กวีประชาไท
ล่วงลับแล้วคงไม่ไปสวรรค์เป็นผีบ้าน ผีทุ่ง ผีป่าเขาคอยดูแลราษฎรพี่น้องเราเป็นขวัญทัพปลุกเร้ากำลังรบ
กวีประชาไท
ขอบคุณ สุเทพและทักษิณ ถึงเนวิน...ขอบคุณที่ซึ้ง ขอบคุณ จักรภพ..รำพึง ขอบคุณทั่ว..ผู้ซึ่งชม ฯ ผู้รู้ขม รู้หวาน ด้านเฉย ผู้รู้ให้ ไหวเอ่ย ใครข่ม ผู้รู้สึก นึกหรือ สายลม ผู้อภิสิทธิ์สมชั่วคราว ฯลฯ ใครหนอใคร ไหนใคร อุ้มสม ทาสขม ทานเฝื่อน เพื่อนบ่มร้าว ใครสละ สื่อหวัง ใคร่ป่าว ธารเรื่องราว รู้สึก ร่างรู้ ฯ เอ๊ะ!.. ใครเอ่ย กล้าว่ายทวนน้ำ เอ่ยล้ำ ใครถลำ พลาดกู้ ทวนทาง สะท้อน อาจย้อนดู - - เห็นผู้ งามกล้าด่าตัวเอง ฯ
กวีประชาไท
“พี่ ปุ๊ ... 'ร ง ค์ ว ง ษ์ ส ว ร ร ค์” ลือลั่นในทุกเรื่อง อารมณ์ขันอยู่ เนือง เนือง ปราชญ์เปลื่องในวิญญาณ์
กวีประชาไท
0 คารวาอาลัยสวนผิรัญจวนแล้วจากร้างหนาวเนื้อแล้วเหลือลางไว้ลายสลักอักขรา ฯ
หัวไม้ story
ชื่อบทความเดิม : เยือนสวนทูนอิน อ่านชีวิต ความคิด 75 กะรัต 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ภู เชียงดาว : เรียบเรียง/รายงาน หมายเหตุ : นี่เป็นมุมมองชีวิต ความคิด ว่าด้วยการเมือง ทหาร การปฏิวัติ สุขภาพ และการเขียนหนังสือ ของ ' รงค์ วงษ์สวรรค์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2538 ที่ได้ถ่ายทอดออกมา เมื่อ 20 พ.ค.2550 ณ สวนทูนอิน โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ รายงานชิ้นนี้เคยตีพิมพ์ ใน ‘นิตยสารขวัญเรือน' ปักษ์แรก กรกฎาคม 2550 ผู้เขียนขออนุญาตนำมาเรียบเรียง/รายงาน ใน ‘ประชาไท' อีกครั้ง เพื่อเป็นการไว้อาลัยและรำลึกถึงการจากไปอย่างสงบของพญาอินทรีแห่งวรรณกรรม เมื่อค่ำของวันที่ 15 มี.ค.2552 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ศิลปินแห่งชาติ ปี 2538 พญาอินทรีแห่งวรรณกรรม (ที่มาภาพ โอ ไม้จัตวา:http://www.flickr.com/photos/freemindcard/sets/72157594143593002/) 20 พ.ค.2550 ผมมีโอกาสไปเยือนสวนทูนอิน โป่งแยง แม่ริม เชียงใหม่ อันเป็นถิ่นพำนักของ "พญาอินทรีบินเหนือดอยสูง" 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ศิลปินแห่งชาติ ปี 2538 อีกครั้งหนึ่ง
กวีประชาไท
“หรือโรฮิงยาไม่ใช่คน...” เป็นคำถามที่เจ็บปวดของชาวโรฮิงญาในไทยเอ่ยออกมาให้สื่อรับรู้ หลังจากพี่น้องของเขาต้องตากแดดลมฝนในเรือไม้ อาศัยลำเรือและคลื่นลมว่าจะพัดไปทางใด ชีวิตพวกเขาหนีมาจากรัฐอาระกันหนีจากความลำบาก อดอยากและถูกกลั่นแกล้งจากรัฐบาลทหารพม่ามาสารพัด ล่าสุด,กลสุลพม่าในฮ่องกง ได้แสดงความกักฬขะออกมาอย่างหน้าชื่นตาบานว่า“โรฮิงญาไม่ใช่คนพม่า คนเหล่านี้น่าเกลียดเหมือน ผีปอบ” ‘เรือไม้ ความจำนรรจ์ ดอกฝันโรฮิงยา’ ของ ‘วลัญชัย ทูนเปลว’ จึงถ่ายทอดออกมาเป็นบทกวีสะท้อนความรู้สึกเหล่านั้นออกมา ให้ชวนคิดต่อว่า ในท้ายสุด ชีวิตของโรฮิงญาจะล่องลอยไปสู่หนใด!?
กวีประชาไท
ฤดูกาลความรักหวนกลับมาอีกหน ทว่าหลายคนยังมีชีวิตจ่อมจมอยู่แล้งแห้ง ชีวิตไร้ชีวา หลายคนไขว่คว้าหาความสุข กลับค้นเจอกับทุกข์ หลายคนเสาะหารัก กลับพบเจอรักเสแสร้ง ลวงหลอก ล่องลอยมาแล้วพลัดหาย ‘กลับมาค้นหาความรักที่หล่นหาย' ของ ‘นาโก๊ะลี' พยายามบอกว่า ชีวิตจะงดงามได้ต้องมีความรักที่ต้องฟูมฟักทะนุถนอม ภาพประกอบจาก graphicssoft.about.com/.../Red-Heart.htm
กวีประชาไท
Photo by : phu_chiangdao ลมโลมไล้เลื่อนร้าง ยะเยือกหนาวล่วงระยิบเดือนดาว จากฟ้าแดดเช้าส่องงามพราว คายตื่นเหมือนหยดน้ำค้างหล้า ร่วงไว้วันวัย ฯลฯเชิญหัวใจรับสัมผัส จัดแย้มผลิละอองไหวเหมือนเผยดอกหมู่ไม้ ในเนื้อดินอันอาทร ฯเชิญโคลงกลอนร้อยรับ ขับให้โลกหมองหม่นร้อนหนาวโลกใจแรมรอน สะท้านว้างนึกจัดวาง ฯร้อนโลกอย่างไรหนอ ย่ำใจท้อย้ำลุกค้างคลี่ขุ่นเคลื่อนคลุมพราง ม่านดวงใจไหวเช้าคืน ฯเห่..หาอารมณ์หนึ่ง โลกให้พึ่งให้ผลัดฟื้นยามย่ำก้าวค้ำยืน ได้นึกกล่อมน้อมอารมณ์ ฯลมเลื่อนโลมลูบไล้ ว้างแว่วในไว้ล่วงถมโลกพราวประกายชม เชิญชีพใช้ประกายวัน ฯพา..ขวัญดวงใจนี้ ด้วยโลกมีที่รองชั้นนำความรู้สึกอัน ว้างวุ่นไหนไว้กลั่นกรอง. ณรงค์ยุทธ โคตรคำ
กวีประชาไท
มาจากความปวดร้าวในคราวรัก เมื่อไหมถักป่านทอซอมซ่อค่า ขาดสะบั้นความหลังครั้งผ่านมา ทิ้งเพียงหยดน้ำตาพร่าเต็มเตียง มาจากความอ่อนไหวในตัวตน ความสับสนโอบปีกเกินหลีกเลี่ยง ไร้แรงเรี่ยวกู่ก้องร้องสำเนียง หรุบปีกเอียงปรกหน้าอุราร้าว มาจากความน้อยเนื้ออันเตี้ยต่ำ ที่จองจำจิตใจให้ย่นก้าว แหงนมองฟากฟ้านภาพราว ก็เจ็บปวดทุกคราวทุกดาวดวง มาจากแพร่งชีวิตที่ผิดพลาด ลึกลงในรอยบาดที่ขาดห้วง ผสานแผลขื่นขมเล่ห์ลมลวง และจากความหนักหน่วงประดามี มาจากความดีใจในชัยชนะ หรือความเสียสละในหน้าที่ ความภูมิใจ อิ่มเอม ความเปรมปรีดิ์ หยาดเพราะความยินดีที่เปี่ยมล้น มาจากไหนน้ำตามาจากไหน หรือจากเมฆก้อนไกลกลั่นไอฝน มาเพื่อเผยความสุขความทุกข์ทน เป็นหยดหล่นจากเบ้าเคล้าอารมณ์ ฯ ศุภชัย กองประชุม
กวีประชาไท
ในนามของความดีและความจริงอย่าได้กริ่งเกรงการสัปประยุทธ์ใยลังเลจับอาวุธขึ้นมาเล่าสงครามเรียกร้องดวงใจเรามิรู้หน่ายจิตวิญญาณเราคือการโค่นล้มทำลาย!? ฟังสิเสียงแห่งมโธรรมสำนึกคำประกาศก้องแห่งยุคสมัยเราจงมาร่วมก่อสงครามกันเถิดสงคราม...เพื่อยุติ...สงคราม....ภราดรมีหรือสงครามครั้งสุดท้ายหรือมันมีแต่...สงครามครั้งนี้หรือมันเป็นแค่...สงครามครั้งก่อนหน้าหรือมันรอเพียง...สงครามครั้งต่อไปโอ้ชัยชนะของเราคือรอยยิ้มของสงครามเครือออน ฟ้อนฟ้า
กวีประชาไท
ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยกลไม่ได้ด้วยประชาชน ก็ต้องเอาด้วยศาลทั้งยังมีม็อบเส้นดันอันธพาลหลายสิบนักวิชาการภิบาลพร้อม นักธุรกิจคิดกันลงขันด้วยประสานอวยช่วยให้ชื่อไทยหอมมารุมทุบ ยุบ ๓ พรรค หักจนยอมทุกอย่างพร้อมเพื่อสวนสนามดูงามดี ก้มไปเถอะ ก้มหน้าไป ไทยทั้งชาติเมืองประหลาดอนาถสิ้นวิ่นศักดิ์ศรีเหลืออะไรให้ภูมิใจว่าไทยดีสิทธิ์ เสรี ที่มีมา ถูกคร่าลง จากวันนี้ คงจะมีมาตรฐานใหม่ไม่ถูกใจรัฐบาลไหนก็ไล่ส่งคนเลือกตั้งฟังแล้วอึ้งตะลึงงงเดินดิ่งปลงลงเข้าคลอง ๒ ธันวา ต้นจั่น๒ ธ.ค. ๕๑หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรครัฐบาลและพรรคร่วมฯ
กวีประชาไท
มีเสื้อเหลืองไม่อยากใส่เสื้อสีเหลืองกลัวย่างเยื้องไปไหนใครก็ถามพันธมิตรหรืออย่างไร ใครก็ตามแบ่งนิยามความหมายท้าทายกัน มีเสื้อแดงก็ไม่อยากใส่สีแดงเดี๋ยวว่าแฝงความหมายคล้ายเยาะหยันเป็นแนวร่วมนปก.ขอยืนยันโอ้แสบสันต์ลูกกะตาข้าเหลือทน