Skip to main content

สำเนียงภาษาอีสานจากหนังเรื่อง ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ฉุดให้ผมคิดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับหนังขึ้นมาอีกครั้ง


ผมตั้งใจเอาไว้หลายครั้งแล้วว่า อยากจะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับผู้คน ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ซ่อนอยู่ในเนื้อในหนังอันเป็นเรื่องราวที่ผู้กำกับหนังคนนั้นๆ ต้องการอยากให้เราเห็น ฉากทุกฉากที่ปรากฏอยู่ในหนังแทบทุกเรื่อง ล้วนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือความจงใจที่ผู้กำกับต้องการอยากให้เราเห็นในสิ่งที่เขาเห็น เขาจึงได้ใส่มันเข้าไปในหนัง


หลังจากดู ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ จบ ผมก็มานั่งนึกว่าตัวเองได้ดูหนังอะไรบ้างที่พูดถึงแม่น้ำโขง หรือมีชาวโขงเข้าไปโลดเล่นอยู่บนจอสีขาวในโรงหนัง หากเป็นหนังที่พูดถึงเรื่องราวแม่น้ำโขงโดยตรงนั้น เรื่องแรกคงหนีไม่พ้น ‘ทองปาน’ หนังกึ่งสารคดีที่ถูกจัดสร้างขึ้นมาเมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อน


ในหนังเรื่องทองปานได้กล่าวถึงแม่น้ำโขง และชาวโขงเอาไว้บนบทบาทของผู้ถูกกระทำ หรือถ้าหากจะให้เข้ากับยุคสมัยในช่วงนั้นก็ต้องบอกว่า หนังเรื่องทองปานได้ฉายภาพของคนตัวเล็กตัวน้อยที่ซ่อนอยู่ในซอกหลืบของสังคม และเขาเหล่านั้นก็คือผู้ได้รับความเจ็บช้ำ ได้รับการกดขี่ข่มเหงจากการกระทำของรัฐเป็นเบื้องต้น และเป็นเหตุผลใหญ่ที่หนังได้สื่อให้เราผู้ดูได้รู้ว่า รัฐได้กระทำอะไรกับคนตัวเล็กตัวน้อยเหล่านี้บ้าง


ผมเองหลังจากดูหนังเรื่องนี้จบรู้สึกถึงความอิ่มบางอย่างที่น่ายินดี ทองปานในฐานะหนังเมื่อ ๓๐ ปีก่อนกลับมาร่วมสมัยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในยุคที่ผู้นำของรัฐปากไว และปาก_มาเอาการ


หนังเรื่องต่อมาคือเรื่อง ‘สตรีเหล็ก’ ภาพที่หนังได้สื่อสารกับเราคือ ภาพของทีมนักกีฬาวอลเล่ย์บอลกลุ่มหนึ่งเดินทางไปตามหาเพื่อนที่เมืองจีน โดยภาพที่ปรากฏออกมาอาจทำให้คนที่ไม่เคยไปเชียงแสน จังหวัดเชียงรายจินตนาการถึงการเดินทางของพวกเขาได้ยาก แต่หากคนที่เคยไปคงจินตนาการได้ไม่อยาก เมื่อดูหนังจบผมเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า อะไรที่หนังต้องการบอกเราเกี่ยวกับเรื่องนี้


ตัวหนังเองอาจไม่ได้เน้นหนักในเรื่องของการเดินทางของนักกีฬากลุ่มนี้เท่าที่ควร หากดูผ่านๆ แต่เมื่อลองคิดดู ผมก็พบว่า หนังได้พยายามบอกเราว่า ในโลกนี้เราต่างเดินทางไปหากันและกันได้ด้วยหลายเหตุผลในการเดินทาง และหลายวิธีการ แต่ทำไมนักกีฬากลุ่มนี้จึงเลือกที่จะเดินทางด้วยเรือ แล้วเรือไปถึงประเทศจีนมีอยู่จริงไหม


คำตอบของคำถามอาจไม่ตรงใจคนทำหนังมากนัก การเดินทางด้วยเรือไปสู่จีนตอนใต้เป็นเรื่องของการที่หนังพาเราเดินทางไปรู้จักประเทศจีนอย่างช้าๆ เพราะเรือไปได้ไม่เร็วนัก และที่สำคัญเรามักได้ยินคำว่าช้าๆ ได้พร่าเล่มงาม วลีนี้อาจเป็นจริงก็ได้ แต่ในมุมกลับที่หนังไม่ได้สื่อสารต่อคนดูคือ ทำไมนักกีฬากลุ่มนี้จึงเดินทางจากเชียงแสนด้วยเรือไปสู่ทางตอนใต้ของประเทศจีนได้ง่ายนัก ในเรื่องนี้เมื่อเรามองให้ถี่ถ้วน เราจะพบว่าแม่น้ำโขงในทางตอนบนได้มีการระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำ เพื่อให้เรือขนาดระวางบรรทุก ๑๕๐ -๓๐๐ ตันวิ่งไปมาในแม่น้ำได้สะดวกแล้วนั่นเอง นักกีฬากลุ่มนี้จึงเดินทางไปสู่ตอนใต้ของประเทศจีนโดยไม่มีอุปสรรคทางน้ำมาขวางกั้น


แม้ว่าภาพของแม่น้ำโขงในหนังเรื่องนี้จะมีอยู่ไม่มาก แต่ตัวหนังเองก็ได้ฉายภาพให้เราได้เห็นอีกบ้างด้านของแม่น้ำโขงเช่นกัน


หนังอีกเรื่องที่ฉายภาพชาวโขง และแม่น้ำโขงบนแผ่นฟิล์มให้เราได้ตรึงตาตรึงใจคงหนีไม่พ้นหนังเรื่อง ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ หนังเรื่องนี้ได้ฉายภาพความเชื่อของผู้คนอันถือได้ว่าเป็นต้นธารของความเชื่อทั้งหมดของผู้คนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ความเชื่อที่ว่าคือเรื่องราวเกี่ยวกับพญานาค ผู้ทำลูกไฟประหลาดพุ่งขึ้นกลางลำน้ำในคืนวันเพ็ญ เดือน ๑๑ อะไรทำให้หนังเรื่องนี้น่าดู มองในมุมผมแล้ว สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าดู อาจเป็นเพราะหนังได้สื่อสารกับเราด้วยเรื่องราวง่ายๆ แม้ว่าบ้างช่วงจะเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ แต่การทำวิทยาศาสตร์ให้เป็นเรื่องเข้าใจง่ายนั้นยากจริงๆ และการทำความยากให้ง่ายนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด แม้ว่าในตอนจบของหนังไม่ได้บอกกับเราว่า ลูกไฟประหลาดในคืนเพ็ญนั้นเกิดจากอะไรกันแน่ หนังจบด้วยการให้เราไปคิดต่อ การจบเช่นนี้อาจเป็นเรื่องทั่วไปที่หนังหลายๆ เรื่องมี แต่ในหนังเรื่องนี้ทางคนสร้างเองคงไม่อยากไปหลบหลู่ดูหมิ่นความเชื่อของผู้คนมากนัก เพราะคนสร้างหนังเองก็คงเข้าใจได้ดีในเรื่องนี้ เขาจึงได้ใส่วลีเด็ดที่เขาต้องการสื่อออกมาคือ ‘เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ’ ลงไปในหนังด้วย


หนังเรื่องล่าสุดที่ผมได้ดูมาคือ สบายดีหลวงพระบาง (สบายดีในภาษาลาวแปลเป็นไทยคือ สวัสดี) หนังเรือนี้ได้ฉายภาพหลายอย่างให้เราเห็นทั้งในแง่มิติความสัมพันธ์ของคนสองฝั่งน้ำ ทั้งในแง่ของศิลปวัฒนธรรม แต่ผมแปลกใจอยู่นิดหนึ่งวันที่ผมไปดูนั้นคนในโรงหนังบางตาจนน่าตกใจ แต่พอหนังจบหลายคนเดินออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม


ขณะดูหนังเรื่องนี้ผมเพิ่งกลับมาจากลาวใต้ ความรู้สึกอินอย่างประหลาดจึงเกิดขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย หลายเรื่องที่หนังฉาพภาพให้เราเห็นคือการมีอยู่จริงแทบทั้งหมด ปลาที่คนหาปลาเก็บออกจากตาข่ายดักปลานั้นไม่ได้สร้างขึ้นมา แต่มันมีอยู่จริง เพราะลาวใต้คือบ้านปลาเมืองปลา


บางคนเมื่อดูแล้วอาจเกิดคำถามว่าทำไมฉากในหลวงพระบางจึงมีน้อย ผมเดาเอาว่านี่อาจเป็นจุดขายจุดหนึ่งที่ทางลาวอยากให้เราไปดูด้วยตาว่าหลวงพระบางนั้นเป็นอย่างไร เขาจึงไม่ได้ใส่สิ่งที่เราอยากจะเห็นทั้งหมดลงไปในเนื้อในหนังอย่างที่ควรจะเป็น


สบายดีหลวงพระบางบอกอะไรเราบ้าง สำหรับคนที่จะไปดู เผือใจเอาไว้สักนิดว่า ฉากบางฉากที่อยากจะเห็นเราอาจไม่ได้เห็น เพราะท่านต้องเดินทางไปดูด้วยตัวเองอย่างที่กล่าวมา


หนังที่ผมยกตัวอย่างมา และเรื่องเล่าที่ผมได้เล่ามาคงเป็นเพียงเรื่องราวที่ผมพอหาได้ แต่สิ่งสำคัญในหนังเหล่านี้ที่ผมสันนิษฐานเอาเองว่า ตัวหนังคงอยากจะบอกเราถึงเรื่องราวของแต่ละช่วงเวลาของผู้คนแห่งแม่น้ำโขง และเรื่องราวของแม่น้ำโขงบางช่วงบางตอน ชาวโขงในโรงหนังจึงไม่ใช่เรื่องราวของความเป็นมายาในโลกมายาเท่านั้น แต่หากว่าชาวโขงในโรงหนัง มันคือความจริงที่เกิดขึ้นบนสายน้ำที่มียาว ๔,๙๐๙ กิโลเมตรนั่นเอง


บล็อกของ สุมาตร ภูลายยาว

สุมาตร ภูลายยาว
  ผมได้รู้ข่าวว่าไฟฟ้าที่บ้านดับก็ตอนอยู่บนดอยบ้านห้วยคุ ข่าวสารที่ส่งมาบอกเพียงว่า หลังจากผมและเธอออกจากบ้านมาได้ ๒ วันหลอดไฟที่อยู่ข้างนอกก็ดับลง ทั้งที่มันเพิ่งได้รับการติดตั้ง คนส่งสารยังบอกอีกว่า เขาได้ไปดูที่มิเตอร์ไฟฟ้าของบ้านแล้วปรากฏว่า สายไฟที่ต่อกับมิเตอร์ถูกดึงออกด้วยมือนิรนาม เมื่อสนทนากันอยู่นานสองนาน คนส่งสารผู้ใจดีก็บอกหมายเลขโทรศัพท์ของการไฟฟ้า หลังผู้แจ้งสารหมดสิ้นหน้าที่ ต่อไปจากนี้คงเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องดำเนินการต่อ ผมและเธอเรามองหน้ากัน ต่างคนต่างตั้งคำถามในใจ เกิดอะไรขึ้นกับบ้านที่เราเช่าอยู่มาเกือบครึ่งปี? ผมถามเธอก่อนหลังความเงียบมาเยือนเราสองคนได้ไม่นาน"นั่นสิ…
สุมาตร ภูลายยาว
บนเทือกเขาสูงอันไกลโพ้นในดินแดนที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหลังคาโลก บนเทือกเขาสูงกว่า ๕,๐๐๐ ฟุตจากระดับน้ำทะเลถูกปกคลุมด้วยหิมะเย็นจัด หลังการปกคลุมของหิมะ หลายร้อยหลายพันปี เมื่อความร้อนชื้นของอากาศมาเยือน หิมะจึงถูกหลอมละลายจนก่อเกิดเป็นต้นธารของแม่น้ำอันยิ่งใหญ่สายหนึ่งของโลก ในตอนบน แม่น้ำสีเขียวมรกตอันเกิดจากการละลายของหิมะสายนี้อุดมไปด้วยความหนาวเย็น แม่น้ำได้ไหลจากต้นกำเนิดบนที่สูงลงสู่ด้านต่ำตามกฏแรงโน้นถ่วงของโลกผ่านซอกหุบเขาอันสลับซับซ้อน ผ่านผืนแผ่นดินอันอุดมไปด้วยความแตกต่างทางสังคม วัฒนธรรม และลัทธิการเมืองการปกครอง ทุกพื้นที่ที่แม่น้ำไหลผ่าน…
สุมาตร ภูลายยาว
[๑]เมษายน ๒๕๔๗...แสงแดดใกล้ลับขอบฟ้า คนหาปลาบางกลุ่มกำลังเตรียมตัวเอาเรือเข้าฝั่ง เพื่อกลับคืนสู่บ้านผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการหาปลามาตลอดทั้งวัน การหาปลาเป็นกิจวัตรปกติของคนริมฝั่งแม่น้ำโขงมาเนิ่นนาน แต่ในยามเย็นวันนี้ไม่เป็นเหมือนยามเย็นของวันอื่นๆ ที่ผ่านมา ช่วงนี้ริมฝั่งแม่น้ำโขงคึกคักเป็นพิเศษ เพราะข่าวการเดินทางมาของปลาบึก ปลาใหญ่ที่คนหาปลาขนานนามให้ว่า ‘ปลาเทพเจ้าแห่งลำน้ำโขง’ พี่รงค์ จินะราช คนหาปลาบ้านหาดไคร้ได้เอาเรือออกไปไหลมองในแม่น้ำโขงบริเวณดอนแวงตามปกติ มองที่ไหลไปตามกระแสน้ำเป็นมองขนาดเล็ก พอมองไหลไปปะทะกับสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ ชั่วพริบตานั้นฟองอากาศขนาดใหญ่ก็เกิดขึ้นบนผิวน้ำ…
สุมาตร ภูลายยาว
เสียงผู้คนส่งเสียงเชียร์เรือยาวในแม่น้ำดังไปทั่วริมฝั่ง งานแข่งเรือเริ่มขึ้นในวันสาขารล่อง--ประมาณวันที่ ๑๔ เมษายน เบื้องล่างเหนือสายน้ำ เรือ ๒ ลำกำลังขับเคี่ยวกันอย่างหนัก ไม่นานนักเรือที่มีฝีพายใส่เสื้อสีแดงก็ทะยานเข้าเส้นชัยหลังเรือลำนั้นเข้าเส้นชัยแล้ว การแข่งเรือรอบคัดเลือกจึงสิ้นสุดลง พรุ่งนี้จะเป็นวันตัดสินว่า เรือของคุ้มบ้านไหน จะได้ลอยลำเฉิดฉายเข้าเส้นชัย เสียงเพลงเฉลิมฉลองทั้งปราชัย และมีชัยดังมาเป็นระยะ เมื่อผู้คนเริ่มทยอยกลับบ้าน ชายชราก็ลุกจากเสื่อที่ปูนั่ง และเดินออกมาจากริมน้ำคืนสู่บ้าน ก่อนจะเดินมาถึงบันไดทางขึ้นวัด ชายชราก็ก็หยุดคุยกับใครบางคนตรงเชิงบันได“เด็กบ้านเรามันไม่สู้…
สุมาตร ภูลายยาว
ตะวันสายแดดส่องฟ้า เรือหาปลากับชายชรากำลังเดินทางออกจากท่า เพื่อหาปลาอีกครั้ง ในแสงแดดยามสาย ชายชรากำลังสลัดคราบไคร้ที่เกาะติดเบ็ดออก เพื่อทำความสะอาดให้มันกลับมาพร้อมใช้งานอีกครั้งสายน้ำลดระดับลงอีกครั้งหลังโถมถั่งในหน้าฝน สายน้ำเชี่ยวกรากกลับกลายเป็นแผ่วเบา และลดความเกรี้ยวกราดลง วันนี้ไม่แตกต่างจากหลายวันในช่วงเริ่มต้นฤดูหนาว ชายชรายังคงดำเนินชีวิตไปตามปกติในครรลองของคนกับเรือเหนือสายน้ำอันกล่าวได้ว่าคือสายชีวิตของชายชราด้วยสายลมแห่งเดือนมกราคมพัดมาเยือกเย็น ริมฝั่งน้ำตรงกระท่อมหาปลา ชายชรานั่งเงียบงันอยู่ข้างกองไฟ ๒ วันมาแล้วยังหาปลาไม่ได้ ช่วงนี้จึงมีเพียงกุ้งติดฟดริมฝั่งน้ำเท่านั้น…
สุมาตร ภูลายยาว
หลังจากวันแรกจนถึงวันนี้ ผมลองนับเดือน นับปีดูแล้ว ผมมาอยู่เมืองชายแดนริมแม่น้ำแห่งนี้ ล่วงเข้าไป ๕ ปีแล้ว ใน ๕ ปีของการใช้ชีวิต แน่ล่ะย่อมแตกต่างจาก ๗๖ ปีของชายชราอย่างสิ้นเชิง แต่สิ่งที่ผมได้เห็นไม่ต่างกับชายชราเลยแม้แต่น้อยแม้จะนานกี่ชั่วอายุคน ผู้คนริมฝั่งน้ำยังคงพึ่งพาแม่น้ำสายนี้ในด้านต่างๆ อยู่เช่นเดิม คนหาปลายังคงหาปลา แม้ว่าจะได้ปลาน้อยลงก็ตามที คนขับเรือรับจ้างก็ยังคงขับเรืออยู่เช่นเดิม แม้ว่าจะมีข่าวการเกิดขึ้นของสะพานข้ามแม่น้ำก็ตามที คนแบกของตรงท่าเรือก็ยังคงทำหน้าที่แข็งขันกว่าเดิม แม้จะแบกของได้น้อยลง…
สุมาตร ภูลายยาว
ในยามเย็น หลังแสงตะเกียงสว่างขึ้น ความสว่างของแสงไฟตะเกียงก็ตัดกับท้องฟ้ามืดครึ้มไร้ดวงดาวแต้มขอบฟ้า ดูเหมือนว่ายามนี้สายฝนต้นฤดูมาถึงแล้ว ในที่ไกลออกไปฟ้าแลบแปลบปลาบ ทุกครั้งที่ฟ้าแลบ ความสว่างที่เกิดขึ้นเพียงสั้นๆ ทำให้ฟ้าสีดำดูน่ากลัว ไม่นานนักหลังฟ้าร้องเข้ามาใกล้ สายฝนปานฟ้ารั่วก็โถมถั่งลงมายามนี้ปลาหลายชนิดอพยพขึ้นเหนือ เพื่อวางไข่ จะเหลือเพียงปลาบางชนิดเท่านั้นอพยพขึ้นมาช่วงน้ำลด ในช่วงนี้ คนหาปลาไหลมองก็จะเริ่มยุติการหาปลาลง เพราะน้ำในแม่น้ำเป็นน้ำใหญ่หาปลาลำบาก ช่วงน้ำใหญ่นี่เองถือว่าธรรมชาติได้จัดการมนุษย์…
สุมาตร ภูลายยาว
หลังกลับมาถึงบ้าน ผมหวนคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่แกเล่าให้ฟัง ห้วงอารมณ์นั้น ผมคิดถึงหนังสือเล่มหนึ่ง หนังสือเล่มนี้เล่าถึงการรอนแรมออกทะเล เพื่อตกปลาของชายแก่คนหนึ่ง การเดินทางออกทะเลของชายชราในหนังสืออาจแตกต่างกับการเดินทางออกสู่แม่น้ำของชายชราแห่งโลกของความจริงอยู่บ้าง แต่ในวิถีของชายเฒ่าทั้งสองคน มีเรื่องราวทั้งเหมือน ทั้งแตกต่างรวมอยู่ด้วยกัน การเดินทางไปสู่วิถีของการเป็นนักล่าของชายทั้งสองอาจจะไม่ต่างกันมากนักในการกระทำ แต่เป้าหมายในการออกเรือ เพื่อเป็นนักล่าของชายทั้งสองอาจแตกต่างกัน คนหนึ่งออกเรือไปล่าเพื่อความสุขตามคิดความเชื่อของตัวเอง แต่อีกคนหนึ่ง…
สุมาตร ภูลายยาว
แสงแดดยามบ่ายคลี่ม่านกระจายโอบไล้ยอดไม้ แรงลมพัดยอดไม้เอนไหว ดอกไม้ป่าสีขาวของฤดูฝนกำลังร่วงหล่นลงพื้นดิน แม้ว่าดอกไม้จะจากไป แต่ธรรมชาติก็ได้มอบความเขียวชะอุ่มของผืนป่ามาทดแทนเช่นกันยามบ่ายขณะหลายคนยังวุ่นอยู่กับงาน ผมเดินเตร็ดเตร่ตามถนนมาถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง หลังอ่านป้ายก็รู้ว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านของชายชรา ผมมองหาเจ้าของบ้านอยู่นอกรั้วในใจยังหวั่นอยู่ว่าจะได้พบเจ้าของบ้านหรือเปล่า เมื่อมองดูอยู่ครู่หนึ่ง ผมก็เห็นชายชราผู้เป็นเจ้าของบ้านกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับกองไม้ไผ่ข้างห้องครัวผมร้องเรียกชายชราอยู่นอกรั้ว เมื่อได้ยินเสียงเรียก แกก็เงยหน้าขึ้นมาดู และเรียกผมเข้ามาในบ้าน…
สุมาตร ภูลายยาว
หลังกลับมาจากเมืองริมแม่น้ำในครั้งนั้น ไม่นานผมก็เดินทางมาเมืองริมแม่น้ำอีกครั้งพร้อมกับความทรงจำเมื่อ ๒ เดือนก่อน...ความทรงจำเมื่อ ๒ เดือนก่อนเกิดขึ้นบนแม่น้ำสายนี้ ผมจำได้ว่าช่วงนั้นเป็นฤดูฝน น้ำปริ่มฝั่งหมุนวนน่ากลัว ผมได้พบชายชราอีกครั้งหลังจากไม่ได้พบกันนาน ชายชรานั่งอยู่บนเรืออีกลำหนึ่ง ซึ่งวิ่งสวนทางกับเรือที่ผมโดยสารมา เมือเรือวิ่งสวนทางก็ได้ยินเสียงทักทายของคนขับเรือทั้งสอง แม้ว่าจะฟังสำเนียงการสนทนาไม่รู้เรื่องทั้งหมด แต่ก็พอจับใจความได้ว่าคนขับเรือทั้งสองคุยกันเรื่องอะไร บนนาวาชีวิตกลางสายน้ำของชะตากรรม…
สุมาตร ภูลายยาว
สายโขงยังตัดไม่ขาด สายสวาทตัดขาดอย่างไรตัดบัวก็ยังไว้ใย ตัดน้ำใจยังมีเมตตาค่อยอิง ค่อยอาศัยกัน เอาไว้รักกันในวันข้างหน้ามาเถิด มาเถิดแก้วตา รำวงดีกว่าร่าเริงหัวใจ รำวงดีว่าร่าเริงหัวใจ....เสียงเพลงแหบพร่าลอยตามสายลมไกลออกไป จนเงียบหายไปกับโค้งขอบฟ้ากลางคืน นานครั้งชายชราจะร้องเพลง แต่บทเพลงที่ชอบร้องสม่ำเสมอคือเพลงนี้ ค่ำคืนนี้อากาศหนาวเย็นลง ชายชราจึงก่อกองไฟ เพื่อผ่อนเบาความหนาว เนิ่นนานที่กองไฟสว่างไสว แต่เมื่อฟืนที่กองสุมไว้ในตอนเย็นใกล้หมด แสงไฟก็สลัวลง เปลวไฟมีอยู่น้อยนิดเหมือนจะมอดดับลงทุกครั้งยามสายลมพัดเข้ามา พอสายลมพัดผ่านไป แสงไฟก็สว่างขึ้นมา หลังแสงไฟสว่าง…
สุมาตร ภูลายยาว
ภาพของชายชราวัย ๗๕ ปี กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่บริเวณระเบียงกระท่อมแจ่มชัดขึ้นเมื่อเข้าไปใกล้ กุ้งสีชมพูขนาดนิ้วก้อยหลายสิบตัวนอนนิ่งอยู่ในจานเบื้องหน้าของชายชรา ถัดจากจานกุ้งไปเป็นถ้วยน้ำพริกปลาร้าที่กินเหลือจากเมื่อวานรายการอาหารที่กล่าวมาทั้งหมดคืออาหารมื้อเย็นสำหรับชายชรา     ลูกแมวสองตัว ตัวหนึ่งสีน้ำตาล ตัวหนึ่งสีขาว หมอบคลอเคลียอยู่ด้านข้าง นานครั้งมันจะเดินมาหยอกล้อเล่นกัน พอหยอกล้อกันจนหนำใจมันก็กลับไปนอนนิ่งอยู่ที่เดิม บนท้องฟ้าอาทิตย์อัสดงลงไปไม่นานนัก ท้องฟ้าที่เคยกระจ่างเป็นสีฟ้าเริ่มกลายเป็นสีดำหลังจากอิ่มหนำสำราญ…