูลและความคิดเห็นใน 4 เรื่องต่อไปนี้ คือ (1)…
ประสาท มีแต้ม
๑.คำนำเมื่อ ๗ ปีก่อน  คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้คิดวิชาใหม่ขึ้นมาหนึ่งรายวิชา หากคำนึงถึงแนวคิด เนื้อหาและกระบวนการเรียนการสอนแล้ว อาจถือว่าได้วิชานี้เป็นวิชาแรกในประเทศไทยก็น่าจะได้  ผมจึงอยากจะเล่าให้ท่านผู้อ่านที่เป็นผู้จ่ายภาษีมาตลอดได้รับทราบครับ ด้วยขั้นตอนตามระเบียบของมหาวิทยาลัย เราได้เริ่มลงมือเปิดสอนจริงเมื่อ ๓ ปีมาแล้ว รายวิชานี้ชื่อว่า “วิทยาเขตสีเขียว (Greening the Campus)”  เป็นวิชาบังคับสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่สามทุกคน เรื่องที่จะนำมาเล่าอย่างสั้นๆ นี้ ได้แก่ แนวคิด เนื้อหา กระบวนการเรียนการสอน  สิ่งที่นักศึกษาค้นพบและร่วมผลักดันขยายผล…
ประสาท มีแต้ม
ผมว่างเว้นจากการเขียนบทความมานานกว่าสองเดือนแล้ว จนอันดับบทความของผมที่เรียงตามเวลาที่เขียนในเว็บไซต์ “ประชาไท” ตกไปอยู่เกือบสุดท้ายของตารางแล้ว สาเหตุที่ไม่ได้เขียนเพราะผมป่วยเป็นโรคที่ทันสมัยคือ “โรคคอมพิวเตอร์กัด” ครับ มันมีอาการปวดแสบปวดร้อนไปทั่วทั้งหลัง พอฝืนทนเข้าไปทำงานอีกไม่เกินห้านาทีก็ถูก “กัด” ซ้ำอีก ราวกับมันมีชีวิตแน่ะที่นำเรื่องนี้มาเล่าก่อนในที่นี้ไม่ใช่อยากจะเล่าเรื่องส่วนตัว แต่อยากนำประสบการณ์ที่ผิดๆ ของผมมาเตือนท่านผู้อ่านโดยเฉพาะคนที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว ท่านผู้อ่านที่สนใจจะเก็บเรื่องของผมไปเป็นบทเรียน…
ประสาท มีแต้ม
ผมเองไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ได้ให้ความสนใจอย่างจริงจังในประเด็นพลังงานทั้งเรื่อง ปตท. และการไฟฟ้า ทั้งการเคลื่อนไหวเรื่องพลังงานหมุนเวียนมานานกว่า 10 ปีหลังคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด (14 ธันวาคม) ในอีก 2 วันทำการต่อมารัฐบาลก็ได้ผ่านมติวิธีการจัดการรวมทั้งการคิดค่าเช่าท่อก๊าซฯให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล โดยใช้เวลาพิจารณาเพียง 10 นาที สร้างความกังขาให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมากประเด็นที่ผมสนใจในที่นี้มี 3 เรื่องดังต่อไปนี้หนึ่ง คำพิพากษาของศาลฯที่ว่า “การใช้อำนาจมหาชนของรัฐ” ในกรณีการก่อสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาตินั้นควรจะครอบคลุมไปถึงไหน  ในฐานะที่ไม่ใช่นักกฎหมาย…
ประสาท มีแต้ม
เรื่องราวที่ผมจะนำมาเล่าในที่นี้  ไม่ใช่เรื่องเทคนิคทางไฟฟ้า ไม่ใช่เรื่องการประหยัดพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว  แต่เป็นเรื่องของประสบการณ์การทำงานเชิงสังคมที่น่าสนใจของตัวผมเอง  ผมคิดว่าเรื่องนี้มีคุณค่าพอที่ผู้อ่านทั่วไปตลอดจนกลุ่มเพื่อนพ้องที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการสีเขียว เพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อความเป็นธรรมและเพื่อนสันติภาพของโลก  จริงๆนะครับ ผมไม่ได้โม้ผมขอเริ่มเลยนะครับเราเคยสังเกตไหมครับว่า สวิทซ์ไฟฟ้าในที่ทำงานของเรา โดยเฉพาะที่เป็นสถานที่ราชการ เวลาเราเปิดสวิทซ์ ไฟฟ้าจะสว่างไปหลายดวง หลายจุดเป็นแถบๆ  ยิ่งเป็นที่สาธารณะ เช่น สำนักงาน…
ประสาท มีแต้ม
1. ความในใจผมขอพักเรื่องนโยบายสาธารณะด้านพลังงานซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมากๆ สำหรับประเทศไทยและชาวโลกไว้ชั่วคราวครับ  ในบทความนี้ผมขอนำเรื่องภายในมหาวิทยาลัยที่ผมทำงานอยู่มาเล่าสู่กันฟังมันไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับผู้อ่าน  แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในระบบราชการไทยที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงแม้ว่าสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปมากแล้ว  นอกจากนี้ผมมีเรื่องวิชาใหม่ที่คาดว่าเป็นวิชาแรกในประเทศไทยคือวิชา “ชุมชนมหาวิทยาลัยสีเขียว (Greening the campus)”…
ประสาท มีแต้ม
การแปรรูป ปตท. คือการปล้นประชาชน! ในช่วง ๓-๔ ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศกำลังเดือดร้อนกับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นเกือบสองเท่าตัว แต่บริษัทน้ำมันต่างๆในประเทศไทยกลับมีกำไรเพิ่มสูงขึ้นมากกว่านั้นในบทนี้ จะกล่าวถึงกิจการของบริษัท ปตท. จำกัดมหาชน และบริษัทอื่นๆบ้าง โดยย่อๆ เป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้๑. บริษัท ปตท. จำกัด มหาชน ได้แปรรูปมาจาก การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๔  ตอนเริ่มต้นการแปรรูป กระทรวงการคลังถือหุ้น ๖๙% ปัจจุบันเหลือเพียง ๕๒.๔๘%ดังนั้น กำไรของ ปตท. ซึ่งเดิมเคยตกเป็นของรัฐทั้งหมด ๑๐๐% ก็จะเหลือเพียงตามสัดส่วนที่รัฐถือหุ้น  คงจำกันได้นะครับว่า หุ้น ปตท…