Skip to main content


ลมหนาวพัดข้ามยอดเขามา ตอซังข้าวลู่ลงแนบพื้นดิน น้ำในแม่น้ำหมันแห้งขอดลงตามฤดูกาล ถัดจากแม่น้ำขึ้นไปเป็นภูเขา แม่น้ำหมันมีต้นกำเนิดจากภูโลมโลอันเป็นเทือกเขาของเทืือกเขาเพชรบูรณ์ สายน้ำเล็กๆ ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของคนอำเภอด่านซ้ายไหลเอื่อยช้าคล้ายคนเพิ่งหายจากการป่วยไข้


แม่น้ำหมันช่วงที่ไหลผ่านอำเภอด่านซ้ายไปจนถึงบ้านปากหมัน ตรงที่แม่น้ำหมันเดินทางไปบรรจบกับแม่น้ำเหืองมีความยาวทั้งสิ้น ๖๖ กิโลเมตร ตลอดริมสองฝั่งแม่น้ำจะมีต้นไผ่จำนวนมากขึ้นอยู่เป็นระยะ ต้นไผ่-แม่น้ำหมัน-คนริมฝั่งน้ำมีความสำคัญต่อกันจนแยกขาดจากกันไม่ได้


คนริมแม่น้ำหมันในอำเภอด่านซ้ายเล่าให้ฟังว่า แม่น้ำหมันในช่วงหน้าแล้งกับหน้าฝนจะต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในหน้าฝนน้ำจากแม่น้ำจะไหลเอ่อเข้าท่วมไร่นา บ้านเรือนทั้งสองฝั่งแม่น้ำ แต่ในช่วงหน้าแล้งน้ำในแม่น้ำจะเหือดลง ถึงอย่างไรก็ตามแม้น้ำจะเหือดลง แต่ชาวบ้านส่วนหนึ่งก็ได้อาศัยน้ำในแม่น้ำทำนาปรัง เพราะในช่วงหน้าฝนน้ำท่วม ผลผลิตที่ได้จึงน้อย การทำนาปรังในช่วงหน้าแล้งจึงมีผลผลิตที่มาชดเชยในฤดูการทำนาปกติ แน่ละ การทำนาปรัง น้ำย่อมมีส่วนสำคัญอย่างมาก แต่น้ำที่ชาวนาในเขตอำเภอด่านซ้ายผันเข้านานั้นมาจากที่ไหน คำถามถูกเฉลยออกมา เมื่อเราเดินทางออกจากอำเภอด่านซ้ายมุ่งหน้าสู่อำเภอท่าลี่


จากข้อมูลที่เพื่อนร่วมทางได้มาทำให้คำถามนี้กระจ่างขึ้น น้ำที่ชาวนาในเขตอำเภอด่านซ้ายผันเข้านามาจากน้ำในแม่น้ำหมันนั่นเอง แล้วชาวนาผันน้ำจากแม่น้ำขึ้นมาได้ยังไงนั่นเป็นอีกหนึ่งคำถามที่ตามมา


หลังรถวิ่งเรื่อยไปบนถนน เราก็ได้พบคำตอบของคำถามเมื่อมองเห็นชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่อยู่ริมแม่น้ำ ภายหลังที่รถจอดสงบนิ่งริมข้างทาง ผู้โดยสารทยอยลงจากรถมุ่งหน้าที่สู่ริมฝั่งแม่น้ำ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ชิงช้าสวรรค์ในแม่น้ำ เมื่อไปถึงความจริงของการจัดการน้ำจึงกระจ่างแจ้งขึ้นเป็นลำดับ

 

 

ชาวนาที่ทำนาปรังและนาปีอาศัยผันน้ำจากแม่น้ำหมันโดยวิธีการตามภูมิปัญญาชาวนาคือใช้ระหัดวิดน้ำเข้านาหรือที่คนท้องถิ่นในเขตอำเภอด่านซ้ายเรียกว่า ‘พัด’ การผันน้ำเข้ามาโดยวิธีการใช้พัด ชาวนาเรียกว่า ‘การพัดน้ำ’ การพัดน้ำเป็นภูมิปัญญาในการจัดการน้ำมาแต่โบราณกาล โดยอาศัยธรรมชาติจากการไหลของสายน้ำมาใช้ให้เกิดประโยชน์


ส่วนประกอบต่างๆ ของพัดประกอบด้วยขาธนู กงล้อ ใบพัด บั้ง หรือกระบอกตักน้ำ ฮางรินหรือรางสำหรับให้น้ำไหลไปสู่นา ในประเทศไทยระหัดวิดน้ำมีชื่อเรียกต่างๆ กันไป ทางภาคเหนือเรียกว่า ‘หลุก’ ทางภาคกลาง และภาคอีสานเรียกว่า ‘กังหันวิดน้ำ’ หรือ ‘ระหัดวิดน้ำ’ ขณะที่ชาวนาในแถบแม่น้ำหมันอำเภอด่านซ้ายเรียกว่า ‘พัดหรือพัดน้ำ’


การทำพัดจะเริ่มขึ้นในช่วงเดือน ๖ (พฤษภาคม) การทำพัดชาวนาเรียกว่า ‘การตีพัด’ ก่อนการตีพัดแต่ละครั้ง ชาวนาจะเดินทางขึ้นภูเขา เพื่อหาไม้เนื้อแข็งมาทำขาธนู หลังจากนั้นก็จะตัดไม้ไผ่ที่เกิดขึ้นตามริมฝั่งแม่น้ำหมันมาทำเป็นส่วนประกอบต่างๆ ของพัด เช่น ใบพัด บั้งตักน้ำ ฮางรินเป็นต้น


หลังได้วัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดมาแล้ว ชาวนาก็จะลงมือประกอบพัดโดยการตัดไม้ไผ่จำนวนมากกั้นเป็นฝายในแม่น้ำ และปล่อยช่องให้น้ำไหลออกหนึ่งช่อง สาเหตุที่ต้องกั้นน้ำเป็นฝายนั้นก็เพื่อบังคับทิศทางการไหลของน้ำให้แคบลง เมื่อน้ำมีทิศทางการไหลแคบลง น้ำก็จะไหลแรงขึ้น หลังกั้นฝายเสร็จก็เริ่มการสร้างกงล้อขนาดใหญ่คล้ายกับชิงช้าสวรรค์ขึ้นในทางน้ำที่เว้นช่องไว้ จากนั้นก็มัดบั้งติดกับกงล้อ และต่อเชื่อมฮางรินรองรับน้ำที่ถูกเทลงจากบั้ง น้ำจากฮางรินก็จะไหลเข้าไปตามพื้นที่ต่างๆ ในผืนนา


ส่วนประกอบของพัดน้ำเกือบทั้งหมดทำขึ้นจากไม้ไผ่ การตีพัดแต่ละครั้งก็จะใช้ไม้ไผ่ใหม่ทั้งหมด ยกเว้นเพลาหรือดุมแกนกลางของพัดที่ทำจากไม้เนื้อแข็ง ดุมจะใช้อันเก่าไปเรื่อยๆ จนกว่าจะผุพัง การใช้พัดจะใช้ปีต่อปี เมื่อเสร็จหน้านา น้ำเหือดลงก็จะเลิกใช้ พอถึงหน้านาใหม่ก็มาตีพัดใหม่ แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับบางพื้นที่ ชาวนาที่ทำนาปรังบางแปลงก็ยังใช้พัดในหน้าแล้งอยู่เช่นที่บ้านนาดี เจ้าของนาผู้เป็นเจ้าของพัดยังอาศัยน้ำจากพัดเข้านาเพื่อใหน้ำกับข้าวนาปรัง เทคนิคในการทำพัดจะอยู่ที่ต้องตั้งกลง้อด้านหนึ่งให้เอียง เพื่อให้น้ำจากบั้งสามารถถ่ายเทลงมายังฮางรินได้


ปัจจุบันตลอดระยะทาง ๖๖ กิโลเมตรของลำน้ำหมันจากด่านซ้ายถึงปากหมัน ชาวบ้านยังใช้พัดผันน้ำเข้านาประมาณคร่าวๆ ราว ๑๐๐ ตัว และแนวโน้นในอนาคต จำนวนพัดก็เริ่มลดลงเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งมาจากเครื่องสูบน้ำเข้ามาแทนที่ของพัด และบางส่วนก็มากจากความตื้นเขินของแม่น้ำจนไม่สามารถที่จะทำพัดได้ พัดจะทำงานได้ดีในช่วงหน้าฝน ส่วนในหน้าแล้งพัดก็ไม่ได้ใช้งาน


หากมองต่างมุมออกไป การจัดการน้ำตามวิธีการโบราณเช่นนี้มักได้รับการปฏิเสธจากหน่วยงานของทางราชการทั้งในระดับล่างสุดจนถึงระดับประเทศ สาเหตุคงเพราะการผันน้ำเข้านาโดยการใช้พัดนั้นเป็นสิทธิแบบปัจเจกที่ชาวบ้านผู้มีนาอยู่ติดน้ำเป็นเจ้าของพื้นที่ในการทำ และอีกสาเหตุหนึ่งการทำพัดไม่ได้ใช้งบของทางราชการ หากทำฝายแล้วทำคลองส่งน้ำ หน่วยงานราชการก็จะได้ประโยชน์จากโครงการอยู่บ้างไม่มากก็น้อย


ในอนาคตคงบอกได้ว่า การทำชิงช้าสวรรค์ผันน้ำเข้านาของชาวนาในลุ่มแม่น้ำหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยคงลดน้อยถอยลงไป ซึ่งการลดลงก็มาจากหลายสาเหตุ และแน่ละหนึ่งในนั้นย่อมมีการพูดถึงมายาคติเรื่องการทำพัดทำให้เกิดน้ำท่วม และแม่น้ำตื้นเขิน แต่ความจริงคงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะการทำพัดในช่วงหน้าฝนน้ำจะท่วมตลิ่งเป็นปกติอยู่แล้ว และส่วนหนึ่งสาเหุตที่น้ำท่วมก็มาจากทั้งสองข้างของแม่น้ำหมันเป็นภูเขา แม่น้ำหมันจึงเป็นพื้นที่รับน้ำที่สำคัญ


อีกอย่างหนึ่ง ตัวพัดไม่ได้ตั้งขวางแม่น้ำ แต่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ความตื้นเขินที่เกิดขึ้นหาได้เป็นความตื้นเขินของแม่น้ำไม่ แต่เป้นความตื้นเขินของหน่วยงานราชการมากกว่าที่พยายามหยัดเยียดความเป็นผู้ร้ายให้กับองค์ความรู้ของชาวนา



จากมายาคติดังกล่าวจึงนำไปสู่ทิศทางในการทำร้ายองค์ความรู้ในการจัดการน้ำของชาวนาในระยะยาว และแน่นอนที่สุด การทำลายองค์ความรู้ของชาวนาจะทำลายจนหมดสิ้นได้ก็คือการสร้างองค์ความรู้ใหม่ขึ้นมา องค์ความรู้ใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมา คือการผันน้ำเข้านาโดยใช้เครื่องสูบน้ำรวมทั้งการทำฝายแล้วทำคลองส่งน้ำ และแน่ละหลังการทำคอลงส่งน้ำ ชาวนาย่อมได้ใช้น้ำฟรีในช่วงแรก แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ พรบ
.น้ำออกมา ชาวนาจะต้องจ่ายค่าน้ำเพิ่มนอกเหนือจากการจ่ายค่าปุ๋ย และค่ายาฆ่าแมลง


ลมหนาวที่มากับฤดูแล้งพัดแบ่วเบา พอๆ กับพัดตัวสุดท้ายที่บ้านนาดีหลังเสร็จหน้านายังทำงานท่ามกลางลมหนาวเหนือริมน้ำหมันอย่างแบ่วเบาเช่นกัน อีกนานไหมที่องค์ความรู้ของชาวนาในเรื่องการจัดการน้ำโดยการสร้างพัดจะหายไป คำตอบอยู่ที่ชาวนาเอง หากเมื่อใดก็ตามที่ชาวนายังคงแข็งขืนต่อระบบการจัดการน้ำของรัฐได้ ตราบนั้นพัดก็ยังคงหมุนอยู่เช่นเดิม แม้จะลดน้อยลงไปตามกาลเวลาก็ตามที...

 

 

บล็อกของ สุมาตร ภูลายยาว

สุมาตร ภูลายยาว
หากท่วงทำนองของสายน้ำในฤดูฝนคือท่วงทำนองของเพลงร๊อคที่โหมกระหน่ำดุเดือดด้วยเสียงกระเดื่องกลองสลับกับเสียงเบสหนักๆ ปนกับเสียงร้องอันแหลมคม และสูงปรี้ดของนักร้อง สำหรับท่วงทำนองของสายน้ำในหน้าแล้งที่อยู่ในฤดูหนาว ท่วงทำนองของสายน้ำอันปกคลุมไปด้วยหมอกหนาวคงเป็นเสียงเพลงบูลล์หม่นเศร้า และในช่วงหน้าแล้ง ท่วงทำนองของสายน้ำคงเป็นท่วงทำนองของเพลงแคนอันเศร้าสร้อยอ้อยอิ่ง ชวนให้คิดถึงบรรยากาศของท้องทุ่ง และดินแตกระแหงของผืนดินอีสาน ฤดูแต่ละฤดูที่ผ่านไป หากแม่น้ำพูดได้ น้ำคงอยากบอกอะไรกับมนุษย์ผู้ได้ชื่อว่าใช้ประโยชน์จากแม่น้ำมากที่สุด อย่างน้อยคนที่ผิดหวังพลาดหวัง…
สุมาตร ภูลายยาว
ในชีวิตผมถือว่า สองปีที่ผ่านมา ผมโชคดีไม่น้อยที่มีโอกาสได้ไปยังสถานที่ที่ตัวเองไม่คาดคิดว่าจะได้ไป สถานที่ที่ว่านั่นคือ ‘สันเขื่อน’ และจุดสำรวจที่จะมีการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงในตอนล่าง ไล่ตั้งแต่ปากแบ่ง หลวงพระบาง ไซยะบุรี ปากลาย ปากชม และบ้านกุ่ม จำนวนพื้นที่ที่กล่าวมาทั้งหมดแถบทุกพื้นที่ได้มีการสำรวจศึกษาความเป็นไปได้ของพื้นที่ในการก่อสร้างเขื่อนหมดแล้วการไปในแต่ละครั้ง บางทีก็ต้องทำตัวให้กลมกลืนกับพื้นที่โดยการปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวผู้อยากรู้อยากเห็น และที่สำคัญต้องตีสนิทกับคนท้องถิ่น เพื่อจะได้เดินทางไปสู่เป้าหมายง่ายขึ้น ในจำนวนพื้นที่ที่กล่าวมาทั้งหมด หากไม่นับรวมปากชมแล้ว…
สุมาตร ภูลายยาว
-ห้องพัก ๒๐๑, เฮือนพักเพียงจัน,หลวงพระบาง- สายฝนที่โปรยสายลงมาอย่างหนักตั้งแต่ตอนกลางคืนหายไปเมื่อตอนเช้าตรู่ ฟ้ากลับมาเป็นสีฟ้าใสอีกครั้ง หลังจากผู้คนของเมืองตื่นจากหลับใหลในอ้อมกอดของบ้านพักอบอุ่น ความเคลื่อนไหวจึงปรากฏ ถนนแต่ละสายผู้คนเริ่มพลุกพล่านโดยเฉพาะส่วนที่เป็นตลาด หลายครั้งที่มาถึงเมืองนี้ในการดำรงอยู่ของเมืองยังคงมีเรื่องราวให้น่าค้นหาในมุมมองอันหลากหลายมากขึ้น การมาถึงเมืองนี้ในแต่ละช่วงเวลาที่แตกต่างกันย่อมมีเรื่องเล่าแตกต่างกันออกไปด้วย การมาหลวงพระบางในครั้งนี้ก็เช่นกัน เรามาถึงในตอนเกือบ ๓ ทุ่ม สายฝนยังตกลงมา…
สุมาตร ภูลายยาว
ลมหนาวพัดข้ามยอดเขามา ตอซังข้าวลู่ลงแนบพื้นดิน น้ำในแม่น้ำหมันแห้งขอดลงตามฤดูกาล ถัดจากแม่น้ำขึ้นไปเป็นภูเขา แม่น้ำหมันมีต้นกำเนิดจากภูโลมโลอันเป็นเทือกเขาของเทืือกเขาเพชรบูรณ์ สายน้ำเล็กๆ ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของคนอำเภอด่านซ้ายไหลเอื่อยช้าคล้ายคนเพิ่งหายจากการป่วยไข้ แม่น้ำหมันช่วงที่ไหลผ่านอำเภอด่านซ้ายไปจนถึงบ้านปากหมัน ตรงที่แม่น้ำหมันเดินทางไปบรรจบกับแม่น้ำเหืองมีความยาวทั้งสิ้น ๖๖ กิโลเมตร ตลอดริมสองฝั่งแม่น้ำจะมีต้นไผ่จำนวนมากขึ้นอยู่เป็นระยะ ต้นไผ่-แม่น้ำหมัน-คนริมฝั่งน้ำมีความสำคัญต่อกันจนแยกขาดจากกันไม่ได้
สุมาตร ภูลายยาว
หลังได้รับมอบหมายให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินภาพวาดของเด็กๆ ที่ประกอบไปด้วยเด็กจากช่วงชั้นต่างๆ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ของโรงเรียนบ้านคกเว้า ตำบลหาดคำภีร์ อำเภอปากชม จังหวัดเลย ข้าพเจ้าเองแบ่งรับแบ่งสู้ในตอนแรก เพราะโดยส่วนตัวแล้วการเป็นกรรมการประเภทนี้มีเงื่อนไขหลายอย่าง สำคัญกรรมการควรมีความรู้ทางศิลปะมาบ้าง เพื่อให้ผลการตัดสินออกมาดูน่าเชื่อถือ แต่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ข้าพเจ้าไม่มีความรู้ทางศิลปะเอาเสียเลย อย่างมากก็พอรู้ว่ารูปไหนสวยไม่สวย ซ้ำร้ายเรื่องของทฤษฏีสีแล้ว ข้าพเจ้าไม่รู้เอาเสียเลย แม้จะเคยลองวาดรูปอยู่บ้าง แต่ก็งูๆ ปลาๆ…
สุมาตร ภูลายยาว
โศกนาฏกรรมสองฝั่งน้ำ มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับสายน้ำเรื่องหนึ่งที่ผู้เฒ่าปกากะญอ มักเล่าให้ลูกหลานฟังอยู่เสมอ เรื่องเล่าเรื่องนี้มีอยู่ว่า ‘นานมาแล้วมีเจ้าเมืององค์หนึ่งจะตึกแค-กั้นน้ำ เพื่อจับปลาในแม่น้ำสาละวิน ให้ลูกที่อยากกิน ปลาตัวนี้ใหญ่มาก ส่วนหัวของปลาอยู่โจโหละกุย-วังน้ำใหญ่อยู่ในเขตสาละวินตอนกลาง ลำตัวของปลายาวลงไปตามลำน้ำ ส่วนหางอยู่ที่แจแปนทีลอซู แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้ชาวบ้านชาวเมืองตกอกตกใจ เพราะหากว่าเลือดหรือน้ำมันจากปลาตัวนี้ไหลลงพื้นดินเมื่อใด แผ่นดินก็จะลุกเป็นไฟ เมื่อชาวบ้านทราบข่าวก็เกิดความกังวลว่า เมื่อน้ำท่วมบ้านแล้วไม่รู้ว่าจะหนีไปอยู่ที่ไหน…
สุมาตร ภูลายยาว
การพัฒนาบนคราบน้ำตาคนชายขอบ ในอดีตอันยาวไกลของแม่น้ำสายนี้เคยไหลอย่างอิสระมาตลอด แต่แม่น้ำนานาชาติสายสำคัญแห่งนี้อาจมิได้ไหลอย่างอิสระต่อไปอีกแล้ว เพราะปัจจุบันแม่น้ำสายนี้ได้ถูกผลักดันให้เข้าไปอยู่ในแผนพัฒนาต่างๆ แผนพัฒนาที่สำคัญ คือแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะกับประเทศไทย แม่น้ำสาละวินกลายเป็นแม่น้ำยุทธศาสตร์สำคัญสายหนึ่งที่น้ำในแม่น้ำจะถูกนำมาแปรเป็นกระแสไฟฟ้า ภายใต้วาทะกรรมของนักพัฒนาที่ว่า ‘พื้นที่ชายขอบของประเทศมีคนอยู่น้อย และผู้ที่ได้รับผลกระทบย่อมมีส่วนน้อยเช่นกัน’
สุมาตร ภูลายยาว
ผู้คนแห่งสาละวิน  สาละวิน ถือเป็นสายน้ำแห่งกลุ่มชาติพันธุ์อย่างแท้จริง เพราะสองฟากฝั่งลุ่มน้ำสาละวิน ตั้งแต่เทือกเขาหิมาลัยลงมาจนถึงอ่าวเมาะตะมะ ในเขตหุบเขาอันไกลโพ้นในประเทศจีนก็มีกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า ๑๔ กลุ่ม โดยส่วนใหญ่เป็นชาวนู ลีซู และตู๋หลง เมื่อล่องตามน้ำลงมาจนถึงพรมแดนพม่า-จีน พม่า-ไทยก็มีกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ อาศัยอยู่มากมายไม่ต่ำกว่า ๑๖ กลุ่ม เช่น นู ลีซู ไทยใหญ่ กะยา กะยัน กะเหรี่ยง และมอญ กลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้ล้วนมีภาษา ตัวอักษร วรรณคดี ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีของตนเอง ในบรรดากลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอยู่หลากหลายบนลุ่มน้ำแห่งนี้ กลุ่มยินตาเล…
สุมาตร ภูลายยาว
สาละวินบนนิยามของความหลากหลาย สาละวิน บนเส้นทางงานวิจัยชาวบ้าน งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำสาละวิน ตลอดแนวพรมแดนไทย-พม่า โดยได้มีการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในประเด็นพันธุ์ปลา เครื่องมือหาปลาพื้นบ้าน การทำเกษตร พรรณพืชในป่า และสังคมวัฒนธรรมของชาวปกาะกญอ เพื่อนำมาอธิบายความสลับซับซ้อนของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพในลุ่มน้ำสาละวิน และวิถีชีวิต เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรมของชุมชนที่ตั้งอยู่บนฐานของระบบนิเวศดังกล่าว ตลอดจนพิธีกรรม และความเชื่อของชุมชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ผลการศึกษาพบว่า แม่น้ำสาละวิน ตลอดพรมแดนไทย-พม่า มีระบบนิเวศที่สลับซับซ้อน อาทิ แก่ง วังน้ำ หาดทราย…
สุมาตร ภูลายยาว
ระบบนิเวศลุ่มน้ำสาละวิน ระบบนิเวศลุ่มน้ำสาละวิน ถือว่า มีความสำคัญต่อภูมิภาคนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากแม่น้ำสาละวินเป็นแม่น้ำนานาชาติสายสุดท้ายในภูมิภาคนี้ที่ยังไม่ได้ถูกล่ามโซ่ด้วยเขื่อน นักนิเวศวิทยาได้จัดให้แม่น้ำสาละวินเป็นศูนย์กลางของการกระจายพันธุ์ไม้สักของโลก พื้นที่ลุ่มน้ำสาละวิน เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีระบบนิเวศสลับซับซ้อนเนื่องจากเป็นพื้นที่ต่อเนื่องระหว่างเขตชีวภูมิศาสตร์ย่อยอินโดจีนกับพื้นที่ต่อเนื่องจากชีวภูมิศาสตร์สิโนหิมาลายันหรือเขตชีวภูมิศาสตร์ย่อยอินเดีย แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่า เกือบครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา การศึกษาระบบนิเวศวิทยาของแม่น้ำสาละวิน มีอยู่น้อยมาก…
สุมาตร ภูลายยาว
หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ สหราชอาณาจักรได้คืนอิสรภาพให้กับพม่า ภายหลังพม่าได้รับอิสรภาพ ในปี ๒๔๙๐ นายพลอู่อองซาน ผู้นำพม่าในขณะนั้นก็ถูกสังหารเสียชีวิต การล้มเหลวลงอย่างสิ้นเชิงของสัญญาปางโหลง จึงเกิดขึ้น เมื่อคำมั่นในสัญญาปางโหลงไม่เป็นผล ชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ จึงได้จับอาวุธลุกขึ้นสู้กับรัฐบาลทหารพม่า เพื่อแยกตัวเป็นรัฐอิสระและปกครองตนเอง ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสาละวิน จึงเกิดกองกำลังปลดปล่อยขึ้นหลายกลุ่ม เขตรอยต่อพรมแดนไทย-พม่าริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ด้านตะวันตก เป็นดินแดนที่กล่าวได้ว่า กฎหมายอาจไม่มีความสำคัญ ทุกชีวิตที่ยังมีลมหายใจ จึงอยู่ภายใต้กฎของปืน และความเหลื่อมล้ำในการดำเนินชีวิต…
สุมาตร ภูลายยาว
พ่อตู้เริญได้เล่านิทานเรื่องนี้ให้ผมฟังขณะเรานั่งหย่อนอารมณ์ในบ้านของแก เพื่อรอฝนหายจากฟ้า เดือนตุลาคมแล้ว ฝนยังมิจากจางเลย ลมหนาวมิมีทีท่าว่าจะพัดมา สายฝนเทลงมาจั่กๆ พ่อตู้เริญต้องเล่านิทานเรื่องนี้ด้วยเสียงดัง เพื่อจะให้ผมได้ยินถนัด ผมกดเครื่องบันทึกเสียงเพื่อบันทึกเสียงการเล่านิทานของพ่อตู้เอาไว้ เพราะคิดว่าจะเก็บเอามาเล่าต่อให้คนอื่นได้ฟังด้วย พ่อตู้เริญเล่าว่า... นานมาแล้ว ยุคสมัยก่อนการเกิดขึ้นของพุทธศาสนา องค์อินทร์ผู้เป็นนายของทุกสิ่ง และทรงสร้างทุกสิ่งในจักรวาลได้นั่งตรวจยามสามตา เพื่อตรวจดูทุกสรรพสัตว์ใตอานัติของตนเอง แล้วในญาณนั้นก็ปรากฏการเกิดขึ้นของพระพุทธศาสนา…